“ไปอาบน้ำแล้วนอนพักก่อนเถอะ ของค่อยเก็บพรุ่งนี้”
“อื้อ”
อุ่นทำตามอย่างว่าง่าย เนื่องด้วยสภาพเขาตอนนี้ตาโหลไม่ไหว คณะอาสาเดินทางออกจากพื้นที่ใน่สายของวันที่เจ็ด เที่ยวกลับตอนอยู่บนรถแทบไม่ได้งีบหลับเลย ได้กิจกรรมใหม่ระหว่างทาง
โอชวนไปร่วมวงกับรุ่นพี่ปีสูงชั้นล่าง เขาคือหนึ่งในนั้นที่ไปนั่งเบียดล้อมวงร่วมด้วย ตอนแรกก็เล่นไม่เป็หรอกไพ่ดำมี่อะไรนั่น ได้อาจารย์ดีอย่างโอจับมือสอน เล่นไปสักพักคนเริ่มเยอะขึ้น จนต้องแยกออกมาเล่นอีกวง ส่วนโอก็แยกไปเล่นร่วมวงพี่เจต ปล่อยให้เขาวางมือเล่นเพียงลำพัง
“ลงไพ่อะไรของมึงเนี่ยอุ่น เดี๋ยวก็โง่ตายหรอก”
“ก็เราเพิ่งหัดเล่น”
“มานี่กูจะสอน แบบมึงนี่ต้องจับมือสอนเล่นถึงจะได้เป็ไวๆ”
“จะเก่งสักแค่ไหนเชียว”
“เอ้าด้ายยยย มึงรอดูเลย”
กลายเป็ว่าเปรมจับมือสอนเข้าเล่นตามปากจริงๆ จับมือเล่นแบบที่ไม่ใช่จับมือสอนในสำนวน เล่นแบบมือชนมือกันเลยทีเดียวเชียว เขานั่งที่เบาะโซฟาด้านล่าง ส่วนเปรมนั่งซ้อนหลังเขาข้างบนพนักพิงโซฟา
ท่าโคตรล่อแหล่ม หัวเขาชนเป้าเปรมอยู่หลายทีตอนรถเบรกแรงๆ เพราะไอ้คนเ้าเล่ห์มันนั่งคล่อมหลังเขาอยู่ยังไงล่ะ หันขวาหันซ้ายก็เจอแต่หน้าขาแกร่ง ขยับไปไหนไม่ได้เหมือนกำลังถูกขัง
พวกเรานั่งเล่นตาแฉะกันั้แ่ตีนดอยจนถึงกรุงเทพ 12 ชั่วโมง ง่วงก็นั่งคอพับซบหลับลงหน้าขาคนเ้าเล่ห์คาวงไพ่อยู่อย่างนั้น ขอขึ้นไปนอนดีๆ ก็ไม่ให้
.
.
“เปรมเสร็จรึยัง คนที่บ้านมารอรับอยู่ข้างล่างแล้ว”
“แป๊ปๆ”
ไม่รู้เข้าไปทำอะไรกุกกักในห้องน้ำตั้งนานสองนาน ป่านนี้ยังไม่ออกมาสักที
หลังจากผ่านค่ายมาได้สองวัน พวกเราตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมคุณปู่ที่บ้านในวันนี้ รายนั้นโทรตามทวงของฝากทุกวัน เมื่อไหร่จะมา อยากกินชา อยากกินข้าวกับหลานรัก บลาๆ งัดทุกคำหว่านล้อม งอแงให้หลานอย่างเขากลับบ้านจนได้
“เสร็จแล้ว ไปกัน”
“เปรมจะแต่งตัว ไปไหนอ่ะ”
“ไปบ้านมึงไง ถามแปลก”
“เรารู้ แต่ว่าชุดนี้มันเวอร์ไปไหม”
เสื้อเชิ้ตคอจีนสีขาว ชายเสื้อทับในด้วยกางเกงสแล็คสีกรม เข้าชุดกับเสื้อสูทสีเดียวกัน รองเท้าหนังขัดมันหน้าประตูก็ของเปรมใช่ไหมนั่น หล่อเหลาเอาการอย่างที่ไม่เคยเห็น แต่งตัวเป็ทางการอย่างกับไปบ้านพ่อแม่แฟนครั้งแรก
อุ๊บ! บ้านพ่อแม่แฟนงั้นเหรอ โอ้ยยยยคิดอะไรเนี่ย ไร้สาระอีกแล้ว แค่ไปเยี่ยมคุณปู่
“ไม่นิ ก็ปกตินะ”
“ปกติของเปรม คือเสื้อยืดกางเกงยีนส์”
“วันนี้กูจะหล่อหน่อยไม่ได้รึไง แล้วดูมึงแต่งตัวดิ ไม่เข้ากับชุดกูเลย”
“…..?”
“ทะ..ทำไมต้องแต่งให้เข้ากัน ไม่ได้ไปเดตสักหน่อย”
“ถึงจะกลับบ้านก็แต่งตัวให้มันสุภาพกว่านี้หน่อย นี่อะไรเสื้อยืดกางเกงช้าง แต่งตัวเป็นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ไม่ปาน”
“เอ้า เรากลับบ้าน ไม่ได้ไปเที่ยว เปรมนั่นแหละเวอร์ ไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้เลย”
“กูแต่งตั้งนาน มาไล่ให้ไปเปลี่ยน บ้าป่ะเนี่ย”
“ไปเปลี่ยนเถอะ เราขอร้อง ที่บ้านจะใเอานะว่าเราพาคนขายประกันมาทำไม”
“แรงอยู่นะอุ่น มึงแรงอยู่นะ”
“ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ แต่ไม่ต้องใส่สูทกับรองเท้าขัดมันได้ไหม แต่งสบายสบายเถอะ”
“จิ ขัดตลอด กูแค่อยากดูดีในสายตาผู้ใหญ่”
“แค่นี้ก็ดูดีแล้ว เปรมนะ หล่อจะตาย”
“…จริงเหรอครับคุณหนู”
บ้าน่าาาาา โดนคนชมเป็ร้อยยังไม่สะท้าน เท่าลูกคุณหนูคนนี้ชม
เปรมยิ้มร่าเมื่อได้รับคำชมจากร่างเล็กตรงหน้า จนรีบถอดสูทโยนทิ้งลงเตียงไปทันที ก่อนรีบกระวนกระวายเปลี่ยนถุงเท้าสีเหมาะสมคู่กับรองเท้าผ้าใบสีขาว เรียบง่าย
“ไหนของที่จะเอาไปด้วย กูจะได้ถือลงไป”
“มีแค่ตรงนี้”
อุ่นชี้นิ้ววนที่กองของฝากสามสี่ถุง ที่เราสองคนช่วยกันเลือกซื้อในร้านของฝากก่อนลงดอยเมื่อวันก่อน
“งั้นไปกัน”
“อื้อ”
.
.
“เชี่ย โครตหรู”
เปรมอุทานกับตัวเองเบาๆ ขณะที่รถวิ่งผ่านวงเวียนน้ำพุล้อมด้วยม้า 8 ตัว ด้านหน้าทางเข้าโครงการ ตระหง่าน สง่า เป็สัญลักษณ์มงคลแห่งความมั่งคั่งไม่รู้จบ
ตลอดเส้นทางในโครงการ อวลไปด้วยกลิ่นอาย และความงามในบรรยากาศที่เหมือนเดินอยู่ในยุโรป อาคารคลับเฮ้าส์ดีไซน์แบบปราสาทสไตล์ยุโรป ซุ้มโค้งศิลปะเมดิเตอร์เรเนี่ยน พร้อมน้ำพุ Fountain of Apollo
ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่อีกด้วย โคตรหรูหราเลยว่ะ สวนในส่วนกลางสวยราวอุทยานของราชวังในยุโรป ท่ามกลางวิวสวยๆโปร่งกว้างแบบสามร้อยหกสิบองศา เห็นวิวได้ทุกมุม ไร้สายไฟฟ้ารบกวน คนรวยเขาใช้ชีวิตอยู่ในที่แบบนี้สินะ
“เปรมเป็อะไร ยุกยิกไปมาั้แ่ทางเข้าหมู่บ้านแล้ว”
“กูตื่นเต้นอ่ะ มีแต่บ้านหลังใหญ่ๆ หมู่บ้านมหาเศรษฐีเป็แบบนี้สินะ”
“วันนี้ก่อนกลับ เราจะพาออกมาปั่นจักรยานเล่นดีไหม”
“ดี!”
“เตรียมตัวเถอะ จะถึงแล้ว”
“อุ่น”
“หื้ม?”
“นี่บ้านมึงจริงเหรอ”
“ไม่ใช่บ้านเรา บ้านคุณปู่”
เปรมตกตลึงกับความอลังการบ้านหลังใหญ่ตรงหน้า อย่าเรียกว่าบ้านเลยต้องเรียกว่าคฤหาสน์ สถาปัตยกรรมคลาสสิกแบบตกวันตก ผสมผสานกลิ่นอายของ นีโอ คลาสสิก สไตล์ (Neo Classic Style) ที่เขาเคยเห็นแต่ในตำราเรียน ไม่เคยเห็นของจริงใกล้ตาขนาดนี้
รถอัลพาร์ด คันหรูเเล่นมาจอดโถงรับ-ส่งหน้าบ้าน โดยมีหญิงวัยทำงาน แต่งตัวดูดี มีภูมิฐาน ยืนรอรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส่อยู่ก่อนแล้ว โดยมีหญิงสาวผู้ติดตามอีกสี่คนยืนกุมมือรอด้านหลัง
เชี่ย! อย่างกับในละคร คุณหญิงแม่พร้อมคนรับใช้ยืนรอรับทายาทธุรกิจตระกูลดัง วันนี้เปรมได้รู้แล้วว่าในละครกับเื่จริงไม่ได้ต่างกันนัก
“คุณแม่สวัสดีครับ เปรม นี่คุณแม่เรา”
“สวัสดีครับคุณน้า”
“นี่เพื่อนรูมเมทของอุ่นใช่ไหมจ๊ะ”
“โอ้วววว หน้าตาหล่อเหลาเชียว ไปๆ เข้าบ้านกันคุณปู่กับคุณพ่อรอเราอยู่”
เปรมเดินตามขบวนต้อนรับไปอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว จากตอนแรกที่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่พอเอาเข้าจริง เหมือนเขากำลังอยู่อีกโลกที่เขาไม่มีทางได้ัั อำนาจของเงินมันสร้างได้ทุกอย่างจริงๆ
“คุณปู่ คุณพ่อ สวัสดีครับ”
เปรมจับสังเกตสีหน้า ท่าทางอุ่นที่เปลี่ยนไปจากเดิม ดูนิ่ง เก็บท่าทาง ใบหน้านิ่งครึม จริงจัง ต่างจากคุณหนูโอบอุ่นที่น่ารักเมื่อสักครู่
“โอ้ หลานปู่ มาๆ มาให้ปู่กอดให้หายคิดถึงหน่อยมา”
“คิดถึงคุณปู่หมือนกันครับ”
ชายแก่ใจดี โอบกอดหลานชายผู้เป็ที่รักเต็มกอด
“ว่าไงล่ะ เ้าเปรม ได้ชากลับมาฝากฉันไหม”
“สวัสดีครับ ได้มาครับ ผมซื้อเบอร์ 17 กับเบอร์ 21 มาฝาก”
“แล้วคิดว่า คนอย่างฉันเหมาะกับชาเบอร์ไหนกันล่ะ”
“สำหรับคุณปู่ ผมคิดว่าเหมาะกับเบอร์ 21 ชาอู่หลงสี่ฤดูครับ”
“ทำไมล่ะ”
“ชาสายพันธุ์ที่ปลูกยาก และให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง เป็ใบชาที่ผ่านการหมักน้อยที่สุด ให้น้ำชาสีเขียวอ่อน มีคาเฟอีนน้อยกว่าเบอร์อื่น รสชาติที่กลมกล่อม หอมคล้ายกลิ่นกล้วยไม้ และผลไม้ ดื่มแล้วสดชื่นชุ่มคอ เหมาะสำหรับทานระหว่างวัน ได้ทุก่เวลาครับ”
“เลือกได้ดีๆ ”
“ลองดื่มดูไหมครับ ผมพอจะชงเป็อยู่บ้าง”
“ดีๆ ได้ยินแบบนี้ฉันชักจะคอแห้งขึ้นมาทีเดียว พ่อฝากจัดการหน่อยนะมณี”
“ค่ะคุณพ่อ ไปกันเปรม เเม่พาไปครัว”
“ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“อุ่นไปด้วย”
“เราอยู่คุณกับปู่ก่อนเ้าอุ่น”
เขาแอบเป็ห่วง ไม่อยากให้เปรมไปไหนมาไหนตามลำพังในบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ว่าที่นี่ทากลัว หรือไม่น่าอยู่ แต่สำหรับเปรมเขาเป็ห่วงทุกอย่าง
“เด็กคนนั้นเพื่อนแก่เหรออุ่น”
“ใช่ครับ เป็รูมเมทอุ่นด้วยครับ”
“คิดยังไงถึง อยากจะมีรูมเมทขึ้นมาล่ะ ทีให้อยู่คอนโดกับเ้าปีย์ ไม่ยักอยากจะอยู่ ดันหนีไปอยู่หอในสะได้ หรือแกตั้งใจจะหนีที่บ้าน ชอบนักความลำบาก”
อนันต์ถามลูกชายพรางดุไปในที กับความดื้อดึง เอาแต่ใจ เอาความคิดตัวเองเป็หลัก คนที่บ้านห่วงจะเป็จะตายเสียให้ได้
“อยู่คนเดียวมันเหงานิครับ”
“ไม่ใช่ไปใช้ให้พ่อหนุ่มคนนั้นทำความสะอาดห้องให้หรอกนะ”
“เราช่วยกันครับ”
“แกเนี่ยนะ ฉันไม่อยากจะเชื่อ”
“เปรมเขาสอนอุ่นมาอีกทีครับ พอทำได้บ้างแล้วครับ”
“ดีๆ ไปขอลูกสาวบ้านไหนจะได้ไม่อายเขา ว่าลูกเราทำเป็ทุกอย่าง”
“ครับคุณพ่อ”
.
.
“เดี๋ยวผมทำเองก็ได้ครับคุณน้า ผมเกรงใจ”
“เกรงใจอะไรกัน น้าเป็เ้าบ้านจะปล่อยให้แขกทำอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน”
“แต่ว่า…”
“ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น เอาเป็ว่าน้าจะยืนดูสูตรชงชา เอาไว้ชงดื่มเองดีไหม ถ้าเปรมอยากได้อะไรก็บอกน้า ไม่ต้องเกรงใจ”
“ครับ”
คุณหญิงมณีมองร่างสูงจัดแจงเตรียมอุปกรณ์บนโต๊ะไอซ์แลนด์กลางครัวไม่วางตา
เปรมลงมือชงชาตามที่เรียนมาจากบนดอย ใส่ใบชาลงไปในกาก้ายหวานที่มีฝาปิด ในปริมาณ 1/4 ของกาชา
ร่างสูงค่อยๆ รินน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 80-90 องซาเซลเซียส รินแบบยกสูงเพื่อให้ใบชาตื่นตัวได้ทั่วกัน จนเห็นเป็ใบชัดเจน แล้วเทน้ำในกาทิ้งทันที เป็การล้างใบชา
เมื่อเสร็จการล้างชา เปรมเทน้ำร้อนอุณหภูมิเดิมลงในกาปิดฝาพร้อมเสิร์ฟทันที
“เรารีบออกไปรินชากันข้างนอกเถอะครับ เดี๋ยวจะกินเวลาแช่ชา”
“จ้ะ”
ทั้งสองเดินกลับไปยังห้องรับแขก ร่างสูงบรรจงรินชาให้ทุกคนในบ้านเองกับมือ โดยส่งผู้าุโที่สุดในบ้าน ไล่เรียงตามลำดับ
“กลิ่นหอม ตามที่ว่ามาจริง”
“ใช่ค่ะคุณพ่อ ชงชาได้เก่ง ถูกต้องตามขั้นตอน แถมยังรู้ด้วยนะคะ ว่าต้องล้างใบชาก่อน”
“เวลาแช่ชาก็เหมาะสม ไม่เข้มจนขมคอ เก่งเหมือนกันนะเ้าเปรม ที่บ้านก็เป็คนจีนเหมือนกันรึ”
“ผมเรียนมาจากพี่เ้าของร้านชาอีกทีครับ ยังชงไม่ค่อยคล่องมือนัก ผมน่าจะเป็ลูกบ้านคนไทยครับ”
“อ้าว ทำไมใช่คำว่าน่าจะล่ะ”
“เปรม”
อุ่นเรียกเปรมเบาๆ พรางสายหน้าไม่ให้ตอบคำถามจากผู้เป็บิดา แต่ร่างส่ายหน้าปฏิเสธกลับไป คำถามไม่ใช่เื่ร้ายเเรงอะไร แล้วก็ไม่ใช่เื่ที่น่าปิดบัง
“ผมโตมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าครับ เลยไม่รู้ครอบครัวจริงๆ เป็คนเเบบไหน”
“ขอโทษด้วยนะ ที่ถามออกไปแบบนั้น”
“ไม่เป็ไรครับ ที่นั่นคือบ้านของผม”
“บ้านที่ไหนล่ะ เลี้ยงมาได้ดีเชียว”
“อยู่แถวบางแคครับ เป็บ้านหลังเล็กๆ”
“ไม่ได้เป็มูลนิธิขนาดใหญ่หรอกรึ”
“เปล่าครับ มีเพียงบ้านไม้สองชั้น มีลานเล็กๆ หน้าบ้านให้น้องๆ พอได้ทำกิจกรรมกันได้ เหมือนเป็บ้านมากกว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
“คงลำบากไม่น้อย”
“ไม่เลยครับ ผมมีความสุขดี”
“เอาล่ะ ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่กินข้าวเย็นกันก่อนแล้วกัน”
ชายแก่ใจดีออกปากชวนเปรมอย่างนึกเอ็นดู ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน โอนโยน แต่ไม่อ่อนแอ ดูท่าแล้วคงเป็เสาหลักให้บ้านเด็กกำพร้าที่โตมา ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นวัยรุ่นที่โตจากการเลี้ยงดูในบ้านเด็กกำพร้าวางตัวดี มีมารยาทขนาดนี้ แต่งตัวสะอาดสะอ้าน รู้จักวางตัวเข้าหาผู้ใหญ่ คนแบบนี้น่าสนับสนุน ชายแก่คิด
.
.
“ถ้าอย่างนั้น อุ่นพาเปรมขึ้นห้องก่อนนะครับ”
“ไปเถอะลูก เดี๋ยวแม่ให้คนเอาของว่างขึ้นไปให้”
“ครับ เปรมไปกัน”
ก่อนไปร่างสูงยกมือไหว้อย่างมีมารยาทไปหนึ่งที ก่อนจะเดินตามคุณหนูเ้าของบ้านขึ้นชั้นสองไป
ทว่าคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ม่แค่สองชั้น ชั้นที่สามเป็ห้องของเ้าของบ้าน และทายาทรุ่นปัจจุบัน คือคุณอนันต์และภรรยา ภายในบ้านมีระบบอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั้งลิฟต์ที่ติดตั้งใช้งานสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย
“เข้ามาก่อนสิ อยู่ในนี้น่าจะสบายใจกว่า ตามสบายเลยนะ เราเข้าห้องน้ำแป๊ป”
“เดี๋ยว กูสามารถทิ้งก้นไว้ตรงไหนได้บ้าง”
“ได้ทุกที่ ตามสบายเลย”
ที่เปรมถามออกไปอย่างนั้น เนื่องจากห้องนี้มีโซฟา มุมพักผ่อนไม่น้อยกว่าสามมุม เท่าที่เห็นผ่านตา ยังไม่รวมมุมวาดรูปที่กั้นห้องแบ่งแยกออกจากส่วนอื่น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเ้าของห้องชอบมันมากแค่ไหน ถึงได้ใส่ใจขนาดนี้
ร่างสูงเดินสำรวจห้องรูมเมทจำเป็อย่างเชื่องช้า และถี่ถ้วน ห้องตกแต่งคลุมโทนเย็น อบอุ่น เข้ากันกับเ้าของห้องเป็อย่างดี ในโทนสีน้ำตาลไม้ ขาว ดำ ครีม และสีน้ำเงิน
ตามผนังห้องถูกตกแต่งด้วยกรอบรูปที่มีภาพวาดจากสีน้ำ ส่วนใหญ่เน้นภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ที่วาดเรียนแบบของจริง
จุดดึงดูดสายตาเปรมได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นวอลเปเปอร์หลังเตียงนอน ที่ถูกวาดมือลงกับผนังด้วยสีน้ำไล่เฉดสีสะดุดตา หากมองดูดีๆ รูปตรงหน้าคล้ายกับูเาไฟฟูจิในฤดูหนาวตั้งสูงชนเกือบชิดเพดานห้อง เข้ากันกับเตียงนอนสีขาว-น้ำเงิน ดูแล้วเย็นสดชื่นสบายตา ชวนให้ล้มตัวลงนอนมากทีเดียว
“ดูอะไรอยู่เหรอ”
“มึงวาดเองเหรออุ่น”
ชายหนุ่มโบยปากไปยังภาพวาดพนังหลังเตียงนอน เป็เชิงถาม
“ใช่ เราใช้สีน้ำวาด เป็ไงบ้างภาพนี้”
“เย็นสบาย เหมาะกับมึงดี บรรยากาศในห้องแตกต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิงเลย”
“คุณปู่อนุญาตให้ตกเเต่งห้องได้ตามใจ ห้องของคนในบ้านก็แตกต่างกันไปตามความชอบ”
“แต่งห้องสวยดีนะ กูนึกว่าจะแต่งแบบยุโรป ของใช้สีขาวเคลือบทองเสียอีก”
“ก็มี แต่เป็ห้องคุณปู่ อยู่แล้วอึดอัดจะตายห้องแบบนั้น”
“จริงด้วยสิ! เราลืมไปเลยว่าเปรมต้องไปทำงานตอนบ่าย เดี๋ยวเราไปบอกที่บ้านก่อนว่าเปรมอยู่ทานมื้อเย็นด้วยไม่ได้”
“ไม่มี! วันนี้ไม่มีทำงาน อยู่ได้”
เวร ถ้าอุ่นไม่ทัก ผมก็เกือบลืมไปแล้วเหมือนกัน วันนี้ผมมีเข้างานบ่ายสามที่บาร์พี่โป๋ แต่ปากเ้ากรรมกลับตอบออกไปว่าว่างเสียได้ เอาไงล่ะทีนี้
ไหนๆ ก็มาแล้วอยู่ต่อไปยาวๆ เลยแล้วกัน อีกอย่างคนบ้านนี้ก็ไม่ได้ดูใจร้าย แถมยังดีใจดีเอ็นดูเขาอยู่ไม่น้อย ถึงได้ยอมให้ขึ้นห้องลูกชายได้ง่ายขนาดนี้ เื่งานเอาไว้ก่อนค่อยโทรไปลางานพี่โป๋แก
Reference : ชาชิงชิงอู่หลงก้านอ่อน, https://www.thailandcoffee.net/th/oolong-tea-story/