ฉินฮุ่ยเจียวจำใจเช็ดคราบเหนียวเหนอะหนะบนใบหน้าออกด้วยสีหน้าบูดบึ้งก่อนจะนำมือที่เปื้อนคราบนั้นมาถูไถกันไปมา จนคนที่อยู่ข้างๆแสดงท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด
แม่เจ้า!ฉินฮุ่ยเจียวไม่รักความสะอาดเอาเสียเลย!
"ป้าคะ" ฉินฮุ่ยเจียวมองป้าซิ่วฉินด้วยสายตาคาดหวังก่อนจะพูดว่า "เมื่อก่อนในหมู่บ้านป้าก็เป็นคนที่สนิทกับฉันที่สุดแล้วฉันจำได้ว่าบ้านป้ายังมีห้องว่างอยู่อีกห้องนี่คะ"
พูดจบก็เม้มปากอย่างกระดากอายแล้วส่งยิ้มซื่อๆ ออกมา
"ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยสักหยวนกว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือก็เดือนหน้าโน่น ป้าจะรับฉันไว้สักเดือนได้ไหมเมื่อก่อนตอนป้าไม่มีที่ไป ก็อาศัยอยู่ที่บ้านฉินของพวกเราไม่ใช่เหรอคะ?"
ตอนนี้เธอไม่มีเงินติดตัวแถมยังไม่มีที่ซุกหัวนอน จะให้นอนไปตามกองฟางก็ใช่เรื่องเดี๋ยวจะป่วยเอาเสียเปล่าๆ
พอถูกพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาป้าซิ่วฉินที่ก่อนหน้านี้ยังทำท่าทีเห็นอกเห็นใจ ก็แสดงสีหน้าลำบากใจออกมาทันทีเธอยิ้มแหยๆ พร้อมทั้งอธิบายตะกุกตะกักว่า "เจียวเจียวเธอก็รู้สถานการณ์ที่บ้านฉันดีนี่นา แม่สามีฉันหัวรั้นจะตายถ้าฉันพาเธอเข้าไปอยู่ด้วย มีหวังโดนถลกหนังแน่ๆ ฉันเองก็จนปัญญาจริงๆ!"
เหอะ…ถ้าไม่เห็นว่าเธอยังมีประโยชน์อยู่บ้าง จะไปเข้าใกล้เธอทำไมกัน?
ไร้ประโยชน์สิ้นดี!แค่คนในครอบครัวของตัวเองยังคุมให้อยู่ไม่ได้เลย!
ฉินฮุ่ยเจียวหน้าเสียทันที"ถ้าป้าไม่สะดวกที่จะรับฉันไว้ ถ้าอย่างนั้น..."
ว่าแล้วสายตาเธอก็เริ่มกวาดมองไปยังผู้หญิงคนอื่นๆ
"ที่บ้านรอฉันไปทำกับข้าวอยู่ฉันกลับก่อนนะ"
"ฉันก็มีธุระเหมือนกัน..."
พวกผู้หญิงต่างก็หาข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยง
ฉินฮุ่ยเจียวเบ้ปาก ในช่วงเวลาสำคัญกลับไม่มีใครช่วยได้สักคน ก่อนหน้านี้ยังบอกว่ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย
เธอจึงหันกลับไปยังป้าซิ่วฉิน
ป้าซิ่วฉินยิ้มแหยๆ พร้อมทั้งหาข้ออ้าง"แม่สามีฉันรอฉันกลับไปให้อาหารไก่อยู่ ฉันไปก่อนนะ เจียวเจียวเธอเองก็ลองหาทางดูนะ"
พูดจบเธอก็หยิบจอบ เดินจากไปด้วยความรวดเร็วเหมือนกับสัตว์ร้ายกำลังไล่ตามอยู่ข้างหลัง
เหอเถาฮวาเอาซาลาเปาไส้เนื้อสิบลูกไปให้บ้านสกุลฉินส่วนที่เหลืออีกห้าลูกก็เอาไปให้สวีซิ่ว ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันตรงทางแยก
"แม่คะ"
พอกลับมาถึงบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นว่าเด็กทั้งสามตื่นกันหมดแล้ว
ตอนนี้ฉินไห่เยว่กำลังนั่งอยู่ในบ้านตอนแรกที่เด็กน้อยตื่นมาไม่เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยว ก็ร้องไห้โวยวายฉินซู่อุตส่าห์ปลอบอยู่นานกว่าจะสงบลงได้ พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาเธอก็รีบลงจากเก้าอี้ ใช้ขาป้อมๆ วิ่งเข้ามาหาต่งเสี่ยวเสี่ยวทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยววางซาลาเปาลงแล้วสอดมือเข้าไปใต้รักแร้ทั้งสองข้างของฉินไห่เยว่
"ตัวแม่เปื้อนโคลนเดี๋ยวแม่ไปอาบน้ำก่อนดีไหม?"
ฉินไห่เยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มน้อยๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะเขี่ยจมูกของฉินไห่เยว่เบาๆ แล้วส่งซาลาเปาให้"ป้าเหอเถาฮวาเอาซาลาเปาไส้เนื้อมาให้พวกเราลูกเอาไปให้พี่ชายแล้วก็เฉินเฉินกินนะ แล้วก็แบ่งให้พ่อสองลูกด้วยส่วนแม่ขอไปอาบน้ำก่อน"
"ค่ะ พ่อต้มน้ำให้แม่เสร็จแล้วเพิ่งตักเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็เตรียมน้ำเย็นไว้ถังหนึ่งให้แม่ผสมเองด้วยค่ะ"
ฉินไห่เยว่ถือตะกร้าใบเล็กส่งเสียงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะเดินไปหาฉินไห่หยางกับเฉินเฉิน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลุกขึ้นเหลือบมองฉินซู่ที่กำลังนั่งผ่าฟืนเงียบๆ อยู่ในลานบ้านเธอจึงเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบชุดกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองอ่อนออกมา
ชุดกระโปรงลายดอกไม้เล็กๆสีเหลืองอ่อนตัวนี้ ต่งเสี่ยวเสี่ยวซื้อมาจากในตลาดในราคาห้าหยวนพอใส่แล้วจะทำให้ผิวพรรณดูผุดผ่อง ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยชอบมันมาก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วก็ปิดประตู ในอ่างอาบน้ำมีน้ำร้อนวางอยู่ ข้างๆกันก็มีถังน้ำเย็นวางเอาไว้ด้วย พร้อมกับกระบวยตักน้ำสีแดง
พอแช่ตัวลงไปในน้ำร้อนความเหนื่อยล้าตลอดช่วงเช้าก็ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับไอร้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างสบายใจ รู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว
พออาบน้ำเสร็จทุกคนในครอบครัวก็มานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร รอให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวมากินข้าวด้วยกัน
กับข้าวบนโต๊ะนั้นดูดีมาก ผัดใบมันเทศหนึ่งจาน ไข่ผัดมะเขือเทศ และซุปกระดูกหมูนอกจากนั้นก็ยังมีซาลาเปาสิบลูกที่เหอเถาฮวาเอามาให้วางอยู่บนโต๊ะ
ไม่ต้องใช้สมองให้เปลืองแรงแค่ใช้ปลายเท้าก็คิดออกแล้วว่านี่เป็นฝีมือของฉินซู่
"แม่คะ มากินข้าวเร็ว!" ฉินไห่เยว่ร้องเรียกต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยน้ำเสียงเล็กๆ
"มาแล้วจ้า"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบรับก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับฉินซู่ ก้มหน้าก้มตากินข้าวในชาม พร้อมทั้งพูดขึ้นว่า
"วันนี้ฉันจัดการฉินฮุ่ยเจียวไปยกใหญ่!"
ฉินซู่ที่กินข้าวอยู่ถึงกับชะงักสายตาเป็นประกายวาบ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไป พร้อมทั้งตอบว่า"อืม จัดการไปเถอะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำหน้าแปลกใจก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย
“นายไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าทำไมฉันถึงไปรังแกพี่สาวนาย?”
"เธอไม่ใช่คนจะไปหาเรื่องใครก่อนเว้นแต่พี่สาวฉันจะปากเสียอีกตามเคย งั้นก็ไม่จำเป็นต้องถามอะไรมาก" ฉินซู่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ มือก็ยังคงตักข้าวกินต่อไป
"ป้าใจร้าย!ต้องตีป้าก็ถูกแล้วนี่คะ!"
ฉินไห่เยว่กินข้าวจนแก้มตุ่ยทำให้พูดออกมาไม่ชัด แต่ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นกลับยิ่งทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใจอ่อนยวบเธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกเติมเต็มจนล้นปรี่
"แค่ว่าวันนี้ฉินฮุ่ยเจียวดูเหมือนจะไม่มีที่อยู่นายจะ..."
"ฉันคุยกับผู้ใหญ่บ้านไว้แล้วแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าพี่จะไปหาผู้ใหญ่บ้านหรือเปล่า ก็คงต้องแล้วแต่พี่เลย"
ฉินซู่สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์ใดๆช่วงสองชั่วโมงหลังจากที่พี่สาวถูกไล่ออกไปเขาก็ได้ไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านไว้เรียบร้อยแล้ว
พูดกันตามตรงที่ฉินฮุ่ยเจียวตกอยู่ในสภาพนี้ก็เป็นเพราะเธอการกระทำของตัวเธอเอง ถึงคำพูดจะดูเกินไปหน่อยแต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นพี่สาวแท้ๆ จะให้ทำเป็นไม่สนใจเลยก็คงไม่ได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดอะไรต่อเอาแต่กินซาลาเปาไส้เนื้อกับไข่ผัดมะเขือเทศอย่างเอร็ดอร่อย
"พี่เสี่ยวเสี่ยว!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังกินข้าวอยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงของสวีซิ่วดังขึ้นมาจากนอกบ้าน
พอเดินออกไปก็มียี่สิบเหรียญหยวนมาอยู่ในมือแล้ว
"นี่คือเงินที่ฉันกับป้าเหอเถาฮวาหามาได้เมื่อวานฉันเพิ่งกินอิ่มพอดี เลยจะไปหาป้าเหอเถาฮวาเพื่อซื้อของ คงไม่อยู่รบกวนแล้วไปก่อนนะคะ" สวีซิ่วพูดเสียงเบาๆ
"อืม" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรับเงินมาก่อนจะตอบรับ
ยังไม่ทันจะได้นั่งให้อุ่นก้นประตูรั้วก็ถูกใครบางคนเปิดออกอย่างแรง ผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อกล้ามสีขาวรูปร่างใหญ่และหัวล้าน ทั่วตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ
ชายหัวล้านมองมายังต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสายตาแดงก่ำเขาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า "เสี่ยวเสี่ยวเมียของฉันคลอดลูกยากลูกไม่ยอมออก หมอตำแยก็ทำอะไรไม่ได้เลยเขาเลยบอกให้รีบมาตามเธอไป"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขมวดคิ้ว"คลอดลูกยากก็พาไปโรงพยาบาลสิ!"
"ไม่ทันแล้ว" ชายหัวล้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ตอนนี้เมียของฉันเลือดท่วมตัวร้องจนไม่มีเสียงแล้ว ถ้าไม่รีบไป อาจจะต้องตายทั้งแม่ทั้งลูก ขอร้องล่ะช่วยเมียกับลูกของฉันด้วย ฉันยอมกราบเธอเลย!"
พูดจบก็เตรียมจะคุกเข่าลงไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบคว้าแขนของชายหัวล้านเอาไว้"นำทางไปค่ะ"
ชายหัวล้านอายุมากกว่าเธอจะปล่อยให้เขาคุกเข่าลงไปได้ยังไง
"อืม!"
ชายหัวล้านตอบรับคำ ก่อนจะรีบนำทางไปต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเข้าไปหยิบกล่องยาที่จัดเตรียมไว้โดยเฉพาะอย่างรวดเร็วแล้วรีบตามชายหัวล้านไปทันที
"แม่คะ แม่จะไปไหนคะ?"