ณโลกแห่งลมปราณ ห้องนอนคุณชายใหญ่ตระกูลอู นาม อูหลินเฟิง
“เฮือกความทรงจำพวกนี้มัน? โอ๊ยย!!”
อูหลินเฟิงสะดุ้งตื่นจากฝันหอบหายใจอย่างรุนแรงพร้อมเหงื่อที่ไหลทั่วตัวความทรงจำของลุคและเรนตลอดอายุสิบหกปีจากทั้งสองหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดจนสมองของเขาแทบจะะเิออกมาในตอนที่อูหลินเฟิงพยายามตั้งสติรับความทรงจำของคนทั้งสอง
ร่างกายของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่บริเวณท้องน้อยอันเป็จุดกำเนิดพลังลมปราณเริ่มปรากฏพลังที่ไม่เคยมีมาก่อนตรงกลางอกและกลางหน้าผากก็มีแหล่งกำเนิดพลังจิตปรากฏขึ้นมา ดวงิญญาที่เคยขาดหายไปถึงสองในสามได้มารวมตัวกันพลังทุกอย่างในร่างกายจึงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อะไรกัน!!...พลังแบบนี้มัน??” พลังจิตภายในร่างกายของอูหลินเฟิงค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นแต่ก่อนที่พลังในร่างกายพุ่งสูงขึ้นไปมากกว่านี้ ทักษะจิต จิตซ่อนเร้นสายพลังจิตที่ลุคถนัดก็ถูกใช้ออกมาเองโดยที่อูหลินเฟิงยังไม่ได้ทำอะไร พลังกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ ราวกับว่าพลังจิตซ่อนเร้น ออกมาเพื่อปกป้องอูหลินเฟิง
“ทักษะของลุค?...กลัวข้าจะเป็อันตรายสินะ” อูหลินเฟิงบอกกับตัวเองความรู้สึกอบอุ่นเกิดขึ้นภายในใจพร้อมๆ กับความเศร้าหมองอบอุ่นที่ราวกับสหายทั้งสองยังอยู่ เศร้าที่ไม่อาจไม่พบหน้ากันอีกครั้ง
อูหลินเฟิงหลับตานั่งสมาธิค่อยๆ จมเข้าสู่การสำรวจร่างกายและจิตใจของตัวเองใช้พลังจิตเป็ตัวกลางสำรวจร่างกายของตนเอง
‘อย่างแรก แหล่งกำเนิดลมปราณที่เคยเสียหายหายดีจนสามารถสร้างลมปราณได้ ลมปราณพลังดั้งเดิมของเรามีความบริสุทธิ์มากขึ้นสามารถเข้าสู้วิถีจอมยุทธได้แล้ว อย่างที่สองร่างกายที่เคยอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย กลับดีขึ้นจนแทบจะหายขาดจากอาการป่วยอย่างที่สามพลังจิต... เราสามารถใช้พลังจิตแบบเดียวกับลุคได้แต่จากความหนาแน่นของพลัง เราจะสามารถใช้พลังจิตในแบบที่ลุคเองก็ไม่สามารถทำได้’ อูหลินเฟิงคิดในใจพร้อมส่งพลังจิตสำรวจต่อไป
‘แต่ว่าทำไม??.....พลังเวทของเรนกลับไม่สามารถรับรู้ได้เลย?’ อูหลินเฟิงค่อยๆ สำรวจพลังในร่างกายตัวเองอีกที
‘แบบนี้เอง แหล่งกำเนิดพลังเวทและลมปราณเกิดจากจุดเดียวกัน รูปแบบพลังที่ต่างกันเลยไม่สามารถฝึกพร้อมกันได้ยกเว้นแต่พลังจิตที่มีแหล่งกำเนิดพลังคนละที่เลยสามารถฝึกไปพร้อมกับลมปราณหรือเวทได้’
‘เดี๋ยวก่อนนะ? พลังนี้มันอะไรกัน’ อยู่ๆหลินเฟิงก็ได้รับรู้ถึงพลังอีกสาย นอกเหนือจากพลัง ลมปราณ จิต และเวทมนตร์สายพลังแปลกประหลาดนี้เป็พลังที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแต่ความคุ้นเคยนี้ไม่ได้มาจากความทรงจำของอูหลินเฟิงหรือลุคทว่าเป็ความคุ้นเคยซึ่งมาจากความทรงจำของเรน
‘ความรู้สึกแบบนี้พลังิญญา!!’พลังิญญาเป็หนึ่งในพลังที่หายากยิ่งของโลกทั้งสามแต่เป็รูปแบบพลังที่สามารถพบได้จากโลกทั้งสามเหมือนกัน ในความทรงจำของเรนที่ได้เป็บุตรบุญธรรมตระกูลแวนแจนซ์ เนื่องจากเขาเป็อัจฉริยะในการใช้วิชาอักขระและผู้นำในตอนนั้นก็สามารถใช้พลังิญญาได้ เลยทำให้เรนมีความคุ้นเคยกับพลังิญญาพอสมควร
‘มีแม้แต่พลังหายากอย่างพลังิญญา แต่ว่าน่าเสียดายที่เราไม่รู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง’อูหลินเฟิงนึกอย่างเสียดายในความทรงจำของเรน เพราะเรนไม่อาจใช้พลังิญญาได้จึงไม่คิดจะหาข้อมูลมากกว่าที่มีอยู่ เพราะพลังิญญาเป็พลังหายากและเป็พลังที่ทั้งลุค เรน และอูหลินเฟิงไม่เคยใช้มาก่อนมีแต่ต้องไปหาคนที่มีพลังิญญาแบบเดียวกันนี้มาช่วยสอนการใช้ให้ถูกต้อง
ผ่านไปสองชั่วโมง
‘พลังในร่างกายคงที่แล้ว’หลังจากที่อูหลินเฟิงสามารถปรับพลังต่างๆ ภายในร่างกายให้คงที่ได้แล้วเขาได้ทบทวนความทรงจำมหาศาลที่ได้รับมาภายในคืนเดียว
‘จากความทรงจำที่ได้มาอีกประมาณสี่เดือน ตระกูลของเราจะถูกจู่โจม โดยเหตุการณ์เริ่มจากการประลองล่าสัตว์อสูร ในเขตเทือกเขาหมื่นอสูรเป็การล่าสัตว์อสูรซึ่งแทบจะเรียนว่าเป็การล่าครั้งใหญ่ที่สิบปีจะมีสักครั้งเป็การร่วมมือกันของ เมืองระดับกลางสิบเมือง และตระกูลระดับกลางอีกกว่าสี่สิบตระกูลเป็การล่าอสูรระดับหนึ่ง อสูรระดับหกเพื่อไม่ให้พวกสัตว์อสูรระดับต่ำถึงระดับกลาง ขยายพันธุ์จนสร้างความเดือดร้อนเลยต้องจัดงานล่าอสูรเพื่อลดจำนวนประชากรของอสูรโดยทุกครั้งจะมีการจัดประเภทสัตว์อสูรที่ต้องล่าและสัตว์อสูรที่ห้ามล่า
ในการล่าสัตว์อสูรครั้งนี้เกิดอุบัติเหตุที่ทำให้อูหมินจิงาเ็สาหัสระหว่างการล่าสัตว์อสูรจากนั้นก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาเมื่อกลับมาถึงตระกูลอูเมื่ออูหมินจิงคุณชายรองตระกูลอูเสียชีวิตเป็ต้นเหตุที่ทำให้ อูไต้หรงผู้นำตระกูลของตระกูลอูโศกเศร้า เมื่อความโศกเศร้ายังไม่ทันจากหาย อยู่ๆภายในตระกูลก็เจอการบุกรุกจากคนภายนอกตระกูลออูที่ไม่พร้อมรับมือจึงไม่มีผู้ใดรอดชีวิต
น่าเสียดายที่นิยายเื่นี้ดำเนินเื่ราวต่างๆผ่านมุมมองของจงิ่พระเอกในนิยายเหตุการณ์ของตระกูลอูและเื่ในเทือกเขาหมื่นอสูรจึงไม่ได้เขียนบอกในนิยายอย่างละเอียดมีเพียงการกล่าวถึงสั้นๆ เท่านั้น เพราะตามนิยาย่เวลาในนิยายงานประลองล่าสัตว์อสูรและการโจมตีตระกูลอู จงิ่ยังถูกจับเป็ทาสในเมืองศิลาแดงอยู่เลย’
‘แม้ท่านพ่อจะโศกเศร้าแต่นิยายเขียนแค่ว่าตระกูลอูล่มสลายภายในแค่เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากมายแต่ว่าไม่มีทางที่ท่านพ่อจะแพ้ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นท่านพ่อคือจอมยุทธ์ระดับที่เจ็ดชั้นกลางถือได้ว่าแข็งแรงที่สุดในตระกูลระดับกลางทั้งสามของเมืองล่องเมฆาหรือว่ามีราชันระดับแปดเข้ามาเกี่ยวแต่ถ้าเป็ชนชั้นราชันระดับที่แปดก็ต้องเป็คนของตระกูลระดับกลางชั้นสูงหรือตระกูลระดับสูง’
‘แต่ไม่มีทางที่คนร้ายจะมีระดับพลังเกินระดับแปดแน่นอนเพราะว่าทันทีที่บุคคลที่มีพลังยุทธ์ระดับแปดเข้ามาในเมืองตระกูลโอวหยางที่เป็ตระกูลระดับสูงต้องเคลื่อนไหวแน่’เพราะว่าตระกูลอูคือตระกูลใต้การปกครองของตระกูลโอวหยางซึ่งเป็ถึงหนึ่งในสี่มหาตระกูลระดับสูง เมืองล่องเมฆาที่ไม่มีชนชั้นราชันหากมีชนชั้นราชันเข้าเมือง ตระกูลโอวหยางไม่มีทางไม่รู้ตัวแน่
‘ถ้าเป็แบบนี้เพราะอะไรท่านพ่อถึงได้พ่ายแพ้อย่างง่ายดายขนาดนั้น…หรือท่านพ่อาเ็อยู่ก่อน? ได้รับยาพิษ? จับตัวประกัน?’ อูหลินเฟิงพยายามคิดหาสาเหตุที่จะเป็ไปทั้งหมด
‘ใช่!!จับตัวประกัน! ถ้าเกิดว่าข้าโดนจำเป็ตัวประกันละก็...ท่านพ่อที่เพิ่งเสียบุตรไปหนึ่งคน ย่อมไม่อาจยอมเสียบุตรชายไปอีกถ้าเป็แบบนี้เราต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด’อูหลินเฟิงคิดว่าสาเหตุนี้มีความเป็ไปได้มากที่สุด หากเป็อย่างที่คิดละก็จำเป็ต้องหาทางทำให้ตนเก่งมากกว่านี้ให้เร็วที่สุด
รุ่งเช้าหลังจากปรับพลังภายในร่างกายทั้งคืน อูหลินเฟิงได้เดินไปที่ห้องทำงานของ อูไต้หรงผู้นำตระกูลอู
“คุณชายใหญ่”เสียงของคนแก่กว่าทักทายอูหลินเฟิง เมื่อเห็นอีกคนกำลังเดินอยู่
“พ่อบ้านกงท่านพ่ออยู่หรือไม่”อูหลินเฟิงถามพ่อบ้านกงที่อยู่หน้าห้องทำงานของอูไต้หรงบิดาของเขา
“อยู่ขอรับเดียวข้าจะเรียกให้นะขอรับ” พ่อบ้านกง พ่อบ้านใหญ่ประจำตระกูลอูตอบคำถามจากนั้นก็เคาะประตูเรียกเ้านายของตน
“นายท่านขอรับคุณชายใหญ่้าพบขอรับ”
“เข้ามาได้”อูหลินเฟิงเข้าไปในห้องหลังจากได้ยินเสียงอนุญาต
“สุขภาพของเ้าดีขึ้นมากแล้วสินะ”อูไต้หรงถามหลังจากสังเกตบุตรชายที่ร่างกายอ่อนแอั้แ่เกิดจนเขาเองก็หวั่นใจว่าบุตรคนนี้จะอายุสั้น แต่อยู่ๆ เมื่อหกเดือนก่อนร่างกายของบุตรชายก็ดีขึ้นจนสามารถเดินได้อย่างสะดวกและไม่เจ็บป่วยอีกต่อไปทำให้เขาดีใจยิ่งนักวันนี้จากที่สังเกตดูเหมือนว่าจะดีขึ้นมากกว่าที่เจอครั้งล่าสุดอีกด้วย
“คารวะท่านพ่อท่านลุงเจี้ยน” อูหลินเฟิงยกมือประสานกันทำความเคารพชายสองคนในห้องทำงานคนแรกคือบิดาของเขาอูไต้หรง อีกคนคือเจี้ยนฝู หัวหน้าองครักษ์ของตระกูลอูจากนั้นก็พูดต่อว่า
“ขอบคุณท่านพ่อที่เป็ห่วงที่ข้ามาวันนี้ข้ามีเื่อยากจะขอ” อูหลินเฟิงบอกความ้าของตนทันที
“เ้า้าอะไร”อูไต้หรงถามความ้าของบุตรชาย
“ข้า้าฝึกยุทธ์ขอรับ”อูหลินเฟิงบอกความ้าของตนเอง
“เ้า...เ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นหรือ” สิ่งที่ได้ยินทำให้อูไต้หรงแปลกใจยิ่งนักแต่เดิมอูหลินเฟิงเป็เด็กที่ชอบอ่านหนังสือและเก็บตัวอยู่ในห้องเรียกได้ว่าอูหลินเฟิงอ่านหนังสือของตระกูลมาแล้วทุกเล่มแต่วันนี้กลับมาขอฝึกยุทธ์
“เ้าเพิ่งจะหายจากอาการป่วยไม่ควรรีบเร่ง...อีกอย่างเ้าก็อายุมากเกินไปสำหรับการเริ่มต้นฝึกยุทธ์และเ้าก็น่าจะรู้ว่าตัวว่าเ้าไม่อาจใช้ปราณธาตุได้หากเ้าเข้าสู่หนทางของผู้ฝึกยุทธ์ปราณไร้ธาตุของเ้าจะทำให้เ้าโดนดูถูกและหยามเหยียด เ้าแน่ใจอย่างนั้นหรือ”อูไต้หรงถามต่อเพื่อความแน่ใจ หากบุตรชาย้าฝึกยุทธ์เขาก็ไม่ได้ห้ามแต่ว่าหนทางของการฝึกยุทธ์ลำบากมากนัก
“ข้าแน่ใจขอรับข้าเกิดในตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ ข้าเองก็อยากที่จะลองดูสักครั้งเพื่อไม่ให้เสียใจภายหลัง และตอนนี้ร่างกายข้าก็หายเป็ปกติแล้ว”อูหลินเฟิงยืนยันอย่างหนักแน่น
“ได้ข้าจะอนุญาตแต่ว่าต้องเป็หลังจากที่เ้าได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดจากหมอฟู่แล้วหากหมอฟู่บอกว่าร่างกายของเ้ายังไม่พร้อมสำหรับการฝึก เ้าก็ห้ามฝึกเด็ดขาด”อูไต้หรงบอกด้วยความเป็ห่วงร่างกายของบุตรชายจึง้าให้หมอประจำตระกูลตรวจดูให้เรียบร้อยก่อน
“ขอรับท่านพ่อขอบคุณที่ท่านอนุญาต” อูหลินเฟิงตอบรับอย่างดีใจ
“พ่อบ้านกง....เ้าไปตามหมอฟู่มาให้เฟิงเอ๋อร์ส่วนเ้าไปรอที่ห้องของตัวเอง รอให้หมอฟู่มาตรวจ”อูไต้หรงบอกกับทั้งพ่อบ้านและตัวอูหลินเฟิงเอง
“ขอรับนายท่าน/ ขอรับท่านพ่อ” หลังจากนั้นคนทั้งสองก็ได้ออกจากห้องทำงาน พ่อบ้านกงตรงไปหาหมอฟู่ส่วนอูหลินเฟิงกลับไปรอที่ห้องของตนเอง
“นายท่านท่านจะให้คุณชายใหญ่ฝึกยุทธ์จริงหรือขอรับ” เจี้ยนฝู หรือลุงเจี้ยนที่อูหลินเฟิงเรียกถามอูไต้หรง
“ถ้านั้นเป็สิ่งเขา้าเหตุใดข้าต้องไปห้ามด้วยเล่า”
“แต่เส้นทางนี้ของคุณชายใหญ่จะลำบากกว่าคนทั่วไปนะขอรับ”เจี้ยนฝูที่รับรู้เื่ร่างกายของอูหลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะแสดงความเป็ห่วง
“หากเขามีใจจะฝึกก็ฝึกแต่ถ้าว่าหากวันใดเขาล้มเลิกการฝึก ข้าก็ยังสามารถสนับสนุนให้เขาทำอย่างอื่นได้แต่ในตอนนี้เขา้าฝึกยุทธ์ก็ปล่อยให้เขาลองดู” อูไต้หรงกล่าวเขานั้น้าให้อูหลินเฟิงรับรู้ความยากลำบากของเส้นทางฝึกยุทธ์ด้วยตัวเองหากอูหลินเฟิงไม่อาจฝึกต่อไปด้วยอำนาจของเขาย่อมสามารถทำให้บุตรชายใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้แน่นอน
“ขอรับ”เจี้ยนฝูตอบรับ เขาเองก็รับรู้ว่าอูไต้หรงจริงๆ แล้วเป็ห่วงอูหลินเฟิงเช่นกัน