๑๐
ผียายทวด
ข้าพเ้าฝันในคืนวันศุกร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ อันเป็ฝันประหลาดที่ข้าพเ้าเคยฝันมา ณ ความฝันสองตีนของข้าพเ้ากำลังยืน ณ หน้าบ้านหลังเก่าของคุณยาย บ้านหลังน้อยชั้นเดียวที่ก่อด้วยอิฐบล็อกสีเทาเรียงรายกันเป็ชั้นๆ ฉาบด้วยปูนคอนกรีตสีเดียวกันจนเรียบ มิได้ทาสีใดเลยแม้แต่น้อยทั้งนอก-ในของบ้าน
หลังคากระเบื้องสีขาว บัดนี้กลายเป็สีดำด้วยคราบราดำที่เกาะเต็มพื้นที่จนกลายเป็สีคล้ายมะกอกเทศหรือลูกพรุน
เมื่อข้าพเ้ามองไปที่คานอันทำด้วยไม้ ข้าพเ้าไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็ไม้อันใด อนุมานว่าไม่ไม้สักก็ไม้ตะเคียน อันหาได้ยากแล้วที่จักเป็คานไม้ในปรัตยุบัน เนื่องจากทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทยเหลือน้อยเต็มที ผู้คนจึงนิยมใช้เหล็กทำเป็คานแทน
ประตูบ้านเป็ประตูไม้สักที่มิได้ใช้กบเหลาไม้ให้เป็สีเนื้ออันเกลี้ยงเกลาชุบด้วยสีน้ำมันเนื้อไม้แลทินเนอร์แต่อย่างใด หากแต่เป็ประตูที่ยังใช้เนื้อไม้เดิม กล่าวคือนำไม้ที่ไม่ผ่านกระบวนการเหลานำมาเลื่อยตัดเป็ประตู
เคหาสน์น้อยนี้มีประตูหลายบาน บานประตูก็เหมือนกับประตูตามบ้านทั่วไป หากแต่ประตูหน้าบ้านจักพิเศษกว่าบานอื่น เนื่องด้วยเป็ประตูไม้ มีบานพับที่คล้ายกับประตูบานพับตามห้องประชุมต่างๆ
หน้าต่างของบ้านหลังนี้มี ๒ แบบ แบบที่หันหน้าไปทางทิศใต้แลทิศตะวันตกเป็หน้าต่างกระจกกรอบไม้ ส่วนทิศอื่นของบ้านเป็หน้าต่างไม้ธรรมดา
บ้านเล็กหลังนี้ไม่มีห้องนอน มีเพียงเตียงสองหลังที่ตั้งไว้หลังละตำแหน่ง รวมสองตำแหน่ง ตำแหน่งแรกเป็เตียงที่ตั้งไว้กลางบ้าน มีลักษณะเป็เตียงไม้สักเก่า มีสี่เสาเอาไว้แขวนหูมุ้งสีขาว โดยในอดีตคุณตากับคุณยายจักนอนที่เตียงนี้ แล้วท่านจึงย้ายไปที่บ้านปลูกใหม่ข้างเคียงบ้านหลังนี้ซึ่งมีมุ้งลวดในภายหลัง
เตียงหลังถัดมาเป็เตียงที่อยู่ข้างในซึ่งถูกล้อมไว้ด้วยกำแพงทั้งสองด้าน อีกสองด้านเป็ชั้นวางของขนาดใหญ่สูงสามเมตรอันกั้นไว้ไม่หมด เหลือช่องเล็กๆ ช่อง๑ที่มีม่านกั้น โดยม่านถูกแขวนไว้บนราวที่พาดผ่าน้าสุดของชั้นวางของทั้งสองหลัง มันดูเหมือนห้องลำลองห้องหนึ่งซึ่งไร้ประตูปิดกั้น พิศดูภายในห้องนั้นมีเตียงสปริงที่อายุการใช้งานจัดว่าใหม่เอี่ยม แลมีมุ้งชนิดครอบ รูปร่างคล้ายฝาชีสีเหลืองใสขนาดมหึมา ครอบเตียงสปริงไว้ป้องกันยุงลาย
เนื่องจากบ้านหลังนี้ไร้ซึ่งมุ้งลวด ทำให้ยุงลายสามารถเข้ามากัดผู้อาศัยได้โดยผ่านทางผนังอิฐบล็อกช่องลม เตียงหลังที่สองนี้ไว้สำหรับอาคันตุกะของคุณตา-คุณยายมานอนพัก โดยมักเป็พวกน้องๆ ของแม่ หรือน้าๆ ของข้าพเ้านั่นเอง
อนึ่ง สถานที่นี้ตั้งอยู่กลางชนบทในอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช บ้านซึ่งไร้เครื่องปรับอากาศ ส่วนพัดลมนั้นก็มีเพียง ๒ เครื่องต่อ ๒ เตียงเท่านั้น
ปกติคุณยายของข้าพเ้าเป็คนงกอย่างมาก ท่านไม่นิยมเปิดพัดลมเพราะเปลืองค่าไฟ ท่านถือคติว่าใช้ลมธรรมชาติก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับผู้ที่มาอาศัยพักบ้านของท่านเป็การชั่วคราวนั้น น้อยคนที่จักไม่กระอักกระอ่วนในเื่นี้
ห้องน้ำเป็ส้วมคอห่านนั่งยองสีเหลืองแบบตักน้ำราด อนึ่งน้ำที่ใช้ราดจักถูกเก็บไว้ในอ่างขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็อ่างก่อด้วยปูน มันมีสีที่อึมครึม พื้นห้องน้ำก็อึมครึม เพราะมิได้ปูกระเบื้องหากแต่เป็พื้นปูนฉาบหยาบๆ แสงไฟในห้องน้ำก็จัดว่าน้อยจนริบหรี่ เนื่องจากอาศัยแสงไฟในห้องครัวร่วมกัน กล่าวคือใช้หลังการไฟหนึ่งดวงสองห้อง มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านคงนึกอุทานในใจว่า “อุเหม่” คุณยายของข้าพเ้า ช่างเค็มดัง” เกลือเรียกพี่” เลยเทียว
ครัวที่นี่อยู่หน้าประตูทางเข้าห้องน้ำ มีเกือบทุกอย่างที่ครัวไทยพึงมี ทั้งเตาแก๊ส หม้อ จาน ชาม ตู้เย็นแบบ ๑ ประตูยี่ห้อ Whirlpool หม้อหุงข้าวแลกระติกน้ำร้อนยี่ห้อ Sharp เครื่องปั่นอเนกประสงค์ยี่ห้อ National แต่ไม่มีเตาไมโครเวฟ เนื่องจากมันเป็อุปกรณ์ที่ทันสมัยเกินไปสำหรับผู้สูงวัย
...
มันเป็เวลาบ่ายแก่ๆ ที่ข้าพเ้ายืนอยู่หน้าบ้านคุณยาย กับกรลูกของน้าอ้อย น้าสาวของข้าพเ้า ท่านผู้อ่านคงจักจำกรได้บ้างแล้ว เนื่องจากข้าพเ้าเขียนถึงกรสองเื่ คือเื่ “สอบธุรการ” กับ “สามคนบนทางรถไฟ” ฉันนั้นข้าพเ้าคงมิต้องสาธยายลักษณะทางกายภาพของกรมากนัก แต่ขอเขียนเพื่อทวนความจำผู้อ่านบ้างเป็ไร คงไม่เสียมรรยายดอกกระมัง
กรเป็ชายหนุ่มวัย ๒๑ รูปร่างสูงโปร่งเกือบ ๒ เมตร หุ่นค่อนไปทางท้วมเล็กน้อย ผิวสองสี สายตาสั้นแต่ไม่จัดว่าสั้นมาก สวมแว่นสายตาบ้างเป็ครั้งคราว ชอบเล่นบาสเก็ตบอลกับกีตาร์เป็ชีวิตจิตใจ
กรสูบบุหรี่ไฟฟ้าไปพลางคุยกับข้าพเ้าไปพลาง กลับกันข้าพเ้ามิได้สูบบุหรี่แต่อย่างใด เพราะข้าพเ้านั้นได้เลิกสูบบุหรี่ไปั้แ่ พ.ศ๒๕๖๔ แล้ว
ความจริงเื่ที่เราคุยกันก็คือเื่ที่เราตัดสินใจจักนอนเฝ้าคุณตาคุณยายในบ้านหลังนี้ โดยข้าพเ้าจักนอนบนโซฟา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเตียงของตากับยายแลเตียงของแขก เพื่อที่ว่าข้าพเ้าจักได้ดูแลคุณตากับคุณยายได้สะดวก เพราะท่านชราภาพมากแล้ว อายุล่วงเลยมาถึงวัย ๙๐ กว่าปี ส่วนกรนั้นนอนที่เตียงแขก
(แผนผังที่วางสิ่งของในบ้านคุณตา-คุณยาย)
โซฟาเป็โซฟาไม้เก่าทำด้วยไม้สัก มีขนาดยาวประมาณ ๑๖๕ เิเ ซึ่งเล็กกว่าตัวข้าพเ้าที่สูง ๑๘๐ เิเ แต่ข้าพเ้าจำใจนอน เพราะความกตัญญูกตเวที
ดึกสงัดคืนนั้นตากับยายนอนหลับสนิท กรก็หลับสนิทเช่นกัน ส่วนข้าพเ้าผู้นอนหมอนขิดกลับนอนไม่หลับ! อาจเป็เพราะข้าพเ้ามิได้รับลมเย็นๆ จากพัดลมก็เป็ได้ อากาศจึงค่อนข้างอบอ้าว หูของข้าพเ้าได้ยินเสียงนาฬิกาเดินอย่างชัดเจน ในความมืดข้าพเ้ากวาดสายตาไปทั่วไล่ั้แ่เพดานจรดบริเวณที่วางของตรงข้ามกับโซฟาที่ข้าพเ้านอนอยู่
เมื่อกวาดสายตาจากบนลงล่างจักเจอสิ่งต่อไปนี้: บนสุดจักเป็เพดาน, ต่อมาจักเป็เสาที่แขวนไฟ LED ซึ่งทำเลียนแบบหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบยาว, ถัดจากหลอดไฟจักเป็ชั้นวางของสูง ๓ เมตร แล้วถัดจากชั้นวางของจึงเป็พื้นที่มิได้ปูกระเบื้อง.
เมื่อข้าพเ้ากวาดสายตาจากเพดานลงมา ยังไม่ทันลงมาถึงชั้นวางของดิบดี ข้าพเ้าก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของหญิงชราผู้๑ซึ่งข้าพเ้าคุ้นตา หล่อนสวมชุดคลุมยาวสีดำประหนึ่ง “ผู้คุมิญญา” ในนวนิยาย Harry Potter หรือชุดที่มีลักษณะคล้ายกับ “ยมทูต” ในภาพยนตร์หรือการ์ตูนหลายเื่
ข้าพเ้ามองหญิงชราผู้นี้อย่างตาค้างแลใสุดขีด ทันใดนั้นภาพของหญิงชราจากเลือนรางก็พลันชัดแจ้ง หล่อนมิใช่ใครที่ไหนหากแต่คือ “ทวดวุ่น” ยายของแม่หรือแม่ของยายข้าพเ้านั่นเอง
ตอนข้าพเ้าถือกำเนิดในพุทธศักราช ๒๕๓๙ ไม่นานนักทวดวุ่นก็เสีย ข้าพเ้ายังเป็ทารกแบเบาะจึงจำความไม่ได้ มินึกมิฝันว่าข้าพเ้าจักเห็นทวดวุ่นมาปรากฏกายเช่นนี้
แม้ชุดที่ทวดใส่จักเป็ชุดคล้ายยมทูต แต่ทวดมิได้มาเอาิญญาข้าพเ้าแต่อย่างใด ทวดยิ้มให้กับข้าพเ้า ยิ้มหวานๆ ของหญิงชราที่ไร้ซึ่งฟันไว้ขบเคี้ยว ดูคล้ายกับหญิงชราทั่วไปซึ่งยิ้มให้เด็กๆ แม้ข้าพเ้าจัก ใที่เห็นทวดวุ่นมาปรากฏกาย แต่ท่านก็ยังยิ้มให้ข้าพเ้าไม่หยุดหย่อน ท่านไม่พูดไม่จากับข้าพเ้าแม้นแต่เพียงนิด ข้าพเ้าก็ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์อันใดต่อ ข้าพเ้าตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ พร้อมกับคำถามที่ว่า “ทวดวุ่นมาเข้าฝันข้าพเ้าทำไมกัน???” หรือท่าน้าที่จักให้ข้าพเ้าเขียนเื่สั้นที่มีชื่อว่า “ฝัน สตอรี่” ต่อไปเรื่อยๆ กระมัง
จ๊ะ เสือไบ
๒๐ พ.ค. ๒๕๖๗