“ท่านตาอย่าทำเช่นนี้เลยขอรับหากท่านมาตากฝนขอบคุณนายทั้งสองของข้าเช่นนี้พวกท่านคงลำบากใจที่ทำให้ท่านลำบากเช่นนี้”หยวนเจิงเอ่ยพร้อมกับพยุงผู้เฒ่าวัยชราเดินเข้ามาในร่มแล้วเร่งหาเสื้อผ้ามาให้ผู้เฒ่าวัยชราได้เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว
“ขอบใจเ้ามากว่าแต่หากข้า้าขอบคุณนายทั้งสองของเ้าข้าต้องทำเช่นไรหรือ”ผู้เฒ่าวัยชราเอ่ยถามหยวนเจียงด้วยเนื้อตัวอันสั่นเทาจากความหนาว
“เอ่อข้าเห็นแก่ความพยายามของท่านเลยนะขอรับเดี๋ยวข้าจะเข้าไปรายงานเื่ของท่านกับนายของข้า”หยวนเจิงเอ่ยพร้อมกับเดินเข้ามารายงานหยางเฟิ่งและหยางเหวินในเรือนทันที
“เฮ้อเื่นั้นอีกเดี๋ยวข้ากับพี่ชายจะออกไปพี่หยวนเจิงก็ออกไปดูแลผู้เฒ่านั้นก่อนเถอะ”หยางเฟิ่งที่อยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์เอ่ยกับพี่ชายคนสนิทของตน
“ขอรับ”หยวนเจิงเอ่ยขานรับด้วยรอยยิ้มแล้วเดินออกไปทันทีเพื่อไม่ให้รบกวนชาวบ้านที่มาขอความช่วยเหลือจากนายทั้งสองของตน
“ข้าผู้เฒ่าขอบคุณพวกท่านมากจริงๆนะขอรับที่ช่วยเจรจากับท่านเทพเฮ่ยไป่อู่ฉางให้กับบุตรชายของข้าตัวข้านั้นไม่ดีเลี้ยงดูบุตรด้วยความรักมากเกินไปเขาจึงเติบโตมาเป็คนไม่ดีเช่นนี้”ผู้เฒ่าเอ่ยพร้อมกับค้อมหัวให้กับหยางเฟิ่งและหยางเหวินด้วยความสำนึกในบุญคุณ
“ท่านตาอย่าทำเช่นนี้เลยขอรับการที่ข้ากับน้องสาวของข้าช่วยท่านมันเป็หน้าที่ของเราขอรับขอท่านได้โปรดอย่าขอบคุณเราจนทำลายสุขภาพของท่านเช่นนี้เลยขอรับ”หยางเหวินเอ่ยพร้อมกับเข้าไปช่วยพยุงให้ผู้เฒ่าตรงหน้ากลับมานั่งที่เก้าอี้เช่นเดิม
“ท่านตาคงไม่ลืมใช่หรือไม่ขอรับต่อไปบุตรชายของท่านมีชีวิตอยู่เพื่อทำความดีเท่านั้นเพราะหากเขากลับมาทำผิดเมื่อใดท่านเทพเฮ่ยอู่ฉางจะเป็คนมารับิญญาของเขาเองขอรับ”หลังจากที่พยุงผู้เฒ่านั่งเรียบร้อยแล้วหยางเหวินจึงเอ่ยเตือนนายของตนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ขะขอรับข้าสัญญาว่าต่อไปนี้ข้ากับยายแก่จะพาลูกจี้ของข้าทำความดีทุกวันเลยขอรับ”ผู้เฒ่าเอ่ยรับปากด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาเมื่อเขาเห็นว่าข้างหลังของคุณหนูคุณชายทั้งสองคือเทพเฮ่ยไป่อู่ฉาง
“ดีเ้าค่ะเช่นนั้นข้าคงต้องให้พี่หยวนเจิงลงไปส่งท่านแล้ว เพราะตอนนี้ได้เวลาที่ที่ข้ากับพี่ชายต้องไปเรียนการบำเพ็ญจากท่านอาจารย์แล้วเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับมองมาที่ผู้เฒ่าด้วยเมตตา
“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลานะขอรับ”ผู้เฒ่าเอ่ยแล้วจึงรับการประคองจากหยวนเจิงแล้วเดินจากไปในที่สุด
“เฮ้อพี่เหวินข้าเหนื่อยจังเลยเ้าค่ะ”หยางเฟิ่งที่เดินมายังหน้าพระพุทธรูปขนาดใหญ่เอ่ยบ่นกับพี่ชายของตนเบาๆ
“เอาหน่าถือว่าเป็การทำบุญเสริมชะตาของเราก็แล้วกัน”หยางเหวินเอ่ยปลอบน้องสาวของตนเพราะทุกๆสามวันเ้าอาวาสหรือไต่ซือไท่ต๋าฉือจะให้เหล่าชาวบ้านเข้ามาขอความช่วยเหลือจากศิษย์ทั้งสองของตนได้
“คาราวะอาจารย์เ้าค่ะ/ขอรับ”เมื่อเดินเข้ามาพวกเขาจึงพบว่าอาจารย์ของตนได้มานั่งรออยู่แล้ว
“อืมรีบมาทำจิตให้สงบเสียเถอะอีกไม่นานพวกเ้าจะต้องพบกับเคราะห์กรรมอันหนักหนานานหลายปีอาจารย์ขอแค่พวกเ้ามีสติ กระทำการสิ่งใดก็ขอให้รอบครอบอย่าได้ใช้อารมณ์เป็ที่ตั้งพวกเ้าก็จะรอดพ้นจากเคราะห์กรรมอันสาหัสนั้นมาได้”เสียงแห้งเอ่ยกับศิษย์ทั้งสองของตน
“เ้าค่ะ/ขอรับศิษย์จะจดจำคำสอนของอาจารย์”เด็กทั้งสองเอ่ยรับคำสั่งสอนของอาจารย์ด้วยสีหน้านิ่งสงบแล้วเริ่มเข้าสู่การบำเพ็ญภาวนาทันที
จวนตระกูลไป๋
“เจินเออร์เ้าอาวาสบอกว่าอีกหนึ่งปีเฟิ่งเออร์และอาเหวินของเราก็จะได้กลับมาแล้วนะ”นางซือเอ่ยพร้อมกับส่งจดหมายจากเ้าอาวาสให้กับสะใภ้ของตนด้วยสีหน้ายินดี
“ดีจังเลยเ้าค่ะอีกแค่เพียงปีเดียวเท่านั้นข้ากับลูกก็จะได้มาอยู่ร่วมกันเช่นเดิมแล้ว”กุ้ยเจินกอดจดหมายเข้ากับอกด้วยสายตาเป็ประกาย
“ใช่ดีจริงๆ”นางซือพยักหน้าให้กับท่าทางดีใจของลูกสะใภ้คนโปรดเพราะั้แ่หลานทั้งสองคนของนางจากไปนี่ก็เป็เวลาสองปีแล้วที่นางกับหลานรักทั้งสองต้องห่างกัน
“อาเจี๋ยมาหาข้าด้วยเื่อะไรหรือ”นางซือที่เห็นว่าบุตรชายของตนเดินเข้ามาในห้องด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นางจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกไปทั้งสิ้น