รุ่งเช้า...
หลังจากที่ทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย รถม้าก็ออกเดินทางต่ออีกครั้ง เสียงล้อรถม้าดังกึกกักไปตามถนนเหมือนกับเมื่อวาน แต่บรรยากาศภายในรถกลับแตกต่างออกไปเล็กน้อยผมนั่งพิงเบาะอย่างสบายใจบนตักมีถุงสัมภาระใบหนึ่งวางอยู่
ผมเปิดมันออกเล็กน้อยก่อนจะมองเข้าไปด้านในเหรียญทองจำนวนหนึ่งเครื่องประดับอัญมณีของใช้เวทมนตร์บางอย่างรวมถึงของจิปาถะที่ดูแล้วน่าจะขายได้ราคาพอสมควรผมหยิบเหรียญทองขึ้นมาหนึ่งเหรียญแล้วพลิกไปพลิกมาก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“หึหึ...”
ลิเลียที่นั่งอยู่ตรงข้ามเหลือบมองผม
“ท่านเรนยิ้มมาตลอดทางแล้วนะคะ”
“จริงเหรอ?”
“ค่ะ”
“ก็ช่วยไม่ได้นี่นา”
ผมมองของในถุงอีกครั้ง
“ของพวกนี้มีค่ากว่าที่คิดอีก”
“...”
ลิเลียมองผมด้วยสายตาเหนื่อยใจเล็กน้อยแต่ก่อนที่รถม้าจะยังคงออกเดินทางไปเรื่อยๆเื่ราวเมื่อเช้าก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวของผม
หลังจากตื่นขึ้นมาและรู้ว่าลิเลียมานอนอยู่ข้างๆผมก็รีบแก้ไขปัญญาระดับเทพก่อนรีบหนีลงจากรถม้าเพื่อดูสถานการณ์ด้านนอก
สิ่งแรกที่เห็นคือกองไฟที่ใกล้จะมอด ร่องรอยการต่อสู้บนพื้นต้นไม้บางต้นถูกฟันจนเป็รอยและกลุ่มโจรจำนวนมากที่ถูกมัดเอาไว้
ผมกะพริบตา
“...”
ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเสียหายมากนักผมหันไปมองเหล่าทหาร
“มีใคราเ็หรือเปล่า?”
“ไม่เป็อะไรมากครับท่านเรน”
ทหารคนหนึ่งตอบพร้อมกับยกแขนขึ้นให้ดู
“อืม...”
ผมพยักหน้าอย่างโล่งใจแต่ดูเหมือนเหล่าทหารจะยังมีเื่ต้องจัดการกับพวกโจรที่ถูกจับได้หนึ่งในนั้นเดินเข้ามาหาผม
“ท่านเรนครับ”
“หืม?”
“ขอเวลาพวกเราสักหนึ่งชั่วโมงนะครับ”
เขาหันไปมองกลุ่มโจร
“พวกเรามีเื่ที่ต้องจัดการนิดหน่อยครับผมจะทิ้งทหารไว้ที่นี้สักสองคน”
ผมเลิกคิ้ว หนึ่งชั่วโมงสินะ...
ดวงตาของผมค่อยๆเป็ประกาย หนึ่งชั่วโมงหมายความว่า...ผมหันไปมองแนวป่าด้านหลังค่าย
พวกมันน่าจะยังเหลืออยู่จากที่พวกทหารจับมาได้เมื่อคืนจำนวนมันน้อยเกินไปถ้าเป็กองโจรขนาดใหญ่ขนาดนั้น อย่างน้อยต้องมีคนที่คอยเฝ้าดูสถานการณ์หรือคนที่ไม่ได้เข้ามาโจมตีค่าย
ถ้าอย่างนั้น...
ผมยิ้มออกมา ใช่หนึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว
“ได้สิ”
ผมตอบอย่างง่ายดาย
“พวกนายจัดการธุระของตัวเองไปเถอะ”
“ขอบพระคุณครับ”
ผมพยักหน้า ก่อนจะหันหลังกลับไปที่รถม้าแต่ทันทีที่กำลังจะก้าวขึ้นรถเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ท่านเรน”
ผมหันกลับไปขณะที่มือกำลังจะคว้าเอากระเป๋าของผม ลิเลียยืนอยู่ตรงนั้นเธอมองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว
“จะไปไหนคะ?”
“….ไม่ได้ไปไหน”
“จริงหรือคะ? แล้วทำไมถึงจะเอากระเป๋าใบนั้นไปด้วย…”
“แค่จะดูของว่าอยู่ดีไหม”
“แล้วทำไมถึงมองไปทางป่าอยู่ตลอดล่ะคะ?”
จับได้แล้วผมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
“ฉันจะไปดูรอบๆ แถวนี้หน่อย”
“ท่านเรน...”
“ไม่นานหรอก”
ลิเลียถอนหายใจเธอคงรู้ดีว่าไม่มีทางห้ามผมได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยนะคะ”
“แน่นอน”
ผมกำลังจะหันหลังแต่เสียงของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“ทำแบบนั้นกับดิฉันเมื่อคืนแล้ว...”
ลิเลียหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี
“แต่ดันทิ้งดิฉันแล้วออกไปเองอีกสินะคะ”
“...”
“ท่านเรนบ้าที่สุด”
ผมยืนนิ่งไปสองวินาที
“เอ่อ...”
พูดอะไรไม่ออกเลยแฮะสุดท้ายผมจึงเกาหัวแล้วรีบเดินเข้าไปในป่า
“เดี๋ยวกลับมา!”
เสียงของลิเลียดังไล่หลังมา
“ระวังตัวด้วยนะคะ!”
เธอนี้ทุกวันเริ่มเหมือนแม่ชั้นแล้วนะ
ผมวิ่งเข้าไปในป่าด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่สามารถมองตามได้
ฟึ่บ!
ร่างของผมพุ่งผ่านต้นไม้ กิ่งไม้ที่ขวางทางถูกหลบผ่านไปอย่างง่ายดายผมใช้พลังเวทเสริมกำลังขาทั้งสองข้าง ก่อนจะะโขึ้นไปบนกิ่งไม้สูง
ตึง!
แล้วพุ่งตัวต่อไปแนวต้นไม้กลายเป็เพียงเส้นสีเขียวที่ไหลผ่านสายตาราวกับเป็อุโมงความเร็ว
“เจอแล้ว”
ผมหยุดอยู่บนกิ่งไม้สูงกิ่งหนึ่ง ผมมองลงไปยังพวกมัน เบื้องล่างมีค่ายขนาดใหญ่ซ่อนอยู่กลางป่าบางคนกำลังเก็บของ บางคนกำลังพูดคุยและบางคนกำลังตรวจสอบอาวุธ
“เยอะใช้ได้แต่ยังไม่เท่าพวกกองโจรแถวบ้านเลย”
ผมยกมือขึ้น ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เดี๋ยวนะ
นี่มันฉากเปิดตัวชัดๆกลางป่า... กลุ่มโจรจำนวนมาก... ตัวเอกยืนอยู่บนที่สูง... สายลมพัดผ่าน... แสงอาทิตย์ส่องลงมา...องค์ประกอบครบเลยแถมยังมีสิ่งที่ตอนที่ไปจัดการดันเจียนแถวบ้านและไปเจอมาสิ่้งที่เข้ากับการเปิดตัวสุดๆ
การเปิดตัวมันต้องมีเสียงเพลงประกอบถึงจะสมบูรณ์แบบ
ผมยิ้ม ก่อนจะหยิบของชิ้นหนึ่งออกจากแหวนมิติ
เครื่องเล่นแผ่นเสียงขนาดเล็ก ที่ได้จากในดันเจียนระดับไนท์
“หึ...”
ผมวางมันลงบนกิ่งไม้ เปิดฝาภายในนั้นมีแผ่นเสียงวางไว้อยู่ก่อนแล้วผมจึงค่อยๆหมุนเข็มลงไป
แกร๊ก...
เสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเบาๆท่ามกลางป่าผมก้าวขึ้นไปยืนบนปลายกิ่งไม้เสื้อคลุมปลิวไปตามสายลมผมก้มหน้าลงเล็กน้อยปล่อยให้เงาของเส้นผมบดบังดวงตา
จากนั้น...ค่อยๆเงยหน้าขึ้นผมกำลังจะพูดประโยคที่เตรียมเอาไว้แต่แล้วก็หยุด
“เฮ้ย! ใครวะ?!มีเสียงอะไรจากบนต้นไม้นั้น”
ผมกำหมัดบ้าเอ้ยเพลงมันดังก่อนจะได้พูดประโยคเท่ๆทำให้พวกมันรูปตัวเร็วเกินไปแบบนี้ก็คงต้องรีบเล่นแล้วสิ
“จงสลักความพ่ายแพ้เอาไว้ในจิติญญาของพวกแกซะ ผู้ที่อาศัยอยู่ในความมืดทั้งหลายเอ๋ย จงจำชื่อของข้าไว้ราชันยมทูต”
ไม่สิชื่อโคตรกระจอกเลยผมรู้สึกขนลุกกับชื่อที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไปเสียเอง
“ยมทูตผู้ห้่วนคืน”
ไม่อันนี้ก็ไม่ดีอันนี้ก็ฟังเหมือนชื่อพระเอกนิยายราคาถูกเกินไป
“เงาทมิฬแห่งรัตติกาล”
... อันนี้ก็ดีอยู่หรอกแต่
“เอ่อ...”
ผมยืนนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ ขณะที่เหล่าโจรด้านล่างกำลังมองขึ้นมาด้วยสีหน้าสับสน
“หมอนั่นพูดอะไรของมันวะ?”
“ไม่รู้”
“แต่เมื่อกี้มันพูดว่าราชันอะไรนะ?”
“ราชันยมทูต?”
“ชื่ออย่างกับเด็กสิบขวบตั้งเองเลย”
ผมกำหมัดแน่น ได้ยินนะเว้ย นี้พวกแกกำลังดูถูกความฝันของลูกผู้ชายนะโว้ยยย ฃ
“ท่านหัวหน้า!”
โจรคนหนึ่งะโขึ้นมา
“มันมีแค่คนเดียวครับ!”
ชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มโจรเดินออกมาจากเต็นท์ก่อนจะมองผมจากด้านล่าง
“คนเดียว? งั้นก็จัดการมันซะ”
โจรหลายสิบคนชักอาวุธออกมาพร้อมกัน ผมมองภาพตรงหน้าจากนั้นก็ถอนหายใจ
“เอาเถอะ...”
ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง หมดเวลาเล่นแล้วสินะ จริงๆผมอยากเปิดตัวให้มันเท่กว่านี้อีกหน่อยมีเพลงมีฉากยืนบนที่สูงมีสายลมมีประโยคเด็ดทุกอย่างพร้อมแล้วแท้ๆแต่ไอ้พวกนี้ดันรีบเจอตัวผมก่อนเสียได้
“ช่วยไม่ได้”
ผมเหลือบมองเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่ยังคงเล่นเพลงอยู่ด้านหลัง
“อย่างน้อยเพลงก็ยังไม่จบ”
ผมยิ้มออกมา
“งั้นก็เล่นให้จบไปพร้อมกับฉากนี้เลยแล้วกัน”
ฟึ่บ!
ร่างของผมหายไปจากกิ่งไม้
“หายไปแล้ว?!”
“อยู่ไหนวะ?!”
“ด้านหลัง!”
ตึง! หมัดหนึ่งพุ่งเข้ากระแทกท้องของโจรคนแรกจนร่างลอยขึ้นจากพื้นอีกคนถูกเตะจนกลิ้งไปกับพื้นคนที่สามพยายามฟันดาบใส่ผมแต่ผมเพียงเอียงตัวหลบก่อนจะใช้ปลายเท้าแตะพื้นและหมุนตัวกลับ
“ในเมื่อแกใช้ดาบขึ้นมาแล้วชั้นก็ไม่จำเป็ต้องอ้อมมือสินะ”
ปัง
ร่างของเขากระเด็นไปชนต้นไม้ดาบลอยกระเด้นขึ้นฟ้าก่อนที่ผมจะรับมันไว้ในมือ
“เร็วเกินไป!”
“มองไม่ทันเลย!”
“มันต้องใช้อาติแฟคแน่ๆ”
ผมพุ่งผ่านกลุ่มโจรไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งคน
สามคน
สิบคน
ยี่สิบคน
ไม่มีใครแม้แต่จะได้แตะตัวผมผมไม่ได้ใช้เวทมนตร์โจมตีรุนแรงด้วยซ้ำแค่เสริมกำลังร่างกายเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้วเพราะความแตกต่างระหว่างพวกมันกับผมมีมากเกินไปถ้าใช้พลังจริงๆมันคงทำให้ฉากแบบนี้น่าเบื่อและผมต้องรักษาเวลาให้เข้ากับจังหวะเพลงอีก
“เอาล่ะ...”
ผมหยุดลงตรงกลางค่ายโจรที่เหลือทั้งหมดถอยหลังโดยไม่รู้ตัวผมมองไปรอบๆ
“ข้าจะมอบความตายให้พวกแกเอง”
ตู้มมมมม!
เสียงะเิกึกก้องไปทั่วผืนป่าและภาพทั้งหมดก็ถูกตัดและกลับมาที่รถม้าอีกครั้ง
—ขอตัดเข้า่โฆษณาสักครู่—
ว่าแต่เสียงของผมดังขึ้นท่ามกลางสีหน้าตัวลิเลียที่เหมือนกำลังตั้งใจฟังเเื่ที่ผมเล่าของผม เธอมีสีหน้ามุ้ยเล็กน้อยเหมือนกำลังจะบอกว่าทำไมถึงมาตัด่สำคัญแบบนี้กันโดยที่เสียงของล้อรถม้าก็ยังดังอยู่ตลอดทาง เื่เล่ามันมี่คั่นเวลาหรือเปล่านะ?แน่นอนว่ามีและใน่เวลาที่เหมาะสมแบบนี้...ผมขอแนะนำให้เธอรู้จักกับสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในโลกใบนี้
“ถ้าไม่อยากรู้ก็ข้ามได้เลยนะลิเลีย”
“แล้วจะให้ดิฉันข้ามยังไงค่ะ!?แล้วคข้ามอะไร!?”
✩✩✩
“ดันเจียน”
[ระบบระดับดันเจียน]
ดันเจียนไม่ได้ถูกจัดระดับเพียงเพื่อบอกว่ามันอันตรายแค่ไหนเท่านั้นแต่ระดับของมันยังหมายถึงจำนวนกำลังรบที่จำเป็ต่อการสำรวจและกำจัดภัยคุกคามภายในดันเจียนอีกด้วยโดยทั่วไป ดันเจียนจะถูกแบ่งออกเป็ 6 ระดับ
[ระดับที่ 1 — นอร์มอลแก่นดันเจี้ยนสีขาว]
ดันเจียนระดับต่ำที่สุดมักเกิดขึ้นในบริเวณที่มีพลังเวทสะสมเพียงเล็กน้อยมอนสเตอร์ภายในส่วนใหญ่ไม่แข็งแกร่งมากนักนักผจญภัยระดับเริ่มต้นหรือทหารจำนวนไม่มากสามารถจัดการได้
กำลังที่แนะนำ : 3–5 คน
เหมาะสำหรับการฝึกฝนของนักเรียน นักผจญภัยมือใหม่ และผู้ที่เพิ่งเริ่มสำรวจดันเจียนและของที่อยู่ในดันเจียนพวกนั้นก็มีน้อยจนบ้างครั้งก็ไม่เคยเจอเลย
[ระดับที่ 2 — เดนเจอร์แก่นดันเจียนสีส้ม]
เริ่มมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าปกติปรากฏขึ้นโครงสร้างของดันเจียนเริ่มซับซ้อนมากขึ้น และกับดักภายในก็เริ่มมีความอันตรายการเข้าไปเพียงคนเดียวถือว่าเป็เื่โง่เขลาอย่างมากอย่างน้อยต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกับดักระดับสอง
กำลังที่แนะนำ : 10–20 คน
[ระดับที่ 3 — เคออสแก่นดันเจียนสีแดง]
ั้แ่ระดับนี้เป็ต้นไป ดันเจียนจะเริ่มถูกจัดว่าเป็ “พื้นที่อันตรายอย่างแท้จริง” มอนสเตอร์ภายในสามารถฆ่านักผจญภัยระดับกลางได้อย่างง่ายดายนอกจากนี้ยังเริ่มพบมอนสเตอร์สายพันธุ์พิเศษและพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมผิดปกติ
กำลังที่แนะนำ : 30–50 คน
และควรมีผู้ใช้เวทมนตร์ระดับสูงอยู่ในทีมอย่างน้อยสามคนเพื่อป้องกันพวกที่โจมตีระยะกว้างได้
[ระดับที่ 4 — ภัยพิบัติแก่นดันเจี้ยนสีฟ้า]
ดันเจียนระดับนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาสามารถเข้าไปเดินเล่นได้อีกต่อไปหากปล่อยเอาไว้โดยไม่มีการควบคุม...มอนสเตอร์จากภายในอาจหลุดออกมาและสร้างความเสียหายให้กับเมืองหรือหมู่บ้านโดยรอบได้ การกำจัดดันเจียนระดับนี้มักต้องได้รับอนุญาตจากทางการแต่ดันเจียนระดับนี้จะปรากฏขึ้นทุกๆสามถึงสี่เดือนต่อครั้ง
กำลังที่แนะนำ : 100–200 คน
บางกรณีอาจต้องใช้กองกำลังทหารร่วมกับนักผจญภัยระดับสูงและอาจจะต้องใช้เวลานานมากกว่าจะจัดการกับดันเจี้ยนนี้ได้บ้างครั้งอาจจะเป็เดือนอย่างนานที่สุดในการบันทึกไว้คือสี่เดือนครั้งหนึ่งเคยมีดันเจียนระดับสี่ปรากฏขึ้นมาสองที่เลย
[ระดับที่ 5 — ไนท์แก่นดันเจี้ยนสีม่วง]
“ระดับไนท์”
ชื่อของมันอาจฟังดูเท่...แต่สำหรับคนทั่วไปหรือทหารระดับสูงแล้วมันคือดันเจียนที่ควรอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในดันเจียนระดับนี้สามารถพบมอนสเตอร์ที่มีพลังระดับสูงจำนวนมากรวมถึงสัตว์ประหลาดที่สามารถทำลายกองทหารระดับสูงได้ด้วยตัวมันเองการสำรวจดันเจียนระดับไนท์จึงไม่ใช่สิ่งที่นักผจญภัยทั่วไปสามารถทำได้สภาพแวดล้อมของมันนั้นจะแตกต่างกันไปตามแหล่งต้นกำเนิดของมัน มันสามารถปรากฏได้ทุกที่บนโลกไม่ว่าจะเป็ ท้องฟ้าใต้นํ้าหรือในเมือง แต่ดันไม่เคยมีรายงานว่าดันเจียนระดับนี้มีมอนเตอร์จากของเขตของมันเลย
กำลังที่แนะนำ : 500–1,000 คน
จากการบันทึกมีแค่สองกลุ่มเท่านั้นที่สามารถหยุดดันเจียนระดับไนท์ได้และของที่ได้รับจากที่นั้นจะเป็อาติแฟคที่มีความนึกคิดเองได้บ้างส่วนก็ถูกเก็บไว้ที่วิหารแห่งคำสาบานของอาณาศักดิ์สิทธิ์
และสุดท้าย...ระดับที่ไม่ควรถูกเรียกว่า “ดันเจียน” อีกต่อไปเพราะมันเป็สถานที่ที่สามารถทำให้ทั้งประเทศล่มสลายได้และตอนนี้ก็มีตัวตนที่อยู่นอกเขตแผนที่แล้ว
[ระดับที่ 6 — อโพคาลิปส์แก่นดันเจี้ยนไม่ทราบ]
ชื่อของมันมีความหมายตรงตัว “วันสิ้นโลก” ดันเจียนระดับนี้แทบไม่มีประเทศใด้าให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินของตัวเองมอนสเตอร์ภายในมีความแข็งแกร่งระดับที่สามารถทำลายกองทัพจำนวนมหาศาลได้พื้นที่ภายในดันเจียนอาจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาบางแห่งมีพลังเวทหนาแน่นจนมนุษย์ไม่สามารถเข้าใกล้ได้มีมอนสเตอร์ที่ไม่สามารถระบุสายพันธุ์ได้แต่ก็มีคนที่พยายามจะเข้าไปในที่แห่งนั้นเพื่อศึกษามัน
กำลังที่แนะนำ : ไม่สามารถระบุได้
ในทางทฤษฎีอาจต้องใช้กองทัพของหลายประเทศเพื่อกำจัดดันเจียนระดับนี้และถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถพิชิตมันได้มันจึงกลายเป็อาณาเขตที่ไม่สามารถถูกบันทึกในแผนที่ได้
แล้วผมเคยไปเที่ยวที่ไหนมางั้นหรอระดับที่ ห้า เอาจริงๆตอนแรกก็ไม่ได้รู้หรอกว่ามันเป็ระดับห้าเพราะมอนเตอร์ที่อยู่ข้างในนั้นมันน้อยมากและมีรอยการต่อสู้อยู่เต็มไปหมดเหมือนดันเจียนทั่วๆไปถึงมอนเตอร์ในนั้นจะเก่งก็จริงแต่ก็มีไม่กี่ตัวเท่านั้นจนผมไปเจอกับแก่นกลางของมันที่เป็สีม่วงและพังได้ง่ายๆแล้วที่นั้นผมก็ได้สิ่งนั้นมา กล่องแผ่นเสียงนั้น
ใช่ เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งอยู่บนรถม้าอย่างสบายใจในตอนนี้ ได้เข้าไปเดินเล่นในดันเจียนระดับไนท์มาแล้วไม่ใช่ในฐานะสมาชิกกองทัพไม่ใช่ในฐานะหัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยและไม่ใช่ในฐานะผู้กล้าของอาณาจักรแต่เป็...
คนคนเดียว ผมว่านะการจัดระดับของดันเจียนพวกนี้มันน่าจะมีอะไรผิดแน่ๆ
“อืมม”
“อืมอะไรกันค่ะ!นี้ท่านแอบเข้าไปในที่ๆแบบนั้นได้ยังไง”
“เอาน่าๆเื่มันผ่านมาแล้ว แถมผมก็ยังไม่เป็อะไรด้วย”
“ให้ตายสิค่ะท่านเรน”
“กลับเข้าเื่กันต่อดีกว่า”
✩✩✩
“ถึงไหนแล้วนะ”
...
ตู้มมมมมมมมมม!!!เสียงะเิเมื่อครู่ยังคงสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่าแรงกระแทกจากพลังเวทะเิออกไปรอบตัวฝุ่นดินและใบไม้ปลิวกระจายโจรที่เหลือถูกแรงกระแทกซัดจนล้มลงแทบทั้งหมดและในที่สุด...เสียงเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็ค่อยๆจบลง
เข็มหยุดหมุนผมหันไปมองมัน
“จบพอดีเลยแฮะอย่างกับรู้ใจชั้นเลย”
ผมพยักหน้าด้วยความพอใจ
“อย่างน้อยฉากเปิดตัวก็ยังถือว่าสำเร็จ”
ผมเดินกลับไปเก็บเครื่องเล่นแผ่นเสียง ก่อนจะหันมองค่ายโจรแล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับกองหีบจำนวนมาก
“...”
ผมเดินเข้าไปเปิดหีบใบหนึ่ง
แกร๊ก
ทองคำเปิดอีกใบอัญมณีอีกใบอุปกรณ์เวทผมเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้าง
“...คุ้มจริงๆที่มา”
ผมเริ่มกวาดของมีค่าทั้งหมดใส่ลงกระสอบที่แอบเตรียมมาอย่างสบายใจสุดๆ
“ค่าอาหาร...”
วูบ
“ค่าที่พัก...”
วูบ
“ค่าใช้จ่ายของลิเลีย...”
ผมหยุดมือ
“และที่เหลือ...”
ผมมองทองคำกองสุดท้ายด้วยสายตาเป็ประกาย
“ค่าขนม”
ก่อนที่ผมจะคว้ามันใส่ถุงพร้อมกับความคิดว่าภารกิจหาเงินใช้ในการอยู่ที่สถาบันของผมกำลังสบายขึ้นเล็กน้อยผมกำลังจะเดินเข้าไปคว้า แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากระยะไกล
“ทุกคน! ระวังตัว!”
“เกิดอะไรขึ้นกัน พวกมันแตกคอกันหรอ”
ผมชะงักเสียงนี้...
คุ้นๆแฮะผมหันไปทางหน้าค่ายก่อนจะเห็นเงาของกลุ่มทหารกำลังเคลื่อนเข้ามา
“...”
อ้าวทหารของเราอีกแล้วเหรอ?ผมมองค่ายที่เต็มไปด้วยโจรที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้วมองกองของมีค่าที่หายไปเกือบหมดแล้วมองเครื่องเล่นแผ่นเสียงในมือ
“อืม...”
ถ้าพวกนั้นมาเจอผมตอนนี้...
คำอธิบายคงยาวน่าดูแถมอาจจะทำให้ฉากเท่ๆแบบนี้พังก็ได้คงเหลือแค่ทางเลือกเดียวสินะ
“งั้น...”
“กลับก่อนดีกว่า”
ฟึ่บ!
ร่างของผมหายไปจากค่ายทันทีโดยทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเบาๆของตัวเอง
“การหายตัวไปอย่างลึกลับแบบนี้ก็เท่ใช้ได้เลยแฮะ แต่ก็เสียดาค่าขนมจัง”
กำลังวิ่งกลับรถม้าด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมความคิดเพียงเื่เดียวในหัว
“ต้องคิดชื่อเท่ๆใหม่แล้วสิ...”
ขอบคุณสำหรับการติดตามมานะ ตอนนี้อาจจะแปลกๆที่มีการใส่การแนะนำดันเจียนเข้าไปด้วยแต่ผมคิดว่าอยากลองทำอะไรแปลกๆเข้าไปดูจากการเล่าของตัวเอกให้ลิเลียฟังแล้วผลที่ออกมาก็เป็แบบนี้