กว่าปรีดิ์รติจะกลับถึงบ้านตะวันก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว...รถยนต์แล่นมาจอดเทียบบันไดหน้าบ้านตอนที่หล่อนยังคงหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียมาตลอดทางต้นเหตุคงมาจากเื่ราวเมื่อคืน ที่ทำให้อดตาหลับขับตานอน แถมยังต้องตื่นแต่เช้าอีกทั้งออกเดินทางไกลไปถึงพัทยา กว่าจะกลับก็เย็นย่ำแสงสุดท้ายของวันกำลังผลัดสีพอดี
คืนฉายเหลียวมองวงหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งแนบอยู่บนหมอนอิงกับข้างรถ นวลแก้มหล่อนระเรื่อสีชมพูเข้มจัดจนเห็นชัดท่ามกลางแสงส้มจากโคมสี่เหลี่ยมที่ต้นเสาสาดเข้ามาในรถ เขาส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับผุดรอยยิ้มบางๆ
ถึงจะรู้ทันความคิดของหล่อนแต่เขากลับจนมุมถูกต้อนให้เสียศูนย์จนได้!
“คุณหนูครับถึงบ้านแล้วครับ”
เรียกอยู่สองสามครั้งแต่ไม่มีวี่แววว่าหล่อนจะรู้สึกตัว คืนฉายหันรีหันขวางอยู่ครู่หนึ่งมองไปยังประตูหน้าบ้าน ไม่เห็นใครออกมา ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาเผลอเอื้อมมือไปแตะที่ต้นแขนหล่อนเบาๆ พลางเขย่าเรียกอีกครั้ง
หญิงสาวปรือตาขึ้นอย่างงัวเงียสายตาแรกเมื่อลืมขึ้นยังพร่าพราย เห็นเงาผู้ชายไหวตัวไปมาแบบมัวๆที่ต้นแขนเหมือนกำลังถูกััจากปลายนิ้ว...จนขนลุกชูชัน หล่อนจึงกะพริบตาถี่ๆขยับเนื้อขยับตัวให้ได้ถนัด ทันเห็นมือของชายหนุ่มผู้หวังดีในการปลุกให้ตื่นชักกลับอย่างเร็ว หล่อนก็เข้าใจไปเองว่าเขากำลังฉวยโอกาสตอนหล่อนนอนหลับแตะเนื้อต้องตัว คิดจะลวนลาม
กรี๊ด!!
เสียงกรีดร้องเกิดจากความใจนดังก้องออกไปนอกรถเพียงครู่เดียวผู้คนที่อยู่ในบ้านก็วิ่งหน้าตื่นออกมายืนเกาะกลุ่มเหนือบันไดขั้นบนสุดแต่ละคนมีสีหน้าใแววตาตระหนกอย่างเห็นได้ชัด...เมื่อหล่อนเห็นว่าตนเองมาถึงบ้านแล้วจึงรีบเปิดประตูรถ ก้าวโหย่งๆไปถึงตัวมารดาที่ยืนอยู่ตรงกลางของกลุ่ม พร้อมกับฟ้องทันที
“แม่คะไอ้บอดีการ์ดมันจะลวนลามหนู”
ปานเลขาผวาเฮือก ใจนหน้าซีดหลังกระวนกระวายใจตลอดเย็นจนค่ำ เมื่อลูกชายคนรองบอกว่าติดต่อน้องสาวไม่ได้ทั้งที่แต่แรก เขาก็พยายามปลอบใจมารดาว่าคงไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดขอให้ไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อนของเขา แต่ดูเหมือนว่าความเป็ห่วงลูกนั้นจะทำให้ผู้เป็แม่นั่งไม่ติดเก้าอี้ ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้นจึงตอบปฏิเสธงานสังคมที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าทั้งหมด เพื่ออยู่รอพบลูกสาว
ครั้นลูกสาวกลับถึงบ้านความเข้าใจผิดเมื่อครู่ของปรีดิ์รติ จึงทำให้ผู้เป็แม่เข้าใจไปทิศทางเดียวกันว่าคืนฉายคิดจะฉกฉวยล่วงล้ำลูกสาวของตน จึงหันไปคาดโทษกับปริญญาโทอย่างเอาเื่
“เห็นไหมล่ะตาเป็ดว่าเพื่อนของแกมันไว้ใจไม่ได้ ไม่น่าชักชวนมาเป็บอดีการ์ดให้น้องสาวของแกเลย”
“เดี๋ยวก่อนสิครับแม่...ผมว่าฟังความข้างเดียวจากปูจ๋าได้ที่ไหน”
ทุกคนอันประกอบไปด้วยปานเลขาและสามีพี่ชายทั้งสองของคุณหนูตัวดี รวมถึงพี่สะใภ้ ภรรยาของปริญญาเอกต่างมองพุ่งเป้าไปยังชายหนุ่มผู้ตกเป็จำเลย
ปริญญาโทหันไปมองหน้าเพื่อนยักคิ้วเป็เชิงขอความเห็น...แต่ปรีดิ์รติกลับสะดุดกับคำพูดของมารดาที่ว่า ‘เพื่อนของแก’ นี่เท่ากับว่าผู้ชายคนนี้ เป็เพื่อนกับพี่ชายของหล่อน
“แม่ว่ายังไงนะคะอีตาลามกคนนี้ เขาเป็เพื่อนของป๋าเป็ดอย่างนั้นหรือ”
ผู้เป็พ่อเห็นเค้าลางว่าความลับจะเปิดเผย...กลัวว่าลูกสาวซึ่งมีความฉลาดหลักแหลมอยู่พอสมควรจะจับไต๋ถึงแผนการที่วางเอาไว้ได้ เพราะความเป็ห่วงของภรรยาคนเดียวท่านจึงเป็คนกลางไกล่เกลี่ยแทน “แม่เขาก็พูดเรื่อยเปื่อยนะลูกอย่าเพิ่งนอกเื่เลยดีกว่า เอาเป็ว่าหนูลองเล่าให้ทุกคนฟังซิว่าวันนี้ไปไหนมาทั้งวัน ทำไมถึงปิดเครื่องติดต่อเท่าไหร่ก็ไม่ได้...แม่เขาบ่นจนหูพ่อจะแฉะอยู่แล้ว”
“หนูไม่ได้นอกเื่นะคะพ่อแต่เมื่อครู่ แม่พูดเหมือนกับว่าป๋าเป็ดกับนายนั่น...”
พี่ชายคนโตซึ่งวางมาดขรึมเขม้นมองไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าของบ้าน แล้วหันกลับมามองน้องสาวของตนสลับไปมาเอ่ยขัดเสียงเรียบแต่กังวาน “พี่ว่าปูจ๋าค่อยๆเล่าดีกว่ามัวแต่โวยวายอยู่แบบนี้ พอดีก็ไม่รู้กันสักทีว่าเกิดอะไรขึ้น ใครถูกใครผิด”
“วันนี้ปูจ๋าไปพัทยามา...พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระกับนายแม่...เอ่อ...หมายถึงพี่เรนนี่คนที่เขาเคยช่วยเหลือเื่งานแฟชั่นชุดชั้นในน่ะค่ะแล้วบังเอิญว่าโทรศัพท์ของปูจ๋าแบตหมด ก็เท่านั้นเอง”
“อ้าว...แล้วมันเกี่ยวยังไงกับที่ปูจ๋าบอกทุกคนว่านายนั่นมันคิดจะลวนลาม” พี่ชายคนโตยังคงซักต่อเนื่อง
“คือว่าปูจ๋าหลับตอนไหนก็ไม่รู้ค่ะพี่ปลาใหญ่มาสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีนิ้วมือกำลังมาลูบไล้แถวต้นแขน”
คราวนี้ปริญญาโทแทรกขึ้นบ้างเพื่อทวงความเป็ธรรมให้กับเพื่อนของเขา “ว่าไงวะ ไอ้ฉาย...นายทำอย่างที่น้องสาวเราบอกหรือเปล่า”
คืนฉายยิ้มน้อยๆ พอเป็พิธีเขาตอบตามความจริง “ถ้าการที่ผมปลุกคุณหนูให้ตื่น ด้วยการเขย่าแขนแล้วทำให้คุณหนูเข้าใจผิดคิดว่าผมกำลังจะลวนลาม จะให้ผมแก้ตัวว่ายังไงล่ะครับ”
น้ำเสียงของบอดีการ์ดหนุ่มหนักแน่นแววตาจริงจัง...ไม่หลุกหลิก สร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนในที่นั้น โดยเฉพาะปัจฉิมตบต้นขาดังป้าบ “นั่นไง...พ่อคิดแล้วว่าหนูต้องเข้าใจผิด”
ปริญญาโทเห็นบิดาพยักพเยิดให้ก็รับลูกโยนทันควัน “เอาเป็ว่าไม่มีเื่มีราวแล้วนะ แค่การเข้าใจผิดกันนิดหน่อยแล้วตอนนี้ปูจ๋าก็กลับมาถึงบ้านโดยปลอดภัย...หมดห่วงแล้วก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเถอะ พี่ปลาใหญ่กลับเข้าบ้านก่อนก็ได้นะครับพี่ผกายิ่งไม่ค่อยสบายอยู่”
ปริญญาโทรีบออกปากให้พี่ชายคนโตกับภรรยากลับเข้าบ้านอีกหลัง ซึ่งปลูกห่างอยู่ภายในรั้วรอบขอบชิดเดียวกันเพราะเกรงว่าพี่ชายคนโต ซึ่งไม่รับรู้ถึงแผนการดัดนิสัยครั้งนี้จะทำแผนแตกเสียก่อน
“ถ้าอย่างนั้นแม่ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะเห็นหนูกลับมาแล้วค่อยสบายใจหน่อย”คุณนายของบ้านแอบปรายตามองไปยังบอดีการ์ดหนุ่มเล็กน้อย
“พ่อก็เหมือนกัน...ยังมีงานค้างต้องไปสะสางในห้องทำงาน”
ปริญญาเอกไม่ได้เอะใจคล้องแขนช่อผกา...ภรรยาสาวกลับเข้าบ้านอีกหลังพี่ชายคนรองก็ตั้งท่าจะหนีกลับขึ้นไปพักผ่อนยังห้องนอนส่วนตัวตามพ่อกับแม่ไปอีกรายจึงปล่อยให้ปรีดิ์รติยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด ฮึดฮัดที่เอาผิดบอดีการ์ดไม่ได้
หล่อนสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวกลับเดินเข้าไปในบ้าน หย่อนก้นลงที่โซฟาตัวยาว วางกระเป๋าสะพาย แล้วเอนหลังพิงพนักปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน...ไม่รู้ว่าสิ่งที่ครุ่นคิดในเวลานี้ทำไมมันถึงตีกันจนยุ่งเหยิงไปหมด
ได้ยินเสียงแมวสาวใช้แว่วๆอยู่หน้าประตู “เดี๋ยวแมวเอารองเท้าคุณหนูไปเก็บที่ห้องแต่งตัวเลยนะคะ”
หล่อนพยักหน้ารับรู้โดยไม่ได้ลืมตามอง...เพียงชั่วอึดใจ เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งกลับเห็นบอดีการ์ดหนุ่มกำลังเดินผิวปากหวือ ผ่านห้องรับแขกก้าวขึ้นบันไดเวียนเพื่อไปยังชั้นสองของบ้าน
หล่อนจึงลุกพรวด เท้าสะเอวคิ้วขมวดในรอบที่สิบของวัน “นั่นนายกำลังจะขึ้นไปชั้นบนทำไมไม่ทราบข้างบนนั้นเป็ห้องนอนของพ่อกับแม่...ของฉันแล้วก็ป๋าเป็ด”
“ผมก็จะไปพักผ่อนบ้างสิครับคุณหนูวันนี้ผมเป็สารถีขับรถพาคุณหนูไปตั้งไกลถึงพัทยา ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้ตกถึงท้องมีแค่แฮมเบอเกอร์หนึ่งชิ้นกับน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋อง มื้อเย็นก็ยังไม่ได้แตะ...แถมยังเหนียวเนื้อเหนียวตัวก็อยากจะขึ้นไปอาบน้ำให้สดชื่นสักหน่อย แล้วลงมากินข้าวเย็นในครัวบ้างสิครับ”
“อาบน้ำ...พักผ่อน...กินข้าวในครัวนี่นายกำลังกำลังเข้าใจผิดหรือเปล่า...นายเป็แค่บอดีการ์ดต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านพักด้านหลังโน่น”
รอยยิ้มขันของชายหนุ่มชัดเจนพร้อมกับคำพูดที่ทำให้หล่อนอึ้งในชั่ววินาที “ผมว่าคุณหนูนั่นล่ะครับที่เข้าใจผิดคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณหนู อนุญาตให้ผมมาพักที่ห้องว่างติดกับคุณเป็ดครับ...เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้ตามตัวง่ายๆหน่อยครับ”
ห้องที่คืนฉายพูดหมายถึงห้องนอนขนาดกว้าง สำหรับรองรับแขกสนิทชิดเชื้อซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างห้องของปริญญาโทกับห้องของปรีดิ์รติ
“พักห้องว่างติดกับป๋าเป็ด...ถ้าอย่างนั้นก็ติดกับห้องนอนของฉันด้วยสิยะ”
....................................................จบตอนที่ 7