หลังจากการเดินทางผ่านดินแดนน้ำแข็งที่แสนเหน็บหนาว อาคิระและยูเอะมาถึงเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่เชิงวิหารคริสตัล เมืองนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความอบอุ่นและความศรัทธา ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นจัด อาคารทุกหลังถูกสร้างจากหินอ่อนขาวผสานกับคริสตัลโปร่งแสงที่ส่องประกายระยิบระยับ แสงสีทองจากท้องฟ้าสะท้อนลงมา ทำให้เมืองทั้งเมืองดูราวกับถูกอาบไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
เสียงสวดมนต์แ่เบาดังก้องจากทุกมุมเมือง ผสานกับสายลมเบา ๆ ที่พัดผ่านมา บรรยากาศทั้งหมดอบอวลไปด้วยความสงบ ผู้คนที่สวมชุดสีขาวปักลวดลายทองเดินผ่านไปมาอย่างมีระเบียบ แต่บางครั้งก็หยุดหันมามองอาคิระและยูเอะด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
“ที่นี่คือเมืองแห่งศรัทธา” ยูเอะเอ่ยขึ้น ขณะเดินนำอาคิระไปตามถนนที่ปูด้วยหินขาว “ผู้คนที่นี่นับถือเทพแห่งเซเลส…ซึ่งแม่ของยูเอะคือหนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งแสงที่ปกป้องพวกเขา”
อาคิระกวาดตามองรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ “ดูเหมือนเธอจะเป็ที่รู้จักน่าดูเลยนะ” เขาพูดหยอก ขณะที่เห็นบางคนโค้งศีรษะเล็กน้อยเมื่อยูเอะเดินผ่าน
ยูเอะหัวเราะเบา ๆ “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่ในฐานะลูกสาวของผู้พิทักษ์แสง ผู้คนก็ให้ความเคารพอยู่บ้าง”
พวกเขาเดินมาจนถึงทางเข้าวิหารคริสตัลที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง แสงสีทองบางเบาลอยวนอยู่รอบวิหาร ทำให้มันดูเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจแตะต้องได้ ประตูทางเข้าขนาดใหญ่ถูกแกะสลักอย่างประณีตด้วยลวดลายของจิ้งจอกเก้าหางที่สง่างาม
ยูเอะหันมายิ้มให้เขา “แม่ของยูเอะคงรออยู่ข้างใน”
ทั้งสองเดินขึ้นบันไดหินขาวทีละขั้น อาคิระััได้ถึงความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในวิหาร อากาศอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมร่างเขา ผนังคริสตัลใสราวกับกระจกสะท้อนแสงสีทองไปทั่วห้องโถง ทุกก้าวย่างของเขาดังก้องเบา ๆ แต่กลับดูสงบอย่างน่าประหลาด
ที่ปลายสุดของห้องโถง ร่างของจิ้งจอกเก้าหางขนาดใหญ่ยืนอยู่กลางแสงสีทอง ขนสีขาวบริสุทธิ์ส่องประกายราวกับแสงจาก์ ดวงตาสีทองอร่ามจ้องมองตรงมาที่อาคิระราวกับมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจ
“นั่นคือ…แม่ของเธอเหรอ?” อาคิระกระซิบเบา ๆ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความทึ่ง
ยูเอะพยักหน้า ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคุกเข่าลง “แม่…ยูเอะกลับมาแล้วค่ะ”
จิ้งจอกเก้าหางก้าวช้า ๆ ออกมาจากแสงสีทองที่โอบล้อมรอบตัวเธอ ความสง่างามของร่างนั้นทำให้อาคิระไม่อาจละสายตาได้ เมื่อแสงจางลง เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ เธอสวมชุดสีขาวประดับลวดลายทองอ่อนที่ละเอียดอ่อนและวิจิตร ดุจผลงานศิลปะจาก์ ชุดของเธอพลิ้วไหวราวกับมันมีชีวิต เส้นผ้าสีทองที่คาดเอวถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับคล้ายดวงดารา ขับให้เธอดูยิ่งสง่างามราวกับเทพธิดา
เรือนผมสีดำสนิทไหลยาวถึงกลางหลัง ตัดกับหูจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ชี้เด่นอยู่บนศีรษะ ดวงตาสีทองสุกสกาวของเธอเปล่งประกายราวกับแสงจากดวงอาทิตย์ แต่กลับอบอุ่นและอ่อนโยนจนทำให้ผู้ที่สบตารู้สึกเหมือนถูกโอบกอดด้วยความสงบ ใบหน้าของเธอประณีตงดงามไร้ที่ติ ดุจดั่งภาพวาดในตำนาน เครื่องประดับศีรษะที่ประดับด้วยดวงแก้วคริสตัลและสายโซ่สีทองสะท้อนแสงเรืองรอง ให้ความรู้สึกราวกับเธอคือผู้ที่ได้รับพรจาก์
แม้จะดูเปราะบางในรูปลักษณ์ แต่แสงสีทองบางเบาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ กลับทำให้อาคิระรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่และความน่าเกรงขามที่ยากจะเทียบเคียง
“ยินดีที่ได้พบ…” เสียงของเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น แว่วก้องกังวานไปทั่วห้องโถง คล้ายกับเสียงนั้นกำลังกล่อมเกลาจิตใจที่ว้าวุ่นให้สงบลง
“เ้าคือผู้ที่ได้ช่วยลูกข้าไว้…ใช่หรือไม่?”
อาคิระยืนตัวตรง ก่อนจะโค้งเล็กน้อยอย่างสุภาพ “ครับ…ผมชื่ออาคิระ”
หญิงสาวมองเขาด้วยแววตาที่อ่านทะลุทุกอย่าง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ข้าคือฮิคาริ ผู้พิทักษ์แสงแห่งเซเลส และเป็แม่ของยูเอะ”
“ข้าต้องขอบคุณเ้าที่ช่วยชีวิตลูกข้าไว้” ฮิคาริกล่าวต่อ พลางก้าวเข้าไปใกล้
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ” อาคิระตอบ น้ำเสียงจริงใจ “ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง”
ฮิคาริพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เ้ามีจิตใจที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งเกินกว่าที่ข้าคาดไว้”
เธอหันไปมองยูเอะ ดวงตาเปล่งประกายแห่งความรักและความภูมิใจ “ลูกแม่ เ้าจะต้องช่วยนำทางเขาไปสู่เส้นทางแห่งแสง ช่วยปกป้องเขา และช่วยให้เขาบรรลุภารกิจที่ยิ่งใหญ่”
“ยูเอะจะทำให้ดีที่สุดค่ะ!” เด็กสาวตอบเสียงหนักแน่น
ฮิคาริยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมาที่อาคิระ เธอยื่นมือแตะที่หน้าผากของเขา แสงสีทองสว่างจ้าละลานตาแผ่ซ่านออกจากปลายนิ้ว ความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างเขา ราวกับพลังบางอย่างกำลังปลุกจิตใจที่สับสนให้มั่นคงขึ้น
“ขอให้แสงแห่งศรัทธานำทางเ้า” ฮิคาริเอ่ยเสียงนุ่ม “และขอให้เ้าพบกับความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้า”
อาคิระหลับตารับพลังนั้น เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกสงบและมั่นใจแทรกซึมอยู่ในใจของเขา ฮิคาริถอยกลับไปยืนเคียงข้างยูเอะ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
“คืนนี้พวกเ้าพักที่นี่เสียก่อน” ฮิคาริกล่าวเสียงเรียบ “วันพรุ่งนี้ จงเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางไปยังดราเคน ดินแดนที่รอความช่วยเหลือ”
อาคิระพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเหลือบมองยูเอะที่ยืนข้างเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“แม่ของเธอน่าเกรงขามจริง ๆ” เขากระซิบกับยูเอะเบา ๆ
ยูเอะหัวเราะเสียงใส “แม่ของยูเอะเป็แบบนี้แหละ แต่แม่ก็เชื่อมั่นในตัวพี่ชายมากนะ”
อาคิระยิ้มบาง ก่อนจะหันหลังเดินไปยังห้องพักที่เตรียมไว้ ค่ำคืนนี้ พวกเขาจะพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้
การเดินทางครั้งใหม่นี้ไม่ใช่เื่ง่าย แต่เขาก็รู้แล้วว่า เขาไม่ได้เดินทางเพียงลำพัง