หลังเกิดพระจันทร์แดง ทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปจากเมืองที่เงียบสงัดกลับกลายเป็เมืองที่มีแต่ความโกลาหลภูตผีและิญญาร้ายต่างโผล่ออกมาไปทั่วทั้งเมืองเด็กปีหนึ่งทั้งหมดต่างโดนผนึกขวัญ ทำให้ขวัญอ่อนขึ้นและเสียขวัญง่ายความกลัวเพียงน้อยนิดในจิตจะถูกขยายขึ้นเป็ยิ่งกว่าความกลัวเด็กที่ถูกฝึกไม่ให้กลัวในสิ่งใดก็อาจจะรับมือกับความกลัวนี้ได้ยากและสิ่งสำคัญคือการถูกจำกัดอาคม ทำให้อาคมอ่อนลงจนถึงใช้การไม่ได้ ทำให้หลายๆ คนวิ่งหนีอย่างลนลาน บางคนที่ฝืนสู้กับแค่ิญญาหรือลูกไฟที่ลอยไปมาก็แทบจะสู้ไม่ไหวสิ่งที่พวกเขาทำได้มากที่สุดและดีกับตัวเองคือการซ่อนตัวและปิดทวารทั้ง 7 แต่ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังพยายามที่จะช่วยเหลือเพื่อนๆ
ในโรงพยาบาล หญิงแว่น ก็ยังพยายามเดินหาเจนที่หายตัวไป โดยมีแม็กและเทพ ที่คอยดูแลและป้องกัน นุ่นกับโบว์ไปด้วยกัน
“ไอ้เทพมึงได้ยินเสียงอะไรไหมวะ”
“หือ เสียงอะไรไม่เห็นได้ยินเลย หูแว่วป่าวมึงอ่ะ”เทพพยายามเงี่ยหูฟังเสียงอะไรสักอย่างตามที่แม็กบอก แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยผิดกับโบว์ ที่ยืนตัวสั่นเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
“ฉันได้ยินใช่เสียงเหมือนอะไรกลิ้งบนพื้นหรือเปล่าแม็ก” แม็กหันมามองหน้าโบว์แล้วพยักหน้าให้นั่นทำให้โบว์เริ่มสติแตก และสั่นกลัวยิ่งขึ้น
“เจน นั่นเจนใช่ไหม”เสียงหญิงแว่นะโเรียกทำเอาทุกคนลืมเื่เสียงปริศนาไปเลยหญิงแว่นที่เห็นเงาคนในห้องข้างๆ จึงรีบเปิดประตูเข้าไปทั้งหมดจึงวิ่งตามกันเข้าไป แต่เมื่อทุกคนวิ่งเข้าไปเงาที่หญิงแว่นเห็นนั้นกลับเป็โครงกระดูกสำหรับการศึกษาที่ถูกแขวนอยู่ทำเอาทั้งหมดใจนล้มลงจะมีแต่หญิงแว่นคนเดียวที่ยืนนิ่งจ้องมองโครงกระดูกนั้นอย่างเรียบเฉย
“อ้าว โครงกระดูกเองเหรอเนี้ย ไม่ใช่เจนนิ”หญิงแว่นพูดราวกับไม่รู้สึกอะไรทำเอาแม็กเริ่มโมโหนิดๆลุกขึ้นจะต่อว่าหญิงแว่นแต่ถูกเทพดึงแขนรั้งไว้จนทั้งคู่ไปชนเอารถเข็นที่จอดอยู่ข้างๆจนไถลไปชนผนัง แม็กมองตามรถเข็นที่ไหลไปจนติดผนังและดูเหมือนจะคิดอะไรออก
“ใช่เสียงนี้และที่กูได้ยิน เสียงนี้แน่ๆเสียงล้อรถเข็น ใช่ไหมโบว์” แม็กหันไปถามโบว์ว่าใช่เสียงเดียวกับที่ตนได้ยินหรือไม่แต่กลับไม่มีโบว์ยืนอยู่ที่ใดเลยให้ห้องนี้ ทุกคนหันมองไปมา ทุกคนยังอยู่กันครบเว้นแค่โบว์คนเดียวที่ไม่อยู่ตอนนี้
“โบว์ โบว์” ทุกคนต่างะโเรียกแม็กวิ่งออกไปตรงทางเดินเพื่อมองหา แต่ก็ไม่เจอใครสักคนอยู่บริเวณนี้
“โบว์ ฮือๆ เจนหายไป แล้วก็โบว์ต่อไปต้องเป็ฉันแน่ๆฮือๆ” นุ่นเริ่มฟูมฟายเมื่อเห็นเพื่อนหายไปที่ละคน ตอนนี้นุ่นไม่ฟังเสียงใครแล้วแม้ว่าหญิงแว่นจะกอดปลอบ แม็กและเทพต่างบอกจะช่วยตามหาและปกป้องนุ่นก็ตามนุ่นก็ยังฟูมฟายร้องไห้ไม่หยุด
แต่แล้วก็มีเสียงตุ๊กแกดังขึ้น เป็เสียงสั้นๆ ครั้งเดียวแต่เสียงดูกังวาลและดุดัน ราวกับเสียงตุ๊กแกที่ตัวใหญ่มากทำเอานุ่นที่ร้องไห้ฟูมฟาย ถึงกับหยุดร้องและปิดปากตัวเองไว้
“นั่นมันแหละ ตุ๊กแกผี” นุ่นพยายามกระซิบเบาๆบอกพวกหญิงแว่น แล้วเสียงตุ๊กแกก็เริ่มดังขึ้นมา จากหนึ่งตัว เป็สองตัว สามตัวและเริ่มมากขึ้น มากขึ้น จนเสียงดังมาจากทุกสารทิศ หญิงแว่นพยายามมองไปรอบๆแม็กและเทพก็มองหาด้วย แต่รอบๆ ตัวพวกเขาไม่มีตุ๊กแกแม้แต่ตัวเดียวมีแต่เสียงเท่านั้น
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องของนุ่นดังขึ้นทุกคนหันมามองดูนุ่น มีลิ้นตุ๊กแกขนาดใหญ่พันรอบตัวของนุ่นไว้ ลิ้นที่ยาวเหยียดพุ่งมาจากประตูอีกฝั่งหนึ่ง พริบตาเดียวที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัวนุ่นก็ถูกลิ้นตุ๊กแกดึงหายออกไปจากห้อง พวกหญิงแว่นต่างวิ่งตามทันทีทุกคนวิ่งตามแต่ก็วิ่งตามไม่ทัน ทั้งสามต่างมองไปรอบๆ ไม่รู้ว่านุ่นถูกพาไปทางไหนเมื่อมาถึงทางแยกขนาดใหญ่
“แย่ละ ไปทางไหนเนี้ยทีนี้”เทพบ่นพลางมองขึ้นไปชั้นบนทีชั้นล่างที แม็กก็มองดูซ้ายทีขวาทีแต่ก็ไม่มีร่องรอยบ่งบอกว่าไปทางไหนเลย
“เราแยกกันไปหากันทีกว่า” เทพเสนอขึ้น แม็กถึงกับแปลกใจที่อยู่ดีเทพจะให้แยกกันไป ทั้งๆที่เวลาแบบนี้ ควรจะเกาะกลุ่มกันไว้เป็ดีที่สุด
“จะบ้าเหรอเวลาแบบนี้มึงจะให้พวกเราแยกกันอีกเหรอนี่คืนพระจันทร์แดงนะ แล้วนี่เราถูกจำกัดเวทกันอยู่”แม็กพยายามยกมือให้ดูเชื่อกที่รัดข้อมือของพวกเขาอยู่
“เอาน่ามึง เรายังสื่อสารทางจิตกันได้อยู่นิใครเจออะไรก็เรียกหากันได้ หรือว่ามึงกลัว”
“เอ่อ กงกลัวอะไร กูนะไม่มีปัญหาแต่หญิงแว่นนะเป็ผู้หญิง มันอันตรายถ้าจะให้ไปคนเดียวในสถานการณ์แบบนี้”แม็กพยายามหาข้อหักล้างความคิดของเทพที่จะให้แยกกันไป ซึ่งหญิงแว่นที่ได้ยินก็ไม่มีทีท่าตื่นตะหนกอะไร
“ไม่เป็ไรหรอกแม็ก ก่อนหน้านี้หญิงก็มาที่นี่คนเดียวไม่เป็ไรหรอก แยกกันหาก็ดี จะได้ไม่เสียเวลายิ่งเจอพวกนั้นเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ”แม็กที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรไม่ให้แยกกันได้แต่เออออไปตามน้ำเท่านั้น
“อืม แล้วแต่ละกัน งั้นหญิงแว่นดูชั้นนี้นะเดี๋ยวข้างบนฉันไปดูเอง ส่วนมึงไอ้เทพ ลงดูชั้นล่างเลย”
“เอ่อ เข้าใจเลือกนะมึงให้กูลงไปหาชั้นที่มีคนวิ่งหนีตุ๊กแกนะ”
“อย่าพูดมากนะมึง ความคิดมึงนิหรือกลัวจะไม่ไปก็ได้นะ”
“เอ่อ ไปก็ไป” เทพบอกปัด ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดทั้งสามต่างแยกกันไปคนละทาง หญิงแว่นที่จ้องมองสองหนุ่มแยกกันไปแล้วจึงออกเดินตามหาอีกทางหนึ่ง
ทางด้านธนาคารเชอร์รี่ก็กำลังรับศึกหนักเมื่อรู้ว่าผีร้ายที่กำลังเผชิญอยู่คือปู่โสม ทันทีที่พวกเขาทั้งห้าหลุดจากสมาธิเปิดทวารทั้ง 7 ปู่โสมก็เข้ามาประชิดแล้วบีบคอเชอร์รี่ไว้จนเท้าลอยจากพื้น
{{{ แสบนักนะแม่หนูน้อยบังอาจมาหลอกข้าได้ว่าเป็ลูกหลานข้า หลอกให้ข้าตามหารายชื่อผีทั้งป่าช้า เคยแต่ได้ยินว่าผีหลอกคนนี่กลับมีคนหลอกผี วันนี้เ้าจะได้รับรู้ว่าการหลอกผีอย่างข้า มันจะเป็เช่นไร}}}ผีปู่โสมที่ตอนแรกใช้มือแค่ข้างเดียวบีบที่ลำขอของเชอร์รี่ตอนนี้ใช้มือทั้งสองข้างบีบเข้าไปที่ลำคอของเชอร์รี่ ทำให้เชอร์รี่ดิ้นทุรนทุรายพยายามจะแกะมือผีปู่โสมออก
สองสาวและสองหนุ่มแฝดจึงรับวิ่งเข้ามาหมายจะช่วยเหลือเชอร์รี่แต่ไม่ทันจะถึงตัว ผีปู่โสมก็หันมาจ้องที่พวกเขาเขม็ง จนพวกเขาต้องหยุดชะงักทันใดนั้นเองฝูงเงินก็ปลิวว่อนเข้ามาให้ห้อง โอบล้อมพวกเขาและเธอเอาไว้สองสาวและสองหนุ่มต่างถูกฝูงเงินเข้ารุมทำร้าย จนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง
เชอร์รี่ที่เริ่มจะหมดลมหายใจ ได้แต่ท่องภาวนาอย่างเบาๆทำเอาผีปู่โสมถึงหัวเราะชอบใจที่เชอร์รี่แม้จะใกล้ตายก็ยังสวดคาถาอยู่แต่ก็สวดติดๆขัดๆ แต่ไม่ทันที่ผีปู่โสมจะทันตั้งตัว ก็มีผืนผ้าขี้ริ้วสีดำผืนใหญ่พุ่งเข้าใส่ผีปู่โสมผีปู่โสมลอยละลิ่วไปกับผืนผ้าขี้ริ้วทำให้เชอร์รี่หลุดออกจากมือผีปู่โสมตกลงมาจนสำลักอากาศที่รีบสูบเข้าไปหลังจากที่ถูกบีบคอจนหายใจไม่ออก
เศษผ้าขี้ริ้วหลังจากที่หอบผีปู่โสมไปจนติดผนัง ก็ลอยกลับมาอยู่ข้างเชอร์รี่เมื่อผ้าขี้ริ้วลอยมาหยุดอยู่ใก้ลเชอร์รี่ ก็ค่อยๆ มีขาโผล่ออกจากผ้าลอยลงมาเหยียบพื้น ผ้าค่อยๆ ปริวขึ้นไปจนร่างของใครบางคนก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาทีละนิดจนผ้าปลิวไปมัดรอบตัวจนกลายเป็ผ้าเตี่ยว และเสื้อยันต์เปิดอกสีแดง เผยให้เห็นร่างอันกำยำร่างกายที่มีแต่แผลถูกเย็บ ถูกฟัน มากมายบนลำตัว ร่างปริศนาก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองมาทางปู่โสม ใบหน้าที่ยังดูหนุ่มแน่นของชายชาตรีใบหน้ามีแต่รอยแผลเย็บ ดวงตาที่ขาวโพลไม่มีลูกตาดำ ทรงผมทรงมหาดไทยบ่งบอกสถานะว่าไม่ใช่คนในยุคปัจจุบันนี้แน่ๆ
{{{ ไอ้มั่น }}} ผีปู่โสมตกตะลึงเมื่อโหงพรายที่เข้ามาปกป้องเชอร์รี่เผยโฉมหน้าออกมา ราวกับว่ารู้จักและผูกพันกันเป็อย่างดี
“รู้จักใช่ไหมปู่ว่านี่ใคร” เชอร์รี่ที่ตั้งสติได้แล้วลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับผีปู่โสมอีกครั้ง แม้ว่าจะยังเจ็บคออยู่บ้างก็ตาม
“ไอ้มั่นเป็อีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันว่าฉันไม่เคยหลอกปู่เื่ที่ปู่เป็บรรพบุรุษของฉันไม่รู้ว่าปู่ไปโดนใครหลอกมานะ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ฉันแต่ก็พอจะรู้มาบ้างนะว่ามีข่าวว่าฉันไปหลอกให้ผีช่วยหารายชื่อผีให้ตอนสอบเข้าแต่ก็ไม่คิดว่าปู่จะเชื่อว่าฉันใช้ความเป็ลูกหลานมาหลอกใช้แบบนี้” เชอร์รี่เริ่มมีท่าทีที่ไม่เกรงกลัวใดๆแล้ว ค่อยเดินเข้าหาผีปู่โสอย่างมั่นใจทางผีปู่โสมก็ยังตื่นตะลังกับผีโหงพลายที่อยู่เบื้องหน้าตน
{{{ เกิดอะไรขึ้น ไอ้มั่น ทำไมเอ็งมีสภาพแบบนี้ }}}ผีปู่โสมที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจในคำพูดของเชอร์รี่ได้แต่จ้องมองทางโหงพรายเท่านั้น
“ถามอะไรมันก็ไม่ตอบหรอก ฉันจะตอบแทนเองละกันไอ้มั่นมันเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวปู่ไงละก่อนจะตายไอ้มั่นได้ทำพิธีเพื่อเรียกคืนิญญาตัวเองเวลาตายพอมันตายวิญญาญของมันจึงถูกสะกดไว้ตามพิธีกรรมที่มันทำมันจึงกลายมาเป็สัมภเวสีที่ไร้จิตใจ กลายเป็เครื่องจักรที่คอยฆ่าคนที่เข้ามาทำร้ายครอบครัวปู่ไงละ”
{{{ นี่เอ็งทำถึงขนาดนี้เลยเหรอไอ้มั่นยอมทิ้งจิติญญา ยอมที่จะกลายมาเป็สัมภเวสีไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแบบนี้ไปชั่วนิจนิรันดร์งั้นเหรอความจงรักภักดีของเอ็งมันช่างสูงส่งยิ่งนัก }}} ผีปู่โสมถึงกับพร่ำพรรณนาออกมาเมื่อได้ยินเื่ราวของไอ้มั่นบ่าวคนสนิท ที่คอยรับใช้อยู่เคียงข้างเขามาั้แ่เด็ก
ไอ้มั่นถือได้ว่าเป็เหมือนแขนขาของผีปู่โสมครั้งยังมีชีวิตไอ้มั่นรับใช้ผีปู่โสมมาั้แ่เด็กๆ เป็บ่าวในเรือนเบี้ย และจงรักภัคดีต่อนายอย่างที่สุดไอ้มั่นจึงได้รับความเอ็นดูจากพ่อและแม่ของผีปู่โสม ไว้ใจให้ดูแลรับใช้ผีปู่โสมผีปู่โสมก็เชื่อใจและไว้ใจไอ้มั่นมากเช่นกัน ตอนเรียนหนังสือเรียนวิชาอาคมหรือเพลงดาบ ผีปู่โสมก็ให้ไอ้มั่นได้ร่ำเรียนด้วยจนเมื่อผีปู่โสมได้เข้ารับราชการไอ้มั่นก็รับแต่ตั้งเป็ทหารคนสนิทของผีปู่โสมด้วยเช่นกันจนกระทั่งศึกาครั้งสุดท้าย ก่อนที่บ้านเมืองจะถูกเหล่าข้าศึกเข้ายึดครองผีปู่โสมได้ทำพิธีบัดพลีตนเองเพื่อปกปักรักษาทรัพย์สมบัติของชาติบ้านเมืองและก่อนที่ผี่ปู่โสมจะทำพิธีบัดพลีตนเองนั้น ได้ให้ไอ้มั่นพาครอบครัวของตนหนีข้าศึกไปในที่ที่ปลอดภัยแต่ระหว่างทางกับเจอข้าศึกจำนวนมากล้อมพวกเขาไว้ไอ้มั่นคนเดียวสามารถยันทัพข้าศึกมากมายแม้จะถูกฟันถูกแทงไปหลายหนมันก็ยังคงไม่ท้อยังคงยืนหยัดเพื่อปกป้องครอบครัวของผู้เป็นาย จนสุดท้ายแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ไอ้มั่นได้ทำพิธีกรรมเรียนคืนิญญากลับสู่ร่างเมื่อตายไปการกระทำเช่นนี้ ิญญาที่กลับสู่ร่างจะไร้ซึ่งจิตสำนึกจะทำแต่สิ่งที่ได้ทำพันธะสัญญาเอาไว้ ตราบชั่วนิรันดร์ไม่มีคาถาอาคมใดจะมาแก้ไขหรือปลดปล่อยได้
“นี่ด้วยพระอาจารย์ของปู่เองนะที่ทำการสะกดิญญาอีกครั้งให้ไอ้มั่นกลายมาเป็โหงพรายเพื่อรับใช้และปกป้องลูกหลานของปู่นะไม่งั้นไอ้มั่นก็คงกลายเป็สัมภเวสีร้ายไปแล้ว ทีนี้เชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้โกหก”เชอร์รี่ค่อยๆ เดินเข้าหาผีปู่โสม หวังให้ผีปู่โสมนั้นคลายความโกรธลงเผื่อว่าแกจะกลับมาเป็ปู่คนเดิมเมื่อครั้งที่ช่วยเธอในการสอบแต่ผีปู่โสมกลับหัวเราะขึ้นมาอย่างบ้าครั่ง จนเชอร์รี่ต้องหยุดชะงักแล้วถอยออกมา
{{{ ฮ่าๆๆๆๆ ดี ดี ในเมื่อเอ็งกลายเป็โหงพรายแล้วอยากรู้ว่าจะยังเก่งเหมือนเมื่อก่อนไหมเอ็งเคยดูถูกข้าโดยการไม่ใช้ฝีมือที่แท้จริงตอนสู้กับข้า วันนี้แหละเราจะได้ตัดสินกันไปว่าใครที่เก่งกว่ากัน}}} พูดจบผีปู่โสมก็พุ่งเข้าใส่เชอร์รี่อย่างรวดเร็วเล็บที่มืองอกยาวแหลมคมขึ้น พุ่งเข้าหมายจะแทงเข้าไปที่ท้องเชอร์รี่แต่ไม่ทันจะโดนตัวโหงพรายไอ้มั่นก็เข้ามาจับมือของผีปู่โสมไว้ได้ก่อนที่จะแทงถูกเชอร์รี่สองหนุ่งแฝดและเพื่อนสาวสองคนที่สามารถสลัดการไล่ล่าของฝูงเงินมาได้จึงรีบวิ่งเข้ามาดึงตัวเชอร์รี่ออกมาจากจุดนั้นทันที
ผีปู่โสมที่ถูกโหงพรายไอ้มั่นจับมือไว้ ได้ใช้มืออีกข้างตวัดเล็บใส่เล็บของผีปู่โสมถูกปัดด้วยของแข็งบางอย่างที่ตะวัดเล็บปู่โสมออกไปจนมีประกายไฟแตกกระเซ่นออกมามือของโหงพรายไอ้มั่นอีกข้างนั้นถือดาบเล่มใหญ่ปัดป้องเล็บของผีปู่โสมได้โหงพรายไอ้มั่นตวัดดาบตัดแขนผีปู่โสมข้างที่ถูกจับรั้งไว้ผี่ปู่โสมร้องโหยหวนคล้ายคนเ็ป ะโถอยหลังออกมาใบหน้าที่เรียบเฉยของโหงพรายไอ้มั่น ดูไม่สะทกสะท้านอะไร มันจับแขนข้างที่ตัดออกมาเขวี้ยงใส่ผีปู่โสมผีปู่โสมเอี้ยวคอหลบแขนของตนที่ถูกเขวี้ยงมามือนั้นจึงปักเข้ากับกำแพงเฉียดหูผีปู่โสมไปนิดเดียวผีปู่โสมเอาแขนข้างที่ถูกตัดเข้าไปเชื่อมต่อกับแขนที่ปักอยู่ที่ผนังเมื่องเชื่อมต่อกันได้สนิด ผีปู่โสมก็ดึงแขนออกมาจากผนัง ผีปู่โสมยืนนิ่งสักพักมือทั้งสองข้างของผีปู่โสมก็แปรเปลี่ยนเป็ดาบ
{{{ ตำนานการดวล ดาบสองมือกับดาบมือเดียวกลับมาอีกครับ ไอ้มั่นรับมือ }}} ผีปู่โสมพุ่งเข้าใส่โหงพรายไอ้มั่นทันทีทั้งคู่ต่างปะฝีดาบกันอย่างดุเดือด ทุกครั้งที่ดาบปะทะกันก็เกิดสะเก็ดไฟแตกกระจายฝีมือดาบของทั้งคู่ถือว่าสู้กันได้อย่างสูสีแม้จะเป็ดาบสองมือปะทะกับดาบมือเดียวก็สามารถต่อกรกันได้อย่างไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำกันเลย
ผีปู่โสมอาศัยจังหวะการฟันแบบไม่ยั้งถีบเข้าที่หน้าท้องโหงพรายไอ้มั่น จนโหงพลายไอ้มั่นเซถอยหลังเสียหลักไปผีปู่โสมก็รีบพุ่งเข้าหาพร้อมกับฟาดดาบทั้งสองลงกลางหัวแต่โหงพรายไอ้มั่นก็ใช้ดาบกันได้ พร้อมกับเตะเข้าที่กลางลำตัวผีปู่โสมจนผีปู่โสมกระเด็นกลิ้งไป
ไม่รอช้าโหงพรายไอ้มั่น พุ่งเข้าใส่ผีปู่โสมที่ล้มกลิ้งอยู่ฟาดดาบอันใหญ่ลงกลางหัวของผีปู่โสม ผีปู่โสมใช้ดาบเล่มหนึ่งกันไว้ได้และฟาดดาบอีกเล่มกลับไปหวังบั่นคอให้ขาดแต่โหงพรายไอ้มั่นก็เงยหน้าหลบคมมีดได้อย่างฉิวเฉียด
แม้คมดาบของผีปู่โสมจะหวดวืดไป แต่เท้าทั้งสองข้างของผีปู่โสมไม่วืดถีบเข้าเต็มท้องของโหงพรายไอ้มั่น โหงพรายไอ้มั่นถูกถีบยันตัวจนตัวปลิวขึ้นกลางอากาศผีปู่โสมไม่รอช้าะโยันตัวเองลุกขึ้นแล้วะโตามขึ้นไปฟาดดาบเข้ากลางลำตัวขาดครึ่ง
แต่พริบตาที่ฟาดดาบลงไปตัดกลับกลายเป็แค่เสื้อยันต์ที่ถูกตัดขาดครึ่งส่วนตัวของโหงพรายไอ้มั่นกลับยืนสงบนิ่งอยู่บนพื้นใต้ตัวผีปู่โสมโหงพรายไอ้มั่นจ้องเขม็งมาที่ผีปู่โสมก่อนจะขว้างดาบอันโตใส่ผีปู่โสมที่ยังลอยอยู่กลางอากาศผีปู่โสมพยายามเอี้ยวตัวหลบกลางอากาศ ทำให้ดาบพุ่งเฉือนหน้าอกผ่านไปนิดเดียว
แต่ทันทีที่ดาบพุ่งผ่านตัวผีปู่โสมก็ปรากฏร่างโหงพรายไอ้มั่นลอยอยู่เหนือหัวมาจับดาบไว้แล้วฟาดลงอย่างแรงใส่ผีปู่โสมผีปู่โสมเห็นท่าไม่ดีจึงรีบใช้ดาบทั้งสองประสานรับดาบของโหงพรายไอ้มั่นก่อนที่จะถูกฟันเข้าที่กลางหัว แต่แรงฟาดก็ทำให้ผีปู่โสม กระเด็นลงจนจมพื้นพื้นกระเบี้องแตกกระจาย โหงพรายไอ้มั่นพุ่งลงมาแทงดาบ ปักเข้ากลางลำตัวผีปู่โสม
ผีปู่โสมมองหน้าโหงพรายไอ้มั่นก่อนจะแสยะยิ้มพลันร่างกายของผีปู่โสมก็สลายกลายเป็ฝูงเงินพลัดปลิวจนโหงพรายไอ้มั่นแทบยืนไม่อยู่ ฝูงเงินปลิวเข้าใส่อย่างต่อเนื่องมากเข้ามากเข้า จนโหงพรายไอ้มั่นถูกพัดกระเด็นไปมา โหงพรายไอ้มั่นตวัดดาบไปมาแม้จะฟันโดนฝูงเงินไปบ้างแต่ฝูงเงินที่เหลือก็ยังพัดหอบเอาโหงพรายไอ้มั่นกระเด็นติดผนังและพยายามทับตรึงโหงพรายไอ้มั่นให้ติดกับผนัง
เชอร์รี่และพรรคพวกยืนดูการต่อสู้จนไม่รู้ตัวเลยว่ามีฝูงเงินจำนวนหนึ่งบินวนอยู่ด้านหลังของพวกเขาฝูงเงินค่อยแปรเปลี่ยนกลายเป็ผีปู่โสม สองหนุ่มฝาแฝดที่รู้สึกถึงความผิดปกติได้ก่อนจึงหันหลังกับมามองแต่ทันไดที่หันมามองเห็น ผีปูโสมก็อ้าปากกว้างฉีกไปถึงใบหูฝูงเงินจำนวนมากก็บินว่อนออกจากปากสองหนุ่มถูกฝูงเงินอัดกระเด็นกระแทกข้างฝาอย่างแรงจนสลบไปสองสาวมะนาวเมล่อนก็ถูกแขนข้างหนึ่งของผีปู่โสมปัดจนกระเด็นไปจนสลบมืออีกเข้าบีบที่คอเชอร์รี่แล้วยกขึ้นลอยเหนือพื้นอีกครั้ง
{{{ เป็สัมภเวสีนะดีกว่าอยู่แล้วพอมาเป็โหงพรายมีข้อเสียอะไรรู้ไหม เสียตรงที่ถ้าเล่นงานเ้าของได้โหงพรายก็จะสิ้นฤทธิ์ยังไงละ }}} พูดจบผีปู่โสมก็กระซิบอะไรสักอย่างที่ข้างหูเชอร์รี่ทำเอาเชอร์รี่ถึงกับตาเบิกโพง หันมาสบตากับผีปู่โสม
ในขณะเดียวกันโหงพรายไอ้มั่นที่เห็นเชอร์รี่ถูกทำร้ายก็ะโเสียงดังออกมาทำเอาฝูงเงินที่พันธนาการตัวถึงกับหลุดกระเด็น โหงพรายไอ้มั่นกลับกลายเป็ผ้าขี้ริ้วม้วนตัวเป็เหมือนสว่านพุ่งฝ่าเหล่าฝูงเงินตรงเข้าใส่ผีปู่โสมผีปู่โสมเห็นจึงจับตัวเชอร์รี่กระแทกลงพื้นอย่างแรง จนเชอร์รี่สลบไปสว่านผ้าขี้ริ้วพุ่งเข้าใส่หน้าผีปู่โสม แต่เพราะเชอร์รี่ที่สลบไปทำให้โหงพรายไอ้มั่นสลายไปก่อนที่สว่านผ้าจะเจาะเข้าที่หน้าผีปู่โสม
ผีปู่โสมยืนมองเชอร์รี่ที่สลบอยู่จ้องมองเขม็งเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ แต่ไม่ทันที่ผีปู่โสมจะได้ตั้งตัว อยู่ๆก็มีแสงสีขาวะเิขึ้นตามแขน ขา ลำตัว แผ่นหลังของผีปู่โสมผีปู่โสมล้มลงตะเกียดตะกายร่ำร้องด้วยความเ็ป เหล่าฝูงเงินที่กดทับเหล่านักเรียนที่อยู่ในธนาคารต่างะเิกระจายออกทุกการะเิของฝูงเงินแต่ละครั้งตัวของผีปู่โสมก็ถูกะเิขึ้นตามแขนขาหน้าหลังพร้อมกับฝูงเงินที่กดทับเด็กๆะเิออกมา ผีปู่โสมล้มลง ตะเกียดตะกายกรีดร้องด้วยความเ็ป
ผีปู่โสมหันไปจ้องมองฝูงเงินที่ะเิออกมาที่ละอันสองอันฝูงเงินที่พัดไปมาร่วงลงลงมาราวกับฝูงแมลงที่ถูกพ่นด้วยยาฆ่าแมลงประตูธนาคารถูกเปิดออก พร้อมกับคนจำหนวนหนึ่งวิ่งเข้ามา มีหนุ่มสาว 4 คนจากในกลุ่มรีบวิ่งเข้ามาหาผีปู่โสมทั้งสี่นำแทงเหล็กขนาดยาวหนึ่งศอกปักลงพื้นสี่มุมรอบตัวผีปู่โสมแล้วนำด้ายสายสิญจน์พันขึงแท่งเหล็กทั้งสี่ล้อมรอบตัวผีปู่โสมไว้ชายคนหนึ่งจากในกลุ่มเดินเข้ามาบริกรรมคาถาพลันแท่งเหล็กและสายสิญจน์ก็มีแสงสีแดงวิ่งผ่านล้อมรอบผีปู่โสมกรีดร้องด้วยความเ็ป ก่อนจะแน่นิ่งสภาพน่าขยะแขยงกลับกลายเป็ชายหนุ่มที่ดูภูมิฐาน นอนไม่ขยับเขยือนมีแต่ดวงตาที่ขยับมองเหล่ากลุ่มคนที่ทยอยเดินเข้ามาในธนาคาร
“หมดเวลาสนุกแล้วปู่ โทษทีนะครับ ที่ทำให้เจ็บนะครับเอาละหน่วยพยาบาลตรวจเช็คน้องๆ ด้วยว่ามีใครได้รับาเ็อะไรบ้างไหมใครที่พอจะปลุกให้ตื่นได้ก็ให้ปลุกแล้วพาไปที่หอธรรม ส่วนใครที่เจ็บหนักหน่วยพยาบาลจัดการลำเลียงได้เลยให้ไวเลย มนต์พันธนาการน่าจะหยุดปู่ได้ไม่นาน”เสียงของเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าชุดปฏิบัติการนี้ ออกคำสั่งอย่างฉะฉานกับทีมช่วยเหลือที่เข้าถึงตัวเหล่านักเรียนที่ถูกจับไว้อย่างอย่างรวดเร็วและทีมสำรวจที่เข้าพื้นที่ค้นหาทั่วธนาคาร พวกเขาเหล่านี้คือรุ่นพี่ปี 2 ที่เข้ามาปฏิบัติภาระกิจช่วยเหลือเหล่าเด็กนักเรียนที่เคราะห์ร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้
“พวกปีสองงั้นเหรอ มาถูกจังหวะกันจริงๆ นะเล่นซะข้าไม่ทันตั้งตัวนะ” ผีปู่โสมนี่ได้แต่นอนนิ่ง ไม่สามารถขยับตัวได้แต่เพียงพูดเหน็บแนมไปได้แค่นั้น
“เจอมาหนักเหมือนกันนะปู่ใครกันทำให้นักดาบอันดับสองแห่งนครพันตาต้องเพลี่ยงพล้ำแบบนี้นะ”รุ่นพี่ที่เป็หัวหน้าทีมพยายามมองไปรอบๆเพื่อดูความเป็ไปได้ว่าใครที่ทำให้ผีปู่โสมอ่อนล้าจนพวกตนสามารถผนึกผีปู่โสมได้อย่างง่ายดายแบบนี้
“จะทำอะไรก็รีบทำซะ แล้วก็รีบๆ ไปจากที่นี่ซะไม่ต้องมาพูดมาก ข้าหลุดจากมนต์สะกดนี่ได้ พวกเ้าจะไม่มีโอกาศได้ไปไหนอีกต่อไป”ผีปู่โสมที่เริ่มไม่อยากสนทนาด้วยแล้ว ก็นอนหลับตาไป ด้วยความไม่อยากมองไม่อยากเสวนาใดๆ ด้วยอีก
เหล่ารุ่นพี่ที่ได้ยินก็ได้ละความสนใจจากผีปู่โสมไม่นานนักเหล่ารุ่นพี่ก็อพยพ และลำเลียงเล่ารุ่นน้องออกไปได้จนหมดผีปู่โสมหันกลับมามองอีกครั้งครั้งนี้ผีปู่โสมมองไปยังเชอร์รี่ที่ถูกหามใส่เปลสนาม มองจนลับตาหายไป บัดนี้ธนาคารทั้งธนาคารต่างเงียบสงัด ไม่มีแม้เงาของผู้คนจะยังคงมีแต่ผีปู่โสมที่นอนนิ่งอยู่ในเขตพันธนาการเพียงตนเดียวเท่านั้น
ทางด้านโรงพยาบาล หญิงแว่นที่เดินสำรวจตามหาเหล่าสาวๆที่มาจากห้องหนึ่งอยู่เพียงลำพังนั้น ตอนนี้หญิงแว่นเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เธอรู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังเธอมาตลอดเวลาแต่พอเธอหันมาก็ไม่เห็น ไม่เจอใครเลย แรกๆ เธอก็คิดว่าอาจจะคิดไปเอง หรือไม่ก็เป็ิญญาเร่ร่อนที่มีฤทธิ์ขึ้นมาจากพระจันทร์แดงที่เร่ร่อนล่องลอยอยู่ไปมาแถวนี้
แต่ยิ่งเธอเดินก็เริ่มมีเสียงคนเดินตามตลอด จากเสียงเบาๆเหมือนอยู่ไกลๆ ก็ดังเข้า ดังเข้าเหมือนเดินอยู่ใกล้ๆ พอเธอหยุดเดินเสียงเดินนั้นก็หายไป พอเธอออกเดิน เสียงเดินก็ดังตามเธอมาอีกเธอจึงตัดสินใจเดินไปกลางห้องโถง หน้าห้องจ่ายยา ซึ่งเป็พื้นที่โล่งมีเก้าอี้มากมายสำหรับผู้ป่ายและญาติใช้สำหรับนั่งรอรับยา
หญิงแว่นบรรจงลงนั่งที่เก้าอี้ แล้วก็นั่งนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนใดๆจนเงาที่คอยเดินตามหญิงแว่นมาตลอดได้แต่แอบอยู่ที่ผนังตรงทางเดินเหมือนจะรอดูท่าทีของหญิงแว่น เงาดำนั้นยืนจ้องมองหญิงแว่นอยู่นานเมื่อเห็นว่าหญิงแว่นนั่งนิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย และดูจนแน่แล้วว่าไม่มีกับดักหรือใครอื่นอยู่บริเวณนี้ เงาดำจึงได้เดินออกมาแสดงตัวต่อหน้าหญิงแว่น
“แผนของเธอสินะ ที่จะให้พวกเราแยกกัน แล้วเธอตามหญิงมาเธอ้าอะไรจากหญิงงั้นเหรอ เทพ!”หญิงแว่นลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองด้านหลังของเธอก็เห็นเทพยืนจ้องเธออยู่แทบไม่กระพริบตา สายตาดูดุดันไม่เหมือนเทพคนเดิมที่ดูเลิกลัก เป็คนลนๆ ล้นๆ เหมือนตอนที่ประกบคู่อยู่กับแม็ก
“หญิงแว่นเธอคงจะพอรู้นะว่าต้นตระกูลของเราสองคนเป็ต้นตระกูลเดียวกันแต่เธอเป็พวกสายตรงที่สืบเชื้อสายเ้าขุนมูลนายมาโดยตลอด แต่ฉันมันสายนอกคอกที่ถูกเนรเทศเป็สามัญชนั้แ่แรกเริ่มจนผู้คนลืมไปแล้วว่าต้นตระกูลนี้มีพวกฉันอยู่”เทพเริ่มเอ่ยถึงจุดประสงค์มาทีละน้อย ทำเอาหญิงแว่นที่เป็คนนิ่งๆ เฉยๆก็ยังรู้สึกเอือมระอา ไม่ใช่เอือมเื่ที่เทพพูดแต่เอือมกับนิสัยช่างเกริ่นของเทพ เทพเด็กหนุ่มผู้ที่ทุกคนต่างตั้งฉายา เทพคำนำถ้าเปรียบคนในห้องเป็เนื้อหาในหนังสือสักเล่มเทพก็เป็เหมือนคำนำที่เกริ่นก่อนเข้าเื่ในหนังสือเล่มนั้น
“แล้วไงละเทพ มันเป็เื่ของคนรุ่นก่อนแล้วเธอจะเอามันมาใส่ใจอะไรอีก ตอนนี้เชื้อสายของหญิง ตัวของหญิงก็เป็สามัญชนหมือนกันไอ้คำว่าหม่อมหลวงมันก็แค่คำนำหน้าชื่อเท่านั้น ทำไมเราต้องมายึดติดกับอดีตอีกละ”
“เปล่าฉันไม่ได้จะมาลำลึกหรือโกรธแค้นเื่ของอดีตที่บรรพบุรุษทำกันไว้หรอกนะ”
“อ้าว แล้วเธอ้าอะไรจากหญิง” หญิงแว่นเริ่มสับสนกับคำพูดและความ้าของเทพในตอนนี้แล้วจนไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรต่อไป
“ก็เชื้อสายของเธอเป็คนทรงมาโดยตลอดแล้วทำไมวงค์ตระกูลฉันถึงได้เป็แค่ร่างทรงเท่านั้น ไม่สามารถเป็คนทรงแบบเธอได้”หญิงแว่นถึงกับกุมขมับ กับสิ่งที่เทพพูดมาแต่ละอย่าง
“แล้วมันต่างกันตรงไหน”
“ก็ตรงที่คนทรง ทรงเทพทรงจ้าวได้โดยตรงไม่ต้องมีพันธะสัญญา จะทรงองค์ไหนก็ได้แต่ร่างทรงจะทรงได้ตนเดียวที่ได้ทำพิธีรับประทับทรงเท่านั้น”เทพตอบกลับมาทำเอาหญิงแว่นที่เป็คนใจเย็นเริ่มที่จะมีน้ำโหนิดๆ
“สรุปเธอไม่พอใจที่เป็ร่างทรงก็เลยจะมาแก้แค้นที่หญิง”
“ก็เปล่านิ ไม่เลย”หญิงแว่นถึงกับไปไม่เป็และถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่ล้มตัวลงนั่งเก้าอี้อีกครั้งด้วยความปวดเศียรเวียนเกล้า
“สรุปเธอจะเอายังไงเทพ หญิงไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วนะเราต้องไปตามหาเพื่อนเราที่ถูกจับตัวให้เร็วที่สุดนะ”
“ไม่ต้องหรอกหญิงแว่นเื่นั้นให้เป็หน้าที่ของไอ้แม็กไปละกันตอนนี้เป็โอกาสอันดีที่เกิดพระจันทร์แดง ฉันรออะไรแบบนี้มานานเธอรู้ไหมว่าพระจันทร์แดงมีผลต่อพวกเราโดยตรงเลยนะพระจันทร์แดงจะเสริมให้ร่างทรงมีพลังจากองค์ทรงที่ลงมาประทับทรงอย่างที่คาดไม่ถึงเลยแหละแต่สำหรับคนทรงนั้นจะอ่อนแรงเพราะพระจันทร์แดงจะทำให้องค์เทพอ่อนพลังลงวันนี้แหละจะเป็วันที่ร่างทรงอย่างฉัน จะขยี้คนทรงอย่างเธอไม่เป็ชิ้นดีเลย”
หญิงแว่นที่อึดอัดมานานกับการเกริ่นที่ยืดยาวจนรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเทพ ก็ถึงกับรู้สึกโล่งใจพร้อมกับลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเทพ
“โอเค บอกจะท้าสู้แต่แรกก็สิ้นเื่หญิงไม่ชอบนะเื่การท้าตีท้าต่อยประลองอะไรกันแบบนี้นะ แต่หญิงรีบหญิงจะต้องไปตามช่วยเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นก็มาจบเื่ให้มันเสร็จๆ ไป”พูดจบหญิงแว่นก็ยกมือพนม พร้อมทั้งร่ายคาถาอัญเชิญเทพประทับทรง
“เธอรู้ใช่ไหมว่าไอ้ด้ายข้อมือจำกัดเวทนี้ไม่ค่อยมีผลกับพวกเรา ที่เป็ร่างประทับทรงเท่าไรดังนั้น....”
“โอ้ยเทพ จะทรงจะสู้อะไรก็เริ่มเหอะหญิงไม่ไหวจะฟังแล้วนะ” หญิงแว่นผู้เงียบขรึมและใจเย็นถึงกับะโเอ็ดใส่เทพซึ่งเทพน่าจะเป็คนแรกๆ ที่ถูกหญิงแว่นเอ็ดใส่
“ได้ แล้วเธอจะต้องใถ้ารู้ว่าใครมาประทับทรงนะโมตัสสะ...ภะคะวะ...” เทพเริ่มพนมมือเหนือหัวพร้อมร่ายคาถาอัญเชิญพลันก็มีลมพัดแรงออกมาจากตัวของเทพ ฝุ่นควันต่างพวยพุ่งหมุนเป็วงรอบตัวเทพตัวของเทพสั่นราวกับถูกเขย่าอย่างแรง ทันใดนั้นก็มีไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมาจากตัวเทพจนฟุ้งกลบตัวเทพจนมิด
ลมค่อยๆ พัดเอาฝุ่นควันและไอน้ำจางหายไปร่างของเทพที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ ก็ค่อยปรากฏออกมาให้เห็น หญิงแว่นจ้องมองท่าทีของเทพที่ยื่นนิ่งอยู่พลันเทพก็แหงนหน้าขึ้นมองหญิงแว่น แววตาเปลี่ยนไปเป็คนละคน ดูดุดันและดูร้ายกาจเกินจะเป็สายตาของคน เทพหันมองไปมาแล้วหันหลังกลับยกมือขวาขึ้นไพล่หลัง เดินไปที่หน้าต่างจ้องมองวิวทิวทัศน์ของเมืองที่อยู่เบื้องหน้า
หญิงแว่นเดินตามไปอยู่ห่างเพื่อดูท่าที และสถานการณ์แต่ก็พยายามไม่เข้าใกล้เกินไป เทพที่ยืนมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็เริ่มมีท่าทีเกรี้ยวกราด คล้ายคนไม่พอใจ
{{{ นี่พวกมันทำเยี่ยงไรกับบ้านเมืองของข้า }}}แม้แต่เสียงของเทพก็เปลี่ยนไป เสียงที่ฟังดูดุดัน น้ำเสียงใหญ่กังวาน เทพหันกลับมาหาหญิงแว่น จ้องเขม็ง สีหน้าท่าทางดูแปลกใจอย่างมาก
{{{ เ้าเด็กน้อยเ้าเป็ผู้ใดถึงยืนเสมอข้าเยี่ยงนี้เ้าไม่รู้รึว่าข้าเป็ใคร }}} เทพเดินเข้าไปใกล้ๆหญิงแว่นหญิงแว่นที่ไม่ได้รู้สึกกลัวเกรงอะไร ก็ได้แต่ยืนนิ่งขยับแว่นไปมาจ้องมองดูเทพด้วยสีหน้าท่าทางเรียบเฉยพลันก็เหมือนมีแรงกระแทกออกมาจากตัวเทพกดตัวหญิงแว่นจนล้มลงคุกเข่าอยู่กับพื้น
{{{ ถ้าเ้าไม่รู้ก็รู้ไว้ซะว่าข้า “ท้าวปันจา”จ้าวผู้ครองนครพันตาแห่งนี้ }}} สิ้นเสียงเทพหญิงแว่นก็พยายามเงยหน้าขึ้นมองแต่ก็เงยขึ้นไม่ได้ราวกับถูกแรงอะไรสักอย่างกดดันรั้งตัวของหญิงแว่นไว้ตลอดเวลา