ตอนที่ 12 คุณหนูผู้แสนเ็า
วันแรกของการได้เริ่มเป็คนสวนที่บ้านของคุณนายสร้อยระย้าก็ได้เริ่มต้นขึ้น เรวัตรเดินลงมาจากรถกระบะของอาชูพร้อมกับกระเป๋าใส่ข้าวของอีกเล็กน้อย โดยเสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็ยืมมาจากอติพจน์บ้างซึ่งส่วนใหญ่จะเป็เสื้อผ้าที่เขาไม่ใส่แล้วเพราะเก่าเกิน โดยทั้งนี้ก็ได้มีลุงยงค์ที่กลับจากไปส่งคุณนายพอดี ก็ได้เปิดกระจกรถออกมา
“มาแล้วรึ รอฉันแป๊บนึงนะ”
หลังจากจอดรถเรียบร้อยแล้วนั้น ลุงยงค์ก็ได้ลงไปเปิดประตูบ้านก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้าน โดยในระหว่างทางที่เดินไป ชายสูงวัยก็ได้อธิบายเื่งานที่เขาต้องทำ
“คุณหนูเขาชอบเอาดอกมะลิใส่บาตร นายก็คอยดูแลพวกกอมะลิพวกนี้ให้ดีล่ะ”
“ครับ คุณลุง เอ จะว่าไป ผมไม่เคยได้ยินใครเอาดอกมะลิใส่บาตรเลยนะครับนี่” เขาอดแปลกใจไม่ได้ สายตาทอดมองกอมะลิหลายกอตรงหน้าไปด้วย
“คุณหนูเขาชอบน่ะ”
เรวัตรพยักหน้า เขาจะต้องจำสิ่งนี้ให้ขึ้นใจ ซึ่งนี่ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาเลย
หลังจากอธิบายเื่งานที่ต้องทำจนเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเอง ชายชราก็ได้พาเขาไปดูที่พักซึ่งเป็บ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่ปลูกไว้อยู่ตรงหลังบ้านซึ่งอยู่ห่างจากหน้าบ้านพอสมควร ตัวบ้านติดประตูรั้วเก่า ๆ ที่กำแพงปูนสีขาวที่มีราขึ้นบางส่วนและสภาพสีหลุดลอกบ่งบอกอายุที่มีมานาน ตรงตามกำแพงครึ่งแรกมีรูเจาะกันไว้ห่าง ๆ ค่อนข้างถี่ ซึ่งมุมนี้เป็มุมเดียวกับที่เขามองเห็นรินนรีอ่านหนังสืออยู่ในวันนั้นนั่นเอง
ในขณะเดียวกันนั้น เจนที่กำลังมองออกมาจากตัวบ้านต่างก็กระซิบกระซาบกับฤดี ใบหน้าดูตื่นเต้นเป็พิเศษกับคนสวนคนใหม่
“ฉันว่าดูดีกว่านายชมนั้นเป็กองเลย พี่ฤดี”
“นี่ เบา ๆ หน่อย ยัยเจน เขาเพิ่งมาทำงานวันแรกนะ อีกอย่างเราต้องจับตาดูเขาไม่ให้มาทำอะไรคุณหนูของพวกเราด้วย ลืมแล้วหรือไง”
“ไม่รู้สิ ฉันว่าเขาดูน่าไว้ใจกว่านายชมนั่นตั้งเยอะ”
“เพราะเขาหล่อล่ะสิ เลยดูน่าไว้ใจใช่ไหม” ฤดีเอ่ยแซวอย่างรู้ทัน จนเด็กสาวเขินไม่ไหวต้องแอบตีไหล่ผู้สูงวัยกว่าเบา ๆ
“แหม พี่ ก็แค่เหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกน่า”
“หล่อแค่ไหน ก็ยังไว้ใจไม่ได้ คนเดี๋ยวนี้หน้าเนื้อใจเสือเยอะจะตาย รู้ไหม เจน”
“จ้า ยังไงฉันก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคุณหนูเป็อันดับหนึ่งอยู่แล้ว ส่วนเื่ความหล่อของพี่เรย์ เอาไว้ลำดับ 1.5 ก็แล้วกัน”
ชายชราได้พาเรวัตรเข้ามาที่บริเวณลานด้านนอกที่ถูกจัดไว้ให้คนงานในบ้านได้ทานข้าวกัน
“กินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะ พ่อหนุ่ม มากินด้วยกันก่อนไหม”
“ขอบคุณครับ แต่ผมกินมาเรียบร้อยแล้วล่ะครับ เอ่อ คุณลุงครับ”
“ว่าไง”
ชายหนุ่มตัดสินใจถามเื่การรับคนสวนของที่นี่ “ทำไมถึงไม่รับคนสวนผู้ชายหรือครับ” แต่ชายชราตรงหน้าดูมีท่าทีอึดอัดเล็กน้อยจนทำให้เขาต้องรีบเอ่ย “ถ้าไม่สะดวกใจบอกก็ไม่เป็ไรนะครับ ขอโทษที่ถามออกไปนะครับ”
แต่ในขณะที่กำลังจะผละออกไป ลุงยงค์ก็ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาเสียก่อน ทำให้เ้าตัวต้องหันไปมอง
“เธอก็ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ และทำตัวดี ๆ สมกับที่เ้านายเขาให้ที่อยู่ที่กิน อย่าทำตัวกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคาเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“ครับ” เขาขานรับกับประโยคสั่งสอนนั้นอย่างฉงนเล็กน้อย
“ส่วนเื่อื่น ๆ ไว้อยู่ไป เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”
แล้วตอนนั้น จมูกของเขาก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่ทำเอากระเพาะของตนต้องร้องขึ้นมาอีกครั้ง และเมื่อหันไปทางทิศที่กลิ่นลอยมา เขาก็ได้เห็นเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินลายมิกกี้เมาส์เดินยิ้มเผล่มาพร้อมกับไข่เจียวหอมกรุ่นราดข้าวมาจานนึงในมือ
“เช้านี้พี่กินอะไรมาหรือยังจ๊ะ นี่ไข่เจียวจ้ะ เพิ่งทอดร้อน ๆ เลย” น้ำเสียงท้องถิ่นดังแว่วขึ้นมาเคล้ากับกลิ่นหอม ๆ ของไข่เจียวด้วย
“แหม นังเจน ให้มันน้อย ๆ หน่อย ทีฉันเรียกใช้งานล่ะ ช้ายังกะเต่า พอทีแบบนี้ล่ะไวเป็ลิงเชียวนะยะ” ป้าแจ๋วที่เดินตามมาจากในครัวอดจะเหน็บหลานสาวตนไม่ได้
“หูย ป้านี่ล่ะก็ เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดก็ไปพักก่อนไป มายืนบ่นฉันอยู่ได้” หลานสาวหันไปบ่นอุบกับป้าตนจากนั้นจึงหันมายิ้มให้คนสวนคนใหม่
“ขอบคุณคุณเจนมากนะครับ แต่พอดีผมกินข้าวมาแล้วน่ะครับ”
โดยในตอนนั้นเอง ฤดีก็ได้โอกาสมองไปที่ชายตรงหน้านั้นตรง ๆ ก็รู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน
“เหมือนเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า เรย์”
จู่ ๆ ก็โพล่งออกมาแบบนั้น เรวัตรที่ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแต่ทีแรกก็นิ่งไป แต่ทว่าเจนก็ได้แทรกขึ้นมาเสียก่อน
“อันแน่ พี่ฤดี เล่นมุกนี้เลยหรือ ไม่เบานะพี่”
“ก็ฉันคุ้นจริง ๆ นี่ยะ” หญิงสาวยังคงเถียง แต่ในที่สุดป้าแจ๋วก็มาห้ามทัพไว้เสียก่อนก่อนที่ศึกนี้จะบานปลาย
“แยกย้ายไปทำงานกันได้แล้วไป มัวเถียงกันประเดี๋ยวไม่ได้กินข้าวกันพอดี”
แต่ถึงกระนั้นฤดีก็ยังไม่ยอม
“แต่ฉันคุ้นจริง ๆ นะ ป้า” หญิงสาวผมสั้นยืนคิดไปสักครู่ ก่อนที่ตาจะเบิกโต “อ๋อ ใช่ ตอนนั้นฉันไปตลาดกับคุณหนู เจอเขามาซื้อผักที่ร้านเดียวกับคุณหนูด้วย”
“จริงด้วย ผมก็คุ้น ๆ แต่ไม่มั่นใจว่าเป็คุณน่ะครับ” เรวัตรจำต้องตามน้ำไป ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาเคยเห็นเธอกับคุณหนูของเธอเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้วต่างหาก โชคดีที่วันนั้นเขาใส่เสื้อยืดเก่า ๆ ไป ทำให้ไม่สะดุดตาใคร ๆ นัก
หลังจากพูดคุยแนะนำตัวและคุยอะไรกันอีกเล็กน้อย ลุงยงค์ก็ได้พาเขาเริ่มงาน โดยเริ่มจากบริเวณหน้าบ้านเป็อย่างแรก
“จริง ๆ ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก งานสวนน่ะ แต่ตอนนี้คนสวนคนเดิมเพิ่งออกไป พวกหญ้ากับวัชพืชอาจจะรกสักหน่อย แต่ก็ไม่มากนัก แล้วก็ดูแลไม้กระถางของคุณนาย ไม้พุ่มเอยอะไรเอย งานก็มีประมาณนี้ล่ะ อย่างที่บอกเธอไปตอนแรกน่ะ”
“ครับ”
“ถ้ามีปัญหาอะไรก็ถามได้นะ”
“เอ่อ คุณลุงครับ”
“ว่าไง”
“ถ้าผมอยากจะถามว่า...” ชายหนุ่มลังเลไปชั่วครู่ว่าจะถามเื่สาเหตุที่คนสวนคนเก่าออกไปดีหรือไม่ แต่นี่เขาเพิ่งมาทำงาน ไว้ค่อยวันอื่นก็ยังได้นี่น้า “มีดฟันหญ้าอยู่ไหนครับ”
“ตามมาสิ”
ในเย็นวันนั้น เมื่อกลับมาที่บ้าน รินนรีที่เดินเข้ามาในบ้านก็เห็นว่าชายหนุ่มกำลังกวาดใบไม้อยู่ แต่ก็ไม่นึกสนใจอะไร นอกจากเรียกฤดีที่ลงมาด้วยมาช่วยถือของเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะเดินเข้าบ้านด้วยกันตามปกติ
เมื่อเห็นร่างเล็กในชุดนักศึกษาพาณิชย์เดินมา มือหนาที่กวาดไม้อยู่ก็หยุดลง
“สวัสดีครับ คุณหนู” เสียงทุ้มสุภาพนั้นเอ่ยทักเ้านายสาวที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมฤดี
แต่ทว่าสายตาของร่างตรงหน้ากลับเสมองมาเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเชิดหน้าเดินต่อไปอย่างไม่สนใจ จนต้องเป็ฤดีเสียเองที่ทักเขากลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างไว้ตัวไม่ต่างกับนาย
“พอดีคุณหนูเหนื่อย ๆ น่ะ อารมณ์ไม่ค่อยดี อย่าถือสาเลยนะ”
“อ๋อ ไม่เป็ไรเลยครับ ยังไงผมก็ต้องฝากคุณฤดีขอโทษคุณหนูด้วยนะครับ ถ้าผมทำอะไรให้เธอไม่พอใจ”
พี่เลี้ยงสาวของรินนรีมองท่าทางที่สุภาพอ่อนโยนและดูจริงใจนั้นอย่างพอใจในระดับหนึ่ง ส่วนรินนรีที่ยืนรอพี่เลี้ยงสาวอยู่ไม่ไกลก็ยืนมองชายหนุ่มที่กำลังกวาดใบไม้อยู่อย่างไม่ชอบใจยังไงพิกล
นี่ถ้าไม่ใช่เพราะจับหนูได้ล่ะก็ ยังไงเธอก็ไม่มีวันจ้างแน่ ๆ
“ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามฉันหรือคนอื่น ๆ ในบ้านได้นะ นายเรย์”
“ครับ ขอบคุณนะครับ คุณฤดี”
จนในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินกลับไปหานายสาวตัวน้อยของตนอยู่นั้น ร่างของรินนรีก็ได้ยืนกอดอกรออยู่แล้วด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“คุยอะไรกันนานจังคะ พี่ฤดี”
เรวัตรอาศัยโอกาสที่เธอเดินมาใกล้ที่สุดเท่าที่เคยคุยกันมานั้น แอบมองอยู่เงียบ ๆ ใบหน้าของเธอนั้นสวยจับใจ เสียแต่ว่าในยามนี้ดูบึ้งตึงเหมือนกินรังแตนมายกรัง
“ค่า ๆ ไปแล้วค่ะ คุณหนู ฉันไปก่อนนะ นายเรย์”
“ครับ เอ่อ คุณหนูครับ”
ในตอนนั้นเอง เขาตัดสินใจเอ่ยขึ้น อย่างน้อยก็อยากมองหน้าเธอเต็ม ๆ อีกครั้ง
“อะไร” เสียงหวานติดสะบัดเล็กน้อย
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
รินนรีเพียงแต่พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นพร้อมพี่เลี้ยง ทิ้งให้เรวัตรแอบยิ้มที่เธอมีท่าทีตอบกลับเขามาบ้าง อีกทั้งยังได้เห็นใบหน้าหวานนั้นอีกครั้งด้วย
‘นี่เราเป็อะไรเนี่ย ทำไมตอนคุยกับตาคนสวนนั้นถึงรู้สึกประหม่าแปลก ๆ’ ทันทีที่เข้ามาในบ้าน หญิงสาวก็แอบยืนคิดอยู่เงียบ ๆ ทั้งน้ำเสียงที่เธอตอบกลับ ท่าทางวางตัวหยิ่งที่เธอไม่ค่อยทำกับคนดี ๆ อีก ทั้ง ๆ ที่นายเรย์เขามาทำงานวันแรกแท้ ๆ
‘เอาน่า วางท่าข่มก่อน เขาจะได้ไม่กล้าคิดอะไรไม่ดี’
เมื่อกลับมาถึงที่พัก น้องชายของเขาก็วิดีโอคอลไลน์มาพอดี ชายหนุ่มหันรีหันขวางมองว่ามีใครอยู่แถวนั้นไหม และเมื่อไม่เห็นว่ามีใคร เขาจึงเข้าบ้านพัก ก่อนจะกดรับ
“ว่าไง พี”
“ว่างยังครับ พี่เรย์”
เรวัตรเดินไปดูลูกบิดประตูว่าล็อคเรียบร้อย ก่อนจะคุยกับน้องชายตนต่อไป
ในเวลาเดียวกันนั้น หญิงสาวก็ได้ขึ้นห้องไปอาบน้ำหลังจากที่พี่ฤดีจัดแจงให้เสร็จ โดยหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วนั้น หญิงสาวก็ได้ออกไปรับลมข้างนอกตามปกติ ส่วนเรวัตรนั้นก็ได้คุยงานกับน้องชายที่วิดีโอคอลมาปรึกษาอยู่นานสองนาน จนเมื่อคุยเสร็จ เขาจึงไปอาบน้ำในห้องน้ำคนงานที่อยู่ด้านหลังบ้าน แต่ปรากฏว่าหัวฝักบัวดันหลุดมาทั้งดุ้นเพราะเก่ามากแล้ว
“ให้ตายสิ นี่ก็มืดแล้วด้วย ทำไงดี” มือหนาพลิกฝักบัวสนิมกินเกรอะในมือไปมาอย่างครุ่นคิด
หลังจากเห็นว่าไม่ว่ายังไงคงผ่านคืนนี้ไปโดยไม่อาบน้ำไม่ได้แน่ ๆ ไหนจะตัวที่เหม็นและเหนียวจากการทำงาน ไหนจะโดนกำชับอย่างหนักไม่ให้เข้าไปในบ้านของคุณนายโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก เขาจึงต้องเอาตัวเองออกไปในชุดผ้าขาวม้าคาดเอว นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนดอกลายที่ยืมอาชูมา ก่อนจะตัดสินใจลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเอาตัวรอดไปก่อน
เขาตัดสินใจต่อสายยางที่ใช้รดน้ำเมื่อตอนกลางวันออกมาโดยต่อจากก๊อกน้ำเข้ามาในห้องน้ำ แต่ความยาวไม่ถึง
‘บ้าจริง ทำไงดีวะ’
และเนื่องจากคืนดังกล่าวเป็คืนเดือนเพ็ญ ที่ม่านหน้าต่างของห้องพักชั้นบนนั้นค่อย ๆ ถูกคลี่ออก ก่อนจะปรากฏใบหน้าหญิงสาวที่จับกลีบผ้าม่านนั้นแน่น พร้อมกับค่อย ๆ มองออกไปยังทิศทางหลังบ้านอย่างเพลิดเพลินจนกระทั่งไปสะดุดตากับอะไรบางอย่างเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘นี่ทำไมไม่ไปอาบน้ำที่ห้องพักเขาล่ะ ทำไมมาอาบท้าแสงจันทร์แบบนี้ หน้าไม่อายเลย’ ดวงตาหวานจ้องมองร่างกำยำที่กำลังใช้ขันรดน้ำอาบกายอย่างไม่วางตา แถมยังแอบมองเพลินอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าเขาจะล้างหน้าหรือถูสบู่ตามตัว ท่วงท่าแต่ละอย่างช่างดูเซ็กซี่ในสายตาเธออย่างบอกไม่ถูก
พลันหัวใจของเธอก็เต้นแรงแปลก ๆ จนร่างบางต้องสะดุ้งหันกลับมา ประจวบกับว่าเขารู้สึกว่ามีคนมองจึงหันไปมองรอบ ๆ แต่ก็ไม่เจอใครจึงรีบอาบน้ำต่อ
ส่วนรินนรีนั้นก็รีบคว้าที่ช็อตจากใต้หมอนขึ้นมากำแน่นราวกับจะเป็เครื่องป้องกันอะไรบางอย่างทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรด้วยซ้ำ
“เอาสิ ถ้านายคิดจะมาทำอะไรรุ่มร่ามกับฉัน ฉันจะเอานี่ช็อตเ้าโลกนายให้เกรียมเลย”
หญิงสาวตัดสินใจค่อย ๆ คลี่ม่านออกเพื่อแอบดูเขาอีกครั้ง จึงเห็นว่าตอนนี้เขากำลังสาวสายยางม้วนเก็บอยู่ ร่างบางสังเกตแผงอกขาวที่ขยับขึ้นลงไปมาอย่างครุ่นคิด
‘อกแกร่งนั่นจะอบอุ่นแค่ไหนกันนะ เอ้ย ไม่สิ เราแค่กำลังสำรวจความปลอดภัยให้ตัวเราเองต่างหากเล่า’
ส่วนเรวัตรที่กำลังเก็บสายยางอยู่นั้นรู้สึกเหมือนมีคนมองอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจมองขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ทำเอาเ้าตัวคนมองไหวเกือบไม่ทันเลยทีเดียว แต่เขาก็เห็นอยู่ไว ๆ ร่างแกร่งจึงยิ้มออกมานิด ๆ ก่อนจะเดินถือสายยางไปวางที่เดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ไม่ไว้ใจกันตั้งแรกเจอผมเลยหรือครับนี่’ เรวัตรนึกอย่างขบขัน
เอาเถอะ ให้เวลาเป็ตัวตัดสินก็แล้วกัน
จนเมื่อแน่ใจว่าผ่านไปสักพัก หญิงสาวก็ค่อย ๆ โผล่หน้าออกไปมองผ่านกระจกหน้าต่างอีกครั้ง จนเมื่อไม่เห็นเขาแล้ว เธอจึงปิดม่าน
‘หวังว่าคงไม่เห็นนะ’
จนในตอนนั้นเองหญิงสาวก็หลุดจากภวังค์เมื่อฤดีมาเคาะประตู พร้อมกับนมอุ่น ๆ มาให้เธอดื่มเหมือนทุกวัน
--------------------------------------------------------------------------------
เนื่องจากวันนี้เป็วันหยุดและเป็วันพระด้วย รินนรีที่เดินมากับพี่ฤดีของเธอเพื่อเก็บดอกไม้ไปถวายพระใน่เช้าตรู่ โดยทั้งนี้เรวัตรที่ตื่นมาวิ่งออกกำลังกายแต่เช้ามืดก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่าง ๆ
“เดี๋ยวดอกมะลิพวกนี้น่าจะบานทันวันพระใหญ่หน้าล่ะนะคะ จะได้ให้คุณรุ้งร้อยมาลัยมาให้”
เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็พยักหน้า
“นั่นสินะ”
จนในตอนนั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มก็ได้ดังขัดจังหวะขึ้นมา
“อรุณสวัสดิ์ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
สีหน้าของรินนรีดูจะใเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับเขาที่อยู่ในชุดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น พร้อมกับมีผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ พาดไหล่
ฤดีทำหน้าที่พี่เลี้ยงออกมายืนขวางเขากับหญิงสาว สีหน้ายังคงดูยิ้มแย้ม
“นายเรย์ตื่นแต่เช้าเลยนะเนี่ย มาออกกำลังกายหรือจ๊ะ”
“ครับ ปกติผมวิ่งเวลานี้ทุกวัน”
“ว่าสิ ถึงล่ำ กล้ามเป็มัด ๆ เพราะออกกำลังกายนี่เอง” ฤดีอดแซวไม่ได้
ทันทีที่จบประโยคนั้น เ้านายสาวที่กำลังเก็บดอกมะลิใส่ตะกร้าไม้ก็ถึงกับหน้าแดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงภาพที่เธอเห็นเมื่อไม่กี่คืน ก่อนจะเรียกชื่อพี่เลี้ยงเธอเสียงหลง
“พี่ฤดี”
พี่เลี้ยงสาวที่กำลังคุยกับชายหนุ่มอยู่ก็ใ หันขวับมา
“คุณหนูเป็อะไรคะ”
“รีบเถอะค่ะ พระน่าจะใกล้มาแล้ว”
“เรายังเลือกดอกไม้กันไม่เสร็จเลยนะคะ” พี่เลี้ยงสาวแย้ง ทั้งยังแปลกใจกับท่าทางที่ดูลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ของเ้านายตัวน้อยตรงหน้า
“งั้นวิวให้พี่เลือกมาเลยแล้วกัน” เมื่อพูดจบพร้อมยื่นตะกร้าให้พี่เลี้ยงสาว ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เข้าบ้านไป แต่เสียงของเรวัตรดังขึ้นเสียก่อน
“จะให้ผมเอาไปตั้งที่หน้าบ้านให้ไหมครับ”
เธอหันมามองเขาก่อนจะตอบเสียงเชิด ๆ
“นายมีหน้าที่อะไรก็ไปทำไป ตรงนี้ให้พี่ฤดีจัดการคนเดียว” จากนั้นก็เดินไป ทิ้งให้เรวัตรมองตามหลังอย่างเหลอหลา งุนงงกับอากัปกิริยาแสนเ็าที่เธอแสดงออกมา
“คุณหนูไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่าครับ”
“สงสัยตื่นเช้าเกินไป เลยอาจจะหงุดหงิดนิดหน่อยน่ะจ้ะ เรย์ไม่ต้องกังวลนะ จริง ๆ คุณหนูเป็คนใจดี ถึงบางครั้งจะเอาแต่ใจไปบ้าง อุ๊ย” จากนั้นเธอก็ปิดปาก แล้วพูดกำชับเขาขึ้นมา “อย่าไปบอกคุณหนูนะ เรย์ ว่าฉันว่าเธอเมื่อกี้”
“ไม่บอกหรอกครับ” จริง ๆ เขาสนใจคุณหนูตรงหน้ามากกว่าว่าเธอเป็อะไร ทำไมเ็ากับเขาจังเลย
‘พอดีคุณหนูเขาเข็ดเื่คนสวนก่อนหน้านี้ จึงพาลมายังคนสวนคนใหม่อย่างเธอเข้าน่ะ’ ฤดีมองเขาอย่างนึกเห็นใจ
แล้วในตอนนั้น ร่างสมส่วนตามวัยของคุณนายเ้าของบ้านก็ได้เดินออกมาพอดี จนเมื่อสายตานั้นหันมาเจอเขาเข้า ริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยสีแดงก็ได้เอ่ยขึ้น
“มาใส่บาตรด้วยกันสิ นายเรย์”
“จะดีหรือครับ” เขาเอ่ยถามอย่างงง ๆ
“ดีสิ ทำบุญใส่บาตร ถือว่าทำงานวันแรกก็เอาสิ่งมงคลเข้าตัวเองด้วย”
รินนรีเองเมื่อเห็นเรวัตรมายืนอยู่บริเวณที่ต้องใส่บาตรก็ได้เอ่ยถามห้วน ๆ
“เอ้า มายืนทำอะไรตรงนี้”
“พอดีคุณนายให้ผมมาใส่บาตรด้วยน่ะครับ”
บุตรีรีบหันไปมองแม่ของตนที่กำลังจัดเตรียมข้าวของอย่างไม่เข้าใจ
“แม่คะ ทำไมจู่ ๆ แม่ถึงให้คนสวนนั่นมาใส่บาตรกับเราคะ”
“เอาน่า ลูก นายเรย์มาทำงานวันแรก แม่เองก็อยากให้มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับบ้านเรา”
หญิงสาวตวัดสายตามองชายหนุ่มที่ยืนห่างออกไปหลาย่ ก่อนจะหันหน้าบึ้ง ๆ กลับมามองผู้เป็แม่
‘ก็ลองมาแตะฉันแค่ปลายก้อยสิ รับรองว่าครั้งนี้ต้องมากกว่าที่ช็อตแน่’
ชายหนุ่มรู้สึกแปลก ๆ กับสายตาที่หญิงสาวรุ่นเยาว์กว่าจ้องตนไม่น้อย ราวกับว่ากำลังจับตาดูว่าเขากำลังจะทำอะไรผิดอยู่ตลอด
‘นี่เราทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่านะ’ แต่พอนึก ๆ เท่าไหร่ก็นึกไม่ออก อีกทั้งพระ 2-3 รูปก็เริ่มเดินมาที่บ้าน เขาจึงต้องหยุดคิดแค่นั้น
ส่วนที่บ้านของปานรุ้งในยามนี้นั้น หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีเหลืองไข่ยกกระด้งที่มีพวงมาลัยอยู่หลายพวงในนั้นทยอยยื่นให้คุณป้าร่างเล็กท่านหนึ่งที่มารอรับอยู่หน้าบ้าน ดวงตาแหลมคมของหญิงสูงวัยมองพวงมาลัยพวงงามหลายพวงในกระด้งหลายอันนั้นอย่างพอใจ อดจะเอ่ยชมไม่ได้
“ร้อยได้สวยเหมือนเดิมเลยนะ หนูรุ้ง นี่ถ้าเป็สมัยโบราณคงได้พาตัวเข้าวังแล้ว”
จากนั้นเสียงแหลมเล็กของหญิงชราก็เรียกให้หลานชายตัวเล็กของแกยกขึ้นรถกระบะไป
“ไม่สวยเท่าไหร่หรอกค่ะ พอดูได้เท่านั้นเอง” หญิงสาวเอ่ยกับผู้สูงวัยอย่างนอบน้อม
“หืม ไม่สวยเท่าไหร่ได้ไง อย่าดูถูกสายตาคนแก่อย่างป้านะจ๊ะ อืม หอม ๆ แบบนี้น่าจะได้บุญเยอะทีเดียวเชียวนะ”
หลังจากใส่บาตรเสร็จ หญิงสาวก็เข้ามาในบ้าน จากนั้นก็หยิบตะกร้าไปเก็บผ้าที่ตากไว้มาพับ ก่อนจะเก็บขึ้นชั้นอย่างเป็ระเบียบ แต่ในตอนนั้นเอง ไลน์ของเธอก็ได้ดังขึ้น ใบหน้าหวานนั้นค่อย ๆ คลี่ยิ้มเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นมา หญิงสาวพิมพ์อะไรอยู่สักครู่ จากนั้นจึงกลับไปนอนพักเพราะตื่นเช้ามาก
โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีใครแอบมองเธออยู่ตลอดและคน ๆ นั้นก็ได้แอบะโข้ามรั้วเข้ามาในเขตตัวบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว
‘บุกแบบนี้ล่ะ ไม่รู้ตัวแน่ ๆ’ ชายชุดดำยิ้มกริ่ม
ส่วนปานรุ้งที่กำลังจะหลับแล้วนั้น ก็ได้สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความใเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างลั่นขึ้นมา
‘เสียงมาจากหลังบ้านนี่นา’
ในตอนนั้นเอง ชายชุดดำที่แอบปีนเข้ามายืนตรงหลังบ้านก็ค่อย ๆ ย่องไปที่ประตูหลังบ้านชองเธอ ก่อนจะใช้ผ้าขี้ริ้วสีขาวหม่นจับที่ลูกบิดประตู
“ไม่ล็อคด้วย โชคดีจัง”
แต่ทว่าโชคดีกลับอยู่กับเขาได้ไม่นาน เสียง ๆ หนึ่งก็ได้ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน
“นั่นแกจะทำอะไร”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------