มันเป็คำที่เมิ่งฝานเพียงเคยได้ยินมาเท่านั้นแต่ในยามนี้กลับเกิดขึ้นกับตัวของเขาเองในร่างกายของมนุษย์มีจุดชีพจรที่คล้ายกับกลุ่มดาวทุกจุดล้วนมีสิ่งแปลกปลอมแฝงอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นกระนั้นก็สามารถอาศัยวิธีการฝึกฝนร่างกายเพื่อขับมันออกมาได้
แต่มีเพียงโอสถวิเศษที่เลิศล้ำเท่านั้นจึงจะสามารถขจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ออกมาจนหมดทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นเป็เสมือนร่างที่บริสุทธิ์แน่นอนว่าโอสถวิเศษนี้เป็สิ่งที่พรรควรยุทธ์ขนาดใหญ่มักมอบให้กับศิษย์ผู้มีความเลิศล้ำซึ่งบริเวณโดยรอบหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ไม่มีแม้แต่เม็ดเดียว
หากพูดถึงเื่การบำเพ็ญตนนั้น ต่อให้เลื่อนขั้นขึ้นไปยังขั้นฝึกกายาระดับเซียนก็ยังไม่สามารถขับสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ส่วนใหญ่แล้วจะยังคงหลงเหลืออยู่
ทว่าเหล็กสีนิลชิ้นนี้กลับมีคุณสมบัติในการขับสิ่งแปลกปลอมออกมาได้ความเ็ปรวดร้าวที่เกิดขึ้นกับร่างกายก็คือการขับสิ่งแปลกปลอมนั่นเองแม้ว่าคุณสมบัติของมันจะไม่อาจเทียบกับโอสถวิเศษได้แต่สำหรับผู้บำเพ็ญพลังปราณที่ก้าวเข้าสู่ขั้นต้นกลับถือเป็สิ่งที่เลิศล้ำไม่รู้จักหมดสิ้น!
ของดี!
เมิ่งฝานยกยิ้มขึ้นที่มุมปากพลันความดีใจที่ไม่อาจปิดบังได้ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง
หากเขานำของสิ่งนี้ไว้กับตัวแล้วฝึกฝนด้วยวิธีการแบกกรงหินเหล็กของวิชามหาหัตถ์สังหารนอกจากจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้แล้วก็ยังสามารถขับสิ่งแปลกปลอมออกมาได้มากยิ่งขึ้นสักวันร่างกายของเขาก็จะบริสุทธิ์ไร้ซึ่งสิ่งแปลกปลอม สรรพคุณนี้ต้องเลิศล้ำยิ่งกว่าพืชวิเศษที่ล้ำค่าเ่าั้เป็แน่ความเร็วในการบำเพ็ญพลังก็คงจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เมิ่งฝานกำหมัดแน่นมองออกไปนอกหน้าต่างสายตาคู่นั้นจับจ้องไปยังความมืดดำของยามราตรีแล้วพึมพำออกมาเสียงเบา “เหลยหู่ เหลยเป้า ในเมื่อพวกเ้าอยากจะออกหน้าแทนเหลยเทา...ก็ต้องมาดูกันว่าพวกเ้าจะมีพลังมากพอหรือไม่!”
หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในครั้งนั้นหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้ก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบ
เวลาล่วงเลยไปเจ็ดวันเต็มๆ เมื่อเวลาแห่งการประลองของหมู่บ้านกำลังใกล้เข้ามาทำให้เหล่าผู้เยาว์ของหมู่บ้านล้วนแต่ขยันขันแข็งในการฝึกบำเพ็ญตนยิ่งขึ้นพวกเขาล้วนแต่ซ่อนตัวฝึกฝนอยู่ในทั่วทุกมุมของหมู่บ้านและหวังว่าตนเองจะโดดเด่นในการประลองครั้งนี้
ขณะเดียวกับที่ประมุขของแต่ละตระกูลก็กำลังร้อนใจเช่นกันเพราะยิ่งคนของตระกูลมีผลงานที่เลิศล้ำเท่าใดย่อมหมายความว่าวันหน้าตระกูลก็จะเลื่องชื่อมากเท่านั้นทั้งยังมีโอกาสได้รับทรัพยากรในการบำเพ็ญตนมากขึ้นด้วยเพียงรางวัลที่จะได้รับจากการประลองก็ถือว่ามากมายแล้ว
แน่นอนว่าเมิ่งฝานก็ได้ใช้ความสนใจทั้งหมดในการบำเพ็ญตน ฝึกฝนร่างกายอยู่ริมลำธารทุกวันคืนขจัดสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกาย เด็กหนุ่มมีเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างนั่นคือพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อเข้าถึงพลังทั้งหมดของผนึกที่ลูกปัดสีดำเม็ดนั้นมอบให้
ด้วยข้อมูลลึกลับต่างๆ ภายในผนึกนั้นไม่ได้มีแค่ที่เมิ่งฝานรู้ในตอนนี้แต่เพราะพลังของเขายังไม่มากพอจึงไม่อาจเข้าถึงพลังของมันได้ทั้งหมด
แต่ถึงกระนั้นเมิ่งฝานก็ไม่ได้รีบร้อนใดๆเพราะหากระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นก็จะต้องมีโอกาสได้เข้าถึงพลังในผนึกนั้นอย่างแน่นอนเขาแค่ไม่รู้ว่าในครั้งต่อไปผนึกนั้นจะมอบสิ่งใดให้กับตนเองเท่านั้น
เมิ่งฝานระงับความร้อนรนเอาไว้เขารู้ดีว่าการบำเพ็ญตนคือสิ่งที่ไม่อาจรีบร้อนได้แต่ผลลัพธ์อันเกิดจากการฝึกฝนของเขาก็ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆวัน ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือกล้ามเนื้อของร่างกายที่เด่นชัดขึ้นรวมถึงพละกำลังก็เพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง
ตู้ม!!
เสียงของกระแสน้ำดังขึ้นเมื่อเมิ่งฝานะโลงไปเขาปล่อยให้สายน้ำที่หลั่งไหลอย่างรวดเร็วชำระล้างสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่บนร่างกายก่อนจะหรี่ตาเล็กลงเพื่อเสพสุขกับสิ่งที่ได้ัั
หลายวันมานี้ ทุกครั้งที่เหล็กสีนิลดูดเอาสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกายเมิ่งฝานก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองเบาขึ้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเป็อย่างมาก แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือ...มันเหม็นเกินไป
กลิ่นเหม็นคาวของสิ่งแปลกปลอมบนกายทำให้เมิ่งฝานรู้สึกไม่ชอบใจดังนั้นทุกครั้งที่ฝึกฝนเสร็จเขาจึงถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่น้ำในลำธารให้ความเย็นฉ่ำชำระล้างร่างกาย
เขานอนอยู่ในลำธารอย่างสบายอารมณ์ปล่อยให้แสงอาทิตย์อ่อนๆสาดส่องลงมาบนร่างอย่างมีความสุข เด็กหนุ่มรู้สึกอยากจะหลับพักผ่อนสักคราทว่าในวินาทีต่อมาร่างกายที่สงบเงียบของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
พลังปราณที่สงบเงียบเริ่มเดือดปะทุ แล้วไหลเวียนในร่างกายแม้ว่าพลังปราณในร่างกายของเมิ่งฝานตอนนี้จะมีอยู่ค่อนข้างน้อยแต่การรวมตัวของมันก็ทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานสั่นสะท้านได้เช่นกันเขารู้สึกเหมือนรูขุมขนบนร่างกายและเส้นเืต่างก็ขยายตัวลมปราณภายในร่างกายแตกซ่านรู้สึกได้ถึงความถาโถมที่เกิดขึ้นในตัว
ในวินาทีต่อมาพลังปราณที่เดือดปะทุก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้งเมื่อเมิ่งฝานลืมตาขึ้นก็ััได้ถึงความแปลกใหม่และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในยามนี้...ระดับพลังของเขาเลื่อนขั้นแล้ว เข้าสู่ขั้นฝึกกายาระดับห้าแล้ว!
ไม่ผิดแน่ มันคือขั้นพลังเดียวกับเหลยเทาเมื่อััได้ว่าเส้นแขนงปราณของตนเองขยายใหญ่กว่าเดิมราวหนึ่งเท่าตัวเมิ่งฝานก็มั่นใจได้ทันทีว่าตนเองได้ก้าวเข้าสู่ระดับพลังที่เมื่อก่อนเคยทำได้เพียงคิดเล่นๆเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้เขาดีใจจนแสดงออกบนใบหน้า
่ระยะเวลาสั้นๆ เพียงครึ่งเดือนเมิ่งฝานเลื่อนขั้นจากขั้นฝึกกายาระดับสองขึ้นมาจนถึงระดับห้านับเป็ความเร็วที่น่าสะพรึงเป็อย่างมากต่อให้เป็กู่ซินเอ๋อร์ที่มีพร์ในด้านการบำเพ็ญตนก็อาจจะไม่สามารถทำได้เลยเสียด้วยซ้ำ
เมิ่งฝานลุกขึ้นยืนกลางลำธารพลันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม พลังปราณเพิ่มมากขึ้นเขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดก่อนหน้านี้ตนเองจึงไม่อาจรับมือกับพลังหมัดของเหลยเทาได้ นั่นเป็เพราะการเลื่อนขั้นในทุกระดับพลังล้วนแต่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต่างไปจากเดิมต่อให้เป็เื่ของพละกำลังก็ยังเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยทีเดียว
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับใช้สองมือผลักออกไปเบื้องหน้าเพียงครู่หนึ่งกล้ามเนื้อบริเวณฝ่ามือก็ปล่อยพลังแข็งแกร่งพุ่งไปยังหินโสโครกที่อยู่ข้างลำธารเมื่อเขาลดมือลงจึงพบว่ามีรอยร้าวปรากฏขึ้นบนหินโสโครกนั้น
พลังของเขาในยามนี้...เพิ่มขึ้นเป็สองร้อยจินแล้ว!
เมิ่งฝานคลี่ยิ้มออกมาเพราะคิดไม่ถึงว่าหลังจากที่เลื่อนระดับพลังจะทำให้อานุภาพของวิชามหาหัตถ์สังหารเพิ่มขึ้นด้วยพลังสองร้อยจินของมหาหัตถ์สังหารสามารถทำให้ก้อนหินแตกสลายหากเปลี่ยนเป้าหมายเป็เหลยหู่ เหลยเทาละก็...ทั้งสองจะต้องเ็ปอย่างมากเป็แน่
หากอิงตามความเร็วในการเลื่อนขั้นเมิ่งฝานก็พบว่าต่อให้เหลือเวลาอีกเพียงสิบกว่าวันเขาก็ยังมีโอกาสไปถึงเป้าหมายที่วาดหวังเอาไว้ เด็กหนุ่มคิดได้เช่นนั้นแล้วก็ตวาดออกมาเสียงต่ำก่อนจะนำศิลาสลักลายมาไว้กับตัวแล้วแบกกรงหินเหล็กเพื่อทำการฝึกฝนอย่างหนักต่อไป
.......
เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปวันแล้ววันเล่าภายใต้การฝึกฝนที่หนักหนาสาหัสก็ทำให้พลังของเมิ่งฝานแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เขาดีใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
เมื่อยามพลบค่ำใกล้เข้ามาขณะพระอาทิตย์กำลังจะตกดินเมิ่งฝานจึงออกจากลำธารเพื่อกลับไปพักผ่อนที่บ้านหลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักหนาสาหัสเด็กหนุ่มก็รู้จักเลือกเวลาในการพักผ่อนร่างกายที่เหมาะสม
เมิ่งฝานเดินกอดอกแล้วทอดสายตามองไปบนถนนเขาเดินกลับบ้านบนทางเลียบเขาด้วยท่าทีสบายอารมณ์ทว่าเมื่อเขาใกล้จะกลับถึงบ้านก็ต้องหยุดชะงัก ด้วยมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลเห็นได้ชัดว่ากำลังรอเขาอยู่
เมื่อมองไป สีหน้าของเมิ่งฝานพลันเปลี่ยนไปทันที
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่สาดส่องคนผู้นั้นสะดุดตายิ่งร่างสูงโปร่ง สวมเสื้อคลุมสีดำ เส้นผมสวยยาวลงไปถึงสะโพกผาย ใบหน้าสวยสดงดงามสิ่งที่เป็จุดสะดุดตากว่าจุดอื่นก็คือรูปร่างที่แทบไม่อาจมีผู้ใดเทียบเทียมได้กลายเป็ความงดงามที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติรอบตัว
พลันภาพที่เกิดขึ้นในหัวตามสัญชาตญาณก็ทำให้เมิ่งฝานต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เพราะเ้าของร่างนั้นเคยรอเขาอยู่เช่นนี้เมื่อสองปีก่อนแต่ยามนั้นร่างกายของนางไม่ได้งดงามน่าหลงใหลถึงเพียงนี้ทั้งยังถือไม้เอาไว้ในมืออีกด้วย
เมื่อคิดถึงเ้าของร่างที่วิ่งตามตนเองก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกขนหัวลุกและเ้าของร่างที่มีพัฒนาการในด้านร่างกายดีกว่าผู้ใดนี้ก็คือแฝดผู้พี่ของกู่ซินเอ๋อร์กู่ฉิง
เห็นได้ชัดว่าในครั้งนี้นางก็มารอเมิ่งฝานเช่นเดียวกับเมื่อสองปีก่อนอีกฝ่ายยืนอยู่ที่เดิมแล้วเงยหน้าที่หยิ่งทะนงเพื่อเฝ้ารอเขา เมื่อเมิ่งฝานรู้ว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จึงทำได้เพียงกัดฟันแน่นแล้วเดินหน้าต่อไป
กู่ฉิงยืนอยู่กับที่อย่างไม่ร้อนใจเพราะนางรู้ว่าถนนเส้นนี้คือทางที่เมิ่งฝานต้องผ่านก่อนกลับถึงบ้านหากอีกฝ่ายไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงก็ทำได้เพียงต้องเจอกับนางเท่านั้น
เมื่อเดินเข้ามาใกล้เ้าของร่างผู้หยิ่งทะนงเมิ่งฝานก็หยุดอยู่กับที่แล้วเอ่ยถามอย่างจนปัญญาว่า “มีเื่อันใด?”
กู่ฉิงกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินั์ตาคู่นั้นจ้องมองเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “อะไรกัน เ้าคิดว่าระดับพลังของตนเองพัฒนาแล้วก็เลยมีสิทธิ์มาพูดเช่นนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ? ข้าขอบอกเลยว่าเ้ายังห่างชั้นอีกไกลอย่าคิดว่าตนเองเอาชนะเหลยเทาได้ก็ถือว่าเก่งกาจอย่างมากแล้ว!”
เมิ่งฝานทำได้เพียงไม่สนใจต่อคำเย้ยหยันของกู่ฉิงเท่านั้นเพราะหากลงไม้ลงมือกันขึ้นมาจริงๆ เขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงงามนิสัยมุทะลุผู้นี้อยู่ดี
เมื่อเห็นว่าเมิ่งฝานไม่ได้รู้สึกรู้สาแต่อย่างใดกู่ฉิงก็กัดฟันแน่นด้วยความโกรธจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
“เ้าคิดว่าข้าอยากมาที่นี่อย่างนั้นหรือ? ซินเอ๋อร์นางบอกให้ข้ามาต่างหาก นางกลัวว่าพวกเหลยหู่จะมาแก้แค้นก็เลยบอกให้ข้าไปเตือนคนพวกนั้นเห็นแก่ที่หลายปีมานี้เ้าปฏิบัติตัวได้ไม่เลวข้าก็จะยอมช่วยเ้าอีกแรงแต่เ้าต้องจำคำที่เคยสัญญาไว้กับข้าให้ดี”
กู่ซินเอ๋อร์มีอนาคตที่ยาวไกล เมิ่งฝานไม่มีทางขัดขวางเป็แน่ทว่าเมื่อได้ยินกู่ฉิงเอ่ยเตือนขึ้นมาอีกครั้งราวกับกลัวว่าเขาจะไปเป็ตัวถ่วงของกู่ซินเอ๋อร์กลับทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเดือดดาลขึ้นมาในใจ
เขากระตุกยิ้มเสียงเบาก่อนจะจ้องมองกู่ฉิง แล้วเอ่ยออกมาเสียงเข้ม
“ข้าไม่้าความเห็นใจจากเ้าสำหรับข้าแล้วซินเอ๋อร์ก็แค่น้องสาวผู้หนึ่งเท่านั้นฉะนั้นแล้วข้าก็ต้องหวังให้นางมีอนาคตที่ดีอยู่แล้วส่วนเื่นั้น...เ้าเก็บมันไว้เองเถอะ!”
สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นทุกวันนี้คือสิ่งที่เมิ่งฝานเลือกเองแม้เขาจะหลีกเลี่ยงการพบหน้ากับกู่ซินเอ๋อร์แต่ก็ไม่ได้อยากให้มีเื่ผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งไม่้าความเห็นใจจากกู่ฉิง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู่ฉิงจึงกัดฟันแน่นแม้แต่เหลยหู่ก็ยังไม่กล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้านางยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ที่มีสภาพน่าสงสารแต่กลับมีความหยิ่งทะนงค้ำคอเช่นเมิ่งฝาน
ต่อให้เขาเอาชนะเหลยเทาได้แล้วอย่างไร?
ฝ่ามือสวยดั่งเนื้อหยกของกู่ฉิงกำหมัดแน่นนางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตาแล้วเอ่ยว่า “เมิ่งฝาน เ้ายังจำเื่เมื่อสองปีก่อนได้หรือไม่?”
สองปีก่อน...
เมื่อคิดถึงเื่นั้นก็ทำให้เมิ่งฝานอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยยามนั้นเขาร้อนรนและบังเอิญไปััในจุดที่ไม่ควรแตะต้องของกู่ฉิงแต่ถึงกระนั้นก็ทำให้เขารู้ว่ารูปร่างของอีกฝ่ายดีเลิศถึงเพียงใดเมื่อคิดถึงเื่นี้ก็ทำให้เขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย
ทว่าเมื่อเมิ่งฝานเห็นสีหน้าที่คล้ายกับจะกลายเป็บ้าของกู่ฉิงในพริบตาต่อมาจึงรีบพูดขึ้นทันที “อย่าได้ใจร้อนไป ข้ายังจำเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนได้แต่ไม่นานการประลองของหมู่บ้านจะมาถึงแล้วหากเ้าทำร้ายข้าจนไม่สามารถเข้าร่วมการประลองได้ละก็...เ้าคงไม่อยากเห็นภาพที่กู่ซินเอ๋อร์มาหาข้าหรอกใช่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู่ฉิงก็ชะงักงันไปทันทีแม้จะเงียบงันไม่พูดจาแต่นางรู้ว่าในหมู่บ้านอูเจิ้นแห่งนี้มีผู้ที่หลงรักและพร้อมจะทอดสะพานให้กับกู่ซินเอ๋อร์จำนวนมากแต่คนที่ทำให้เด็กสาวผู้ไม่ชอบให้ชายอื่นเข้าใกล้อย่างกู่ซินเอ๋อร์ยอมที่จะเป็ฝ่ายเข้าหาเองมีเพียงเมิ่งฝานเท่านั้น!
ในขณะที่กู่ฉิงชะงักงัน เมิ่งฝานจึงรีบเดินผ่านตัวนางไปให้ไกลเขาจำต้องหลบเลี่ยงไปให้ไกลเพราะหญิงงามผู้นี้เป็เสมือนูเาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา
กู่ฉิงยืนมองแผ่นหลังของเมิ่งฝานที่เดินจากไปอย่างสบายอารมณ์แล้วย่นคิ้วเล็กน้อยแม้ว่าเขายังคงเป็เมิ่งฝานคนเดิม แต่กลับให้ความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม
เมิ่งฝานในกาลก่อน แม้จะดื้อรั้นและอดทนแต่ก็ไม่ได้พูดจาด้วยคำที่แฝงไปด้วยความนัยเช่นนี้ คล้ายว่าเขาพร้อมที่จะะเิได้ทุกเวลาก็ไม่ปาน
หึ เ้าคนตัวเหม็น เ้าจะเก็บซ่อนความสามารถเช่นใดเอาไว้ได้
กู่ฉิงกระตุกยิ้มขึ้นในใจในขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับพลันมีเสียงเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะดังขึ้นที่ด้านหลังของนาง
“เื่ราวเมื่อสองปีก่อนข้ายังจดจำได้อย่างดีความรู้สึกในตอนนั้น...จิ๊จิ๊จิ๊ มันนุ่มดีจริงๆ!”