แม้นดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นขอบฟ้าจนจะล่วงลับไปอีกครั้งแล้วก็ตามทว่ารามิลก็ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาเช่นเดิม เตชินทร์เดินกลับเข้ามาในห้องอีกรอบก่อนจะค้อมกายให้ผู้เป็นายอย่างนอบน้อม
“นายท่านจะค้างที่นี่หรือจะกลับคอนโดครับ ผมจะได้ไปเตรียมรถไว้”
“กลับคอนโด”รามิลเอ่ยสั้น ๆ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมือหนาคว้าเสื้อสูทแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
ระหว่างการเดินทางเตชินทร์ก็แจ้งกำหนดการงานต่าง ๆ ของวันพรุ่งนี้ให้กับผู้เป็นายไปพลางในขณะที่รามิลนั้นนั่งหลับตาอยู่นิ่ง ๆ เท่านั้น หลังจากเตชินทร์รายงานจบภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบจนกระทั่งรถเคลื่อนเข้าสู่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมือง
ห้องชุดเพียงห้องเดียวที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดถูกตกแต่งด้วยอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์โทนสีเทาดำแทบจะทั้งหมดรามิลเดินตรงเข้ามาในห้องรับแขกในขณะที่เตชินทร์นำเครื่องดื่มในแก้วออกมาวางไว้ให้ตามหน้าที่
เครื่องดื่มที่ว่าก็คือเืที่ทางรามิลดีลซื้อมาในตลาดมืดแม้มันจะผิดกฎหมาย ทว่ามันก็ทำให้เขาไม่ต้องออกล่าทำให้เขาไม่ต้องทำในสิ่งที่ต้องฝืนตัวเอง รามิลคว้าแก้วขึ้นมาถือไว้ก่อนจะจรดไว้ที่ปลายจมูกเพื่อซึมซับกลิ่นคาวเืน่าสะอิดสะเอียนสำหรับมนุษย์ทว่าสำหรับแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์อย่างเขาแล้ว กลิ่นเืนั้นมันช่างหอมหวานริมฝีปากสีแดงระเรื่ออย่างเป็ธรรมชาติละเลียดชิมและดื่มของเหลวในแก้วจนหมดในรวดเดียว
“เ้าไปพักเถอะเตชินทร์”หลังยื่นแก้วส่งให้เตชินทร์เสร็จ รามิลก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนทันที
เมื่อพูดถึงห้องนอนเป็ห้องที่เขาใช้ประโยชน์จากมันน้อยที่สุด นั่นก็เพราะเขาไม่เคยหลับแต่วันนี้เขาเลือกที่จะพาตัวเองเข้ามาแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างก่อนจะหลับตาลงช้าๆ
ทันทีที่รามิลหลับตาลงภาพเมื่อครั้งที่เขาออกไปล่ากับครอบครัวก็หวนเข้ามาอีกครั้งและครั้งนั้นมันก็ทำให้เขาสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไป เขาได้แต่โทษตัวเองมาจวบจนทุกวันนี้แม้เื่ราวครั้งนั้นจะผ่านมาหลายร้อยปีแล้วตามหากในวันนั้นเขาช่วยพ่อกับแม่เอาไว้ได้ ไม่กลัวจนตัวสั่นแบบนั้นพ่อกับแม่ของเขาก็คงจะยังมีชีวิตอยู่กับเขาเฉกเช่นทุกวันนี้
รามิลปล่อยให้ภาพเหตุการณ์เ่าั้ฉายวนเวียนในห้วงความทรงจำซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะพาตัวเองดำดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทรา อาจจะไม่บ่อยที่เขาจะหลับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแวมไพร์อย่างเขาไม่เคยหลับ
เพียงไม่นานรามิลก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะจู่ ๆ ภาพในห้วงความฝันของเขาก็พลันปรากฏเป็เงาของหญิงสาวคนหนึ่ง และเขามั่นใจอย่างมากว่าเขาไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้อย่างแน่นอนรามิลผุดลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด ั์ตาสีแดงทอแสงเป็ประกายขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็มาก่อนมันไม่ใช่ประกายแห่งความกระหาย แต่ก็ไม่รู้ว่ามันเป็เพราะอะไร
รามิลลุกจากเตียงแล้วตรงเข้าไปในห้องน้ำเสื้อผ้าชุดเดิมที่สวมใส่ก่อนจะเข้านอนถูกปลดทิ้งเอาไว้ในตะกร้าอย่างไม่ไยดีกายกำยำรูปร่างสมส่วนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นมวลกล้ามเนื้อที่ขึ้นรูปอย่างสวยงาม กระแสน้ำจากฝักบัวที่ถูกเปิดออกไหลรินรดไปตามร่างกายเส้นผมสีน้ำตาลเทาหม่นที่เคยเซตอย่างดีเปียกลู่จนปรกลงมาบริเวณใบหน้าขาวซีดราวกระดาษ
รามิลใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าทุกวันก่อนที่เขาจะเดินออกมาพลางผูกปมเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำสีน้ำเงินไปด้วยอย่างลวกๆ กายสูงใหญ่ยกมือที่ถือผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นเช็ดผมจนมันพอหมาดก็เหวี่ยงผ้าทิ้งอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่เ้าตัวจะเดินหายไปในห้องทำงาน
สายตาคู่คมทอดมองไปยังรูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่บนโต๊ะแต่ไหนแต่ไรมาครอบครัวของเขาไม่เคยอยากมีชีวิตที่เป็ะ พวกเขาพยายามทำทุกทางเพื่อที่จะหลุดพ้นแต่ก็เปล่าประโยชน์
‘ตามตำนานที่คนเก่าคนแก่ของตระกูลเล่าให้ฟังมีเพียงหยกมณีสีเืเท่านั้นที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเป็ะ’
‘แล้วหยกมณีสีเือยู่ที่ไหนเหรอครับท่านพ่อ’
‘ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อก่อนคุณเทียดของพ่อบอกว่ามันเป็ของตระกูลเราแต่ท่านให้มนุษย์ผู้หนึ่งดูแลรักษาเอาไว้ คนเก่าคนแก่จึงมีชีวิตอยู่ตามอายุขัยของแวมไพร์เท่านั้นก่อนที่ร่างกายจะค่อย ๆ หลับใหลไปตลอดกาล ทว่าในตอนนี้มันหายไป บ้างก็ว่ามันหายไปั้แ่ตอนเกิดาระหว่างเผ่าพันธุ์บ้างก็ว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง เป็เพียงตำนานที่เล่าขานต่อ ๆ กันมาเท่านั้น’
บทสนทนาระหว่างเขากับผู้เป็พ่อดังขึ้นในโสตประสาทอีกครั้งแวบหนึ่งริมฝีปากหยักของรามิลก็พลันกระตุกยิ้มเหยียดขึ้นมาแต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะกลับมานิ่งเช่นเดิม
“ผมจะต้องหามันให้เจอให้ได้”
แสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่หรือจะเรียกว่าแสงแรกของวันเป็อันตรายต่อแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์อย่างเขามากผ้าม่านสีดำสนิทค่อย ๆ ปิดลงด้วยระบบอัตโนมัติที่เซตเวลาเอาไว้รามิลผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานแล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อที่จะออกไปทำงาน
ใช่แล้วอีกด้านหนึ่งของแวมไพร์สายเืบริสุทธิ์อย่างรามิลนั้นเขาคือนักธุรกิจชื่อดังแถวหน้าของประเทศผู้ก่อตั้งบริษัทจิวเวลรี่ั์ใหญ่ที่มีหน้าร้านอยู่บนห้างดังทั่วประเทศ
ชุดสูทสีดำสนิทถูกสวมทับบนร่างกายของรามิลสีดำทำให้ช่วยขับผิวขาวซีดของเขาให้ดูเด่นขึ้นมาก เส้นผมถูกเซตเป็ทรงง่าย ๆ มือหนากดรหัสตู้เซฟที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าอีกหลังแล้วเปิดมันออกก่อนจะหยิบกล่องกล่องหนึ่งออกมาเก็บไว้ในเสื้อสูทอย่างดี
รามิลเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นว่าคนสนิทอย่างเตชินทร์ยืนรออยู่ก่อนแล้วเตชินทร์ค้อมกายให้เขาอย่างนอบน้อมเช่นที่ทำเป็ประจำด้วยใบหน้ากึ่งยิ้มกึ่งนิ่ง
“ไปกันเถอะเตชินทร์วันนี้มีประชุมด้วย เดี๋ยวทุกคนจะรอนาน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมานิ่ง ๆก่อนที่เ้าของเสียงจะเดินนำออกไป
เตชินทร์เดินตามออกไปเงียบๆ และเพียงไม่นานรถยนต์คันหรูก็พารามิลและเตชินทร์มาถึงหน้าบริษัท รามิลหยิบแว่นตากันแดดขึ้นมาสวมก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถเขาเดินนำเตชินทร์เข้าไปในบริษัทและมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของเขาทันที
จริงอยู่ว่าแวมไพร์อย่างเขาัักับวัสดุที่เป็เงินแท้ไม่ได้แต่ทุกอย่างมันล้วนมีข้อยกเว้น ในตอนแรกที่เขาคิดเปิดบริษัทแน่นอนว่าเสียงคัดค้านย่อมมีและหนึ่งในคนที่คัดค้านเสียงแข็งก็เป็เตชินทร์เขารู้ดีว่าเตชินทร์นั้นเป็ห่วงเขามากแค่ไหน แต่การที่เขาเปิดบริษัทจิวเวลรี่แบบนี้สาเหตุก็เพราะ้าตามหาหยกมณีสีเืเพราะเขาเชื่อว่าหากเขาเปิดบริษัทผลิตเครื่องประดับหรือเครื่องเพชรแบบนี้มันจะนำพาเขาไปพบกับหยกมณีสีเืโดยเร็วนั่นเอง
“ดิฉัน้ามาพบกับท่านรามิลค่ะ”ใบข้าวในชุดนักศึกษาพอดีตัวเอ่ยขึ้นกับพนักงานต้อนรับบริเวณเคาน์เตอร์
“หากไม่ได้นัดเอาไว้เกรงว่าจะเข้าพบท่านประธานไม่ได้นะคะ ถ้ายังไงคุณฝากชื่อ เบอร์โทรและเื่ที่้าเข้าพบได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะเรียนแจ้งท่านให้ค่ะ”
“ฉัน้าพบท่านวันนี้ค่ะ”ใบข้าวยืนยันเสียงแข็งกลับไป
“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
ใบข้าวยืนคุยกับพนักงานอยู่นานสองนานก็ไม่ได้เข้าพบรามิลสักทีเธอจึงพาตัวเองไปนั่งรอยังบริเวณที่จัดเอาไว้สำหรับแขกที่มาติดต่อกับทางบริษัทเธอตั้งใจมาพบกับเขาด้วยเหตุผลที่ว่าเขาน่าจะเป็คนที่คุณทวด้าเจอมากที่สุดทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เป็เพียงการคาดเดาของเธอเท่านั้นและอีกเหตุผลหนึ่งเธออยากเข้ามาฝึกงานที่นี่หลังจากได้ศึกษาข้อมูลของบริษัทอย่างละเอียดไปเมื่อคืน ทำให้เธอที่ชื่นชอบเื่จิวเวลรี่และงานดีไซน์อยู่แล้วรู้สึกสนใจขึ้นมาแต่เพราะเธอเรียนมาทางด้านเลขานุการ การจะเข้าทำงานฝ่ายออกแบบคงเป็เื่ยากแต่หากเธอได้เข้ามาเป็เลขาของรามิลเธอก็อาจจะมีโอกาสได้เรียนรู้งานด้านการออกแบบไปด้วย
ใบข้าวนั่งรอจนกระทั่งท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็สีส้มและคนที่เธอรอก็เดินออกมาจากด้านในตึกพอดี เธอจึงไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปหารามิลทันทีแต่ยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวของเขาก็โดนเตชินทร์เข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน
“สวัสดีค่ะท่านรามิล”ใบข้าวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มกว้าง
รามิลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งเขาไม่ได้พูดหรือทักทายตอบอะไรออกไป มือหนาซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงใบข้าวแหงนเงยมองคนตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะพูดออกไป
“ดิฉันชื่อใบข้าวค่ะมีเื่สำคัญมาก ๆ ที่้าจะคุยกับท่านรามิลค่ะ”
“เื่สำคัญ?”รามิลทวนคำเป็เชิงถามกลับเพียงสั้น ๆ เท่านั้น
“ใช่ค่ะเื่สำคัญมาก”
“เื่สำคัญของคุณคงไม่ใช่เื่สำคัญของผม ขอทางด้วยครับ”
“แต่เื่สำคัญของฉันมันก็อาจจะเป็เื่ที่ท่านเองก็กำลังสนใจอยู่เหมือนกันนะคะ”ใบข้าวรีบโพล่งออกไปเมื่อเห็นรามิลกำลังจะเดินหนี
รามิลดันลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์มือหนาในกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเส้นเืตามข้อมือปูดนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดใช่แล้ว เขากำลังข่มอารมณ์ความกระหายของตัวเองเอาไว้กลิ่นเืในกายของหญิงสาวตรงหน้ากระตุ้นต่อมความกระหายของเขาเป็อย่างมากและเขาเองก็ไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ั์ตาสีโกเมนทอประกายขึ้นก่อนจะหันไปจ้องมองหญิงสาวนิ่งๆ
“ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นหลีกไป” รามิลพยายามพูดออกมาให้เป็ปกติมากที่สุด
“แล้วถ้าเป็เื่หยกมณีสีเืล่ะคะ”ใบข้าวงัดไพ่ใบสุดท้ายออกมาใช้ เธอไม่รู้หรอกว่ารามิลจะสนใจหยกโกเมนที่คุณทวดเคยเล่าจากหนังสือให้ฟังหรือไม่เธอแค่คิดว่านักธุรกิจด้านจิวเวลรี่ก็คงมีความสนใจในอัญมณีอยู่บ้าง ยิ่งกับอัญมณีที่หายากแบบนี้ด้วยแล้วคงดึงความสนใจของชายหนุ่มได้ไม่ยาก
และไพ่ใบสุดท้ายของใบข้าวก็ได้ผลรามิลที่กำลังเดินออกไปหันกลับมามองแล้วสืบเท้าเข้ามาใกล้ ๆ เขาจ้องมองเด็กสาวตรงหน้านิ่งๆ อีกครั้ง มองลึกเข้าไปในแววตากลมใสนั่นอย่าง้าค้นหาบางอย่างปกติเขาจะอ่านใจคนอื่น ๆ ได้แต่กับเธอคนนี้เขามองไม่เห็นความคิดหรือความรู้สึกของเธอเลย
“ข้าวขอเวลาไม่นานค่ะ”ใบข้าวเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มหวานกลับไปให้
“พรุ่งนี้คุณเข้ามาพบผมที่นี่ตอนสิบโมงก็แล้วกันขอตัว” รามิลพูดจบก็เดินออกไปทันที
ใบข้าวมองตามแผ่นหลังกว้างกับกายสูงใหญ่ที่เดินออกไปก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายของเธอก็พลันเต้นถี่ระรัวขึ้นมาราวกับจะหลุดออกมาเสียให้ได้ ยิ่งตอนที่ั์ตาสีโกเมนจ้องมองมาก็ยิ่งทำให้ใจสั่นแปลกๆ มันทั้งน่ากลัวและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
ใบข้าวเดินออกมาจากบริษัทRMJewelry Company ใน่ที่พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว เธอเดินตรงมายังป้ายรถเมล์ที่อยู่ถัดออกไปเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงคล้ายคนเหม่อลอยในห้วงความคิดเธอยังไม่สามารถสลัดภาพดวงตาสีแดงโกเมนนั้นออกไปได้ยิ่งนึกมันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนผู้เป็เ้าของกำลังจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งรถเมล์สายที่เธอต้องนั่งกลับบ้านเคลื่อนตัวออกไปใบข้าวจึงได้สติคืนกลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่ทันรถเมล์กลับบ้านเที่ยวสุดท้ายแล้วเธอจึงโบกแท็กซี่ตรงกลับบ้านทันที
รามิลกลับมาถึงคอนโดก็รีบหยิบเืในตู้เย็นออกมาดื่มทันทีเพื่อดับความกระหายของตัวเองไม่บ่อยนักที่เขาจะรู้สึกกระหายยามอยู่ข้างนอกหรือที่บริษัท ด้วยเพราะเขาเป็คนที่ระวังตัวและป้องกันทุกอย่างเอาไว้อย่างดีแต่ไม่ใช่กับวันนี้ ไม่ใช่ตอนที่อยู่ต่อหน้าเธอคนนั้น
“นายท่านเป็อะไรหรือเปล่าครับ”เตชินทร์ที่ลอบสังเกตอาการแปลก ๆ ของผู้เป็นายมาสักพักก็เอ่ยถามขึ้น
“ไม่เป็ไรเ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ เราอยากอยู่คนเดียว”
“ครับนายท่าน”
หลังจากเตชินทร์ออกไปรามิลก็ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อนเขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองสูญเสียพลังไปมากขนาดนี้มาก่อนเลย รามิลหลับตาลงนิ่ง ๆอย่างใช้ความคิด เขาหวนนึกถึงคำพูดของเด็กผู้หญิงคนนั้น เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นพูดเป็ความจริงหรือเปล่าหรือเธอจะเป็เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่พยายามจะเข้าหาเขาเท่านั้นทว่าเื่หยกมณีสีเืก็ทำให้เขายอมให้เธอเข้าพบจนได้
แวมไพร์อย่างเขาที่หวงชีวิตความเป็ส่วนตัวมากถึงมากที่สุดกำลังจะให้เด็กน้อยคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตอย่างไม่รู้ตัว