“น้องส้มเปรี้ยวคนสวย วันนี้มีอะไรให้พี่สิงห์กินบ้างหรือจ๊ะ” สิงห์ชายหนุ่มเกเร ลูกชายเ้าของเขียงหมูในตลาด ชอบมาขายขนมจีบให้ส้มเปรี้ยว แต่เธอไม่เล่นด้วย
“ข้าวแกงก็เมนูเดิม ที่เหลือก็เป็อาหารตามสั่ง พี่สิงห์อยากกินอะไรล่ะ พี่สั่งมาฉันก็ทำให้ได้” ส้มเปรี้ยวตอบคำถามอย่างเป็ปกติ เธอรู้ว่าสิงห์คิดยังไงกับเธอ แต่เธอก็ทำเหมือนไม่รับรู้ และไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะเล่นด้วยกับสิงห์
“เอาข้าวผัดหมูเพิ่มไข่ดาวให้พี่จานหนึ่งก็แล้วกัน”
“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันไปทำให้”
หลังจากที่พ่อกับแม่เสียชีวิต เหมียวบอกให้ส้มเปรี้ยวพักรักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพต่อ เพราะกลับบ้านนอกไปก็ไม่มีคนดูแล พอส้มเปรี้ยวอาการดีขึ้นก็ตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด โดยรับ่ทำร้านขายอาหารต่อจากแม่ ซึ่งเ้าของห้องเช่าก็ใจดีให้ส้มเปรี้ยวเช่าร้านต่อโดยไม่ขึ้นค่าเช่า
ส้มเปรี้ยวคุ้นเคยกับการทำร้านข้าวราดแกงและอาหารตามสั่งอยู่แล้ว เพราะเธอช่วยงานที่ร้านของเหมียวและแก้วอยู่หลายปีจนชำนาญ อีกอย่างฝีมือการทำอาหารของส้มเปรี้ยวก็ดีกว่าแม่ของเธอมาก ทั้งลูกค้าเดิมที่เป็ขาประจำของแม่ยังช่วยกันโฆษณาร้านของส้มเปรี้ยวแบบปากต่อปากอีก ทำให้มีคนรู้จักร้านของส้มเปรี้ยวกันมากขึ้น ในแต่ละวันส้มเปรี้ยวต้องยุ่งกับการทำงาน จึงไม่มีเวลามาคิดเสียใจกับเื่ของตัวเองอีก ทำให้ส้มเปรี้ยวดูมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก จนเธอเกือบจะกลับมาร่าเริงได้เหมือนเดิมแล้ว
ถ้าไม่เป็เพราะลุงเชิด พ่อขี้เมาของพี่เหมียวเที่ยวไปพูดจนทั่วหมู่บ้านและทั่วตลาดถึงอาการป่วยของส้มเปรี้ยว เื่ยุ่งๆ อย่างทุกวันนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ในแต่ละวันส้มเปรี้ยวต้องทนให้ได้กับคำนินทาหรือแม้แต่ต้องคอยรับมือกับหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่หวังจะเข้ามาจีบและอยากมีความสัมพันธ์กับเธอเพียงแค่ความสนุก
“พี่ส้มเปรี้ยว พี่ทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ” หนิงลี่ สาวน้อยหน้าตาน่ารักทำงานอยู่ที่ร้านทำผมในตลาดเดินเข้ามาทัก
“่นี้เงียบไม่ค่อยมีลูกค้า อยู่ว่างๆ พี่ก็เลยหานิยายมาอ่าน วันนี้เธออยากกินอะไรล่ะ” ส้มเปรี้ยวยิ้มตอบ
“เอาเมนูเดิมก็แล้วกันค่ะ” หนิงลี่ยิ้มตาเป็ประกาย “พี่ส้มเปรี้ยวชอบอ่านนิยายย้อนอดีตเหรอ”
“อืม ชอบมากเลยล่ะ พี่เริ่มอ่านั้แ่ตอนไปอยู่ที่กรุงเทพใหม่ๆ แล้ว อ่านผ่านเว็บทั้งสะดวกทั้งประหยัด นิยายแนวนี้ได้รับความนิยมมากเลยนะ” ส้มเปรี้ยวพูดไปด้วยมือก็ผัดกับข้าวไปด้วย
“ถ้าพี่ย้อนอดีตไปได้เหมือนในนิยาย พี่อยากย้อนไปอยู่ในยุคไหน แล้วพี่อยากเอาอะไรไปบ้าง” หนิงลี่ยังถามต่อ
“ย้อนไปยุคไหนก็ได้ทั้งนั้นล่ะ พี่ชอบทั้งหมด แต่จะเอาอะไรไปน่ะเหรอ” ส้มเปรี้ยวหยุดคิด “พี่อยากเอาระบบตลาดค้าส่งไปด้วย ถ้าเอาไปได้จริงพี่คงมีความสุขมาก”
“ตลาดค้าส่งแบบไหนที่พี่อยากเอาไปด้วย?”
“ก็ต้องเป็ตลาดค้าส่งใหญ่โตเหมือนกับที่ทำงานเก่าพี่ยังไงล่ะ ตลาดที่พี่เคยทำงานอยู่แบ่งออกเป็หลายโซนมาก สินค้ามีขายทุกอย่าง อาหาร ผลไม้ เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์การเกษตร เจ๊หลิวเ้านายเก่าของพี่ยังไปเปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเล็กๆ ไว้ที่ท้ายตลาดอีกด้วยนะ บอกเธอไปก็ไม่หมดหรอก ขนาดพี่ไปทำงานอยู่ที่นั่นตั้งหลายปียังไปเดินดูของได้ไม่ทั่วตลาดเลย”
“อย่างงี้ก็เท่ากับห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งเลยสิคะ” หนิงลี่ทำตาโต “ฟังดูแล้วตลาดบ้านเราคงเทียบไม่ได้เลย”
“ตลาดบ้านเราเทียบไม่ได้หรอก ที่ดูว่าตลาดบ้านเราคนเยอะก็เพราะตลาดของเราอยู่ติดกับ บขส. เท่านั้นเอง อีกอย่างสินค้าในห้างก็ยังเทียบกับตลาดค้าส่งที่นั่นไม่ได้เลย สินค้ามีให้เลือกเยอะมากจริงๆ พี่พูดให้เธอฟังสามวันสี่วันก็ยังบอกไม่หมดเลยมั้ง” ส้มเปรี้ยวตอบพร้อมกับหัวเราะขึ้นเสียงดัง “เธอก็ชวนพี่พูดไปเรื่อยเปื่อยจริงๆ จะมีที่ไหนที่คนเราจะย้อนเวลาหรือทะลุมิติไปได้”
“ถ้าย้อนเวลาได้จริงล่ะคะพี่ส้มเปรี้ยว พี่อยากจะย้อนไปไหม” หนิงลี่ถามอย่างตื่นเต้น
“อยากสิ ถ้าย้อนไปได้พี่อยากจะไปสร้างครอบครัวและมีลูกสักหลายๆ คน” ส้มเปรี้ยวพูดเสียงเศร้า
หนิงลี่รีบตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนที่จะเดินไปเกี่ยวก้อยกับส้มเปรี้ยว “พี่ส้มเปรี้ยวอยากไปใช้ชีวิตในอดีตดูไหม ถ้าพี่อยากไป ฉันส่งพี่ไปได้ และพี่ยังจะได้มิติที่มีตลาดค้าส่งอย่างที่พี่อยากได้ติดตัวไปด้วย พี่จะยอมไหม”
“ยอมสิยอม เธอรีบบอกพี่มาว่าพี่ต้องทำยังไง” ส้มเปรี้ยวแกล้งทำท่าทางตื่นเต้น ก่อนที่จะขยี้ผมหนิงลี่อย่างเอ็นดู “เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว แล้วก็รีบกลับไปทำงานเร็วๆ เข้า เดี๋ยวเ้าของร้านก็หาเื่หักเงินอีกหรอก”
“พี่ส้มเปรี้ยวไม่เชื่อฉันหรือ เดี๋ยวคืนนี้เราเจอกัน”
ส้มเปรี้ยวนอนพักอยู่ที่ชั้นสองของร้าน เพราะไม่อยากกลับหมู่บ้านไปทะเลาะกับลุงเชิดที่คอยแต่จะเข้ามาขอเงินไปซื้อเหล้า ั้แ่ที่ลุงเชิดเมาอาละวาดที่งานแต่งงาน พี่เหมียวก็โกรธมาก นอกจากจะโอนเงินผ่านส้มเปรี้ยวมาให้พ่อของตัวเองแล้ว พี่เหมียวก็ไม่คิดที่จะกลับมาบ้านเกิดอีกเลย
ส้มเปรี้ยวเอาเงินให้ลุงเชิดตามจำนวนที่พี่เหมียวโอนมาให้ครบทุกบาท แรกๆ ก็ยังดีไม่มีปัญหา แต่หลังๆ ลุงเชิดกลับชอบมาะโด่าส้มเปรี้ยวว่าเธอแอบยักเงินที่พี่เหมียวส่งมาให้ไปไว้ใช้เอง ส้มเปรี้ยวอธิบายยังไงลุงเชิดก็ไม่ฟัง เธอเบื่อมากจนขนของจากบ้านมานอนอยู่ที่ร้านเสียเลย
“พี่ส้มเปรี้ยวตื่นเถอะ” หนิงลี่ปลุกส้มเปรี้ยวเสียงเบา
ส้มเปรี้ยวค่อยๆ ลืมตาขึ้นก็ต้องใเมื่อเห็นหนิงลี่ยืนจับมืออยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่งในห้องของเธอ “หนิงลี่ เธอเข้ามาให้ห้องพี่ได้ยังไง แล้วเธอพาใครเข้ามากับเธอด้วย”
“พี่ส้มเปรี้ยว นี่คือสามีของฉัน พวกเรามาจากยุคอดีตด้วยกัน ตอนนี้เขาหาร่างที่จะอยู่ในภพนี้ได้แล้ว ยังเหลือฉัน...” หนิงลี่ตอบส้มเปรี้ยวด้วยสีหน้าจริงจัง
ส้มเปรี้ยวทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจ แต่ก็ถามออกไป “เธอหมายความว่ายังไง”
“พี่จำได้ไหมเมื่อตอนกลางวันที่ฉันถามพี่น่ะ”
“เื่ย้อนอดีตนะเหรอ” ส้มเปรี้ยวยังไม่เชื่อ “มันเป็เื่จริงเหรอ หนิงลี่...เธออย่ามาล้อพี่เล่นนะพี่ไม่ตลกด้วย”
“ฉันไม่ได้ล้อเล่น ถ้าพี่อยากทำความฝันให้เป็จริง พี่สามารถสลับร่างกับฉันได้ และฉันยังจะให้มิติติดตัวพี่ไปด้วย”
“แต่ถ้าพี่สลับร่างกับเธอ เธอกับสามีก็จะมีลูกไม่ได้ ครอบครัวของเธอก็จะไม่สมบูรณ์ เธอยังอยากจะสลับร่างกับพี่อีกเหรอ เธออยู่ที่ร่างของหนิงลี่ไปอย่างนี้จะไม่ดีกว่าเหรอ”
“ร่างที่สามีฉันจะเข้าไปอยู่ก็ไม่สามารถมีลูกได้ เพราะฉะนั้นฉันจะไปอยู่ในร่างของผู้หญิงคนไหนก็ไม่สำคัญ” หนิงลี่หันไปยิ้มให้สามี “ขอแค่ชาตินี้เราสองคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้ พวกเราก็ไม่้าอะไรอีกแล้ว อีกอย่างหนิงลี่คนนี้ก็จะหมดอายุขัยในวันพรุ่งนี้แล้ว พี่ไม่ต้องกังวล”
ส้มเปรี้ยวทำท่าคิดหนัก ชาตินี้เธอไม่สามารถมีลูกได้ ทำให้เธอเลิกฝันที่จะสร้างครอบครัวไปนานแล้ว แต่ถ้าเธอสลับร่างกับหนิงลี่ ความฝันของเธอก็จะกลับมาเป็จริงได้อีกครั้ง อีกทั้งที่นี่เธอก็ไม่มีห่วงให้ต้องคอยกังวลอีกแล้วด้วย
“ได้ พี่ตกลงสลับร่างกับเธอ” ส้มเปรี้ยวพนักหน้ารับ
หนิงลี่ยื่นมือไปเกี่ยวก้อยกับส้มเปรี้ยวอีกครั้ง “พี่จะได้กลับไปใช้ชีวิตในร่างของฉัน พี่ส้มเปรี้ยว...อย่าโทษฉันเลยนะ แต่ก่อนที่พี่จะมีความสุข พี่ต้องแก้ไขชื่อเสียงที่ไม่ดีของฉันก่อน”
“นี่เธอ...” ส้มเปรี้ยวยังพูดไม่จบ เธอก็หลับไปก่อน