แม่ฉันเป็นหญิงแกร่ง

    ตอน 5

            หลังทานข้าวและล้างถ้วยชามเอาไว้แล้ว ซูหนิงจิงก็ขึ้นไปเอากระเป๋าของตัวเองลงมาด้านล่างและบอกลูกสาวเอาของไปเก็บในรถก่อนไปเปิดประตูรั้ว ส่วนเธอจะล็อกประตูบ้าน

            ซูหนิงจิงถอยรถออกจากบ้านและรอให้ลูกสาวปิดประตูรั้วก่อนที่จะมาขึ้นรถและคาดเข็มขัดนิรภัย ซูหนิงจิงจึงขับรถออกจากหน้าบ้านไป

    “หนิงเซียวอยากเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนรัฐลูก แม่จะได้หาโรงเรียนให้ถูก”

    “หนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะแม่ แต่เอกชนน่าจะมีสอนภาคภาษาอังกฤษหรือเปล่าคะแม่ ที่โรงเรียนเดิมหนูก็เรียนนานาชาตินะคะ”

    “อืม นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นเราหาโรงเรียนนานาชาติดูก่อน ถ้าไม่มีค่อยดูว่ามีโรงเรียนไหนที่สอนภาคภาษาอังกฤษก็แล้วกัน เพราะในอนาคตลูกต้องใช้ภาษาอังกฤษเยอะแน่ ๆ”

    “ได้ค่ะแม่ แล้วแม่พอจะรู้บ้างไหมคะว่าโรงเรียนอยู่แถวไหนบ้าง”

    “แม่ยังไม่ได้หาข้อมูลเลยลูก แค่เราลองขับรถวนดูในเมืองก่อนก็น่าจะไม่เป็๲ไรมั้ง เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่เหมือนเมืองหลวงนะลูก แม่คิดว่าน่าจะมีโรงเรียนแค่ไม่กี่แห่ง”

    “อ่อ ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไม่ต้องขับเร็วมากนะคะ เราจะได้มองเห็นโรงเรียนกันทัน”

    “จ้า ลูกช่วยแม่มองดูข้างทางด้วยล่ะ”

    “ได้ค่ะแม่”

            สองคนแม่ลูกขับรถไปเรื่อย ๆ ภายในเมืองก้านโจวอย่างไม่เร่งรีบ พวกเธอหันมองข้างทางกันบ่อย ๆ เพื่อหาดูว่ามีโรงเรียนแถวไหนบ้าง กว่าที่ซูหนิงจิงจะขับรถรอบก้านโจวก็ใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมง พวกเธอเห็นมีโรงเรียนเพียงแค่สามแห่งเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในสามนั้นเป็๲โรงเรียนเอกชนที่ดูไม่เลวนัก

    “ลูกอยากเรียนโรงเรียนเอกชนที่ผ่านมามั้ยหนิงเซียว แม่ว่ามันดูดีนะ”

    “เราลองเข้าไปถามดูก่อนก็ได้ค่ะแม่ ความจริงหนูเรียนที่ไหนก็ได้ค่ะ”

    “อืม ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปสอบถามดูก่อนก็แล้วกัน”

            ซูหนิงจิงเลี้ยวรถวกกลับไปยังโรงเรียนที่ผ่านมาแล้วเพื่อเข้าไปสอบถามอาจารย์ในโรงเรียนว่าที่นั่นมีการเรียนการสอนเป็๲อย่างไรบ้าง เพราะซูหนิงจิงอยากให้ลูกสาวได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ เธอไม่อยากย้ายไปที่มณฑลเหอที่อยู่ไม่ไกลซึ่งมีโรงเรียนให้เลือกมากกว่า แต่ความปลอดภัยที่นั่นเธอไม่รู้ว่าเป็๲อย่างไร จึงไม่อยากที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองที่ใหญ่นัก

            เมื่อซูหนิงจิงขับไปถึงหน้าประตูโรงเรียนที่ปิดอยู่ เธอก็ลงไปสอบถาม รปภ. ที่อยู่หน้าโรงเรียนเ๹ื่๪๫ขอเข้าไปสอบถามข้อมูลการเรียนการสอนสำหรับลูกสาว

    “คุณรอสักครู่นะครับ ขอผมโทรสอบถามอาจารย์ด้านในก่อน”

    “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

            รปภ.คุยโทรศัพท์ไม่นานนักก็วางสายไป

    “คุณรอที่นี่ก่อนนะครับ เลื่อนรถขึ้นไปจอดอีกหน่อยนะครับจะได้ไม่ขวางทางเข้าออก อีกสักครู่จะมีอาจารย์แนะแนวมาพาคุณกับลูกไปดูโรงเรียนเองครับ”

    “ค่ะ ขอบคุณที่ช่วยติดต่อให้นะคะ เดี๋ยวดิฉันเลื่อนรถให้ค่ะ”

            ซูหนิงจิงรีบขึ้นรถแล้วขับเดินหน้าไปเพื่อไม่ให้ขวางประตู เมื่อจอดรถเสร็จแล้วเธอก็ชวนลูกสาวลงจากรถแล้วล็อกเอาไว้ ก่อนจะจูงมือซูหนิงเซียวเดินกลับไปที่ป้อม รปภ.

            ทั้งสองคนรออยู่เกือบ 15 นาที กว่าที่อาจารย์แนะแนวจะเดินมาถึงหน้าป้อม รปภ. ซูหนิงจิงรีบพาลูกสาวทักทายอาจารย์ทันที

    “พวกคุณ๻้๪๫๷า๹เข้าไปดูโรงเรียนใช่มั้ยคะ แล้วเด็กอายุกี่ขวบแล้วคะ”

    “ 7 ขวบค่ะ คือเรามีเหตุจำเป็๲ที่ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่เลยต้องหาโรงเรียนใหม่ที่เมืองนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าที่นี่สามารถรับเด็ก๰่๥๹กลางเทอมได้หรือเปล่าคะ”

    “เ๹ื่๪๫นั้นไม่มีปัญหาค่ะ หากเด็กมีเอกสารรับรอง โรงเรียนเราสามารถรับเด็กเข้ามาเรียน๰่๭๫กลางเทอมได้ค่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นรบกวนอาจารย์ช่วยพาดิฉันกับลูกเดินดูภายในโรงเรียนก่อนได้ไหมคะ”

    “ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะแนะนำโรงเรียนและหลักสูตรต่าง ๆ ภายในโรงเรียนให้นะคะ”

    “ขอบคุณมากค่ะ”

    “เชิญคุณกับลูกตามดิฉันมาได้เลยนะคะ”

    “ตกลงค่ะ ไปกันเถอะลูก”

            ซูหนิงจิงเดินจูงมือลูกสาวตามหลังอาจารย์แนะแนวไปติด ๆ ระหว่างทางนั้นก็มีเสียงอาจารย์บอกถึงเ๹ื่๪๫ราวของโรงเรียนนี้ว่าเป็๞โรงเรียนสองภาษา เด็กสามารถเลือกเรียนได้ว่าจะเรียนแบบไหน อาคารเรียนของที่นี่ก็มีไม่น้อย และโรงเรียนนี้สอนเด็ก๻ั้๫แ๻่ชั้นประถมไปจนถึงชั้น ม.ปลาย จึงทำให้โรงเรียนกว้างมากอย่างที่เห็น

            ซูหนิงจิงฟังไปด้วยและสอบถามอาจารย์ในบางคำถามที่เธอสงสัย กระทั่งทั้งสามคนเดินทั่วโรงเรียนที่กว้างขวางจนครบทุกอาคารแล้วนั่นแหละ อาจารย์จึงพาสองแม่ลูกไปนั่งในห้องแนะแนวของเธอ

    “ทานน้ำก่อนนะคะ พวกคุณน่าจะเหนื่อยแล้ว โรงเรียนของเราแยกอาคารเรียนออกตามระดับการศึกษาอย่างที่เห็นนั่นแหละค่ะ นักเรียนจึงได้ไม่วุ่นวายกันมากนัก เพราะแต่ละระดับก็จะมีพื้นที่ของตัวเองแยกต่างหาก” อาจารย์บอกเล่าต่อหลังวางแก้วน้ำเอาไว้ให้ซูหนิงจิงกับซูหนิงเซียวแล้ว ตัวเธอเองก็ดื่มน้ำด้วยเช่นกันก่อนจะนั่งลงสอบถามว่าพวกเธอพอใจกับโรงเรียนหรือไม่

    “อืม ถ้าหากว่าลูกสาวดิฉันเข้าเรียนในระบบภาษาอังกฤษ จะต้องมีการทดสอบอะไรก่อนเข้าเรียนหรือเปล่าคะ เพราะโรงเรียนเก่าลูกสาวดิฉันก็เรียนนานาชาติมาค่ะ”

    “ถ้ามีหนังสือรับรองจากโรงเรียนนานาชาติก็ไม่จำเป็๞ต้องทดสอบความรู้ค่ะ คุณแม่มีหนังสือรับรองหรือเปล่าคะ”

    “มีค่ะ ก่อนมาที่นี่ดิฉันขอทางโรงเรียนเอาไว้แล้วค่ะ เชิญอาจารย์ตรวจดูก่อนค่ะ หนิงเซียว ส่งเอกสารให้อาจารย์สิลูก”

    “ค่ะแม่ นี่ค่ะอาจารย์ เอกสารรับรองการเรียนของหนูก่อนหน้านี้ค่ะ”

            ซูหนิงเซียวยื่นซองเอกสารให้อาจารย์ตรวจสอบพร้อมรอยยิ้ม อาจารย์แนะแนวเห็นเด็กคนนี้ดูอัธยาศัยดีและมีมารยาทก็นึกชอบไม่น้อย นับว่าแม่ของเธอสอนมาได้อย่างดีทีเดียว ทั้งที่ปกติเด็กเจ็ดขวบมักจะเอาแต่ใจไม่น้อย แต่เด็กคนนี้กลับดูเชื่อฟังมากจริง ๆ

            อาจารย์ตรวจสอบเอกสารและคะแนนโดยรวมของซูหนิงเซียวไม่นานนักก็พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นบอกรายละเอียดเพิ่มเติมของโรงเรียน

    “เอกสารนี้สามารถใช้เข้าเรียนในระบบภาษาอังกฤษได้เลยค่ะ ส่วนเ๱ื่๵๹ค่าเทอม ค่าหนังสือและชุดนักเรียน คุณแม่สะดวกจ่ายวันไหนคะ ดิฉันจะได้ส่งเ๱ื่๵๹ขึ้นไปให้ผู้อำนวยการอนุมัติการเข้าเรียนของลูกคุณในวันนี้เลย”

    “ดิฉันจ่ายได้วันนี้เลยค่ะ ไม่ทราบที่นี่รับระบบการโอนเงินผ่านธนาคารหรือเปล่าคะ”

    “รับค่ะ คุณแม่ยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้ด้วยนะคะ เรามีเครื่องอ่านบัตรค่ะ”

    “ถ้าอย่างนั้นดิฉันขอรบกวนอาจารย์พาไปจ่ายค่าเทอมกับเ๹ื่๪๫ค่าหนังสือและชุดนักเรียนด้วยนะคะ”

    “ไม่มีปัญหาค่ะ พวกคุณตามดิฉันมาได้เลยค่ะ ดิฉันจะพาไปทำเ๱ื่๵๹ให้เสร็จภายในวันนี้เลย แล้วพรุ่งนี้ลูกสาวคุณก็สามารถมาเรียนได้เลยนะคะ”

    “ขอบคุณที่เป็๞ธุระให้นะคะ ไปกันเถอะลูก ตามอาจารย์ไปกันพรุ่งนี้ลูกจะได้เรียนกับเพื่อนใหม่เสียที”

    “ค่ะแม่”

            อาจารย์ได้ยินสองแม่ลูกคุยกันก็ได้แต่ยิ้ม เธอไม่คิดว่าคนเป็๞แม่จะมีเงินมากถึงขนาดส่งลูกเข้าเรียนที่นี่ได้ แต่จากเอกสารโรงเรียนเก่าของเด็กก็เป็๞โรงเรียนนานาชาติที่มีค่าเทอมไม่ใช่น้อย ๆ ดังนั้นอาจารย์จึงคิดว่าบ้านนี้น่าจะรวยไม่น้อยไปกว่าครอบครัวเด็กคนอื่น ๆ ในโรงเรียนเช่นกัน

            กว่าที่จะเสร็จธุระในโรงเรียนก็บ่ายโมงกว่าแล้ว ตอนนี้ซูหนิงเซียวได้รับหนังสือเรียน ตารางเรียน ชุดนักเรียนพร้อมกับบัตรประจำตัวนักเรียนเรียบร้อยแล้ว ซูหนิงจิงที่รบกวนอาจารย์มานานก็ได้แต่บอกลาและแจ้งเวลาว่าเธอจะมารับส่งลูกด้วยตัวเอง โดยที่โรงเรียนไม่ต้องไปรับลูกสาวเธอที่บ้าน ก่อนที่ทั้งสองคนแม่ลูกจะขอตัวกลับไป

            ซูหนิงจิงสอบถามลูกสาวว่าชอบโรงเรียนใหม่หรือไม่

    “หนูชอบค่ะแม่ ที่นี่ดูสงบเงียบกว่าโรงเรียนเก่าหนูซะอีก แถมอาจารย์ยังดูไม่ดุด้วย”

    “ถ้าลูกชอบก็ดีแล้ว หลังจากนี้ก็ตั้งใจเรียนนะลูก ก่อนเข้าบ้านแม่พาลูกไปกินข้าวที่ห้างก่อนดีกว่า เมื่อเช้าเราผ่านห้างในเมืองนี่นา เผื่อว่าลูกอยากหาซื้อหนังสืออ่านเพิ่มเติมด้วย”

    “ตกลงค่ะแม่ ตอนนี้หนูหิวแล้วด้วย เรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงกันเลยนะคะ”

    “นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นก็นั่งดี ๆ ล่ะ แม่จะรีบพาไปกินข้าวแล้วซื้อของไปไว้ทำอาหารเย็นให้ลูกด้วย ที่บ้านไม่มีวัตถุดิบกับเครื่องปรุงเลยสักอย่าง วันนี้เรากลับเย็นหน่อยคงไม่เป็๞ไร”

    “หนูจะช่วยแม่ถือของนะคะ ฮิ ฮิ”

    “ฮ่า ฮ่า ขอบใจมากลูก แต่แม่ว่าลูกน่าจะถือไม่ไหวนะ แม่คิดจะซื้อของใช้จำเป็๞หลายอย่างเลยล่ะ”

    “อืม… ถ้าอย่างนั้นหนูจะถือแค่ที่ตัวเองไหวค่ะแม่”

    “จ้าลูก ขอบใจมากนะที่หนูคอยช่วยแม่ตลอด”

            ซูหนิงเซียวได้แต่ยิ้มรับคำแม่ของตัวเองอย่างร่าเริง เธอดีใจที่แม่ไม่ได้คิดถึงเ๱ื่๵๹ของพ่อเธอแม้แต่น้อยหลังจากที่เธอกังวลมาทั้งคืนจนกระทั่งวันนี้