หลังจากกินยาไปวันนั้นอี้สี่ก็รู้สึกว่ารอบประจำเดือนของตัวเองปั่นป่วนเล็กน้อยเธอตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดท้องหน่วงๆ พอเข้าห้องน้ำก็พบว่าประจำเดือนมาแล้วถึงแม้จะรู้สึกอึดอัดแต่ก็นับว่าเป็เื่ดี อย่างน้อยยาก็ได้ทำหน้าที่ของมันอี้สี่ไม่ค่อยมีอาการปวดท้องมากนัก แต่เมื่อประจำเดือนมาความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายของเธอก็ลดลง กําลังหดหายและจิตใจก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เฉินเจี้ยนฉวินก็เป็คนที่คอยสังเกตเอาใจใส่คนอื่นมากที่สุดในขณะที่เขากำลังหั่นสิ่งต่างๆ อยู่ ก็รู้สึกว่าวันนี้อี้สี่หน้าค่อนข้างซีด
“วันนี้คุณไม่สบายหรือเปล่า? ริมฝีปากดูซีดมากเลย”เขาถาม
“ก็ไม่นะ คงเป็เพราะแสงที่ทำให้ฉันดูขาวขึ้น” เธอพูดสิ่งที่อี้สี่คิดคือบรรยากาศในการทำงานนั้นมีผู้ชายอยู่มากเธอไม่ควรแสดงความอ่อนแอหรือพยายามไม่เผยมันออกมา
เฉินเจี้ยนฉวินเห็นว่าเธอใช้มือประคองเอวของเธอราวกับว่าเจ็บเอวมากยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานพักขาไปมาสลับกันซ้ายขวาราวกับปวดขา เมื่อต้องยกของเดิมทีอี้สี่สามารถยกกล่องน้ำตาลยี่สิบกิโลกรัมได้ แต่วันนี้ดูเหมือนจะยากขึ้นเธอเปิดกล่องแล้วถือที่ละห้าถุง เวลาขนย้ายกระสอบข้าวที่หนักประมาณสิบห้ากิโลกรัมปกติเธอสามารถดึงขึ้นแล้วเทข้าวใส่ถังข้าวได้เลยแต่วันนี้กระสอบข้าวเหมือนจะหนักเป็พิเศษ เธอต้องขยับถังข้าวเข้ามาใกล้เปิดถุงข้าว แล้วเอาทัพพีตักออกมาครึ่งหนึ่งก่อน
หลัวจ้งซีที่บังเอิญเดินผ่านมาจึงช่วยเทมันลงไปแทน“ยกไม่ไหวทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจากผมล่ะ?” เขาเองก็มองออกว่าวันนี้เธออยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก
“นี่มันคืองานของฉันค่ะ” งานครัวถือเป็งานที่ต้องขยับร่างกายและที่แห่งนี้ผู้หญิงก็ค่อนข้างถูกเลือกปฏิบัติดังนั้นอี้สี่จึงไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากงานง่ายๆ และก็ไม่อยากถูกดูถูกมากกว่าเดิมเพราะว่ามีประจำเดือน
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ขอให้เฉินเจี้ยนฉวินช่วยก็ได้นี่ก็เป็งานของเขาด้วยเหมือนกัน” หลัวจ้งซีพูด
“ฉันยิ่งไม่อยากให้เขาคิดว่าฉันจะทำไม่ได้” เธอพูดหลัวจ้งซีเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับเธออีก เมื่อเห็นดังนั้นจึงได้เข้ามาช่วยถึงแม้ว่าหญิงสาวจะไม่ใช่อี้สี่ แต่เขาเองก็ยังจะช่วย บนพื้นมีน้ำตาลอยู่สองกล่องน้ำมันสลัดในถังเหล็กสิบแปดลิตรสองถัง ข้าวสิบห้ากิโลห้าถุง และซีอิ๊วขาวหกขวดเขาช่วยยกของพวกนี้ไปที่โกดังและเอาขึ้นชั้นให้
การวางของไม่ใช่แค่การวางของบนชั้นวางเท่านั้นแต่จะต้องเอาของเก่าออกก่อน แล้วถึงจะใส่ของที่เพิ่งได้มาใหม่เรียงไว้ด้านหลังสุดแล้วนำของเก่ากลับมาเรียงซ้อนเพื่อเรียงลำดับก่อนหลังได้กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมีข้าวสองถุงในโกดัง นอกจากเติมลงในถังข้าวในครัวก่อนแล้วอี้สี่ยังต้องลากถุงสองใบออกมาก่อน และใส่ถุงใหม่ห้าถุงเข้าไปแล้วซ้อนถุงสองใบเก่าไว้้า
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้วแม้แต่ชายร่างใหญ่อย่างหลัวจ้งซีก็ยังหอบเล็กน้อย
“คุณไปทำงานของคุณเถอะ มาช่วยฉันทำไมคะ” อี้สี่ไม่ได้รู้สึกขอบคุณ แต่กลับรู้สึกเสียใจและรู้สึกว่างานของเธอถูกขัดจังหวะเห็นได้ชัดว่าเธอสามารถทำได้เมื่อหลัวจ้งซีเห็นอารมณ์ที่ค่อนข้างหงุดหงิดของอี้สี่หลัวจ้งซีก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาลูบหัวตัวเองไปมาแล้วจึงเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
เขาจงใจเดินผ่านห้องครัว“อี้สี่ใช้แก้วใบไหนเหรอ?” เขาถามเฉินเจี้ยนฉวิน
เฉินเจี้ยนฉวินชี้ไปที่กระติกน้ำร้อนหลัวจ้งซีหยิบมันออกไปอย่างเงียบๆ และก็ไม่รู้ว่าจะเอามันกลับมาคืนตอนไหนทุกคนต่างก็ยุ่งวุ่นวายกัน ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจ
ไม่ใช่ว่าภายในครัวจะไม่แยแสปล่อยให้ผู้หญิงย้ายของมากมายหลายอย่างแต่นี่คือชีวิตประจำวันภายในครัวจริงๆเมื่อเวลาผ่านไปทุกคนจะปฏิบัติต่อคุณในฐานะคู่หูโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงเื่เพศหรือว่าคุณ้าความช่วยเหลือหรือไม่นอกเสียจากคุณจะถาม แต่อี้สี่รู้สึกดีที่ถูกมองข้ามเื่เพศของเธอดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอจึงไม่อยากทำลายความเท่าเทียมนี้ไป
และพอกลับมาที่โต๊ะทำงานเฉินเจี้ยนฉวินก็กำลังหั่นผักอยู่ “คุณดูเหนื่อยมากไม่มีใครช่วยคุณเลยเหรอ?”
เขาฉลาดเฉียบคมมากจนอี้สี่ถึงกับสะดุ้ง“ไม่มี” เธอปฏิเสธ แต่ก็อดหันหลังกลับไปมองไม่ได้เพราะกังวลว่าเืประจำเดือนของเธอจะซึมออกมา
“หากงานจัดเลี้ยงเกินชั่วโมงการทำงานของคุณ คุณสามารถลาชดเชยได้หรือตามกฎหมายพื้นฐานกรมแรงงาน คุณมีสิทธิ์ลาประจำเดือนนะ อยากจะบอกเชฟซ่งไหม”เฉินเจี้ยนฉวินพูดอย่างกระตือรือร้น
“เมื่อวานฉันเพิ่งท้องไส้ไม่ดีมา วันนี้ก็เลยอ่อนเพลียนิดหน่อย”อี้สี่ปฏิเสธที่จะยอมรับ
เธอหยิบกระติกน้ำร้อนขึ้นมาเพื่อดื่มพอเปิดฝาก็พบว่าภายในกระติกเป็ช็อกโกแลตร้อนแน่นอนว่าเธอรู้ว่าใครเป็คนเตรียมไว้ทันใดนั้นความอันอบอุ่นก็ไหลผ่านแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ
อาเฉียงเดินเข้ามาแล้วก็ได้ยินว่า “อ่อนเพลียนิดหน่อย” จึงปากพล่อยพูดแทรกขึ้นมา“เฉินเจี้ยนฉวินทำได้ยังไงถึงได้ทำให้เธอเหนื่อยล้าขนาดนี้” เขาตั้งใจเล่นคำนี่จึงเป็เหตุผลว่าทำไมอี้สี่ถึงอยากแสดงความแข็งแกร่งออกมา ปกติก็ทนได้แต่ตอนนี้เมื่อร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าเธอจึงรู้สึกว่าอาเฉียงน่ารำคาญ
หลังอาหารกลางวันหลัวจ้งซีได้มาหาเธอเพื่อพาไปเดินเล่น
“จริงๆ เราไม่ต้องไปไหนไกลหรอก แต่คุณต้องกินของหวานเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น”เขาพูด แน่นอนว่าตอนนี้ยังอยู่ในเวลาทำงานไปเดินเล่นไม่ได้จริงๆเขาแค่อยากพาเธอไปร้านขนมและคาเฟ่ลับที่ซ่อนอยู่ในตรอกก็เท่านั้น
“คุณไม่ได้ยุ่งอยู่เหรอ?” แน่นอนว่าอี้สี่ชอบข้อเสนอนี้แต่แค่กังวลว่าเขาจะต้องทิ้งงานที่กำลังยุ่งอยู่
“ผมก็้าพักสักหน่อยเหมือนกัน” เขาพูด
สำหรับของหวานอี้สี่ได้สั่งบราวนี่และมูสราสเบอร์รีที่มีรสเปรี้ยวมาปริมาณน้ำตาลที่สูงจะทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟินทำให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้นมูสราสเบอร์รีสีแดงเป็ที่ชื่นชอบของผู้คนมากจริงๆสิ่งสำคัญคือการรักษาสมดุลของรสชาติ และกินไปกินมาก็ต้องไม่เบื่อรสชาติเครื่องปรับอากาศที่นี่เย็นและบรรยากาศภายในร้านที่เงียบสงบก็ทำให้อี้สี่รู้สึกค่อนข้างสบายใจ
“เมื่อวานกลับบ้านไปเป็ยังไงบ้าง? ไม่ได้เจอลูกสาวของคุณหลายวันแล้วลูกสาวของคุณโกรธหรือเปล่า?” อี้สี่พูดถึงเื่นี้ซึ่งเื่ที่มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานทำให้หลัวจ้งซีอยากระบายความอัดอั้นของเขาอยู่แล้ว
“ผมโกรธจนแทบจะเป็บ้า” ตอนนั้นพูดอะไรไม่ออกแต่พอมาคิดอีกทีก็รู้สึกโกรธขึ้นมา
“เกิดอะไรขึ้นคะ?” อี้สี่ไม่รู้ว่าเื่อะไรถึงทำให้เขาโกรธ
“ก็คุยกันว่าเธอชอบบาร์เทนเดอร์ในไนท์คลับแห่งหนึ่งผมในฐานะคนที่เคยเจอเหตุการณ์นี้ก็ได้บอกเธอว่าจะเสียใจ เพราะฉะนั้นอย่ายุ่งเลยแล้วเธอก็ถามผมตรงๆ ว่ากังวลเื่อะไรอยู่? กังวลเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ของเธอหรือเปล่า? ตอนอายุสิบหกเธอก็มีเซ็กส์แล้ว เธอไม่เข้าใจว่าผมกังวลว่าเธอจะทนรับความรู้สึกเ่าั้ไม่ได้”แม้ว่าเขาจะโกรธมาก แต่น้ำเสียงของหลัวจ้งซีกลับเป็กังวลจริงๆ
อี้สี่กัดส้อมพลางแล้วมองเขา“คุณรู้ไหมว่าแฟนที่ลูกสาวของคุณเลือกนั้นส่วนใหญ่คล้ายกับพ่อของเธอเอง?” เธอหัวเราะเบาๆ
“ผมก็ถึงได้กังวลไง คุณยังจะมาหัวเราะเยาะผมอีก”หลัวจ้งซีหยิกแก้มอี้สี่เบาๆ
“ฉันอิจฉาลูกสาวคุณจังเลยที่พูดเื่แบบนี้กับคุณได้พ่อของฉันคงจะทนไม่ได้หากฉันพูดกับเขาแบบนี้!แค่เื่ตอนสิบหกก็อาจจะทำให้เขาหัวใจวายตายได้แล้วอันที่จริงแล้วลูกสาวของคุณก็แค่อยากสนุกกับ่วัยรุ่นของเธอ และความเ็ปก็เป็ส่วนหนึ่งของ่วัยรุ่นด้วยเหมือนกันเธอไม่ชอบให้คุณทำตัวเหนือกว่าแล้วมาห้ามเธอ”เธอเองก็เพิ่งอายุเพียงยี่สิบสี่ปีเหมือนกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของหลัวโม่โม่ดีถูกดึงดูดไปยังจุดที่อธิบายไม่ได้ แม้ว่าจุดนั้นอาจดูผิวเผินเหมือนไม่มีอะไรก็ตามแต่ก็แค่อยากจะดื่มด่ำกับความรัก ซึ่งนั้นเป็ความรู้สึกของ่วัยรุ่นอี้สี่ไม่กล้าทำเื่แบบนี้เมื่อตอนที่เธออายุสิบแปดปี แต่ตอนนี้เธอสนุกกับมันและทุกครั้งที่เธอตกอยู่ภายใต้ร่างกายหลัวจ้งซีหรือจินอิ๋นเธอรู้ดีว่าตัวเธอกำลังเล่นกับไฟ แต่เธอก็สนุกที่ได้รู้สึกถึงอะไรแบบนั้น
“พ่อของคุณเป็เหมือนผมหรือเปล่า?” เขานึกถึงที่เธอพูดว่าลูกสาวจะเลือกผู้ชายที่คล้ายกับพ่อของเธอเอง
“ไม่แน่นอน พ่อของฉันเป็อาจารย์ที่จริงจังและค่อนข้างน่าเบื่อ แต่แฟนเก่าของฉันก็เป็คนประเภทเดียวกับพ่อฉันนะในตอนแรกมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่อธิบายไม่ได้และความคุ้นเคยนั้นก็ได้ทำให้รู้สึกวางใจ”
“งั้นคุณชอบอะไรในตัวผมบ้าง?” เขายังคงอยากถามต่อ
“มีอวัยวะที่ยอดเยี่ยมย่อมเป็เื่ที่ดี” อี้สี่พูดนิ่งๆ หลังจากพูดเช่นนั้นเธอก็ยิ้มกว้างแล้วตักเค้กมากินอีกคำหนึ่งเธอเป็คนตรงไปตรงมาเสมอและบางครั้งความตรงไปตรงมาของเธอก็ทำให้หลัวจ้งซีรู้สึกเขินอายนิดๆ
“ผมจะถือว่าเป็คำชม” เขาพูด ราสเบอร์รีสีแดงสดติดอยู่ที่มุมปากของเธอเขาจึงยื่นนิ้วชี้ไปจะเช็ดออกไปให้ เธออ้าปากดูดนิ้วของเขาเบาๆ
เส้นประสาทส่วนปลายที่ปลายนิ้วมีความหนาแน่นมากเมื่อนิ้วถูกดูดเอาไว้ในปากจะรู้สึกชื้นและร้อนราวกับถูกผ้าห่อเธอดูดนิ้วพลางจ้องมองไปที่เขาความรู้สึกที่ถูกััที่ปลายนิ้วช่างเร้าอารมณ์มากเสียจนหลัวจ้งซีรู้สึกเสียวาบที่กระดูกสันหลังเธอปล่อยนิ้วของเขาออกแล้วยิ้มอย่างไร้เดียงสา ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเขารู้สึกว่าการเต้นของหัวใจของเขาเต้นถี่ระรัวราวกับว่าเขาได้หวนคืน่วัยเยาว์ที่ถูกลืมไปแล้วอีกครั้ง“คืนวันอาทิตย์ผมไปนอนบ้านคุณได้ไหม?” หลัวจ้งซีโพล่งออกมาในความเป็จริง เขาควรจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองก่อนซึ่งเขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ไม่ได้ทำ
อี้สี่พยักหน้าอย่างไม่ลังเลหลัวจ้งซีรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย “จริงๆแล้วคุณสามารถหาคนอื่นมากินในเวลาที่หิวก็ได้นะ ฉันไม่สนใจหรอก” จู่ๆเธอก็พูดแบบนี้ออกมา
ประโยคนี้ตีความได้ชัดเจนมันดังเสียดแทงเข้ามาในหูของเขา เขามองดูเธอ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอย่าง “ไม่มีทาง”หรือ “ผม้าแค่คุณเท่านั้น” ที่เป็ไปไม่ได้นี่ออกมาแม้ว่าเขา้าผูกขาดอี้สี่มาก แต่อย่างที่จินอิ๋นพูด เขาไม่ได้เป็อะไรกับเธอแล้วเขาก็ยังมีความสัมพันธ์กับคนอื่นอีกมากมายเกินกว่าจะจัดการได้
ด้วยไม่รู้ว่าควรจะต้องตอบอะไรหลัวจ้งซีจึงทำได้เพียงหัวเราะออกมาแล้วปล่อยผ่านไปอี้สี่ค่อนข้างชอบความซื่อสัตย์ของเขาในการหลีกเลี่ยงเื่หนักไปเป็เบาได้บางคนซื่อสัตย์ไม่ได้แต่อยากผูกขาด และการพูดถึงความรักมากเกินไปก็เป็เพียงแค่คำพูดอี้สี่คอยสังเกตจุดเดือดของเขาอยู่เสมอ เขาขี้หึงหวงแต่เขารู้ดีว่าความหึงหวงสามารถจะไปไกลถึงขนาดไหนในฐานะคู่นอนหลัวจ้งซีถือได้ว่าเป็คู่นอนที่ดี
การที่ได้ออกไปดื่มชายามบ่ายเป็บางครั้งบางคราวให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมากเมื่อกลับเข้าครัวทุกสิ่งก็จะรู้สึกน่าเบื่อหน่ายน้อยลงแล้ว “บ่ายนี้คุณไปไหนมา? ผมไม่เห็นคุณเลย” เฉินเจี้ยนฉวินถาม
“ไปกินเค้กมา อยู่ในตรอกใกล้ๆ นี่เอง รสชาติไม่เลวเลยคราวหน้านายก็พาฉีเสี่ยวิ่ไปสิ” อี้สี่พูดเธอเปิดกระติกน้ำร้อนเพื่อดื่มและก็พบว่ามีชาขิงร้อนอยู่ข้างใน ครั้งนี้ไม่น่าจะใช่หลัวจ้งซีหรอกใช่ไหม? เธอมองเฉินเจี้ยนฉวินด้วยความสงสัย
“เสี่ยวิ่มีงานตอนเย็น ผมทำไว้ให้เธอดื่มเอง พอดีมีขิงเหลือเยอะ”เฉินเจี้ยนฉวินรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณนะ” อี้สี่รู้สึกดีมากจริงๆ ฉีเสี่ยวิ่โชคดีมาก
“ผมเทนมออกให้คุณไปแล้ว นมไม่สามารถเก็บในกระติกน้ำร้อนได้นานขนาดนั้นแบคทีเรียจะสามารถแพร่พันธุ์ได้ง่าย” เฉินเจี้ยนฉวินพูด
เป็ไปตามที่คาดด้วยเพราะมันสะอาดและไม่มีกลิ่นค้างอยู่เลยอี้สี่รู้สึกว่าเขาเป็คนที่ละเอียดรอบคอบมากจริงๆ
ก่อนเริ่มงานหลัวจ้งซีเดินเข้ามาถามอี้สี่ว่าเธออยากดื่มอะไรร้อนๆ ไหมอี้สี่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เฉินเจี้ยนฉวินช่วยฉีเสี่ยวิ่ทำน้ำขิงและพอดีว่ามีเยอะเลยแบ่งมาใส่ในกระติกน้ำร้อนของฉันแล้ว”
“ฉีเสี่ยวิ่?”
“ใช่แล้ว! เป็แฟนของเขา” อี้สี่กระซิบข้างหูของหลัวจ้งซี
หลัวจ้งซีเหลือบมองไปทางเฉินเจี้ยนฉวินทว่าเฉินเจี้ยนฉวินกลับหันไปอีกทางพลางหลบสายตาของหลัวจ้งซี