"ฟู่ววว ถึงชายหาดเสียทีเหนื่อยจริงๆ" จ้าวเฟิงเอาหลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผากออก ก่อนบ่นออกมาเล็กน้อย ด้วยน้ำหนักปลาที่มีมากกว่า 400 จินที่ให้กว่าที่จะพาเรือมาถึงที่หมายก็เล่นเอาเหนื่อเอาการ
"เอาน่า อย่าบ่นนักเลยจ้าวเฟิง ได้ปลามาเยอะๆมันก็ดีแล้วมิใช่รึ" ตู่เฉินส่ายหน้าเบาๆกับท่าทางของสหายตัวเอง
"ช่วยกันขนกลับไปก่อนดีกว่า" หลงฟานกล่าว
"อย่างที่ท่านลุงหลงฟานกล่าวขอรับพวกเรารีบเอาปลากลับไปที่บ้านของข้ากันก่อนดีกว่า ประเดี๋ยวพวกท่านแม่จะรอนาน" ลู่เฟิงกล่าวเสริมลุงหลงฟาน
"ส่วนท่านลุงจางอ้ายเยว่กับท่านลุงจือหลิงนำกุ้งักับปูม้านำไปกันก่อนได้เลยประเดี๋ยวพวกมันเน่ากันหมดเสียก่อน" ลู่เฟิงหัวไปบอกลุงทั้งสองคนให้นำกลับไปก่อนเลย
ในตอนนี้นั้น ทุกคนก็ได้ชื่อเรียกใหม่ของแมงมุมทะเลและแมลงทะเลแล้ว โดยที่พวกเขาจะเรียกตามลู่เฟิงว่ากุ้งมักกรกับปูม้า
"ได้เลย ถ้าเยี่ยงนั้นลุงไปก่อนนะ" จือหลิงกล่าวพร้อมกับยกถุงที่ใส่ปูม้าขึ้นมาและเดินนำกลับไป
"ซุนเยว่ เ้าไปช่วยทุกคนขนปลาเถอะ กุ้งัพวกนี้เดี๋ยวพ่อจะขนไปเอง" จางอ้ายเยว่กล่่าวกับลูกชายของเขาก่อนที่จะยกถุงใส่กุ้งัขึ้นมาและเดินตามจือหลิงกลับไปที่บ้านของลู่เฟิง
"เอาล่ะรีบขนกันเถอะ" จ้าวเฟิงที่เห็นว่าทั้งสองคนไปแล้วจึงได้กล่าวบอกทุกคนและเริ่มยกถุงใส่ปลาขิ้นมาสองถุงและเดินกลับบ้าน ส่วนคนอื่นๆที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มทำการขนปลากันบ้าง
ในครั้งนี้พวกลู่เฟิงได้ปลามามากถึง 1,000 จิน กันเลยทีเดียว โดยที่จ้าวเฟิงและตู่เฉินได้ปลามาคนละ 400 จิน ส่วนหลงฟานได้มา 200 จิน ที่จ้าวเฟิงและตู่เฉินได้ปลาเยอะกว่าเ้าเฟิงนั่นก็เป็เพราะว่าพวกเขาทั้งคู่มีบุตรชายที่ช่วยพวกเขาตกปลา
พวกลู่เฟิงใช้เวลาในการขนปลาซักพักไม่นานนักพวกเขาก็ขนปลาไปไว้ที่บ้านได้หมด
"ลู่เฟิง เ้าพวกนี้มันคือแมลงทะเลกับแมงมุมทะเลนี่ แม่ฟังเื่ราวคร่าวๆมาจากพวกจือหลิงแล้ว พวกมันจะกินได้แน่รึ" หรูชิงกล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยจะมั่นใจซักเท่าไหร่ แม้ว่าจะได้รับคำยืนยันจากจูหลิงและเหม่ยหลิงแล้วก็ตาม
"กินได้ขอรับท่านแม่ ถึงแม้ว่าในทะเลจะมีสัตว์ที่มีพิษแต่ข้าขอรับรองว่าเ้าพวกนี้มันกินได้อย่างแน่นอนขอรับ แถมยังรสชาติดีมากอีกด้วย" ลู่เฟิงช่วยยืนยันให้แม่ของเขาสบายใจด้วยอีกเสียง
"ประเดี๋ยวข้าจะเป็คนทำอาหารจากพวกมันเองขอรับ" ลู่เฟิงเสนอตัวที่จะเป็คนทำอาหารเอง
"ท่านพ่อขอรับ ข้าคิดว่าพวกเราจะต้องมีการปรับเปลี่ยนงานกันนิดหน่อย" ลู่เฟิงหันไปบอกจ้าวเฟิง
"ทำไมรึลูก มีอะไรเกินขึ้นหรือ?" จ้าวเฟิงถามออกมาด้วยความสงสัย ซึ่งพวกลุงตู่เฉินเองก็เหมือนกัน
"เพราะพวกเราจับปลามาได้เป็จำนวนมากน่ะขอรับแล้วไหนจะยังต้องจัดการกับกุ้งัและปูม้าอีก ถ้าให้พวกเราไปทำเกลือกันทั้งหมดมีหวังท่านแม่เหนื่อยกันแย่แน่ๆ เพราะงานจัดการกับพวกปลานั้นหนักมาก" ลู่เฟิงอธิบาย เพราะมีปลามากถึง 1,000 จิน หรือก็คืองานที่หนักกว่าการแล่ปลาเมื่อวาดมากถึง 5 เท่า ถึงแม้ว่าจะมีคนมาช่วยเยอะแล้วแต่ยังไงก็ยังไม่พอ
"อืมม นั่นสินะ แล้วเ้าคิดว่าจะแบ่งงานกันใหม่เยี่ยงไรล่ะ" ตู่เฉินคิดตามและรู้สึกเห็นด้วยกับลู่เฟิง ก่อนที่จะกล่าวถาม
"เป็แบบนี้ข้าอยากจะแบ่งงานออกเป็ 3 กลุ่มขอรับ โดยกลุ่มแรกก็จะมีท่านพ่อท่านลุงตู่เฉิน ท่านลุงจือหลิง และท่านลุงอ้ายจ้างเยว่ ข้าอยากจะให้พวกท่านเป็คนไปตัดน้ำทะเลมาทำเกลือ และให้พวกท่านดูแลกระทะต้มเกลือกันคนละ 2 ใบ ส่วนข้าและเหม่ยหลิงจะเป็คนจัดการกับพวกกุ้งัและปูม้า ส่วนคนที่เหลือจะมาทำการแล่ปลา " ลู่เฟิงแบ่งงานใหม่ให้กับทุกคน
ตอนนี้มีคนที่ทำงานอยู่ทั้งหมด 15 คน แบ่งเป็ หญิง 7คน ผู้ชาย 8คน โดยจะมีคนทำเกลืออยู่ 4 คน คนจัดการกับกุ้งและปูม้า 2 คน และอีก 9 คนจะทำการแล่ปลา
"ตกลง เอาตามที่เ้ากล่าวมากเลยก็ได้" จือหลิงเห็นด้วย คนอื่นๆเองก็ไม่มีใครขัดข้อง
หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เริ่มทำงานในส่วนของตัวเองทันที
"เ้าชื่อเหม่ยหลิงสินะ ข้าว่าเ้าน่าจะพอรู้อยู่แล้วว่าเนื้อกุ้งัและปูม้านั้นเป็อย่างไร ถ้าอย่างงั้นข้าจะสอนวิธีจัดการกับมันเลยก็แล้วกัน" ลู่เฟิงกล่าวกับเหม่ยหลิง ที่เขาเลือกเหม่ยหลิงนั่นก็เป็เพราะว่านางนั้นเคยกินเ้ากุ้งักับปูม้ามาแล้ว น่าจะรู้จักเ้าวัตถุดิบทั้งสองอยู่พอสมควร ถ้าลู่เฟิงเลือกคนอื่นอาจจะต้องเสียเวลาอธิบายอีกมาก
"ใช่แล้ว เ้าเริ่มสอนได้เลย" เหม่ยหลิงกล่าวตอบแม้จะรู้สึกเขิลอายอยู่เล็กน้อย แต่นางก็เข้าใจว่านี่คืองานจึงได้ตั้งใจฟังในสิ่งที่ลู่เฟิงกล่าวเป็พิเศษ
"ถ้าอย่างนั้นก่อนอื่นเลยพวกเราจะแบ่งเ้าปูม้าและกุ้งัออกเป็สองส่วน โดยที่จะแบ่งปูม้าและกุ้งัมาอย่างล่ะ 40 จิน โดยที่ 40จินนี้นั้นพวกเราจะเอาไว้กินเป็อาหารเย็นนี้ ส่วนกุ้งอีก 60 จินพวกเราจะแล่เนื้อเอาไปทำเป็กุ้งรมควัน ส่วนปูอีก 60 จินข้าจะแบ่งให้กับทุกคนเอากลับไปกินที่บ้าน เพราะปูนั้นถ้าเอาใส่ในถังน้ำทะเลพวกมันก็จะไม่ตาย ที่ข้าไม่แบ่งกุ้งให้กับทุกคนนั่นก็เป็เพราะว่าเ้าพวกนี้มันได้ตายไปแล้วขืนเก็บเอาไว้กินในตอนเช้ามีแต่จะเสียเปล่าๆ" ลู่เฟิงอธิบายให้เหม่ยหลิงฟัง พร้อมกับรอคำตอบจากนาง
"ข้าเข้าใจ เชิญท่านกล่าวต่อได้เลย" เหม่ยหลิงตอบและฟังอย่างตั้งใจ
"เอาล่ะหลังจากนี้ข้าจะสอนการทำอาหารจากเ้าวัตถุดิบพวกนี้ให้ ก่อนอื่นเลยพวกเราจะใช้การต้มในการทำอาหาร ถึงจะบอกว่าทำอาหารแต่ก็เพียงแค่นำกุ้งและปูลงไปต้มตามอย่างที่ได้บอกนั่นละ" ลู่เฟิงกล่าว
"ใช้การย่างจะไม่ดีกว่ารึเ้าคะ" เหม่ยหลิงกล่าวเพราะนางคิดว่าการย่างนั้นจะทำให้วัตถุดิบพวกนี้มีความหมน่ากินมากกว่าการต้ม
"การย่างนั้นดีกว่าเพราะจะทำให้วัตถุดิบพวกนี้มีกลิ่นที่หอมน่ากิน แต่ถ้าจะย่างพวกมันทั้งหมดพวกเราทำกันไม่ทันแน่ๆเพราะเยี่ยงนั้นการต้มคือวิธีที่ประหยัดเวลามากที่สุด แต่เ้าก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะไม่อร่อย เพราะข้าจะทะสิ่งที่เรียกว่าน้ำจิ้มเพื่อช่วยในการเพิ่มรสชาติ" ลู่เฟิงอธิบายให้เหม่ยหลิงฟัง
"น้ำจิ้มเยี่ยงนั่นรึเ้าคะ มันคือสิ่งใดกันทำไมมันถึงสามารถช่วยทำให้กุ้งและปูพวกนี้อร่อยขึ้นได้" เหม่ยหลิงถามด้วยดวงตาที่เป็ประกาย นางรู้สึกสนใจเ้าสิ่งที่เรียกว่าน้ำจิ้มยิ่งนัก
"อย่างที่ข้าได้กล่าวไป มันคือสิ่งที่เอาไว้จิ้มอาหาร โดยวิธีการทำจะมีดังนี้ ข้าจะเอาข้าวไปคั่วในกระทะให้หอม หลังจากนั้นจะเอามาบดละเอียด และตำพริกให้แหลกละเอียดหลังจากนั้น ก็จะเอาพริกตำละเอียดกับข้าวคั่วมาผสมกันใส่เกลือเล็กน้อยและน้ำเปล่า เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำจิ้มแล้ว น้ำจิ้มนั้นมีหลายอย่าง แต่น้ำจิ้มที่พวกเรากำลังจะทำนั้นมีชื่อว่าน้ำจิ้มแจ่ว" ลู่เฟิงบอกวิธีการทำน้ำจิ้มกับเหม่ยหลิง
"เอาล่ะเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาพวกเรามาเริ่มทำกันเลยเถอะ" ลู่เฟิงกล่าวกับเหม่ยหลิง
"เ้าค่ะ" เหม่ยหลิงตอบรับยิ้มๆแล้วก็เริ่มลงมือช่วยลู่เฟิงทำในทันที
ทั้งสองคนช่วยกันทำโดยลู่เฟิงให้เหมยหลิงเ็นคนต้มปูและกุ้งส่วนเขาจะเป็คนทำน้ำจิ้มเอง ซึ่งเขาก็ทำเยอะเป็พิเศษเพราะว่ามีคนเยอะถ้าทำน้อยๆไม่พอกินแน่ๆ
จบแล้ววววว
ลู่เฟิงจะมีผู้ช่วยในการเผยแพร่การทำอาหารแล้ว ส่วนเกลือและปลารมควันน่าจะได้เยอะมากแน่ๆดูจากการที่จัดการกับปลาและกระทะที่มากขนาดนี้ ตอนนี้ไรท์เบลอๆนะครับถ้ามีคำผิดหรือรูปประโยคที่ไม่ลื่นไหลไรท์ก็ขออถัยด้วยนะครับ ตอนนี้ไรท์ขอตัวไปพักก่อนนะครับ อ่านนิยายกันให้สนุกนะครับ^^