"ผลการตรวจร่างกายของคุณชายเป็ปกติดีทุกอย่างครับ ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง" คุณหมอแจ้งผลพร้อมเก็บหูฟังทางการแพทย์ลงกระเป๋า
"ดีจังเลยนะครับ" อลาโน่ยิ้มรับที่ผลตรวจร่างกายของลูเซียสออกมาเป็ปกติดี หลังจากเกิดความกังวลที่เพศรองนั้นปรากฏเร็วกว่ากำหนด ทำให้ต้องตรวจร่างกายทุกเดือนจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
"ขอบคุณครับคุณหมอ" ลูเซียสกล่าวพลางติดกระดุมเสื้อตัวเอง
"ส่วนห่อนี้เป็ยาปรับฮอร์โมนกับยาระงับอาการฮีท" คุณหมอหันมายื่นห่อยาสองห่อให้อลาโน่
"ขอบคุณครับ"
"หลังจากคลอดบุตรแล้ว คุณชายอาจจะเกิดอาการฮีทบ่อยครั้งกว่าเดิม ควรทานยาปรับฮอร์โมนอยู่เรื่อย ๆ นะครับ"
"นานแค่ไหนครับ?"
"จนกว่ารอบฮีทจะกลับมาเป็ปกติครับ" ซึ่งยากที่จะตอบได้ว่าเมื่อไหร่
"เข้าใจแล้วครับ"
"ส่วนยาระงับ ผมให้เผื่อไว้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน"
"..."
"แต่ได้ข่าวว่าท่านดยุกกลับมาจากราชการแล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง" พูดถึงสามีที่มีส่วนช่วยระงับอาการฮีทได้เป็อย่างดี
หากเป็คู่รักทั่วไป
"..." ยิ้มรับแต่มิใช่ด้วยความเขินอาย ดวงตาสีฟ้าหม่นลงครู่หนึ่งก่อนจะพยายามเป็ปกติ
"คือว่าผมขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ"
"ครับ?"
"ผมว่าจะเป็การดีกว่าหากคุณชายพูดคุยกับท่านดยุกเื่การทำพันธะ อาการฮีทจะได้กลับมาเป็ปกติโดยเร็ว" อย่างไรก็เป็สามีภรรยากันอยู่แล้ว ไม่น่ามีเื่ให้ต้องกังวลใจ
"ผมจะเก็บไปคิดดูนะครับ ขอบคุณที่แนะนำ" อลาโน่ก้มหัวให้คุณหมอเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้ไปส่งคุณหมอ
"ผมเองก็มีเรียนต่อ ขอตัวด้วยคน" ตามด้วยลูเซียสที่ลุกขึ้นตามหลังคุณหมอไปทันที
ทุกคนเดินออกไปจากห้องจนหมด เหลือเพียงอลาโน่ที่เริ่มจมอยู่กับความคิดตัวเองอีกครั้ง จ้องมองห่อยาในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มือบางกำห่อยาแน่นด้วยความเจ็บใจ หยดน้ำตาไหลเป็ทางไม่ขาดสาย
ความโศกเศร้าเื่ของอามันโด้เข้ามาเหยียบย้ำหัวใจของอลาโน่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มีบางอย่างทำให้นึกถึง
คำถามถูกตั้งขึ้นในหัวมากมาย เหตุใดจึงไม่บอกกัน? หรือสามีนั้นหมดรักในตัวเขาแล้ว? แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบ เพราะจนถึงตอนนี้อามันโด้กับผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่กลับมาที่บ้านเลย
ความทุกข์จึงเริ่มกัดกินโอเมก้าหนุ่มทีละน้อย จนต้องแอบมาร้องไห้คนเดียว หรือบางทีแค่ได้อยู่ลำพังน้ำตาก็ไหลออกมาเสียดื้อ ๆ และยังต่อหน้าลูกน้อยที่หลับปุ๋ย
ทำให้รู้ว่าความเสียใจนั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่จะช่วยเยียวยา...
"ฮึก ฮึก" ใบหน้าแดงก่ำพยายามกลั้นเสียงร้องของตัวเองเอาไว้นานนับชั่วโมง อลาโน่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น จนไม่เหลือหยดน้ำตาให้ไหลอีกต่อไป อลาโน่จึงซับน้ำตาที่ใบหน้าพร้อมสูดหายใจลึก ๆ เพื่อไปทำหน้าที่ผู้ให้กำเนิดต่อ
ขณะที่เดินออกมายังหน้าประตูนั้นก็ต้องใที่พบลูเซียสยืนอยู่พอดี
"ยังไม่ไปเรียนหรือครับ?" ถามเพราะกลัวว่าลูเซียสจะมาเห็นตนในสภาพแบบนี้
นอกจากเหล่าแม่บ้านแล้วก็มีแค่เขาที่รู้เื่นี้ และโอเมก้าหนุ่มก็ยังไม่พร้อมที่จะตอบคำถามของลูกเลี้ยงในตอนนี้
"ผมกลับมาชวนอลันไปขี่ม้าด้วยกันครับ" สีหน้าเรียบนิ่งดูไม่มีพิรุธ
"อ๋อ วันนี้มีเรียนขี่ม้าสินะ" พลางนึกถึงตารางเรียนของลูเซียส เพราะ่นี้อลาโน่สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเสียเท่าไหร่
"ไปด้วยกันนะครับ"
"วันนี้ผมคงต้องขอปฏิเสธครับ รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย"
"อย่างงั้นไปนั่งจิบชาที่สวนแทนก็ได้ครับ วันนี้ผมฝึกที่ลานไม่ได้เข้าป่า" เป็บริเวณที่ใกล้เคียงกันและสามารถมองเห็นกันได้ในระยะไกล
"อ่า ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมตามไปนะ" รับปากอย่างเสียไม่ได้ เพราะเป็่ที่เจนหลับไปแล้ว จึงไม่มีข้ออ้างที่จะปฏิเสธ
"ผมจะรอนะครับ" เดินกลับไปรอที่ลานฝึก
...
ที่ลานฝึกม้า
อัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้ง อายุราวยี่สิบปลาย เป็ที่รู้จักกันในนามเซอร์อัลเบิร์ต ครูฝึกม้าฝีมือดี อีกทั้งยังเป็อดีตทหารองครักษ์ของกษัตริย์อีกด้วย เขาจึงมีชื่อเสียงอย่างมากในหมู่ขุนนาง และมักจะถูกจองตัวให้ไปสอนลูกหลานตระกูลดัง ๆ มากมาย
ใบหน้าหล่อเหลาเดินจูงม้าที่ใช้ฝึกสองตัวออกมาจากคอก เพื่อเตรียมการสอนในวันนี้
"วันนี้เรามาเรียนวิธีควบคุมทิศทางของม้าให้แม่นยำกันครับคุณชาย"
"เคยเรียนไปแล้วมิใช่หรือครับ?" เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ในเมื่อลูเซียสฝึกจนขี่ม้าเข้าป่าเองได้แล้ว
"ครับ แต่วันนี้วิธีการจะต่างออกไป พอดีผมได้ยินมาว่าคุณชายได้รับการตรวจเพศรองแล้ว?" ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ครับ เพิ่งรู้ผลเมื่อไม่นานนี้"
"ดีเลยครับ เพราะบทเรียนวันนี้มีแต่อัลฟ่าอย่างเราที่ทำได้"
"..."
"คุณชายทราบไหมว่าฟีโรโมนสามารถใช้บังคับสัตว์ให้เชื่องได้ โดยไม่ต้องเฆี่ยนตี" พูดพร้อมโยนแซ่ในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี และปีนขึ้นหลังม้าอย่างชำนาญ
"..." หนุ่มน้อยอัลฟ่าได้แต่เงยหน้ามองครูฝึกด้วยความสงสัยในคำถาม
"ธรรมชาติสร้างให้อัลฟ่ามีความสามารถในการควบคุม เพียงแค่ัั..." มือหนาข้างหนึ่งลูบไปที่แผงคอของอาชาสีน้ำตาลเข้มคู่ใจ
"ไป!" ฮี้ๆๆ แล้วอาชาแสนสง่าตัวใหญ่ก็ร้องลั่นตอบรับความ้าของเ้านายและออกวิ่งทันที
"..." ออร่าของฟีโรโมนถูกปล่อยออกมาจาง ๆ ปกคลุมรอบตัวครูฝึกและม้าของเขาอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาลูเซียสเริ่มรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยกับความสามารถนี้
ฮี้ๆ "หยุด!" จากที่คึกจนวิ่งรอบลานไปหลายรอบ อยู่ๆ อาชาก็กลับมาสงบเสงี่ยมอย่างง่ายดายราวกับแค่พลิกฝ่ามือ
"..."
"เอาล่ะ ถึงทีของคุณชายแล้วครับ"
หนุ่มน้อยอัลฟ่าเริ่มจากการปีนขึ้นหลังม้าอย่างชำนาญ มือเล็กข้างหนึ่งจับเชือกจูงเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็เอื้อมไปลูบแผงคอของอาชาคู่ใจ แต่ด้วยสีหน้าที่ดูเป็กังวลกับการใช้ฟีโรโมนแบบตั้งใจครั้งแรก จึงถูกคำพูดของอาจารย์ช่วยเรียกความมั่นใจ
"จำเอาไว้นะครับว่า คุณชายคือเ้านาย ส่วนมันเป็แค่สัตว์เลี้ยง"
"..."
"สั่งให้ทำอะไร มันต้องทำตาม!" น้ำเสียงหนักแน่นสมกับที่เคยเป็ทหารรับใช้ ดุดันจนแม้แต่ลูเซียสยังรู้สึกประหม่า แต่ก็ช่วยเรียกความมั่นใจได้เป็อย่างดี
หนุ่มน้อยสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเปล่งคำสั่งออกมาอย่างหนักแน่น
"ไป!" ดวงตากลมสีดำเท่าลูกโอ๊คเบิกโพลงก่อนจะร้องลั่น
ฮี้ๆๆ กระทืบเท้าหน้าสองสามที และวิ่งไปในทิศทางตามคำสั่งของนายมัน
หนุ่มน้อยอัลฟ่ายิ้มร่าอย่างนึกสนุก ราวกับได้ปลดปล่อยความเป็ตัวเองออกมาตามสัญชาตญาณ อาชาสีดำเงาวิ่งวนรอบลานฝึกอยู่หลายรอบ
"หยุด!" และมาหยุดที่หน้าครูฝึกตามคำสั่ง
"เก่งมากครับคุณชาย" เอ่ยชมอย่างภูมิใจ หากนับั้แ่ที่สอนลูกขุนนางตระกูลใหญ่โตมา ลูเซียสเป็คนเดียวที่เรียนรู้ได้เร็วและมีทักษะที่เหมาะแก่การเป็ทหารอย่างมาก
"ขอบคุณครับ ผมเพิ่งรู้ว่าฟีโรโมนทำแบบนี้ได้ด้วย"
"เพราะอย่างนั้นอัลฟ่าถึงได้อยู่จุดสูงสุดอย่างไรล่ะครับ"
"แต่ดูไปแล้ว ก็ไม่ต่างจากการเอาแซ่ฟาดมันเลยสักนิดครับ"
"?"
"ผมยังรู้สึกได้ว่ามันทุกข์ทรมานที่โดนกดข่ม" เข้าใจดีว่าหนุ่มน้อยรู้สึกอย่างไร แต่ธรรมชาติย่อมเป็ไปตามกฎ
"ถึงผลลัพธ์จะเหมือนกัน แต่คุณชายรู้สึกสบายใจกว่าการลงแซ่กับมันมิใช่หรือครับ?" รอยยิ้มขณะที่กำลังบังคับมันอย่างสนุกสนานนั้นเป็ความจริงที่ยากจะยอมรับ
"..." ความเงียบเข้าปกคลุมหนุ่มน้อยอัลฟ่า กับความผิดถูกที่ตีกันอยู่ในหัว
"ช่วยไม่ได้ที่มันเกิดมาเป็สัตว์ ต่อให้ทรมานแค่ไหนก็พูดออกมาไม่ได้ โลกก็เป็แบบนี้แหละครับ" ครูฝึกเปรยขึ้นให้คนฟังยอมรับความเป็จริง
"กับคนด้วยหรือเปล่าครับ เวลาทรมานจะพูดมันออกมาได้ไหม?" พลางนึกถึงใครบางคนที่แม้แต่ตอนร้องไห้ยังไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
"บางคนก็เก็บความรู้สึกเก่งมากครับ แต่ไม่มีใครสามารถทนความเ็ปได้นานหรอก"
"..."
"สุดท้ายก็ต้องระบายออกมา"
...
อลาโน่นั่งมองลูเซียสจากสวนหย่อมไม่ไกลจากลานฝึกนัก พลางนึกถึง่เวลานี้ของตน ที่มีแต่ความสนุกสนาน แม้คนที่ได้พบเจอจะมีเพียงอาจารย์ที่ถูกจ้างมาสอน และลูกพี่ลูกน้องที่สนิทเพราะตนนั้นเป็โอเมก้า แต่อย่างน้อยก็ได้ร่ำเรียนอย่างลูกขุนนางคนอื่น และเล่นสนุก
"ดัชเชสครับ กระผมกลับมาแล้ว" เสียงทุ้มจากเบต้ารับใช้เอ่ยขึ้น หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้นำจดหมายไปส่งที่ทางเหนือ และรอคำตอบกลับมา
"ผมขอคุยเป็การส่วนตัว" สิ้นคำสั่ง สาวรับใช้จึงเดินออกไปทันทีเหลือเพียงอลาโน่และเบต้าหนุ่ม เมื่อไม่มีใครแล้วจึงพูดธุระออกมา
"กระผมได้ส่งจดหมายถึงมือท่านดยุก และขอให้เปิดอ่านทันทีแล้วครับ"
"เขาว่าอย่างไรบ้าง?" หัวใจเต้นระรัวอย่างเฝ้ารอคำตอบ
"เอ่อคือ ท่านดยุกไม่พูดอะไรเลยสักคำ จากนั้นก็สั่งให้คนไล่กระผมกลับมา" จบประโยคอลาโน่ก็ได้แค่อึ้งค้าง หนทางที่จะช่วยหยุดปัญหาของความโศกเศร้านี้มลายหายไปเสียแล้ว
"อืม ขอบใจมากนะที่ช่วย เธอไปพักผ่อนเถอะ" ฝืนยิ้มให้หนุ่มรับใช้ ก่อนจะมองความหวังนั้นจากไป
ดวงตาแดงก่ำที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ก็พังทลายลงอีกรอบ แต่ครานี้กลับโทษตัวเองที่โง่งมในความรักจนต้องเ็ป ก็สมแล้วที่ต้องมานั่งเสียใจเช่นนี้
"น้ำตาเปื้อนใบหน้าสวยหมดแล้ว" จู่ ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นข้างกายอย่างไม่ทันตั้งตัว
โอเมก้าหนุ่มมองผ้าเช็ดหน้าสีขาวในมือ ก่อนจะไล่สายขึ้นมองเ้าของที่หยิบยื่นมาให้ เป็ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร
"ขออภัยที่เสียมารยาทครับ แต่ผมทนดูเฉยๆ ไม่ได้จริงๆ"
"ขอบคุณครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ?" รับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
"กระผม เซอร์อัลเบอร์โต้ ฮิลตัน ครูฝึกขี่ม้าครับ" โค้งให้เล็กน้อยอย่างสุภาพ
"อ๋อ ครูฝึกของหลุยส์นี่เอง" เพราะยังไม่เคยได้พบตัวจริงเสียที จึงไม่รู้ว่าหน้าตาเป็อย่างไร แต่น่าอับอายนักที่ได้พบกันครั้งแรกในสภาพแบบนี้
"กระผมอลาโน่ เว- เอ่อ เรียกแค่อลาโน่ก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก" พร้อมกับยื่นมือไปทักทาย แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะช้อนมือของตนขึ้นจุมพิตที่หลังมือ ราวกับการทักทายของสุภาพบุรุษที่มีต่อหญิงสาว
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกศิษย์ของผมมีพี่ชายด้วย" คำพูดยกยอไม่ได้ทำให้อลาโน่เขินอาย หากแต่รู้สึกได้ความอยากรู้อยากเห็นของคนตรงหน้า หากไม่ได้เขลาจนเกินไปแค่เห็นสีผมกับดวงตาก็ทราบได้อยู่แล้ว
"ไม่ใช่หรอกครับ ผมเป็ภรรยาของท่านดยุกน่ะครับ" ไม่ต้องมีการอ้อมค้อม เพราะอย่างไรความจริงก็คือความจริง
"อย่างนี้นี่เอง แล้วเหตุใดดัชเชสถึงได้มานั่งร้องไห้เสียใจอยู่ตรงนี้คนเดียว?" ท่าทีที่เหมือนกำลังสอบสวนอยู่นั้นทำให้อลาโน่เริ่มไม่พอใจ
"เื่ส่วนตัวน่ะครับ ผมขอไม่ตอบในเื่นี้" พลางชะเงื้อมองหาลูเซียสที่ยังไม่มาตามนัดเสียที
"งั้นผมคงต้องขออภัย ที่พูดจาล่วงเกินดัชเชสไป" โค้งให้เล็กน้อยโดยไม่ละสายตา
"ไม่เป็ไรครับ" อลาโน่ตั้งใจไม่เชิญอีกคนนั่งเพราะไม่อยากให้มีบทสนทนาต่อไป แต่อีกคนก็พอจะรู้ตัวจึงได้แต่หัวเราะหึในลำคอ แต่ก็ไม่ยอมไปไหนด้วยเหตุผลที่ว่าลูกศิษย์บอกให้มารอตรงนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศของทั้งคู่ มีเพียงสายลมที่พัดผ่านอยู่เรื่อยๆ คนอยู่ทิศใต้ลมจึงได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างขาวที่นั่งอยู่
อัลเบิร์ตยกยิ้มอย่างมีเลศนัยกับความคิดในหัวของตัวเอง โดยที่อีกคนไม่รู้ตัว
"อึก" แต่แล้วความรู้สึกร้อนวูบวาบกลับปะทุขึ้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของอลาโน่อย่างไม่มีสัญญาณเตือน ใบหน้าขาวเริ่มเหงื่อตกทั้งอยู่ทิศต้นลม มือไม้สั่นเทานึกถึงคำพูดของคุณหมอเมื่อตอนเช้า แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
"เป็อะไรไปหรือครับ?" ถามด้วยเสียงเรียบดูไม่ใ
เมื่ออีกคนเข้ามาใกล้ ทำให้ยิ่งรู้สึกสั่นสะท้านที่ต้นคออย่างรุนแรง จนต้องยกมือขึ้นปิดด้วยสัญชาตญาณ อาจเป็เพราะอีกฝ่ายคืออัลฟ่า ฟีโรโมนที่ติดตัวเขาจึงมากระตุ้นอาการทำให้อลาโน่เกิดฮีทขึ้นมา
"ไม่มีครับ ผมขอตัว" วางถ้วยชาลงอย่างเร่งรีบ แต่ด้วยความที่ลุกเร็วจนเกินไป ร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงจึงเซกระทบโต๊ะชา จนอัลเบิร์ตต้องช่วยประคอง ซึ่งอลาโน่ไม่ได้เต็มใจให้ช่วยนัก
"จะไปไหนครับ ผมจะได้พาไป" กระชับอ้อมกอดเข้าไปอีก จนอลาโน่ต้องเสหน้าหนี
"ปล่อยครับ ผมเดินเองได้" พยายามปัดป่ายให้หลุดจากการเกาะกุม
"อย่าดื้อสิครับ ดัชเชส" เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำดังชัดใกล้ใบหู จนโอเมก้าหนุ่มเสียวสันหลังวาบ รู้สึกได้ถึงความอันตรายในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้
แขนแกร่งที่เข้าประคองก็เริ่มอยู่ไม่สุข ไม่นึกว่าร่างขาวตรงหน้าจะผอมบาง และมีเอวเล็กเท่ากับหญิงสาวเช่นนี้ ยิ่งได้อยู่ใกล้ก็ยิ่งรู้สึกอยากความหอมหวานนี้
"อย่าคิดทำอะไรชั่วๆ นะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้" อลาโน่พูดดักแม้พยายามขัดขืน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว กลิ่นโอเมก้าที่กำลังฮีท ทำให้อัลเบิร์ตยิ่งหน้ามืดตามัว ขาดความยั้งคิด เหลือไว้เพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อน
"ชะ อุ๊บ อื้อ" อดีตทหารหนุ่มปิดปากอลาโน่อย่างรู้ทัน และก้มลงซุกไซ้ต้นคอขาวที่ยังไม่ถูกทำพันธะนี้อย่างสนใจ
"ตัวหอมเช่นนี้ ท่านดยุกถึงไม่แต่งออกหน้าออกตาสินะ คงอยากเก็บไว้ชมผู้เดียว" คำพูดเสียดแทงไปถึงจิตใจยิ่งกว่าการโดนกระทำทางร่างกาย พลอยทำให้น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"อื้อ ฮึก อื้อ" อยากจะส่งเสียงร้องให้คนช่วยก็ทำไม่ได้
แต่การกระทำแสนชั่วของอัลเบิร์ตยังไม่หยุดแค่นี้ จนกว่าจะได้สิ่งที่้า ดวงตาสีฟ้าเบิกโพลงอย่างใ เมื่อตนกำลังถูกลากไปยุ่งพุ่มไม้ที่กั้นชายป่า และหากพ้นพุ่มไม้ไปแล้วนั้นต่อให้ส่งเสียงกรีดร้องก็คงจะไม่มีใครได้ยิน
"อยู่นิ่ง ๆ สิวะ ถึงขนาดยอมเป็เมียเก็บ จะเล่นตัวไปทำไม!?" ซ้ำร้ายยังถูกคำพูดจาดูแคลน
"อื้อ!" แม้จะเริ่มไร้เรี่ยวแรง แต่ก็พยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุด มือเล็กทุบตีอกแกร่งอย่างไม่ยอมแพ้
"แม่งเอ๊ย" เพี๊ยะ! ใบหน้าขาวหันไปตามแรงตบอย่างจังจนเืกบปาก จากเดิมทีที่รู้สึกเหมือนสติเริ่มเลือนรางยิ่งเพิ่มความมึนงงเข้าไปอีก ร่างแกร่งขึ้นคร่อมกลางลำตัวของอลาโน่ไม่ให้ลุกหนี
"ชอบใช้ความรุนแรงก็ไม่บอก" แคว่ก! เสื้อเชิ๊ตลูกไม้สีฟ้าอ่อนถูกกระชากออกในคราเดียว เผยแผ่นอกขาวที่ถูกสายตาของอัลฟ่าหนุ่มโลมเลียอย่างน่ารังเกียจ
"ขะ ขอร้อง ฮึก ยะ อย่าทำเลยนะ" ปัดป้องอย่างไม่ลืมหูลืมตา
"จะทำให้เธอมีความสุข ไม่ดีหรือไง!?" กดข้อมือเล็กทั้งสองข้างลงกับพื้นหญ้า น้ำตานองหน้าไม่อยากยอมรับชะตากรรมอันเลวนี้
"ยะ อย่าๆ อ๊ะ!" ฟันคมขบกัดที่ไหปลาร้าใต้ปลอกคอสีเหลืองอ่อนจนเืซิบ
"เกะกะฉิบหาย" บ่นอย่างหัวเสียกับสิ่งป้องกันที่ต้นคอขาว แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาที่จะแกะมัน จึงหันไปสนใจสิ่งเย้ายวนส่วนอื่น และสะดุดตาเข้ากับตุ่มไตสีบัวที่หน้าอก ผลพวงจากการคลอดบุตรทำให้หน้าอกของชายชาตรี มีเนื้อนูนออกมาเล็กน้อยน่ามอง
ใบหน้าชั่วร้ายแลบลิ้นเลียปากอย่างหื่นกระหาย ก่อนจะได้ก้มลงััอีกครั้ง
พลั่ก! ร่างสูงใหญ่ก็กระเด็นกลิ้งลงไปนอนด้านอลาโน่ด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน
"โอ๊ยแม่ง ใครวะ!?" อดีตทหารหนุ่มรีบหยัดตัวลุกขึ้นอย่างหัวเสีย แต่แล้วก็ต้องชะงักหน้าซีดเผือกทันทีที่เห็นปลายกระบอกปืนยาวสีดำเงาจ่ออยู่ที่หน้าผากของตน
"ทะ ท่านดยุก!?"
"แกจะทำอะไรเมียฉัน!?" ใบหน้าโกรธเกรี้ยวจากผู้เป็สามี เพิ่งกลับมาถึงบ้านนั้น ตามหาภรรยาจนพบว่ากำลังจะถูกทำมิดีมิร้ายอยู่กลางวันแสกๆ อีกทั้งยังเกิดในบ้านของตัวเองอีก เป็การหยามหน้ากันถึงที่สุด
"ผะ ผมไม่ได้ตั้งครับท่าน ผมถูกล่อลวง!" ไม่คาดคิดว่าอดีตทหารหนุ่มจะเอาตอนรอดเช่นนี้
"..."
"ดัชเชสเกิดฮีทขึ้นมา ผมก็แค่อยากจะช่วย ตะ แต่แล้วก็ถูกทำท่าทีเย้ายวนใส่ ปล่อยกลิ่นโอเมก้าออกมาจนกระผมไม่อาจต่อต้าน"
"มะ ไม่จริง..." อลาโน่สวนกลับหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามลุกขึ้นนั่ง
แต่เมื่ออามันโด้ได้มองใบหน้าของภรรยาชัดๆ แล้ว ก็ยิ่งทวีความโกรธแค้นเข้าไปอีก เพราะใบหน้าขาวขออลาโน่นั้นเปื้อนรอยแดงฉาดใหญ่พร้อมเืที่ซึมออกจากมุมปาก
"ไอ้ชั่ว! กล้าทำร้ายเมียฉันอย่างนั้นหรือ!?"
พลั่ก! สิ้นคำปลายกระบอกปืนก็ซัดเข้าที่โหนกแก้มของอดีตทหารจนแทบจะสลบ
"เอาตัวมันไปมัดไว้ที่ลานฝึก! ฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับแกทีหลัง" ก่อนเบต้าหนุ่มรับใช้สามคนจะช่วยกันจับตัวอัลเบิร์ตไปไว้ที่ลานฝึกม้ารอรับการลงโทษต่อไป
"ที่รัก ผมมาแล้ว กลับเข้าบ้านกันนะ" คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินก่อนอลาโน่จะสลบไป