Afterstory: สาย
“ยัยสายเมนส์แตก!”“ยี้ ฉันขอไม่นั่งเก้าอี้ตัวนั้นจนเรียนจบ ขนไปไว้ข้างนอกเลย”“เหม็นไปทั้งห้องเลย ฮะๆ ฮะๆ”แค่เลอะเก้าอี้นิดหน่อยทำเป็นโวยวายใหญ่โต สภาพกระโปรงฉันนี่สิ ดีนะที่กระโปรงนักเรียนสีเข้มอยู่แล้วให้ตาย... กลับบ้านดีกว่า หมดอารมณ์เรียนก่อนหน้านี้ฉันโทรบอกแม่ให้ช่วยมารับหน่อยเพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย ฉันไม่มีชุดมาเปลี่ยน ถึงจะเปลี่ยนผ้าอนามัยไปแล้วแต่เพราะกางเกงในแฉะไปหมด มันเลยเหมือนจะหลุดยังไงก็ไม่รู้ เวลาเดินฉันเลยดูเก้งก้างจนน่าขำตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ผู้หญิงทุกคนในห้องมีปัญหาเหมือนกันไม่กี่อย่าง หนึ่งคือประจำเดือนมาแต่ไม่มีผ้าอนามัย (เรามีสัญญาณมือลับเวลาขอผ้าอนามัยกัน) สองคือประจำเดือนมามากเกินจนกะไม่ค่อยถูก (ต้องวิ่งออกไปเปลี่ยนกลางคาบ) สามและสำคัญที่สุดคือ...ปวดท้องฉันกลืนยาเม็ดสีเหลืองลงคอ นี่เป็นเม็ดที่สองของวันแล้วบางทีก็สงสัยเหลือเกินว่าทำไมต้องเกิดมาเป็นผู้หญิงด้วย ไหนจะมีปัญหายิบย่อยที่มากับช่วงนั้นของเดือนอย่างหิวขนมตลอดเวลา ผื่นขึ้น ปวดหลัง อารมณ์เสีย เหนื่อยไม่อยากทำอะไร...ฉันไม่ได้พลาดโง่ๆ แบบนี้มาหลายปี เพราะยิ่งโตก็ยิ่งจัดการกับมันได้มากขึ้น แต่วันนี้เหมือนฉันจะดูถูกสมรรถภาพในการบีบตัวของมดลูกตัวเองไปหน่อย บวกกับนั่งเรียนเพลิน พอลุกขึ้นมาทีก็...นั่นแหละเลยได้แต่ถือกระเป๋ารอแม่ตรงทางเข้าโรงเรียนอยู่อย่างนี้ฉันรู้สึกไม่อยากเจอหน้าใครเลย โดยเฉพาะ...“สาย ถึงโรงเรียนแล้ว อยู่ไหน?”พอกดรับโทรศัพท์ก็ได้ยินเสียงคนคนนั้นทันที“พะ พี่โอ...?! แม่สายล่ะ?!”“...? ก็แม่สายติดธุระเลยให้พี่มารับ?”ฉันลืมผ้าอนามัยที่เหมือนจะหลุดไปชั่วขณะ วิ่งไปดูลานจอดรถอีกด้านก็เห็นพี่โอคร่อมมอเตอร์ไซค์ถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างหนึ่ง ประจวบกับจังหวะนั้นเขาหันมาพอดีเลยสบตากันเต็มๆ“ยืนอยู่ตรงนั้นนะ เดี๋ยววนไป”ฉันได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นตามที่โดนบอก พี่โอขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าคร่ำครึมาจอดตรงหน้าแล้วยื่นหมวกกันน็อกให้“...พี่โอมีมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“...ยืมแม่มา”“พูดแบบนั้นแสดงว่าไม่ได้ยืม แต่ขับออกจากบ้านโดยไม่บอกใช่ไหม?” ฉันไม่รอให้พี่เขาตอบก่อนจะรัวคำถามต่อไป “แล้วทำไมพี่ไม่ไปเรียน? เลิกแล้วเหรอ?”“วันนี้มหาลัยไล่เด็กกลับบ้านเพราะมีคนเอาปืนเข้าไปในห้องเรียน ออกข่าวกันให้ว่อน”“โห...เหมือนเรื่องซวยจะตามพี่ไปทุกที่เลยนะ ความสามารถในการดึงดูดเรื่องแบบนี้ของพี่โอนี่สุดยอดเลย” ฉันมองเบาะมอเตอร์ไซค์แล้วก็เครียด “เอ่อนี่... คือ...”“แล้วก็...” พี่โอขัดฉันกลางประโยค เขาเปิดกระเป๋าเป้สีดำใบเล็กที่พกมา “แม่สายบอกว่าสายชอบยี่ห้อนี้ ไม่รู้หยิบมาถูกรึเปล่า”เขายัดกระเป๋าใส่มือฉัน ฉันรับมาเปิดดูก็พบว่ามันก็ยี่ห้อที่ฉันใส่จริงๆ นั่นแหละ แถมเป็นแบบกลางคืนด้วย อย่างนี้คงไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะ แต่ประเด็นคือพี่โอหน้านิ่งเสียจนฉันเป็นฝ่ายเขิน เลือดไหลไปกองรวมที่ศีรษะจนรู้สึกเหมือนควันจะพุ่งออกหู“...ไปห้องน้ำแป๊บ ฝากกระเป๋าหน่อย” ฉันยัดกระเป๋าตัวเองใส่มือเขา“เดี๋ยวรออยู่นี่แหละ”พอเปลี่ยนเรียบร้อยก็เดินกลับมา ดูเหมือนรุ่นนี้กาวจะดีขึ้นหน่อยเลยไม่ค่อยขยับไปมาแล้ว ฉันเดินตัวแข็งกลับไปหาพี่โอและพยายามพูดกลบเกลื่อนความเขิน“แหม พี่โอซื้อเก่งขนาดนี้แสดงว่ามีประสบการณ์ใช่ไหม?”“ก็เปล่า คุณป้าที่ร้านต้องช่วยหยิบ แต่คราวหน้าก็รู้แล้วว่าต้องเลือกแบบไหน” เขาพูดเสียงเรียบขณะช่วยฉันรัดสายหมวกกันน็อก ปลายนิ้วสัมผัสคางจนฉันหน้าร้อนขึ้นมาอีกรอบแค่พี่โอแท้ๆ...ทำไมต้องตื่นเต้นแบบนี้ด้วยนะเรา?!ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงล้อมาจากตึกเรียน“เดี๋ยวเมนส์แตกเลอะถนนหรอก! ฮิ้วววว”“จะไปเมนส์แตกต่อที่บ้านเหรอ?!”“...ให้พี่ต่อยพวกมันสักหมัดไหม? จำหน้าได้หมดแล้ว รับรองขึ้นไปไม่จับผิดตัว”“ไม่ได้นะพี่โอ คนที่ต่อยพวกมันได้มีแค่สาย แต่วันนี้สายไม่มีอารมณ์ไปต่อล้อต่อเถียงกับพวกลิงค่าง”บางทีฉันก็สงสัยนะว่าความทรงจำที่เหมือนกล้องถ่ายรูปของพี่โอ ทำไมไม่เอาไปใช้กับการเรียน? กว่าจะสมัครเข้าเรียนนิติวิทยาศาสตร์ด้วยเกรดแบบนั้นได้คงเหนื่อยลากเลือดอยู่เหมือนกัน“ตะกี้ล้อเล่นหรอก” เขาพูดหน้าตาย“หน้าพี่มันไม่ล้อเล่นสักนิด!!! จะขึ้นตึกไปต่อยพวกนั้นจริงๆ ใช่ไหม?!”จบประโยคก็โดนฝ่ามือพี่โอแนบเข้าที่หน้าผากจนฉันผงะ อุณหภูมิที่สูงอยู่แล้วยิ่งพุ่งปรี๊ดจนเริ่มมึน หัวใจเต้นแรงเสียจนแทบกระเด็นจากปาก“ตัวร้อนนะ... ไม่ได้เป็นไข้ทับใช่ไหม? รีบกลับเถอะ”“ทะ ทำไมวันนี้พี่โอดูจะ...ยังไงก็ไม่รู้ ดูเป็นห่วงสายแปลกๆ นะ” ฉันแกะมือเขาออก ขืนพี่โอยังทำตัวแบบนี้ เดี๋ยวฉันเป็นลมขึ้นมาจริงๆ จะดูไม่จืดเลยปกติพี่เขาเป็นคนนิ่ง แสดงออกน้อยว่าเป็นห่วง เอาแต่ถอนหายใจคอยตามเก็บกวาดหายนะที่ฉันก่อไว้ ตอนที่เราตะโกนคุยกับข้ามบ้านนั่นคือกรณีพิเศษจริงๆ ที่พี่เขาจะพูดความในใจออกมายืดยาว พอมาเจอโหมดเทคแคร์แบบนี้เล่นเอาฉันไปไม่เป็นเหมือนกันคำตอบที่ฉันได้รับจากเขาคือการแปะหัวป้าบๆ จนขนาดใส่หมวกกันน็อกยังรู้สึก“ทำไมเหรอ?”ฉันพูดไม่ออกอีกรอบ นี่คือ...พี่เขาไม่รู้ตัวจริงๆ รึไงเนี่ย?“กะ ก็...” ฉันรู้สึกเขินขึ้นมากะทันหันเลยรีบขึ้นซ้อน “รีบกลับบ้านเถอะ สายจะไปเปลี่ยนกางเกงใน!”“เข้าใจแล้ว จับดีๆ ล่ะ จะไปละนะ”“ว้าย!” ฉันไม่ค่อยได้นั่งมอเตอร์ไซค์เลยตั้งตัวไม่ทัน คว้าเอวพี่โอไว้แน่น“นี่ขับช้าแล้วนะ” น้ำเสียงเหมือนจะหัวเราะ“สายตกใจเฉยๆ หรอก!” แต่พอรถแล่นแล้วก็ไม่กล้าปล่อยมือ ได้แต่กอดเอวไว้อย่างนั้นเราไม่ได้พูดอะไรเลยจนถึงบ้านฉันซบใบหน้ากับแผ่นหลังที่กว้างกว่าที่จำได้พี่เขา...โตขึ้นขนาดนี้แล้วสินะ“สาย ถึงแล้วนะ เพลียเหรอ?”“อยากกินขนม” ฉันขอแบบเอาแต่ใจ“...”“สายอยากกินขนม พี่โอทำให้กินหน่อย” “...ก็ได้ อยากกินอะไร?”“อะไรก็ได้”“...ก็แบบนี้ทุกที”ฉันหาวหวอดใหญ่ขณะก้าวลงมาและรีบขึ้นห้อง พี่โอเอามอเตอร์ไซค์ไปคืนแม่ก่อนจะเดินตามเข้ามาในบ้านฉันที่เปิดประตูเล็กทิ้งไว้ฉันจัดการเอากระโปรงกับกางเกงในที่เลอะไปแช่น้ำยาไว้ก่อนจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จแล้วก็ขยี้เสื้อผ้าที่เลอะแค่พอให้เลือดออกแล้วบิดให้แห้งก่อนจะผึ่งไว้ เดี๋ยวค่อยมาซักอีกรอบพอลงมาก็เห็นพี่โอกำลังทอดขนมปังด้วยเนย กลิ่นหอมไปทั้งบ้านจนฉันน้ำลายสอ เดินเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเขาทอดไข่ดาวอยู่สองฟอง ข้างๆ กันมีผักโขมลวกกับแฮมวางอยู่ ผักโขมนี่ฉันต้องกินเพิ่มธาตุเหล็กเวลาเมนส์มาไม่งั้นหน้ามืด ไม่คิดว่าพี่โอจะคิดละเอียดถึงขนาดนั้น“สายมาช่วยหั่นแฮมหน่อย ระวังนิ้วด้วย”“โตป่านนี้แล้ว” ฉันทำแก้มป่องก่อนจะล้างมือ เข้าไปช่วยในครัว ระหว่างทำก็ชวนพี่โอคุยไปด้วย “แล้ว ที่มหาลัยมีสาวนิติเวชสวยๆ บ้างไหม?”“นิติวิทย์ ไม่ใช่นิติเวช คนละอันกัน” เขาเอาผักโขมโปะบนขนมปังสีเหลืองทอง“ก็นั่นแหละ สายพูดผิดนิดเดียว” พอฉันหั่นแฮมเสร็จ พี่โอก็เอาแฮมวางและโปะทับด้วยไข่ดาว จากนั้นก็เอาขนมปังใส่จาน“ถามทำไม?”“นั่นสินะ...พี่โอมีเพื่อนนอกจากสายกับพี่อัศวินไหม?”“...”“นั่นไง พี่โอ เป็นคนมีอิเมจเจ้าหน้าที่นิติวิทย์ลึกลับน่าค้นหามันเท่ดีก็จริง แต่ถ้ามันทำให้พี่เหงา ไม่มีคนทำงานกลุ่มด้วย แบบนั้นก็ไม่ดีนะ”“ก็ไม่ได้เหงานี่” เขาหันขนมปังเป็นชิ้นพอดีคำ ได้ยินเสียงกร้วมชวนน้ำลายสอจนเกือบฟังคำประโยคสุดท้ายไม่ทัน “มีสายอยู่ด้วยนี่นะ”“เพราะมี...สายเหรอ? สายนี่หมายถึงหนูใช่ไหม?”เขาใช้ส้อมจิ้มขนมปัง เอามาจ่อปากฉันแทนคำตอบ มุมปากเขาตกลง สายตาก็เบนไปทางอื่น แก้มก็ดูจะแดงกว่าปกตินิดหน่อย“พี่โอเขินสายเหรอ?”“...”อยากแซวต่อนะ... แต่... หัวใจฉันเองก็เต้นตึกๆ เลยกลบเกลื่อนโดยการอ้าปากง่ำปังปิ้งหน้าแฮมไข่ผักโขมที่เขายื่นมาให้“อร่อย!”“จะบอกอีกเหรอว่า ใครได้เป็นแฟนนี่โชคดีตาย?” พี่โอพูดดักคอ อะไรกันนี่ เดาได้ไงว่าฉันจะพูดอะไร?ฉันรับส้อมจากมือและจิ้มของว่างเข้าปากอีกคำ เคี้ยวขนมปังกรอบๆ หอมกลิ่นเนย ไข่แดงที่โรยพริกไทยดับคาวไว้ละลายในปากเพราะเลือดไหลขึ้นสมองมากเกินไป...หรือเพราะเสียเลือดมากจนสมองเริ่มตลกๆ ฉันเลยพูดสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจแต่ไม่เคยยอมรับออกไป “คนโชคดีคนนั้นเป็นสายได้รึเปล่าล่ะ?” พี่โอที่กำลังจะจิ้มขนมปังเข้าปากตัวเองชะงักพอฉันตระหนักว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็อยากวิ่งหนีจากตรงนั้นทันที“...พูดจริงเหรอ?” เขาวางส้อมลงช้าๆ “หรือแค่ล้อเล่น?”“...” ฉันพูดไม่ออกไปสามวิ “ก็แล้ว พี่โอว่าไงล่ะ?”อีกฝ่ายก้าวถอยไปยืนพิงอ่างล้างจาน“ก็...” เขาถอนหายใจ “สาย...เป็นเหมือนน้องสาว”ฉันรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางร่าง“นั่นสินะ สำหรับพี่โอ สายก็เด็กน้อยข้างบ้านจอมจุ้นนี่นะ”“แต่...พักหลังๆ มา ไม่รู้ทำไม...” เขาเม้มปาก ผ่านไปนานก็ไม่ยอมต่อประโยคสักทีจนฉันทนอยากรู้ไม่ไหวแต่แงะปากพี่เขาไปก็ไม่มีประโยชน์ เลยจิ้มขนมปังชิ้นที่มีไข่แดงขึ้นมา“อ้าม!” ฉันยื่นมันให้ พี่โอกะพริบตามองฉัน “กินแก้หนักสมองไงพี่โอ!”“...”เขาอ้าปากงับ แต่ฉันดึงขนมปังหนี พี่โอหรี่ตามองฉัน เป็นสีหน้าที่ตลกจนอยากลงไปขำกลิ้งกับพื้นแต่อยู่ดีๆ เขาก็คว้าข้อมือฉันแล้วส่งของว่างเข้าปากจนได้“ผิดกฎนี่!”“กฎอะไร? แกล้งมาแกล้งกลับไม่โกง กินเร็ว หิวไม่ใช่เหรอ?” เขาเปลี่ยนเรื่องก่อนจะกินชิ้นของตัวเอง ฉันเองก็จิ้มเข้าปากอีกชิ้น“พี่โอเห็นสายเป็นแค่น้องสาวจริงเหรอ?”อีกฝ่ายยังเงียบ เขาวางส้อมลงอีกครั้งก่อนจะพูด“ตอนนั้นสายพูดไว้ใช่ไหม...ว่าจะรอพี่ตลอดไป?”“อื้อ”เขาเอามือปิดปากจนฉันชักกังวลว่ามีอะไรหรือเปล่า แต่ตอนนั้นเองก็สังเกตว่าหูพี่โอแดงโร่อย่างกับมะเขือเทศ เล่นเอาฉันหน้าแดงไปด้วยคน โธ่เอ๊ย เลือดขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพใจเลยนะ!“ไม่ต้อง...รอแล้วล่ะ พี่มารับสายแล้ว” เขาจ้องหน้าฉันตรงๆ “ถ้าสายไม่รังเกียจ”อยู่ดีๆ ในหัวก็มึนวูบ ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีดำ โลกทั้งใบหมุนคว้าง สิ่งสุดท้ายที่รับรู้คือมือใหญ่ที่คว้าตัวฉันไว้กับเสียงพี่โอตะโกนเรียกชื่อ --- มาตื่นอีกทีก็พบว่าฉันอยู่ในห้องนอนตัวเอง ตอนนี้เย็นแล้ว“พี่โอ? นี่วันอะไร? สายหลับไปนานแค่ไหน?”“สัก...สี่สิบนาที ยังไม่หลับข้ามวันหรอก” พี่โอมองนาฬิกาแล้วเอานิ้วเกลี่ยเส้นผมบนหน้าผาก ฉันคว้ามือเขามานาบแก้ม พอทำแบบนั้นแล้วพี่โอหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีจนต้องเปลี่ยนเรื่อง “เป็นห่วงแทบแย่ ไม่สบายก็บอกมาไม่ต้องเกรงใจ”“สายไม่ได้ป่วย” ฉันปล่อยมือ “แค่...เฮ้อ ช่างเถอะ ทั้งที่สายเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ... น่าขายหน้าชะมัด”“ไม่หรอก แปลกตาเฉยๆ”“หมายความว่าไง? คิดว่าสายเป็นสตรีเหล็กที่ไหนหรือไง?”“เหมือนลูกหมาที่ไม่ยอมอยู่นิ่งมากกว่า”“พี่โอ! หาเรื่องกับสายเหรอ?!”“เปล่า”“ทำหน้าจริงจังไปก็เท่านั้น สายรู้ว่าพี่โอแกล้งอยู่!” ฉันดึงแก้มเขาทีหนึ่งให้หายมันเขี้ยว แต่พอเห็นเขายังทำหน้าจริงจังก็อดนึกไม่ได้ว่า “เท่ากับว่าตอนนี้พี่โอกับสาย...”“...ประมาณนั้น”“ประมาณนั้นอะไรกัน? ของแบบนี้มันมีประมาณกันด้วยเหรอ?!”“ก็ไม่เห็นรู้สึกว่าต่างจากเดิมตรงไหน”“ต่างสิ! พี่โอช่างสิ้นหวังจริงๆ เลย! สายจะสอนให้พี่โอรู้เองว่าคนเป็นแฟนกันต้องทำอะไรบ้าง แล้วพี่โอจะรู้ซึ้งเลยว่าประมาณนั้นของพี่น่ะมันประมาณไหน!”ครู่หนึ่งฉันเหมือนเห็นว่าเขายิ้มมุมปาก“ก็...เอาสิ”สีหน้าซุกซนที่ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยเล่นเอาคนพูดเองอย่างฉันใบ้รับประทาน แต่...พี่โอท้าใช่ไหม? ถ้าท้าละก็...“มานี่หน่อย” ฉันกวักมือเรียกเขา พอพี่โอเลิกคิ้วยื่นตัวเข้ามาใกล้ ฉันก็คว้าคอเสื้อเขาให้ทั้งร่างโน้มลงมาฉันหลับตาลง ริมฝีปากเราสัมผัสกัน ฉันอดนึกถึงพี่ไลลาขึ้นมาไม่ได้ เธอยังคอยเฝ้ามองเราอยู่ที่ไหนสักแห่งหรือเปล่า? ตอนนี้เธอจะมีความสุขอยู่ในที่ที่เราเอื้อมไม่ถึงรึเปล่า?ถ้าได้เจอกันก็อยากบอกขอบคุณพี่ไลลา ที่ทำให้สายได้มีวันนี้...