ภารกิจสามสิบวัน หวังว่าคุณจะหลงรักผม

    ตอนที่47 กลิ่นความรัก (2)

            “ไอ้กาย… ทำอะไรวะ” เสียงทีปกรตะโกนเข้ามาขัดจังหวะจนทั้งสองสะดุ้ง และรีบผละตัวออกจากกันทันทีด้วยความตกใจ

             

            “ทำอะไร ไม่เห็นจะทำอะไรเลย” เกียกกายรีบปฏิเสธทันที และกระโดดกลับขึ้นเตียงผู้ป่วยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนธาริณีนั้นได้แต่หันหน้าไปทางอื่นด้วยความอายที่น้องชายเข้ามาเห็น

             

            “ฉันเห็นนะว่าแกทำอะไรพี่ธา” ทีปกรมองไปยังเพื่อนรักและพี่สาวของตนสลับกันไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาด้วยความตกใจ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพี่สาวของตนจะทำอะไรแบบนี้กับเกียกกายได้

             

            “สิ่งที่นายเห็นมันเป็นแค่ภาพลวงตา” คำพูดกวน ๆ สไตล์เกียกกายพร้อมท่าทางยักคิ้วหลิ่วตา ดูแล้วไม่มีความสำนึกยิ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกหมั่นไส้เป็นอย่างมาก 

             

            “ลวงตากับผีอะดิ”

             

            “อย่าพูดถึงผีดิวะ จิตใจอ่อนไหวเลยนะครับเนี่ย” เกียกกายใช้มือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกทาบไปยังอกของตนเพื่อแสดงถึงอาการขวัญเสียแบบจอมปลอม ธาริณีได้แต่ฟังเพื่อนรักทั้งสองปะทะคารมกัน

             

            “ยังจะมาเล่นอีก ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่านายลวนลามพี่ฉัน มันน่าโดนสักทีไหมเนี่ย” ทีปกรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมทั้งเดินเข้าไปทำท่าจะดีดหูเพื่อนรัก เกียกกายรู้ทันจึงเอียงคอหลบและรีบพูดออกมาเร็ว ๆ

             

            “ไม่ได้ลวนลามสักหน่อย เขาเรียกว่าการสมยอมต่างหาก แล้วมันผิดตรงไหนที่แฟนเขาจะคิสกัน” เกียกกายเหลือบตามองทีปกรที่ตอนนี้กำลังหยุดชะงัก 

             

            “ฮะ!! อะไรนะ แฟนเหรอ ไปเป็นแฟนกันตอนไหน เรื่องจริงเหรอพี่ธา” น้องชายหันหน้ามาถามพี่สาว เพราะไม่อยากเชื่อว่าเรื่องที่ได้ยินนั้นจะเป็นเรื่องจริง

             

            “อือ…เราสองคนเป็นแฟนกันแล้ว” การสารภาพความจริงออกมาทำให้ธาริณีรู้สึกอายจนหน้าแดง ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาผู้เป็นน้องชาย ความรู้สึกเหมือนเด็กที่ถูกผู้ใหญ่จับได้ว่ากำลังมีแฟนในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

             

            “เห็นไหมฉันบอกแล้ว เย่ ๆ” เกียกกายก้มลุกไปหอมแก้มธาริณีอีกฟอดใหญ่ พร้อมทั้งอุ้มร่างบางนั้นจนตัวลอย ความดีใจจนกลั้นไม่อยู่นี้ทำให้ลืมไปเลยว่าแขนอีกข้างของตนยังเข้าเฝือก

             

            “ให้มันน้อย ๆ หน่อย เกรงใจฉันบ้าง” ทีปกรพยายามแยกทั้งสองให้ห่างออกจากกัน จนเกียกกายต้องวางธาริณีลงและเปลี่ยนไปกอดคอผู้ที่เข้ามาขัดขวางแทน

             

            “ได้ครับน้องเขย พวกเรากลับบ้านกันดีกว่าครับ” ทีปกรหันมาถามด้วยความงงอีกครั้ง

             

            “เดี๋ยวนะบ้านใคร”

             

            “เอ่อ… พี่ว่าจะให้กายมานอนบ้านเราสักพักจนกว่าแขนจะหาย ไหนจะเรื่องรถที่ต้องซ่อมไม่รู้จะได้เมื่อไร กายอยู่บ้านคนเดียวคงจะทำอะไรลำบากแย่ ไหนจะต้องเดินทางมาหาหมออีก พี่ว่าอยู่ใกล้พี่น่าจะดีกว่า” เกียกกายพยักหน้าสนับสนุนในคำพูดของธาริณีที่ตอนนี้ได้เลื่อนสถานะเป็นคนรักกันแล้ว

             

            “ชักเอาใหญ่แล้วนะพี่ธา”

             

            “แต่พี่บอกแม่แล้วนะ แม่ก็เห็นด้วย ทีพากายกลับบ้านไปก่อนเถอะพี่ยังไม่เลิกงาน”

             

            “อ้าวพี่ ให้ผมรอก่อนก็ได้นะครับ” แววตาออดอ้อนปรากฏบนใบหน้าของเกียกกาย ถ้าใส่หูใส่หางให้ก็คือลูกหมาดี ๆ นี่เอง

             

            “อย่าดื้อดิกลับไปรอที่บ้านนะ เดี๋ยวมืด ๆ พี่ก็กลับ” ธาริณีลูบไปยังหัวของเกียกกาย แววตาบ่งบอกถึงความรักความห่วงใยที่มีให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างเปี่ยมล้น

             

            “ครับพี่” 

             

            ภาพบาดตาเบื้องหน้าทำให้ทีปกรถึงกับมองบน ด้วยความหมั่นไส้ในการกระทำของพี่สาวที่มีต่อเพื่อนรักของตน บทจะไม่ชอบก็แสดงออกว่าเกลียดอย่างเห็นได้ชัด บทจะรักขึ้นมาก็แสดงความหวานออกมาจนเลี่ยน

             

            “พอกันได้รึยัง เหม็นความรักจะตายอยู่แล้วเนี่ย”

     

     

            “เจ้าจะอิจฉาพวกนั้นไปไย ในเมื่อเจ้าก็มีข้าอยู่ข้างกายแล้วทั้งคน” เสียงพูดที่คุ้นเคยดังก้องผ่านหูทั้งสองข้าง ทีปกรมีอาการสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่หันไปหาเสียงนั้นแต่อย่างใด กลับยืนนิ่งดั่งต้องมนตร์สะกด 

             

            เจ้าของเสียงแสดงตัวออกมายื่นอยู่ตรงหน้าเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ พร้อมประทับริมฝีปากลงบนแก้มของทีปกรด้วยความอ่อนโยน ใบหน้าจรดใบหูผู้ที่ถูกสัมผัสแดงขึ้นโดยอัตโนมัติด้วยความเขินอาย อาการใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะผสมกับความรู้สึกหวิว ๆ ในท้องกลับมาอีกครั้ง

             

            “คุณหายไปไหนมา ผมคิดถึงคุณมากเลยรู้บ้างไหม” ทีปกรสวมกอดชายร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าจนแน่น ความรู้สึกโหยหาความอบอุ่นได้ส่งผ่านไปยังร่างนั้นทันที 



    คล้ายกับเรื่องภารกิจสามสิบวัน หวังว่าคุณจะหลงรักผม ที่คุณอ่าน