บทที่ 3 ขาโหดหลินผู้เป็ตำนาน (รีไรต์)
“ฉันมาจากต่างเมือง วันนี้อยากได้ไปทดลองขายก่อนสิบแผ่น ราคาส่งงวดหน้าคงไม่ใช่ราคานี้นะ” คำพูดของจิ่นซูทำเอาพ่อค้าถึงกับลังเล แม้จะมีออเดอร์จากมหาวิทยาลัยไม่ใช่น้อย ๆ แต่ถ้ามีออเดอร์ใหญ่ในอนาคตก็ย่อมดีกว่า พ่อค้าจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
จิ่นซูเลือกเทปมา 10 ม้วน ก่อนจะหยิบเงิน 5 หยวนสุดท้ายที่มีในตัวออกมา
“ไม่ต้องจ่ายหรอก เื่แค่นี้เองถือว่าช่วยกัน สำเร็จเมื่อไหร่ ฉันไม่ลืมบุญคุณเธอหรอก” พ่อค้าพูดพร้อมกับยิ้มจนแก้มแทบปริ จิ่นซูจึงพูดเป็นัย
“เงินทองมีให้ไม่ขาดแน่นอน อนาคตข้างหน้ายังอีกยาวไกล” ราคาแบบนี้ ต่อให้ขายได้พ่อค้าก็ไม่ได้กำไรแถมอาจจะขาดทุนด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมเป็หนี้บุญคุณพ่อค้าไว้ก่อน อนาคตยังอีกยาวไกล ค่อยหาโอกาสตอบแทนทีหลังก็ยังไม่สาย
แถวนั้นมีตลาดกลางคืน จิ่นซูเดินดูโดยรอบพบว่ามีร้านขายเทปอยู่ สองร้าน เมื่อเทียบกับร้านอื่นที่มีเทปเป็ร้อย ๆ ม้วน เทปสิบม้วนในมือเธอดูด้อยค่าไปเลย ต่อให้วางขายคงไม่มีใครหยุดมองหรือแม้แต่จะสนใจซื้อ
ความยากลำบากเล็กน้อยนี่ไม่สามารถทำอะไรอดีตประธานแบบเธอได้หรอก หลังจากสำรวจตลาดเบื้องต้นเสร็จเธอก็ปรับกลยุทธ์ทันที ร้านขายเทปเพลงร้านหนึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ร้านนี้ยังเปิดอยู่ จิ่นซูเดินเข้าไปดูรอบ ๆ ในยุคนี้ สิทธิ์ด้านลิขสิทธิ์ถือว่ายังไม่ค่อยมีความเข้มงวด
ร้านขายเทปก็ขายปะปนกันทั้งของจริงและของปลอม ของจริงแผ่นละ
9.9 หยวน ของปลอม 3 แผ่น 10 หยวนลำโพงของร้านกำลังเปิดเพลงยอดนิยมที่สุดในตอนนี้
“ขอให้เธอโชคดี ขอให้เธอโชคดี~” จิ่นซูจอดรถนำเทปเพลงส่วนที่เหลือไปซ่อนไว้ในตะกร้ารถและใช้ถุงพลาสติกคลุมไว้ ในมือถือเทปเอาไว้สองม้วน เมื่อเห็นว่ามีลูกค้ากำลังเดินไปที่ร้านขายเทป เธอก็รีบะโเรียก
“พี่คะ พี่คะ ช่วยหน่อยค่ะ!” ชายวัยกลางคนที่ถูกเธอเรียกหันกลับมา พอเห็นว่าเป็ผู้หญิงหน้าตาสะสวยก็ถึงกับตะลึงไปเล็กน้อย
“พอดีฉันซื้อเทปมาซ้ำค่ะ พี่ช่วยซื้อต่อหน่อยได้ไหมคะ ฉันลดราคาให้ เอาไปเลยสองม้วนห้าหยวน เป็เพลงที่ดังที่สุดตอนนี้ พี่ฟังดูสิกำลังเปิดอยู่เลย” จิ่นซูเปิดเทปในมือให้เขาดู บังเอิญเป็เพลงขอให้เธอโชคดีพอดี
“แบบนี้มันจะไม่เป็ไรใช่ไหม”
“เทปยังไม่ได้แกะพลาสติกเลยค่ะ และเทปของฉันก็ถูกกว่าร้านแผงลอยหรือร้านขายเทปเยอะเลยค่ะ พี่คะฉันเห็นพี่หน้าตาดีรูปร่างสง่าผ่าเผยดูน่าจะเป็คนดี ช่วยฉันหน่อยนะคะ” สาวน้อยหน้าตาน่ารัก พูดจาหวานหูขนาดนี้ใครจะทนไหว
ชายวัยกลางคนหัวเราะร่า ควักเงินออกจากกระเป๋า คนดีแบบนี้เขาขอเป็เองแล้วกัน จิ่นซูยืนขายอยู่หน้าร้านขายเทปเธอเป็คนช่างสังเกต มองคนแม่นยำเลือกเฉพาะผู้ชายอายุยี่สิบถึงสามสิบปี เป็เป้าหมาย อัตราความสำเร็จเกือบ 100%
ซื้อเทปได้ในราคาถูกแล้วยังได้ความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับคำชมจากสาวสวย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างก็มีความสุข ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ขายหมด ร้านขายเทปเปิดเพลงเสียงดังเ้าของร้านไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนมาแย่งลูกค้าอยู่หน้าร้าน
ตลอดทางจิ่นซูคิดอยู่ตลอดว่าพรุ่งนี้จะหาเงินยังไงดี พอรู้ตัวว่ามีคนสะกดรอยตามก็เข้ามาในซอยเปลี่ยวเสียแล้ว ตอนแรกเธอคิดว่ามีคนเดินไปทางเดียวกัน พอเธอรู้สึกตัวว่ายิ่งเธอเร่งฝีเท้าคนข้างหลังก็เร่งตาม เธอจึงรีบตั้งสติ
แสงจันทร์สาดส่องลงมาในตรอกซอยที่มืดมิด ไม่มีไฟส่องทาง ความกว้างไม่ถึงสองเมตร แทบจะพอให้จักรยานสองคันขี่สวนกันได้เท่านั้น
ตรอกซอยแห่งนี้เป็ทางด้านหลังของบ้านสองหลัง ถ้าเจอคนร้าย ต่อให้ะโขอความช่วยเหลือ กว่าคนจากบ้านด้านหน้าจะวิ่งอ้อมมาถึง ก็คงต้องใช้เวลาสักพัก แค่ไม่กี่นาที ก็เกิดเื่ร้ายได้มากมาย
จิ่นซูนึกทบทวนเส้นทางในใจ
ตรอกซอยแห่งนี้มีทางเลี้ยวสามจุด เธอได้ยินเสียงคนสะกดรอยตามอยู่ไม่ไกลนัก จึงเร่งความเร็วแล้วเลี้ยวเข้าไปในทางแยก
จักรยานที่ตามมา ก็เร่งความเร็วขึ้นเช่นกัน แต่พอพวกเขามาถึงทางเลี้ยว ก็เห็นเพียงจักรยานของจิ่นซูจอดอยู่ ส่วนตัวเธอหายไปแล้ว
“พี่ เธอหายไปแล้ว คงไม่ใช่ผีหรอกนะ”
“เธอคือผู้หญิงที่ลูกพี่หลินแต่งเข้าบ้านตระกูลหลินนะ ไม่มีทางเป็ผีสางได้หรอก... บนโลกนี้จะมีผีได้ยังไง” พี่ชายดูท่าทางโตกว่าสองสามปี มองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวของจิ่นซู
“อ๊ากกกก” น้องชายร้องลั่น พี่ชายใหันขวับกลับไปมอง เห็นน้องชายถูกมีดจี้คอจนติดผนัง ส่วนคนถือมีดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน จิ่นซูนั่นเอง
“เธอน่ะ เป็คนหรือผี” เสียงพี่ชายสั่นเทาด้วยความกลัว ผู้หญิงคนนี้โผล่มาจากไหนน่ากลัวชะมัด
“ฉันเป็ผี” จิ่นซูแอบเบ้ปากในใจ ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างจากผี ผีจน ๆ นี่แหละนะ การถูกเด็กสองคนสะกดรอยตามแล้วยังต้องทำเป็ปีนกำแพงขู่เด็กพวกนี้ ถ้าเื่นี้แพร่ออกไปชื่อเสียงของเธอคงหมดกัน
“ตามฉันมาทำไม”
“พวกผมแค่อยากไปส่งคุณที่บ้านแล้วก็แกล้งคุณนิดหน่อย พวกผมอยู่ซอยเดียวกับลูกพี่หลิน เลยอยากมาแกล้งเล่นไม่มีเจตนาร้ายอะไรหรอกครับ”
“ทำไมถึงเรียกเขาว่าลูกพี่หลิน เขาเป็คนยังไง” จิ่นซูรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
หรือว่าหลินอี้เซวียนจะมีด้านมืดที่ไม่มีใครรู้ ชอบรังแกชาวบ้าน กดขี่ข่มเหงคนอื่น?
พอพูดถึงวีรกรรมอันเลื่องชื่อของ ‘ขาโหดหลิน’ เด็กหนุ่มทั้งสองก็ระบายความในใจออกมาเป็ฉากๆ
“เขาไม่ใช่คนดีเลย! หน้าตาก็ดูเป็หนุ่มน้อยผู้น่ารัก หล่อเหลาเหมือนดาราหนัง แต่ทั้งหมดนั่นมันก็แค่เปลือกนอก จริงๆ แล้วเขาร้ายกาจมาก!”
“เล่าให้ฟังหน่อยสิ ว่าเขาใจร้ายยังไง” จิ่นซูอยากรู้ เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองต้องใช้ชีวิตในฐานะ ‘ภรรยาของคนร้าย’ ออกจากบ้านไปไหน จะโดนคนอื่นรุมกระทืบเอา
“หลังจากที่พ่อของเขาเสีย นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไป พอเจอคนไม่ดี เขาก็จะตรงเข้าไปต่อย พวกอันธพาลแถวบ้าน โดนเขาซ้อมมาหมดแล้ว!” พี่ชายคนโตพูดด้วยความคับแค้นใจ
“ผมกับพี่เคยขโมยแตงโมป้าข้างบ้านไปครึ่งลูก โดนเขาไล่จับไปตั้งสามซอยแน่ะ พวกลุงแถวบ้านก็โดนหนักกว่า ปลอมตัวมาแอบดูแม่ผมอาบน้ำ โดนเขาซ้อมจนกระดูกหัก จนทุกวันนี้ยังขยาดลูกพี่หลินไม่หายไม่หายเลย” น้องชายเสริม
“ที่พวกนายมาสะกดรอยตามฉัน เพราะอยากจะแก้แค้น... ไม่สิ ไม่ใช่ เมื่อกี้พวกนายบอกว่าจะไปส่งฉันที่บ้าน” จิ่นซูจ้องมองเด็กหนุ่มทั้งสอง จนพวกเขาไม่กล้าสบตา
ผู้หญิงคนนี้มีออร่าบางอย่างที่คล้ายคลึงกับลูกพี่หลิน เป็พลังกดดันที่ทรงพลัง แค่มองแวบเดียว ก็เหมือนมีแสงสีแดงแผ่ออกมาจากด้านหลัง ราวกับดวงตะวันที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง
“เขาคงไม่ได้แค่ห้ามไม่ให้พวกนายทำเื่ไม่ดีเฉยๆ ใช่มั้ย? เขายังทำอะไรอีก?” จิ่นซูซักไซ้
เด็กหนุ่มทั้งสองหน้าแดงก่ำ แล้วอธิบายว่า
“เขาไม่ให้พวกผมขโมยของ แถมยังให้พวกผมยืมเงินไปใช้หนี้ด้วย... พวกผมก็แค่ตอบแทนบุญคุณของเขาเท่านั้น!”
“ตอบแทนบุญคุณด้วยการมาขู่ฉันเนี่ยนะ? ไม่ต้องตอบก็ได้ ให้ฉันเดาดีกว่า พวกนายคงกลัวว่าฉันจะทิ้งแม่ของเขาแล้วหนีไป เลยอยากจะมาสั่งสอนฉันซะหน่อย แบบนั้นใช่มั้ย?”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนได้แต่หุบปาก
สีหน้าของพวกเขาบอกจิ่นซูว่า เธอคิดถูกแล้วเธอจึงเก็บมีด
“จิตใจของคนเราไม่สามารถควบคุมได้ด้วยกำลัง ฉันคิดว่าเื่นี้หลินอี้ เซวียนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว พวกนายเป็ห่วงแม่ของเขาไม่ใช่เพราะกลัวกำปั้นของเขา แต่เป็เพราะชื่นชมในความดีของเขา เขาพยายามดึงพวกนายไปในทางที่ถูกต้อง อย่าทำให้เขาผิดหวังอีก”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนรู้สึกอับอายจนหน้าแดงก่ำด้วยคำพูดของเธอตอนที่เห็นเธอขึ้นรถจักรยานกำลังจะไป คนเป็พี่ก็ร้องเรียกเธอไว้
“คุณจะไม่สนใจแม่ของเขาจริง ๆ หรอ”
“ไม่หรอก” เมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้ว เธอมีหน้าที่รับผิดชอบในสิ่งที่เ้าของร่างเดิมต้องรับผิดชอบ
“พี่หลิน... พี่หลินเสียชีวิตแล้วจริง ๆ เหรอ” เสียงของน้องชายติดขัดเล็กน้อย เธอเงียบไม่ได้พูดอะไรก่อนจะมองดูเด็กทั้งสองคน
เด็กหนุ่มทั้งสองคนแม้ปากจะบอกว่าหลินอี้เซวียนเป็คนไม่ดี แต่จริง ๆ แล้วกลับยกย่องหลินอี้เซวียนให้เป็เหมือนไอดอล เป็ดั่งแสงสว่างนำทาง เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงตอบอย่างมั่นใจว่า
“ใช่”