3
ภายในรถเต่าสีชมพูหวานเมษาที่ไม่ยอมให้สมองว่าง เมื่อภาพความดีใจและสะใจของมีนายังคอยเฝ้าติดตามหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลาเธอจะต้องหาวิธีการเพื่อขัดขวางความ้าของยายปีศาจมีนาให้ได้!
“ฉันพอจะมีความคิดดีดีออกมาบ้างแล้วนะกานแต่ไม่รู้ว่ามันจะแรงไปหรือเปล่านะซิ ถึงยังไงมีนาก็เป็พี่สาวฉัน” เมษาอดกังวลเพราะความคิดของตัวเองไม่ได้
“แกเล่ามาก่อนละกัน มีความคิดอะไรดีๆเกิดขึ้น”
กานพลูใช้มือเคาะพวงมาลัยรถเป็จังหวะอย่างใช้ความคิดเช่นกันเธอมองรถเก๋งที่เธอรู้สึกคุ้นกับเลขป้ายทะเบียนเหลือเกิน ก่อนจะร้องอ๋อในลำคอเมื่อนึกถึงตัวเลขที่เมษาชอบย้ำอยู่บ่อยๆ ได้
“พี่บีชอบสปอร์ตสีดำนะกานแต่ปกติแล้วมักจะไม่ค่อยได้ใช้ เพราะจะต้องมีคนขับให้เพื่อพี่บีจะได้อี๋อ๋อกับผู้หญิงได้ถนัดๆ หมายเลขรถก็ พ 8...นะแก”
เบนนิโต้จะไปไหน...เอาน่ายังไงก็ขับตามไปก่อนแล้วกัน กานพลูบอกกับตัวเอง จนไม่ทันได้สนใจฟังเื่ที่เมษาบอกเลยแม้แต่นิด
“จำละครเื่นั้นได้หรือเปล่าไอ้เล่ห์ร้งเล่ห์ร้ายอะไรที่แกชวนฉันดู ตอนที่ยายตัวร้ายกับแฟนวางแผนวางยาในแก้วน้ำให้นางเอกกินแล้วก็จับแก้ผ้าถ่ายรูปเอาไว้แบลกเมย์เรียกเอาเงินนะ”
เมษาถามกานพลูจำได้ว่าตอนที่ดูละครเื่นั้น เธอทั้งโกรธและเกลียดตัวร้ายกับแฟนมาก ที่ทำร้ายผู้หญิงแสนดีแสนดีและน่ารักอย่างนางเอกที่เธอจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็คนแสดง
“ฉันว่ามันน่าจะใช้ได้นะกานเราหาใครสักคนที่ไว้ใจได้ มาทำทีว่ามีความสัมพันธ์กับมีนาถ่ายรูปตอนที่มีนาและผู้ชายคนนั้นกอดจูบกันอยู่ในห้องเอาไว้”เพียงแค่คิดว่าตอนนี้เธอมีแผนการเอาคืนมีนาได้ เมษาก็ยิ้มกริ่มดวงตาเป็ประกาย“ถ้าให้ดีนะกาน เราก็วางแผนให้พี่บีมาเห็นด้วย แกเห็นว่าไงบ้างเพื่อน แผนที่ฉันคิดดีหรือเปล่า”
ถ้าทุกอย่างเป็ไปตามแผน เบนนิโต้ก็จะได้เห็นตัวจริงของมีนาเสียทีแล้วเขาก็จะเข้าใจในตัวเธอและให้โอกาสเธอพิสูจน์ว่าสิ่งที่รู้เกี่ยวกับเธอนั้นมันไม่มีสิ่งใดเป็ความจริงแม้แต่นิดเดียว
เมษาถามเพื่อนโดยไม่ทันเอะใจว่ากานพลูไม่ได้ฟังสิ่งที่เธอบอกเลยสักนิด
“กาน...กาน...แกมองอะไรนะทำไมไม่ฟังฉันเลย” เมษามองตามมือกานพลูชี้ไปที่รถคันหนึ่ง
“เฮ้ย! นั่นมันรถพี่บีนี่น่า แกขับตามไปเลยกาน”เมษาชี้มือชี้ไม้ไปที่รถและกระตุ้นให้กานพลูขับรถตามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพื่อนรักก็ขับรถตามได้อย่างรวดเร็วทันใจเช่นกัน
“นายครับผมว่ามีรถตามเรามาครับ”
คาร์เมนบอกเบนนิโต้ที่ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากก้มหน้าก้มตาดื่มกินน้ำหวานจากปากอวบอิ่มของศรีอัปสรม่ายสาววัยสามสิบปีที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ยังคงความสาวความสวยไว้อย่างดี จนเป็ที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หลายต่อหลายคนแต่เธอก็มาตกลงมีความสัมพันธ์แบบชั่วครั้งชั่วคราวกับนายของเขา
“แน่ใจนะคาร์เมนรถคันนั้นตามเรามา” เบนนิโต้ถามย้ำเพื่อความมั่นใจอีกครั้งแต่ยังไม่ยอมละปากจากซอกคอหอมนุ่มของคู่นอนชั่วคราวที่เขาติดใจลีลายั่วยวนอารมณ์จนต้องโทรเรียกมาบริการปลดปล่อยอารมณ์ให้
“ครับนายผมมองหลายครั้งแล้ว เห็นขับตามเรามาได้สักครู่ใหญ่แล้วครับ”
เบนนิโต้ละสายตาจากคอเนียนนุ่มขึ้นไปมองตามคำพูดของคาร์เมน“รถเต่าสีชมพูนั่นใช่ไหมคาร์เมน” ชายหนุ่มถามก่อนจะก้มลงหาความหวานจากปากศรีอัปสรต่ออย่างไม่สนใจเพราะรู้ว่ายังไงซะคาร์เมนก็จัดการได้
“ครับนาย”คาร์เมนตอบรับอย่างเ็าไร้ความรู้สึก
“อัปสรจ๋าวันนี้เราเปลี่ยนโปรแกรมไปร้านอาหารเรือนรัก ดินเนอร์ท่ามกลางแสงเทียนในโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ผมเพิ่มจะเทคโอเวอร์ได้กันดีกว่านะ”
เบนนิโต้เอ่ยเสียงหวานกับศรีอัปสรโดยไม่ยอมละจากอกอวบเต่งตึงที่ชูชันเพราะฝีมือเขาแม้จะผ่านการมีสามีมาแล้วแต่ศรีอัปสรยังคงรักษารูปร่างให้เต่งตึงด้วยการฝึกโยคะและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
“แล้วแต่คุณซิคะฮันนี่”ศรีอัปสรตอบกลับน้ำเสียงแหบพร่า เนื้อตัวอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งโดนไฟลนเพราะฤทธิ์ปากและมือเบนนิโต้ที่โจมตีอย่างไม่หยุดยั้งแม้กระทั่งในรถก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หายใจหายคอ หญิงสาวจิกทึ้งเส้นผมหนานุ่มระบายความเสียวซ่านและรัญจวน
“ขับรถไปโรงแรมฟ้าดารานะคาร์เมนเราจะล่อมันไปที่นั่น ฉันอยากรู้ว่ามันเป็ใคร ถึงกล้ามาหาญต่อกรเล่นกับเบนนิโต้ริชชี่” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงดุกร้าว ดวงตาวาววาบขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะกลับมาเป็ปกติ
“ครับนาย” คาร์เมนรับคำก่อนจะเลี้ยวรถมุ่งไปโรงแรมฟ้าดาราสายตาเหลือบมองรถเต่าสีชมพูที่ยังขับตามเขาและเบนนิโต้ไม่ลดละเช่นกันสายตาคาร์เมนเปล่งประกายแข็งกร้าววาวขึ้นอย่างน่ากลัว ถ้าหากสองสาวได้มาเห็น คงจะต้องกลัวจนตัวสั่นชายหนุ่มหักหัวรถเลี้ยวเข้าจอดบริเวณโรงรถสำหรับผู้บริหารโรงแรมฟ้าดาราที่เบนนิโต้พึ่งจะเทคโอเวอร์มายังไม่ทันจะถึงสามเดือนดี
เบนนิโต้คล้องแขนศรีอัปสรเดินเข้าไปในโรงแรมปล่อยให้คาร์เมนเฝ้ารอดูคนที่ริอ่านขับรถตามโต้มาอย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเองจะต้องเจอกับสิ่งใด หรือไม่คงอยากจะหาที่ตายเร็วๆ ถึงกล้ามายุ่งกับพวกเขา
รถเต่าสีชมพูเลี้ยวตามรถเก๋งของเบนนิโต้มาหยุดจอดหน้าโรงแรมและปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งก้าวลงจากรถก่อนที่คนขับจะวนหาที่จอด
คาร์เมนจ้องมองร่างสูงโปร่งคุ้นตาก้าวเดินอย่างมั่นใจไม่เหลียวซ้ายแลขวามุ่งเข้าสู่ประตูด้านหนึ่งของห้องอาหารที่เบนนิโต้พาศรีอัปสรเข้าไปเมื่อสักครู่ชายหนุ่มรีบเดินไปดักหน้าเมษาที่ปรายตามองเขาั้แ่หัวจรดเท้าด้วยความไม่ชอบใจใบหน้านวลผุดผาดบึ้งตึง ดวงตากลมโตแดงก่ำอย่างที่บอกให้รู้ว่าทั้งโกรธและไม่พอใจอย่างรุนแรง
“สวัสดีคาร์เมน พี่บีอยู่ข้างในใช่ไหม” หญิงสาวถามเสียงหวานใส เธออย่างสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่เพราะสายตาดูถูกของชายตรงหน้าหญิงสาวยกสองมือขึ้นกอดอก ยืนแยกเท้ามองคาร์เมนตาเขียวเข้ม พร้อมแยกเขี้ยวใส่ชายหนุ่มที่ยืนมองอย่างไม่สะทกสะท้านและเกรงกลัว
คาร์เมนมองหญิงสาวตรงหน้าคิ้วเข้มเลิกขึ้นข้างหนึ่งอย่างแปลกใจ ปกติแล้วเขาเห็นเมษาแต่งตัวแบบง่ายๆ สบายๆแค่เสื้อยืดและกางเกงยีนขาดๆ รองเท้าผ้าใบกระด่างกระดำ หน้าตาก็ไม่เคยจะแต่งแต่ หากคราวนี้...ชายหนุ่มบอกตรงๆ ว่าเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เมษาอยู่ในชุดแซกสีฟ้ายาวถึงเข่า วงหน้ารูปไข่ตกแต่งอย่างประณีตและสวยงาม ริมเคลือบลิปติกสีชมพูมันวาวพวงแก้มเป็สีชมพูรับกับริมฝีปาก ผมที่เคยปล่อยยาวกลับถักเป็เส้นเล็กๆและรวบขึ้นไปม้วนไว้บนศีรษะ ดูแล้วน่ารักไม่น้อย
เมษาในวันนี้กลายเป็สาวสวยและสดใสต่างจากที่เขาเคยเห็นลิบลับแต่ถึงข้างนอกจะตกแต่งอย่างสวยงามเพียงใด ข้างในก็ยังคงเป็หญิงปากร้ายนิสัยเสีย ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งเมษาจะต้องพูดจากด่าว่าเขาเสียๆหายๆ และชอบทำร้ายร่างกายเขาทีเผลออยู่เสมอ
“ขอโทษครับคุณเมษา นาย้าความเป็ส่วนตัว ไม่้าให้ใครเข้าไปรบกวนกรุณากลับไปเถอะครับ”คาร์เมนใช้ร่างกายสูงใหญ่และมือกางกั้นไม่ให้เมษาเปิดประตูห้องวีไอพีของห้องอาหารดาวดาราได้ดังใจ
“หลีกไปคาร์เมน ฉัน้าพบพี่บี”เมษากำมือแน่น สะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้ปล่อยหมัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาแต่เ็าที่ชอบมองเธออย่างดูถูกดูแคลนเสมอตอนแรกเมษาก็คิดว่าตัวเองคิดมากไปเอง แต่มันไม่ใช่คาร์เมนจะใช้สายตาแบบนี้มองเฉพาะเธอคนเดียวเท่านั้นแต่ถ้าเป็คนอื่นๆ เขาจะมองด้วยสายตาและสีหน้าที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น
ใจเย็นไว้เมษา...ใจเย็นไว้อย่างรีบร้อน เดี๋ยวจะเสียการ
กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบจากลานจอดรถเข้าในโรงแรมฟ้าดาราห้องโถงกว้างลึกไปด้านหลังที่ระหว่างทางไปก่อนจะมีเค้าเตอร์และมีพนักงานสาวสวยค่อยให้บริการอยู่สองคนและเสาหินต้นใหญ่ล้อมด้วยม้านั่งทำด้วยหินอ่อนสูงจากพื้นประมาณฟุตหญิงสาวเดินไปหาพนักงานที่กำลังให้บริการลูกค้าอยู่เพื่อจะถามหาเบนนิโต้หรือคาร์เมนเพราะคิดว่าพนักงานสองคนนั้นอาจจะตอบเธอได้ แต่สายตาก็เหลียวมองหาร่างของเมษาไปด้วย
เพียงแค่เดินเลยเสาต้นใหญ่ไปเล็กน้อยกานพลูก็เห็นเพื่อนรักกำลังถกเถียงกับใครบางคนที่คุ้นหน้าและคุ้นใจเธอเป็อย่างมากแม้จะยังไม่เคยเจอหน้าจริงๆ สักครั้ง เพราะมีเหตุให้ต้องคลาดจากอีกฝ่าย จึงได้เห็นจากรูปถ่ายที่เมษานำมาให้ดูเท่านั้นแต่เธอก็จำชายหนุ่มได้ดีเสมอ
กานพลูก้าวเดินไปหาเมษาเรื่อยๆระหว่างทางมีอ่างอินใบเล็กหลายใบจัดวางเป็ระยะขนาดความสูงขนาดหนึ่งเมตรและมีไฟดวงเล็กอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยน้ำและดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆไปทั่ว
อีกนิดเดียวจะถึงตัวเมษาแล้วกานพลูต้องหยุดเดิน พลางยกมือขึ้นจับหัวใจที่เต้นระรัวเหมือนมีใครตีกลองอยู่ภายในจนต้องสูดลมหายใจเข้าปอดจนเต็มแล้วตัดสินใจเดินไปยืนเคียงข้างเมษา
“เป็ไงบ้างหนูเมย์ เจอพี่บีหรือยัง” กานพลูดึงร่างเมษาแอบกระซิบถามข้างๆ หูเพื่อนที่เริ่มมีอาการหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆเหมือนลูกตำลึงสุกยามเมื่อถูกขัดใจหรือแม้แต่เขินอาย แต่ในกรณีคงจะเป็เพราะโกรธที่ถูกขัดใจเสียมากกว่า
“ยัง ก็ไอ้คาร์เมนบ้านะซิไม่ยอมให้ฉันเข้าไปนะซิ ทำไงดีล่ะ แกช่วยฉันคิดหน่อยซิกาน ป่านนี้พี่บีคงจะอิงแอบแนบชิดกับนังแม่ม่ายป้ายแดงนั่นอยู่แน่ๆเลย”
เมษากระซิบถามเพื่อนอย่างร้อนอกร้อนใจที่ไม่อาจเข้าไปหาเบนนิโต้ได้ดังใจยิ่งคิดว่าตอนนี้ชายหนุ่มคงจะกำลังอิงแอบแนบชิดกับศรีอัปสรยายแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่เคยมีข่าวกับเบนนิโต้บ่อยๆภายในระยะเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เมษาถึงกับร้อนใจเหมือนโดนไฟลน อยากที่จะเข้าไปขัดขวางให้เร็วที่สุดแต่ก็ติดอยู่ที่คาร์เมนที่ทำอย่างไรก็ไม่ยอมให้เธอเข้าไปสักที
กานพลูเดินวนไปเวียนมารอบตัวเมษาสักครู่ใหญ่แววตาส่องประกายระริบระยับ แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เล็กน้อยพอให้เห็นเขี้ยวในปากหญิงสาวก้มลงกระซิบข้างหูเมษาที่ตั้งใจฟังแผนเพื่อนสาวอย่างพออกพอใจก่อนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันตาเป็ประกายแวววาวสุกใส
“ตกลงไหมหนูเมย์”
เมษาพยักหน้ารับอีกครั้งด้วยความดีใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มงานกันได้เลยเพื่อนรัก”
เมษาเดินไปทางห้องน้ำปล่อยให้กานพลูรับหน้าที่จัดการกับคาร์เมนบอดี้การ์ดจอมยุ่งของเบนนิโต้ตามแผนการที่คิดกันได้
กานพลูเดินเข้าไปหาคาร์เมนส่งยิ้มให้ผู้ชายหน้าตาไร้ความรู้สึกอย่างมีมิตรไมตรี “กานต้องขอโทษคุณคาร์เมนแทนเพื่อนด้วยนะคะหวังว่าคุณคงจะไม่ถือสาเพื่อนกานนะคะ”
“ครับตอนนี้คุณก็คงพาเพื่อนคุณไปได้แล้วนะครับ”คาร์เมนหันมองทางเมษาที่เริ่มขยับตัวเข้าใกล้ประตูห้องอาหารเล็กน้อย
“ไม่ว่าคุณสองคนมีแผนจะทำอะไรกันก็ตาม อย่าหวังว่าจะสำเร็จ” คาร์เมนมองกานพลูอย่างไม่ไว้ใจ
กานพลูทำเสียงขลุกขลักในลำคออีตาบ้า! พูดด้วยหวานๆ ไม่ชอบใช่ไหม งั้นนายก็เจอมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนของฉันหน่อยแล้วกันแล้วอย่ามากันนะ ถ้านายจะกันเพื่อนฉันไม่ให้ไปพบกับเบนนิโต้ไม่ได้
กานพลูเซถลาเข้าหาร่างสูงใหญ่
“อุ้ย! ช่วยด้วยค่ะคุณคาร์เมน กานเวียนหัว จะเป็ลมแล้ว”กานพลูโผเข้าหาทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดที่มีใส่คาร์เมน พลางมือจิกอย่างแรงบนแขนแข็งแรงพร้อมดึงร่างหนาให้ออกห่างจากประตูเท่าที่แรงจะมีเพื่อให้เมษาที่รอท่าอยู่แล้วรีบเปิดประตูเข้าไปในห้องอาหารอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย! ปล่อยนะคุณถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คาร์เมนพูดเสียงแข็งกร้าวปลดมือเหนียวๆราวกับตุ๊กแกของกานพลูออกจากตัว
“อยากทำอะไรกานก็เชิญเลยคะคุณคาร์เมน”กานพลูกระซิบบอกข้างๆ หูคาร์เมน แต่พูดดัง ๆ เพื่อให้คนอื่นได้ยิน
”คุณคาร์เมนช่วยกานหน่อยซิคะ กานขับรถมานาน สงสัยอาการความดันต่ำจะกำเริบ”กานพลูทำตัวอ่อนระทวยอิงแอบแนบอกคาร์เมนอย่างเต็มที่
‘หวังว่าคุณคงจะไม่ยอมให้ฉันล้มลงนอนกับพื้นหรอกนะคุณคาร์เมน’ กานพลูแอบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคาร์เมน
คาร์เมนช้อนร่างโปร่งบางของสาวเ้าปัญหาไปวางยังโซฟารับแขกที่อยู่ใกล้ๆก่อนจะเรียกหาพนักงานให้ช่วยปฐมพยาบาลหญิงสาว ส่วนตัวเขาตัวเองจะรีบตามเมษาเข้าไปในห้องอาหารก่อนที่จะเกิดเื่ใหญ่เพราะพฤติกรรมของหญิงสาวและความปากร้ายของเบนนิโต้
กานพลูก็ไม่ยอมเช่นเดียวกันเธอรีบยกมือโอบกอดคาร์เมนราวกับตุ๊กแกเกาะติดฝาผนัง
“ปล่อยผมนะคุณ”คาร์เมนพยายามทำเสียงดุๆ และแข็งกร้าว
“คุณช่วยฉันด้วยฉันฮื่อ...” กานพลูแอบหรี่ตาขึ้นมองคาร์เมน เธอยังคงจับมือเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้หลุดไปก่อกวนอารมณ์เมษาได้
“ผมว่าคุณอย่ามาเล่นละครเป็ลิงหลอกจ้าวดีกว่านะถ้าคุณเป็ลมจริงๆ หน้าคงไม่แดงเป็ลูกตำลึงสุกแบบนี้หรอก” ไม่ได้ตั้งใจจะมองแต่ตามันเห็นเอง
คาร์เมนพยายามแกะตัวเพื่อนเมษาออกไปกว่าที่เขาจะทำได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน ชายหนุ่มรีบเดินไปยังห้องอาหารดาวดาราโดยเร็ว
“อีตาบ้า” ห่วงแต่นาย ไม่สนใจสาวสวยอย่างฉันเลยหรือไงกันย่ะคอยดูนะ ฉันจะทำให้ผู้ชายเ็าเป็น้ำแข็งหน้าเตารีดอย่างนายมาคุกเข่าต่อหน้าให้ได้ถ้าฉันทำไมได้อย่ามาเรียกฉันว่ากานพลู ศรวิจิตร!
กานพลูมองคาร์เมนอย่างเกรี้ยวกราดเธอเคี้ยวฟันอย่างแค้นใจกับความเฉยชาของชายหนุ่ม แข็งได้แข็งไป เมื่อไหร่อ่อนเป็ไฟเพราะกานพลูคนนี้แล้วนายจะรู้สึก!
หญิงสาวรีบลุกวิ่งตามร่างคาร์เมนไปเพราะความเป็ห่วงเมษาที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็อย่างไรบ้างจะโดนเบนนิโต้ด่าหรือว่าฆ่าตายหมกห้องอาหารไปเสียแล้วก็ไม่รู้
เมษาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพราะมีนามาทานอาหารที่นี่กับเบนนิโต้บ่อยๆและชอบไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่าเอาเื่นี้ไปเยาะเย้ยให้เธอได้เจ็บใจเสียมากกว่า
ทุกครั้งที่มาทานอาหารด้วยกันมีนาบอกว่าเบนนิโต้จะเปิดห้องอาหารวีไอพีที่ใช้สำหรับผู้บริหารและแขกคนสำคัญเพื่อเธอโดยเฉพาะโชคดีที่ว่าห้องอาหารดังกล่าวจะมีเพียงห้าห้อง
สี่ห้องที่เหลือจะอยู่้าชั้นสามชั้นเก้าชั้นสิบห้าและชั้นลอยเพื่อให้ลูกค้าได้กินลมชมวิวจากธรรมชาติริมแม่น้ำบางส่วนจะกั้นด้วยกระจกใสบางส่วนก็ปล่อยโล่งจะมีก็แค่เพียงชั้นหนึ่งที่ปกปิดมิดชิด คนนอกไม่สามารถมองเห็นได้
เมษารีบเปิดประตูวีไอพีห้องอาหารดาวดาราเพียงแค่เปิดเข้าไปเท่านั้น ปากและมือก็สั่นระริกกับภาพตรงหน้าที่เห็นโซฟาตัวใหญ่กลายเป็ที่รองรับอารมณ์ใคร่ระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรไปเสียแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มคลุกเคล้ากับอกอวบขาวผ่องของม่ายสาวเสน่ห์แรงที่เพิ่งจะสูญเสียสามีไปในกองเพลิงเมื่อไม่ถึงเดือนมานี้เอง
หญิงสาวกำมือแน่นสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆสะกดกลั้นใจตัวเองที่กำลังจะะเิและเืที่ไหลโทรมไม่ให้กรีดร้องกับภาพที่มันช่างกรีดลึกลงบนหัวใจเธอพาขาที่สั่นระริกเดินไปเรื่อยๆ ขณะปรับสีหน้าให้อ่อนหวานสดชื่นปากยิ้มกว้างทั้งที่หัวใจกำลังหลั่งน้ำตา
“พี่บีขา ทำไมพี่บีทำอย่างนี้กับน้องเมย์ล่ะคะ”เมษาก้าวมานั่งแทรกลางระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรวาดแขนโอบรอบคอเบนนิโต้ซบหน้ากับอกกว้าง แววตาสั่นระริก ปากเม้มเข้าหากัน น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่
แทนที่เบนนิโต้จะสงสาร เขากลับสมเพศเวทนาขณะปลดมือเมษาออกจากคอและพูดจาบาดหัวใจคนฟังให้แทบจมกองเื
“ปล่อยฉันนะเมษาคาร์เมนอยู่ไหน ถึงได้ปล่อยให้หมาบ้าอย่างเธอวิ่งพล่านไล่จับผู้ชายถึงในห้องนี้”
คำพูดที่ออกจากปากเบนนิโต้สร้างความช้ำชอกใจให้เมษาเป็อย่างมากแค่ไม่รักเธอไม่ว่า แต่ทำไมคำพูดแต่ละคำที่ออกจากปากเขาถึงเป็เหมือนกับคมมีดที่กรีดใจดวงน้อยให้เจ็บช้ำจนน้ำตาไหลริน
ศรีอัปสรเบ้ปากมองหญิงที่เขามาขัดจังหวะความสุขระหว่างเธอกับเบนนิโต้อย่างรำคาญระคนสมเพศเวทนากับความหน้าด้านของเมษาที่รู้ทั้งรู้ว่าเบนนิโต้ไม่รัก...ไม่ชอบไม่สนใจและยังคอยแต่ผลักไสไล่ส่งด้วยคำพูดหยาบคายรวมไปถึงการกระทำที่ไม่ให้เกียรติแต่หญิงหญิงสาวก็ยังตามตื้อเขาอยู่ได้
เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาใจถ้าเป็น้องเป็ลูกเธอป่านนี้เธอคงจะตบคว่ำไปแล้ว
แต่อย่างว่าละนะ พวกลูกคุณหนูอยากจะได้อะไรต้องเอาให้ได้ จะว่าไปเธอเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์จากปากสาวๆที่เบนนิโต้เคยควงอยู่เล่าเื่ของเมษาให้ฟังบ้างแล้วเหมือนกัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาโดนกับตัวแบบนี้
“พี่บีก็รู้นี่คะ คนอย่างน้องเมย์ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ อีกอย่างคาร์เมนก็ไม่กล้าทำอะไรน้องเมย์หรอก”เมษาบอกเบนนิโต้เสียงสั่นระริก
“พี่บีขา ทำไมพี่บีถึงใจร้ายกับน้องเมย์นักละคะไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมพี่บีไม่รักษาสัญญา กลับมาคั่วอยู่กับแม่ม่ายผัวตายคนนี้ล่ะคะ”เมษาดัดเสียงอ่อนหวานขณะชี้มือไปหาศรีอัปสร
“เธอเอาอะไรมาพูดนะเมษา ฉันนี่นะพาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น แค่เมืองไทย เธอก็ให้ฉันพาไปให้ได้เสียก่อนเถอะ”เบนนิโต้ผลักร่างเมษาออกจากตัว เขาลุกขึ้นยืนยื่นมือให้ศรีอัปสรจับ “อัปสรจ๋า เราอย่าอยู่แถวนี้เลยจ้ะผมรู้สึกว่าแถวนี้เริ่มจะมีกลิ่นเหม็นเน่าตุๆ ลอยมาจนผมหายใจไม่ออก”
เมษากลั้นอารมณ์โกรธกรุ่นที่กำลังพุ่งปรี๊ดเพราะปากเบนนิโต้“อย่างนั้นเหรอคะพี่บี สงสัยที่พี่เอบอกน้องเมย์มา มันก็คงจะจริงเสียล่ะมั้ง”เมษาแอบอ้างถึงอันโตนิโอ้พี่ชายของเบนนิโต้ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ
“พี่เอบอกอะไรเธอมาเมษา”เบนนิโต้ถามเสียงเกรี้ยวกราดมองเมษาที่นั่งเอามือกอดอกยกขาไขว่ห้างและกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์อย่างคนถือไพ่เหนือกว่าอย่างน้อยเบนนิโต้ก็ยังรักและเกรงใจพี่ชายคนเดียว ถ้าหากจะทำอะไรรุนแรงกับเธอก็ต้องคิดหนัก
“ก็บอกว่า...” เมษาเล่นลิ้น “บอกดีหรือเปล่าน้า...ไม่บอกดีกว่าถ้าพี่บีอยากรู้ก็ต้องทำตามที่น้องเมย์บอก ข้อแรกคือปล่อยยายแม่ม่ายผัวตายไปก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าไม่...คืนนี้พี่บีก็เตรียมตัวรับโทรศัพท์จากพี่เอได้เลย”
เมษายิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายอย่างสนุกสนานยิ่งมองเห็นหน้าตากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของเบนนิโต้ เธอยิ่งชอบใจจนแทบจะลุกขึ้นเต้นละตินได้“ว่าไงคะพี่บี....จะเอายังไงดี”
เมษาลอยหน้าลอยตาถามพร้อมกับส่งยิ้มให้กานพลูที่เดินตัดหน้าคาร์เมนเข้ามานั่งใกล้ๆกับเธอ
เมษายิ้มเยาะเย้ยคาร์เมนที่เดินหน้าตาถมึงทึงดวงตาคมดุเหมือนกับคมมีดมองเธอด้วยความเกรี้ยวกราดก็รู้หรอกนะว่าคาร์เมนต้องโกรธจนอยากจะเอามือใหญ่ๆ นั่นมาบีบคอสวยๆ ให้หักเป็ท่อนเพราะปล่อยให้เธอเข้ามาขัดขวางความสุขของเ้านายสุดที่รัก
“อัปสรจ๋าวันนี้อัปสรกลับไปก่อนนะจ้ะ ผมจะให้คาร์เมนไปส่ง แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหา”
เบนนิโต้พูดเสียงหวานกับศรีอัปสรแล้วหันทำตาดุใส่คาร์เมนอยากจะโกรธเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่รู้ดีว่าถ้าเมษา้าอะไรแล้วเธอจะต้องทำให้ได้การขัดขวางก็ทำได้ยากเพราะหญิงสาวชอบยกอันโตนิโอ้มาอ้าง ที่เขาเคยถามพี่ชายไป ทำไมยอมเป็เครื่องมือให้เมษาข่มขู่น้องชายอย่างเขาพี่ชายก็เอาแต่หัวเราะและตอบแค่ว่า
“เอาน่าวันหนึ่งแกจะรู้คำตอบเองแล้วแกจะต้องขอบใจพี่ที่ทำอย่างนี้ด้วย” จนถึงตอนนี้มันก็หลายปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้คำตอบที่พี่ชายเคยบอกไว้สักทีและเริ่มที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะโดนเมษาก่อกวน
“นายไปส่งอัปสรที่คอนโดให้เรียบร้อยนะคาร์เมน แล้วรีบกลับมา ก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ฆ่าหมาแถวนี้ตายไปเสียก่อน”
เบนนิโต้หันหน้าไปทางเมษาไม่รู้ทำไม่ผู้หญิงคนนี้ถึงชอบมาขัดขวางและทำลายอารมณ์สุนทรีในตัวเขาได้บ่อยๆจะบอกว่าเป็เพราะรัก ก็ไม่น่าจะเป็ไปได้ เขาไม่อยากเชื่อ เพราะเมษาก็มีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลังซึ่งเขาก็เคยเจอกับตัวเองแล้วตอนที่ไปหามีนาที่บ้าน
เมษายืนดูผู้ชายพวกนั้นต่อยกันได้หน้าตาเฉยเสียด้วยซ้ำความจริงเขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน เมษามีดีอะไร ทำไมชายหนุ่มหลายคนถึงได้ติดใจเธอกันนักแต่ติดเขารักและเกรงใจมีนา ไม่เช่นป่านนี้เมษาอาจจะสมใจ ได้มีอะไรกับเขาสมอยากไปแล้วก็ได้
เบนนิโต้ปลายตามองเมษาอย่างที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดเสียดสีของเขา
“ครับนาย”
“อัปสรจ๋าฮันนี่กลับไปก่อนนะจ้ะ แล้วผมจะโทรหา”เบนนิโต้จุมพิตศรีอัปสรอย่างร้อนแรงต่อหน้าเมษาหวังว่าเธอจะลุกขึ้นเต้นห้ามและหลุดปากเื่พี่เอออกมาบ้าง แต่หญิงสาวกลับส่งเสียงหวานให้แก่แม่เพื่อนรักที่ช่างนำแต่สิ่งไม่ดีทำให้คนอื่นเขาหงุดหงิดได้เสมอแทน
“กานจ๋าตัวเองออกไปรอเราข้างนอกนะจ้ะ อย่าปล่อยให้อีตาน้ำแข็งตกผลึกหน้าเตารีดเข้ามาขัดจังหวะการพลอดรักของเรากับพี่บีได้ล่ะ”เมษายิ้มทำตาวับวาวใส่เบนนิโต้ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับน้ำเสียงหวานแสบไส้ของเธอ
“ได้จ้าเพื่อนรักเต็มที่เลยนะ ทางนี้เดี๋ยวเราจัดการเอง”
กานพลูรับคำก่อนจะเดินตามร่างสูงใหญ่ที่เลิกคิ้วมองเมษาอย่างสงสัย คาร์เมนจ้องหน้าเมษาเต็มๆเพียงได้เห็นรอยยิ้มหวานและเชือดเฉือนจากดวงตาคู่นั้น ทำให้เขาอยากจะหัวเราะให้ลั่นห้องครั้งแรกที่ได้ยินฉายานี้เขาถึงกับโกรธจนควันออกหูรีบควานหาตัวคนตั้งฉายานี้ให้อยู่เป็นานแต่ก็ไม่เจอเสียที
แล้วความจริงก็ปรากฏในวันนี้เองเขาได้ฉายาบ้าๆ นี่มาจากยายจอมจุ้นเมษา คนที่ทั้งเขาและเบนนิโต้ไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ๆนี่เองสงสัยว่าฝีมือของเขาจะตกเสียแล้ว ถึงได้มองข้ามเมษาไปได้
คาร์เมนสลัดศีรษะเล็กน้อยขณะเดินตามร่างศรีอัปสรไป
“ไงคะพี่บี เสียดายมากหรือไงคะ”เมษาอดแขวะเบนนิโต้ไม่ได้
“ใช่ เสียดาย”เบนนิโต้รับหน้าตาย เขามองหน้าขาวสวยของเมษาอย่างเกรี้ยวกราด
“เสียดายมาก จะตามไปใหม่ก็ยังทันนะคะน้องเมย์ไม่ได้ว่าไม่ได้ห้ามพี่บีสักหน่อย”เมษาพิงพนักเก้าอี้มองเบนนิโต้ตาเป็ประกาย ปากก็พูดจากประชดประชันถ้าตอนนี้คุณป้าดากับคุณลุงเปรโดยังอยู่ เบนนิโต้คงจะไม่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่เธอคิดแล้วให้เสียใจและน้อยใจที่สุด ตอนที่ฝังศพท่านทั้งสอง คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างเบนนิโต้หาใช่เธอไม่แต่กลายเป็ยายปีศาจมีนา
เบนนิโต้กระชากแขนเมษาขึ้นมาจากโซฟา“เธอนี่มันนางแม่มดดีๆ นี่เองเมษา เมื่อไหร่ที่เธอจะตายไปจากชีวิตฉันซะทีห๊า..”เบนนิโต้เขย่าตัวเมษาอย่างไม่ปราณีปราศรัย ไม่สนใจว่าร่างบางจะเจ็บแค่ไหนกับการกระทำของตนรู้เพียงแค่ว่าเขารักเกียจและเกลียดหญิงสาวตรงหน้ายิ่งนัก
เมษาเม้มปากแน่นกลั้นเสียงร้องเพราะแรงจิกจากมือเบนนิโต้ที่เขย่าตัวเธอจนหัวส่ายคลอนไปมา“ถ้าน้องเมย์เป็แม่มด มีนาคงจะเป็นางฟ้าสำหรับพี่บีซินะคะพี่บีถึงจะแต่งงานกับพี่มีนานะ”
“ใช่น้องมีนาเป็นางฟ้าสำหรับฉันทั้งสวยทั้งเก่งผิดกับเธอนังแม่มด ปากเสีย ร่านผู้ชาย คงคิดซินะว่าจะใช้ร่างกายเน่าเฟะและมีหนอนชอนไชของเธอมาจับฉันได้บอกตรงๆ ต่อให้เธอแก้ผ้าล่อนนอนแบต่อหน้าต่อตา ฉันยังไม่อยากจะมองให้เสียสายตาเลยฉันรับไม่ได้ กระเดือกเธอไม่ลงจริงๆ ”เบนนิโต้กวาดตามองเมษาั้แ่หัวจรดปลายเท้าอย่างสมเพศเวทนาและดูถูกดูแคลนปากก็ยิ้มเยาะ
เมษาน้ำตาไหลพรากเพราะคำพูดบาดใจที่เบนนิโต้กล่าวหาอย่างเธอนี่นะ จะยอมแก้ผ้าให้ผู้ชายทำอย่างว่า ถึงจะรักเขาสักเพียงใด แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะยินยอมให้เขาทำเหมือนผู้หญิงข้างถนน
“พี่บีคิดผิดแล้วละคะ ถึงน้องเมย์จะรักพี่บีขนาดไหน แต่อย่างหวังเลยว่าน้องเมย์จะยอมนอนแบให้พี่บีทำอย่างว่าถึงจะเลวแค่ไหน แต่ก็ยังรักยังมีศักดิ์ศรีเหมือนกันจะไม่ยอมเป็เหมือนกับผู้หญิงที่พีเอ่ยปากคำเดียวก็ยอมทอดกายให้เชยชมหรอกคะ”
เมษาตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เบนนิโต้เหมือนกันเื่อะไรจะให้เขาดูถูกเธออยู่ฝ่ายเดียวล่ะ ถึงจะเป็ฝ่ายวิ่งไล่จับแต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ยกร่างกายให้เชยชมเช่นผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาหรอกนะนอกจากว่าเขาจะใช้กำลังกับเธอเท่านั้น
“ที่พูดมาแนะ แน่ใจแล้วใช่ไหมเมษาแต่ฉันระหว่างคำพูดกับการกระทำของเธอมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะปากก็พูดว่ารักศักดิ์ศรีและเป็กุลสตรีแต่เที่ยววิ่งไล่จับผู้ชาย หน้าไม่อายอย่างนี้ฉันว่าเธอคงไม่เหลือความบริสุทธิ์มาั้แ่เด็กแล้วมั้ง” เบนนิโต้เอ่ยเชือดเฉือนใจอีกฝ่ายยิ่งได้เห็นใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อค่อยๆ ซีดลงและซีดลงแล้วเขายิ่งสะใจ
“ใช่ค่ะ ไหนเลยน้องเมย์จะดีเลิศประเสริฐศรีเท่ามีนาล่ะที่ยังรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ให้กับคนโง่แต่อวดตัวว่าฉลาดอย่างพี่บีที่มองไม่เห็นไหนเพชรไหนก้อนกรวด” เมษาประชดให้และอยากจะให้ชายหนุ่มเห็นเหมือนที่เธอเห็น มีนาหายไปกลางคืนบ่อยๆแล้วก็กลับเข้าบ้านมาอีกทีในตอนเช้าด้วยสภาพที่บ่งบอกให้ดูว่าไปทำอะไรมา
“รู้ก็ดีแล้วนี่คนอย่างเธอ รูปร่างหน้าตาก็ดีอยู่ แต่นิสัยนะไพร่สถุลดีๆ นี่เองความคิดความอ่านก็ต่ำจนติดดิน”
เพี๊ยะ!!
ฝ่ามือเรียวของเมษากระทบใบหน้าเบนนิโต้อย่างรุนแรงจนแก้วหูะเืใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ
เบนนิโต้ถึงกับอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าเมษาจะกล้าทำร้ายเขาสายตาคมดุราวกับเหยี่ยวบนเวหาจ้องกายอรชรราวกับจะบดขยี้ให้แหลกละเอียด
“เธอกล้าทำร้ายฉันหรือเมษา”
“ไม่รู้ซิค่ะกล้าหรือไม่กล้าแต่น้องเมย์ก็ทำไปแล้วพี่บีคิดว่ากล้าหรือเปล่าละคะ แต่ก็ว่ากันไม่ได้นะคะ เพราะพี่บีก็ใช้คำพูดทำร้ายน้องเมย์เหมือนกัน”เมษาเถียงคำไม่ตกฟาก มองมือตัวเองสลับกับมองใบหน้าของเบนนิโต้ที่แดงเป็รอยนิ้วอย่างงุนงง
“อย่าคิดว่าฉันจะเป็เหมือนพระเอกละครน้ำเน่าที่เธอเคยอ่านเคยดูนะเมษาที่เธอตบมาแล้วฉันจะจูบตอบ อย่างเธอตบมาฉันตบกลับ”เบนนิโต้ชี้หน้าเมษาเงื้อมมือหมายจะตบหน้าหญิงสาวดังคำพูด
“น้องเมย์รู้คะไม่ว่าน้องเมย์จะทำอะไร พี่บีจะโต้ตอบกลับมาโดยไม่คิดว่านี่คือผู้หญิงที่เคยรู้จัก”เมษาละคำพูดว่าเคยสัญญาว่าจะกลับมาหากันไว้ ตอกย้ำไปก็เท่านั้นในเมื่อเขาคิดจะลืมเลือนไม่จดจำ
“ถ้าน้องเมย์ตบไปพี่บีก็อยากจะต่อยให้เบ้าตาแตกไม่ก็อยากจะเตะให้ตัวหักเป็สองท่อนได้เลยยิ่งดี”
แม้จะเอ่ยเสียงสั่น แต่ใบหน้านวลผุดผาดกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดจะกลัวไปทำไม ในเมื่อหมากเกมนี้เธอยอมแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่แล้ว
“แต่ถ้าวันนี้น้องเมย์เจ็บจากฝีมือพี่บีสักนิด คืนนี้อย่างหวังว่าพี่บีจะนอนหลับเป็สุขเลย”
“นึกหรือว่าฉันจะกลัวเมษา”เบนนิโต้เงื้อมมือขึ้นสูง
เมษายื่นใบหน้ารูปไข่ของตัวเองให้เบนนิโต้“เอาซิค่ะ น้องเมย์รู้ว่าพี่บีทำได้อยู่แล้ว...ฮึไม่น่าเชื่อว่านี่คือคนที่น้องเมย์เคยรู้จักมาั้แ่เด็กๆ เคยเชื่อมั่นในตัวเขาจริงๆ”
เบนนิโต้ทิ้งมือลงไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่ของเมษาแต่เขายังไม่อยากทำร้ายเธอตอนนี้ก็แค่นั้น “เธอกลับไปเลยเมษา ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนบีบคอเธอให้ตายคามือ”
เบนนิโต้มองเมษาที่นั่งยกขาไขว่ห้างยิ้มกว้างเต็มใบหน้าอย่างเคียดแค้นและขุ่นเคืองนี่ถ้าสายตาเขาเป็มีดป่านหนี้ใบหน้าขาวสวยคงจะเป็แผลเหวะหวะเพราะคมมีดที่กรีดลงไปแต่หญิงสาวกลับไม่สนใจ ยังนั่งยิ้มหน้าระรื่นจนเขาอยากจะบีบคอสวยๆนั่นทิ้งตามคำพูดเสียจริงๆ
“น้องเมย์ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะพี่บี”
เขาไม่อยากจะเสวนากับเมษาเลยแต่น้ำเสียงหวานปนเศร้าก็ทำให้เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่น้อยเหมือนกัน “ฮื่อ”
“พี่บีเคยคิดเคยสงสัยบ้างไหม ทั้งๆ ที่ถูกขับไล่ไสส่งอย่างกับหมูกับหมาแต่น้องเมย์ยังคงวิ่งไล่ตามพี่อย่างกับคนบ้า...มีเหตุผลอะไรทำไมถึงต้องทำอย่างนี้”
“ฮึ! เพราะเธอ้าฉันจนลืมคิดถึงความถูกต้องคิดถึงพี่สาวที่รักและหวังดีกับเธอไง”
“ยายปีศาจนั่นนี่นะ หวังดีกับฉัน”เมษาถึงกับหัวเราะแห้งๆ
“ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆบางคนฉลาดไปเสียทุกเื่ แต่กลับโง่” เมษาเน้นคำ ‘โง่’ หนักๆ “อย่างนี้เขาไม่เรียกว่ารักแล้วล่ะเรียกว่าหลงใหลในตัวปีศาจเสียมากกว่า”
“เธอว่าใครเมษา”
“อยู่กันสองคนถ้าน้องเมย์ไม่ว่าพี่บี ก็คงว่าตัวเองมั่งคะ โง่เหลือเกินหลงคิดว่าเขาจะรักษาคำพูด จะกลับมาตามคำสัญญาแต่นอกจากเขาจะลืมเลือนมันไปเสียจนหมดสิ้นแล้ว ยังจะกระทำย่ำยีต่อเราทั้งร่างกายและจิตใจจนไม่เหลือเค้าความเป็เพื่อนให้ด้วยซ้ำ”
“พูดบ้าอะไรเมษา”หัวคิ้วเบนนิโต้กระตุกคำพูดเหมือนกับล่วงรู้อดีตและรอยยิ้มเหยียดหยันของเมษาทำเอาเขาอารมณ์ไม่ดี
“ไม่รู้ซิคะน้องเมย์จะไปพูดอะไรได้ แค่หายใจอยู่ใกล้ๆ พี่บีก็ผิดมากแล้ว” เมษาประชด“กับคนที่ไม่ชอบ แค่เดินผ่านหน้าก็รู้สึกอยากหักคอทิ้ง”
“หยุดพูดซะทีเมษารีบไปให้พ้นหน้าฉันดีกว่า ฉันไม่มีเวลามายืนฟังเธอพูดพล่ามไร้สาระแบบนี้”
“โถ...พี่บีขาจะรังเกียจรังงอนอะไรน้องเมย์นักละคะ มีคนรักดีกว่าถูกเกลียดนะคะ ถ้าถึงวันที่น้องเมย์เกลียด...ไม่สนใจเข้าจริงๆพี่บีนั่งแหละที่จะเป็ฝ่ายเ็ปและทรมาน...เพราะเฝ้าตามตื้อเท่าไหร่ก็อยู่ในสายตาน้องเมย์อีกแล้ว”
คนเราถ้ามันเ็ปมากๆเข้า ความรักก็อาจจะกลายเป็ความเ็ปที่หยุดได้ด้วยการหันหลังหนีไปไกลๆ ก็ได้ ตอนนี้เธอยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทำอย่างนั้นไม่เช่นนั้นคงจะไม่เ็ปชอกช้ำเพราะน้ำคำและการกระทำของเบนนิโต้เช่นนี้
“คิดหรือว่าจะมีวันนั้นเมษาอย่างเธอนี่นะ จะทำให้ฉันไล่ตามตื้อ ช่างเป็อะไรที่น่าหัวเราะและไร้สาระสิ้นดีสมองฝ่อจนคิดอะไรไม่ได้ ต้องใช้หัวแม่เท้าคิดซินะ ถึงได้เข้าข้างตัวเองขนาดนี้”
เมษาขบกัดฟันบนกลีบปาก“แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าคนที่ไม่รักษาคำพูดนะคะ”
เมษาย้ำคำนี้อีกแล้วที่บางครั้งมันก็สะกิดใจเขาเหมือนกัน แต่...หญิงสาวคงจะตู่คิดมันขึ้นมาเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
“คิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะสนใจคิดหาคำตอบใช่ไหมเมษาแต่รู้ไว้นะ ฉันสมเพชเธอมากกว่า ต่อให้พยายามแค่ไหนเธอก็เป็ได้แค่ยายหนอนเน่าเฟะน่าสะอิดสะเอียนที่ฉันเหม็นเน่า อยากจะจับโยนใส่กองไฟจะได้มาตามตื้อให้รกหูรกตา” เบนนิโต้แผดเสียงใส่ ก่อนจะเดินหนีจากห้องไปสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะทนไม่ไหวหักคอเมษาคาห้องนี้เสียก่อน