ตอนที่ 5
วันแรกของการทำงาน
“ป้าค่ะนวลจะไปแล้วค่ะ” นวลส่งเสียงบอกป้าล้วน ที่อยู่ในครัวให้รับรู้ว่าเธอจะไปสอนหนังสือแล้ว
“หนูนวลจะไปอย่างไรละ” ป้าล้วนเดินออกมาจากครัว แล้วถามนวล
พลันสายตาของแกเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนตะคุ่ม ๆ อยู่ด้านหลังของซุ้มพวงแสด
“เอ้า! ไอ้ตองแปงเอง นี่เอ็งมาทำไมแต่เช้าว่ะ” ป้าล้วนะโถามด้วยความสงสัย
ตองแปงจำใจต้องเดินออกมาจากซุ้มพวงแสดทันที เมื่อเห็นว่าป้าล้วนรู้แล้วว่าเขามาหลบอยู่ที่บริเวณตรงนี้
ฉันจะมารับแม่ครูคนงาม เฮ้ย! ครูนวล ไปส่งที่โรงเรียน” ตองแปงพูดตะกุกตะกัก
นวลหันไปมองหน้าป้าล้วนด้วยความแปลกใจ แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะพูดโต้ตอบกัน ตองแปงรีบอธิบายต่อทันที
“ฉันผ่านมาทางนี้พอดี ฉันเลยมาแวะรับครูนวล ไปส่งที่โรงเรียนด้วยเสียเลย” ตองแปงอธิบายออกมาลอย ๆ เป็การแก้เก้อให้กับตัวเอง
“เอ็งแน่ใจนะว่าเอ็งผ่านมา โดยไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่ แต่ข้าว่าเอ็งกลับไปเสียเถอะ เพราะหนูนวลคงไปไม่ไปกับเอ็งหรอก” ป้าล้วนเริ่มมีอาการหงุดหงิดไม่พอใจ
“ทำไมละป้า ก็ฉันอุตส่าห์แวะมารับแล้ว” ตองแปงเริ่มมีอารมณ์ไม่พอใจเช่นกัน
“แล้วใครเข้าใช้หรือไหว้วานเอ็งมารับล่ะ” ป้าล้วนย้อนกลับไป
“เอะ! ป้านี่พูดจาไม่ถูกหูเลย” ตองแปงถลึงตาใส่ป้าล้วน
นวลเห็นทั้งคู่เริ่มจะมีวิวาทะประคารมต่อกัน เธอจึงตัดบทเสียก่อน โดยการบอกให้ป้าล้วนอย่าไปต่อปากต่อคำกับตองแปง แล้วหันหน้ามาจะบอกห้ามตองแปง
“นายตองแปงกลับไปเสียเถอะ เดี๋ยวพี่เยาว์จะมารับ ขอบใจนะที่มีน้ำใจ” นวลบอกกับตองแปง
“ไปกับผมก็ได้ เดี๋ยวให้ครูเยาว์ตามไปทีหลังก็ได้ครับ”
ตองแปงพูดเหมือนคนเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ กอปรกับด้วยความดีใจที่นวลพูดตอบโต้กลับมา ตองแปงดีใจมากที่นวลโต้ตอบกับเขา
“เอะ! ก็หนูนวลบอกให้เอ็งกลับไป ก็กลับไปซิ ฟังไม่รู้เื่หรือไงว่าเดี๋ยวคุณเยาว์จะมารับเอง เอ็งฟังไม่เข้าใจหรือไง” ป้าล้วนเสียงเขียวใส่ตองแปง
“แล้วป้ามายุ่งอะไรด้วย ไม่ใช่เื่ของป้าสักหน่อย”" ตองแปงพูดเสียงเข้มกลับไป แต่ไม่ทันที่ป้าล้วนกับตองแปงจะได้ตอบโต้ใส่กัน ทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงักลงทันที เมื่อมีเสียงหนึ่งดังแทรกมา ทางด้านหลังของตองแปง
“มาทำอะไรแถวนี้ละตองแปง”
เสียงที่ดังขึ้นมา ทำให้ตองแปงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย
“ครูถามว่ามาทำอะไรแถวนี้” เยาวลักษณ์เน้นเสียงถามซ้ำ
“ผมมารับ เฮ้ย! ไม่ใช่ พอดีผมผ่านมาแถวนี้ ผมก็เลยแวะมาเยี่ยมทักทายป้าล้วนสักหน่อย” ตองแปงพูดอ้อม ๆ แอ้ม ๆ
“เธอดีกันกับป้าล้วนแกแล้วหรือ ถึงได้แวะมาเยี่ยมเยียนทักทายแก” เยาวลักษณ์กระเซ้ากลับไป
ตองแปงยิ้มแหย่ ๆ ด้วยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เมื่อรู้ว่าเยาวลักษณ์นั้นรู้ทันวัตถุประสงค์ของตนเองว่ามาทำอะไรที่นี่
“ทักทายกับป้าล้วนเสร็จเรียบร้อยหรือยังละ” เยาวลักษณ์อดกระเซ้าต่ออีกไม่ได้
“เสร็จแล้วครับ นั้นผมลาครูเยาว์เลยนะครับ”
ตองแปงยกมือไหว้เยาวลักษณ์อย่างร้อนรน แล้วจะก้าวเท้าเดินจากไป แต่เยาวลักษณ์ร้องทักขึ้นมาเสียก่อน
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไป ลาป้าล้วนแกเสียหน่อยซิ ไหน ๆ ก็คืนดีกันแล้ว จะไม่ยกมือไหว้ลาแกสักหน่อยหรือ” เยาวลักษณ์พูดยิ้ม ๆ
ตองแปงหันหน้ามามองป้าล้วน ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยกมือไหว้ทิ่มพรวดไปอย่างเสียมิได้ แล้วก้าวพรวดเดินตรงไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หลังซุ้มพวงแสด คร่อมรถได้สตาร์ตรถอย่างแรงขับออกทันทีอย่างรวดเร็ว ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มที่
ทั้งสามคนหันมามองตากันแล้วส่งยิ้มให้กันอย่างขัน ๆ แต่คนที่สะใจมากที่สุดคงจะไม่มีใครเกินป้าล้วนแน่ เพราะแกไม่ชอบตองแปงเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“ไปกันเถอะจ้ะน้องนวล เดี๋ยวเด็ก ๆ จะรอนาน นี่พวกแกตื่นเต้นกันยกใหญ่เลยนะ ที่พวกแกจะได้มีครูคนใหม่มาสอนพวกแก” เยาวลักษณ์บอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นตามเด็ก ๆ ไปด้วย
“ขนาดนั้นเลยหรือคะพี่เยาว์” นวลถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดีใจเคล้าระคนปนกันไป
“ก็ใช่นะซีจ้ะ พี่จะหลอกนวลทำไมละ”
“พี่เยาว์ค่ะ นวลจะไม่ทำให้พวกเด็ก ๆ ผิดหวังในตัวนวลอย่างเด็ดขาด” นวลเน้นเสียงด้วยความมุ่งมั่น
เยาวลักษณ์มองหน้านวล ด้วยสายตาขอบคุณแทนพวกเด็ก ๆ แล้วยิ้มให้นวลแทนคำขอบคุณจากหัวใจของเธออีกครั้ง แล้วทั้งคู่จึงออกเดินทาง
ในไม่ช้าทั้งคู่ก็มาถึงโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอย สภาพของโรงเรียนปลูกเป็เพิงไม้ชั้นเดียว อาคารมีอยู่ 3 หลัง แต่ละหลังกั้นห้องด้วยไม้เป็ล็อก ๆ แต่ละหลังก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมพอประมาณ ถ้าฝนตกจะเรียนกันได้หรือเนี่ย นี่นะหรือโรงเรียน ช่างแตกต่างกับเด็กในเมืองเสียเหลือเกิน จริงอย่างที่เยาวลักษณ์พูดไว้ว่าเด็กพวกนี้น่าสงสาร นวลนึกถึงคำพูดของพ่อขึ้นมาทันที พ่อมักจะสอนเธออยู่เสมอว่า ถ้าเรามีโอกาสที่ดีกว่าเขา เราควรยื่นโอกาสที่ดีให้กับเขาบ้าง เท่าที่เราจะสามารถจะทำได้ นวลยกมือขึ้นมากำล็อกเกตที่คล้องอยู่ที่คอ‘คุณพ่อขา นวลจะแบ่งโอกาสดี ๆ ที่นวลได้รับมา ให้กับเด็ก ๆ พวกนี้ คุณพ่อช่วยเป็กำลังใจให้นวลด้วยนะคะ’ นวลพูดอยู่ในใจ ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเธอจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้
“ที่นี่มีสอนั้แ่ ป.1-ป.6 น้องนวลจะต้องรับผิดชอบ ั้แ่ชั้น ป.5-ป.6 ส่วนพี่จะสอนชั้น ป.1-ป.2” เยาวลักษณ์บอกงาน ในส่วนที่นวลจะต้องรับผิดชอบ
“แล้วที่เหลือละค่ะ” นวลถามด้วยความสงสัย
“ชั้น ป.3-ป.4 จะมี ตำรวจตระเวนชายแดน จะผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยสอน แต่ถ้าวันไหนพวกเขาต้องออกลาดตระเวนกันหมด เราก็ต้องช่วยกันสอนไปพลางๆ ก่อน น้องนวลคิดว่าจะสอนไหวไหม”
เยาวลักษณ์อธิบายให้นวลฟัง ประโยคสุดท้ายเธอถามนวลด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ด้วยเกรงว่านวลจะไม่พอใจในคำถามของเธอ นวลยิ้มให้กับเยาวลักษณ์ด้วยความเชื่อมั่น และด้วยสายตาที่มุ่งมั่นว่าเธอจะต้องทำที่นี่ให้เจริญให้ได้
“นวลจะไม่ทำให้พี่เยาว์ผิดหวังเป็อันขาดค่ะ”
“พี่ขอบใจน้องนวลมาก ที่น้องนวลเข้าใจพี่ เข้าใจเด็ก ๆ พวกนี้พี่ขอขอบใจแทนพวกเด็ก ๆ ด้วย” เยาวลักษณ์เอื้อมมือไปจับมือทั้งสอง ของนวลแล้วบีบเบา ๆ ยิ้มให้นวลเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้ง
“เราจะสู้ไปด้วยกันนะคะพี่เยาว์” นวลบอกกับเยาวลักษณ์
“จ้ะ เราจะสู้ไปด้วยกัน” เยาวลักษณ์ตอบกลับ
“อยู่ไหนคะพี่เยาว์ชั้น ป.5-ป.6 นวลจะได้ไปทำความรู้จักกับพวกลูกศิษย์ของนวล”
“อยู่ทางด้านนู้นจ้ะ ไปกันเถอะเดี๋ยวพี่จะพาไป” เยาวลักษณ์พูดพร้อมกับชี้ไปทางด้านขวามือ นวลยิ้มน้อย ๆ อีกครั้ง แล้วเธอก็เดินตามเยาวลักษณ์ไป
เมื่อเยาวลักษณ์พานวลมาถึงจุดหมายแล้ว เยาวลักษณ์เดินเข้าไป ในชั้นเรียนของชั้นประถมศึกษาปี 5 ซึ่งตอนนี้มีชั้นประถมปีที่ 6 มารวมตัวกันอยู่ในชั้นเรียนนี้ด้วย เสียงแจ้ว ๆ ของนักเรียนตัวน้อย กล่าวทักทายครูเยาวลักษณ์เสียงดังฟังชัดเจน
“สวัสดีครับคุณครู”
“สวัสดีค่ะคุณครู”
นักเรียนในชั้นยืนขึ้น แล้วทำความเคารพทันที เมื่อเยาวลักษณ์เดินมายืนอยู่ที่หน้าชั้นเรียน
“นั่งลงได้จ้ะเด็ก ๆ สวัสดีนักเรียนทุก ๆ คน วันนี้ครูมีข่าวดีจะมาบอกให้พวกเธอรู้ไว้ว่า พวกเธอได้คุณครูคนใหม่แล้วน่ะ ดีใจกันไหม” เยาวลักษณ์บอกกับเด็ก ๆ ในชั้นเรียน
เสียงเด็ก ๆ ส่งเสียงเซ็งแซ่ ดังลั่นห้องด้วยความดีอกดีใจ ที่จะมีครูคนใหม่มาสอนหนังสือพวกเขาเสียที
“เอาละ เอาละ เงียบกันก่อน” เยาวลักษณ์บอกห้าม
“ครูจะแนะนำให้พวกเธอรู้จัก กับคุณครูคนใหม่อย่างเป็ทางการ คุณครูชื่อว่าคุณครูนวล เชิญครูนวลเลยค่ะ” เยาวลักษณ์บอกกับเด็ก ๆ พร้อมกับเชิญให้นวลเข้ามายืนที่หน้าชั้นเรียน
นวลเดินเข้ามาตามคำเชิญของเยาวลักษณ์ แล้วเธอมาหยุดยืนข้าง ๆ เยาวลักษณ์ เด็ก ๆ ตบมือต้อนรับเสียงดังด้วยความตื่นเต้น ปนความดีใจที่ได้คุณครูคนใหม่
“ต่อจากนี้ไปก็เป็หน้าที่ของนวลแล้วน่ะ นวลทำความรู้จักกับเด็ก ๆ ได้เลย พี่ต้องขอตัวไปเข้าชั้นเรียนของพี่ก่อน เชิญนวลตามสบายเลย พี่ไปก่อนน่ะ” เยาวลักษณ์บอกกับหญิงสาว แล้วเดินจากไป โดยปล่อยให้นวลทำความรู้จักคุ้นเคยกับเด็ก ๆ
ในวันนี้นวลจะต้องรับผิดชอบ สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 ควบกับชั้นประถมศึกษาปี5ไปด้วย ในวันแรกของการสอน นวลเริ่มทำความรู้จักกับนักเรียนตัวน้อยของเธอไปก่อน แล้วจะเริ่มเป็จริงเป็จังในวันต่อไป
แสงสีทองในยามบ่าย เริ่มถักทอแสงฉานเป็ผืนใหญ่ แผ่รัศมีของแสงไปจนทั่วบริเวณโรงเรียน และแผ่ขยายไปจนทั่วหมู่บ้านละอู เข้าซุกซอนแทรกไปในทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณแห่งวัน ที่กำลังเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นของวันแล้ว และจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ของวันพรุ่งนี้ เหมือนเช่นทุก ๆ ครั้งที่เคยเป็ นวลยังสนุกอยู่กับการสอนหนังสือให้เด็ก ๆ จนไม่ได้สังเกตว่ามีคนมาคอยแอบมองตัวเองอยู่ จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาเลิกเรียน
“วันนี้หมดเวลาเรียนแล้วเด็ก ๆ เตรียมตัวกลับบ้านกันได้ แล้วอย่าลืมทำการบ้านมาส่งครูด้วยนะจ๊ะ” นวลพูดเสียงแจ้ว ๆ
“สวัสดีครับคุณครู”
“สวัสดีค่ะคุณครู”
เด็ก ๆ กล่าวคำลาครูนวล แล้วทยอยกันเดินออกจากห้องเรียนกันอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ท่าทางของเด็ก ๆ มีแต่รอยยิ้มและความสุขสำหรับการเรียนของวันนี้
นวลยืนดูเด็ก ๆ ทยอยกันเดินกลับบ้านอยู่สักพัก ก็เดินเข้ามาเก็บอุปกรณ์ในการสอน เพื่อเตรียมตัวจะกลับเรือนพัก เมื่อเก็บอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาจากห้องเรียน
ตองแปงวิ่งพรวดออกมาจากที่ซ่อนทันที รีบมายืนดักหน้านวลทันที กล่าวพูดทักทายนวล ด้วยสายตาเ้าชู้ตามนิสัยของเขา
“สวัสดีครับครูนวลคนงาม”
นวลซวนเซไปเล็กน้อยเพราะไม่ทันตั้งตัว เมื่อตั้งหลักได้แล้วเธอจึงถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยความใเล็ก ๆ ที่จู่ ๆ ก็มีคนมายืนขวางทางอย่างกะทันหัน เมื่อเธอตั้งสติได้ก็ปรับตัวจนยืนได้อย่างมั่นคง แต่เธอก็ไม่พูดอะไรโต้ตอบกลับไป
“ผมมารับครูนวลกลับบ้านครับ” ตองแปงบอก แต่นวลยังคงยืนเฉย ๆ ไม่พูดอะไรตอบกลับไป ตองแปงจึงคิดเข้าข้างตัวเอง ว่านวลคงจะไม่ขัดข้องที่จะกลับไปพร้อมกับเขา
“รถผมจอดอยู่ทางด้านนู้นครับ” ตองแปงบอกพร้อมชี้มือให้นวลดูตรงบริเวณที่เขาจอดรถไว้
“นายตองแปงไปเถอะ เดี๋ยวพี่เยาว์จะไปส่งฉันเอง” นวลรีบพูดตัดบทตอบกลับไปทันที
“ผมไปส่งก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องลำบากครูเยาว์” ตองแปงรีบอธิบายเมื่อนวลตอบปฏิเสธกลับมา
“ครูเยาว์เดินมานู้นแล้ว” นวลชี้ให้ตองแปงดู
ตองแปงหันไปดูตามทิศที่นวลชี้ เห็นเยาวลักษณ์กำลังเดินตรงเข้ามายังที่เขาและนวลยืนอยู่ ตองแปงชักสีหน้าขึงขังขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเยาวลักษณ์ แล้วหันมามองหน้านวล ด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก เมื่อเห็นว่าเยาวลักษณ์กำลังเดินคู่มากับใคร จนทำให้ตองแปงต้องรีบจากไป อย่างกะทันหันก่อนที่เยาวลักษณ์จะเดินเข้ามา
“ตองแปงใช่ไหม” เยาวลักษณ์ถามทันที เมื่อเธอเดินมาถึงตัวนวล เพราะเยาวลักษณ์จำท่าทางของตองแปงได้
นวลพยักหน้ารับแทนคำพูด แล้วหันไปแย้มยิ้มให้กับคนที่เดินคู่มากับเยาวลักษณ์
“สวัสดีค่ะพี่ปัฐ” นวลกล่าวคำทักทายให้ชายหนุ่ม
“สวัสดีครับน้องนวล” ปัฐพีกล่าวทักทายกลับเช่นกัน
“วันนี้คุณปัฐเขาว่างพอดี พี่เลยวานให้เขาไปส่งน้องนวลที่เรือนพัก พอดีว่าวันนี้พี่ต้องไปทำธุระนิดหน่อยในตัวเมือง พี่เลยต้องไปรบกวนให้คุณปัฐไปส่งน้องนวลให้ที น้องนวลคงไม่ว่าพี่นะ” เยาวลักษณ์บอกเหตุผล ที่ตัวเองไม่สามารถส่งนวลกลับเรือนพักได้
“รบกวนพี่ปัฐเปล่า ๆ นวลเกรงใจ นวลกลับเองก็ได้ค่ะพี่เยาว์” นวลตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ
“รังเกียจพี่ปัฐหรือครับ” ปัฐพีแสร้งถามเสียงอ่อย ๆ ในน้ำเสียงเจือความน้อยใจเล็ก ๆ
ยังไม่ทันที่นวลจะพูดโต้ตอบกลับปัฐพี เยาวลักษณ์เห็นสีหน้าผิดหวังของปัฐพี ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เธอจึงรีบตัดบทขึ้นมาทันที เพราะตัวเธอเองนั้นพึงพอใจในตัวของบุคคลทั้งสองนี้มาก เธอมีความตั้งใจว่าอยากจะให้ทั้งคู่เป็คู่รักกัน
“คุณปัฐเขาเต็มใจไปส่ง น้องนวลไม่ต้องเกรงอกเกรงใจหรอก คุณปัฐเขายินดีเสมอ สำหรับน้องนวลคุณปัฐเขาไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน” เยาวลักษณ์พูดในขณะที่เอียงตัวไปข้าง ๆ หูของนวล แล้วพูดประโยคสุดท้ายเบา ๆ ทำให้สีหน้าของหญิงสาว ถูกฉาบไปด้วยสีชมพูทั่วทั้งหน้าด้วยความเขินอาย
“พี่ฝากน้องนวลด้วยนะคะคุณปัฐ พี่ไปก่อนนะน้องนวล”
“ครับ” ปัฐพีรับคำสั้น ๆ พร้อมกับยิ้มให้เยาวลักษณ์บาง ๆ
ทั้งปัฐพีและนวลยืนมองเยาวลักษณ์เดินไปขึ้นรถ แล้วขับออกไปจนพ้นรั้วโรงเรียน ปัฐพีจึงหันมามองหน้านวล
“ไปกันเถอะครับน้องนวล รถจอดอยู่ทางด้านนู้น”
นวลพยักหน้ารับรู้เบา ๆ แล้วออกเดินเคียงคู่กันไป ยังบริเวณที่เขาจอดรถไว้ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าโรงเรียน
ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ กำลังถูกเชื่อมต่อและถูกจักสานด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันและกัน ตัวจักรสำคัญที่ทำให้ทั้งคู่ เริ่มขมวดเกลียวในหัวใจของเขาและเธอ ก็คือกาลเวลาแห่งรักของคนทั้งคู่