ปณิตาถึงกับมึนงงกับภาพที่เธอเห็นตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้เป็ใคร แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเธอโดนรถสิบล้อคันนั้นชนหรอกหรอ แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้
อยู่ๆภาพความทรงจำต่างๆก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองส่วนการรับรู้ของเธอ จนเธอรู้สึกเวียนหัว ยังไม่ทันได้ปะติดปะต่อเื่ราวน้ำเสียงตื่นเต้นของผู้หญิงที่กำลังเช็ดตัวให้เธออย่างขมักเขม้นอยู่นั้นก็เอ่ยขัดจังหวะความคิดของเธอขึ้นมาซะก่อน
"ลู่เอิน เ้าฟื้นแล้ว"
เมื่อกี้ผู้หญิงคนนี้เรียกเธอว่ายังไงนะ 'ลู่เอิน' หรอ ช่างบังเอิญเหมือนกับความทรงจำของเด็กผู้หญิงที่เธอเพิ่งได้รับมาสดๆร้อนๆนี้เลย เมื่อเธอตั้งใจพิจารณาใบหน้าผอมแห้งของผู้หญิงคนนี้ ช่างเหมือนกับมารดาของเด็กสาวที่เป็เ้าของความทรงจำเหลือเกิน
เอ๊ะ! หรือว่า...เธออยู่ในร่างของเด็กคนนั้น เหมือนกับในนิยายหลายเื่ที่เธอเคยอ่านเมื่อตอนยังเด็ก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ร่างเล็กก็ผุดลุกพรวดขึ้นจากเตียงนอนและกองผ้าห่มสีหม่นที่คลุมทับล้อมร่างของเธออยู่อย่างแ่าในทันที จนมารดาของเด็กสาวรู้สึกใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน
นางจับบุตรของตนให้นอนลงดังเดิมพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เ้ายังไม่หายดี นอนพักอีกซักหน่อยเถิด"
เมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้เธอขอนอนคิดอะไรๆซักหน่อยก่อนก็ดีเหมือนกัน ร่างเล็กนอนลงไปตามแรงชักจูงของผู้มีศักดิ์เป็มารดาอย่างว่าง่าย แต่ภายในใจกลับครุ่นคิดเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้น
หลี่ลู่เอิน คือชื่อของเด็กสาวคนนี้ นางมีอายุ 12 ปี ครอบครัวของนางเป็ชาวไร่ชาวนาที่มีความเป็อยู่ที่ยากลำบากกว่าครอบครัวชาวนาครอบครัวอื่นๆที่อยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน
หมู่บ้านนี้มีชื่อว่าหมู่บ้าน หนิงเทียน ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างประกอบอาชีพเพาะปลูกข้าวและพืชไร่เป็หลัก มีประชากรเพียง 150 ครัวเรือน นับเป็หมู่บ้านเล็กๆที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองมากกว่าหมู่บ้านอื่นๆอยู่มากพอสมควร
บ้านของหลี่ลู่เอินอยู่ติดกับูเาท้ายหมู่บ้าน ห่างไกลจากบ้านเรือนหลังอื่นๆที่อยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน
หลายวันก่อนเด็กคนนี้เกิดลื่นตกน้ำที่ลำธารบนูเาจนเป็ไข้ ประจวบเหมาะกับที่มีพายุหิมะตกลงมาอย่างหนัก เป็เหตุให้เด็กสาวร่างกายอ่อนแอทนต่อพิษไข้ที่เป็อยู่หลายวันไม่ไหวจนเสียชีวิตลง และเธอที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิตเข้ามาอยู่แทนที่ดวงิญญาของเด็กสาวราวกับปาฏิหาริย์
เอาเถอะไหนๆก็มีโอกาศได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกครั้ง ถึงแม้จะอยู่ในร่างกายของคนอื่นก็ตาม เธอจะใช้ชีวิตเป็หลี่ลู่เอินต่อไปให้ดี ถึงจะมีชีวิตความเป็อยู่ที่ยากลำบากแล้วยังไง เธอจะใช้ความสามารถของตนเองพลิกชีวิตความเป็อยู่ของทุกคนในครอบครัวของหลี่ลู่เอินคนเก่าด้วยสองมือของหลี่ลู่เอินคนนี้เอง
คิดมาถึงตรงนี้ร่างเล็กก็ผลอยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เพราะร่างกายนี้ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก
หลี่ลู่เอินถูกดูแลเป็อย่างดี โดยทุกคนภายในครอบครัวต่างคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเฝ้าไข้นางอยู่ตลอดห้าวันที่ผ่านมา จนอาการเจ็บป่วยของนางหายเป็ปลิดทิ้ง
ตลอดห้าวันมานี้ นางััได้ถึงความรักและความเอาใจใส่ที่ทุกคนมีต่อหลี่ลู่เอินได้เป็อย่างดี จะด้วยความผูกพันธ์ของเ้าของร่างคนเก่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ในตอนนี้ความรู้สึกที่นางมีต่อทุกคนในครอบครัวล้วนมีแต่ความรู้สึกอบอุ่นและผูกพันธ์กับทุกคนเป็อย่างยิ่ง
จะด้วยเหตุบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่พายุหิมะที่ตกหนักมาตลอดสามวันสามคืนนั้น อยู่ๆก็หยุดลงแล้วเมื่อนางฟื้นขึ้นมา และตอนนี้นางก็ได้หายเป็ปกติแล้ว นางอยากออกไปสำรวจข้างนอกบ้านแล้ว ั้แ่มาถึงที่นี่นางถูกบังคับให้อยู่แต่ภายในบ้านจนนางรู้สึกเบื่อหน่ายเป็อย่างมาก
"พี่ใหญ่ท่านกำลังจะไปไหนหรือ"
นางเห็นหลี่ลู่เสียนสะพายตระกร้าเอาไว้ที่ด้านหลัง พร้อมกับสัมภาระหลายอย่าง จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อ๋อ ข้าว่าจะขึ้นเขาซักหน่อย"
คงเป็เพราะเขาเป็พี่ชายคนโตของบ้านและเป็บุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่มีในครอบครัว จึงทำให้เขามีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่กว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันในหมู่บ้านอยู่มากมายนัก แต่ในสายตาของนางแล้ว เขาก็เป็เพียงแค่เด็กวัยรุ่นทั่วไป ปีนี้เขาเพิ่งจะ13ปี โตกว่าหลี่ลู่เอินเพียงปีเดียวเท่านั้น
"ข้าขอตามไปด้วยได้หรือไม่"
นางส่งสายตาออดอ้อนผู้ที่มีศักดิ์เป็พี่ชาย ถึงแม้จะเป็เพียงเด็กน้อยในสายตาของนางก็ตามที
"แต่เ้าเพิ่งจะหายไข้..."
เขาพึมพำเสียงเบาเมื่อได้เห็นถึงสายตาออดอ้อนของน้องสาวของตน
"ข้าแข็งแรงดีแล้ว นะๆๆๆอยู่แต่ในบ้านมาหลายวันข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว"
หลี่ลู่เสียนทนต่อน้ำเสียงออดอ้อนไม่ไหวจึงเผลอพยักหน้าเบาๆไปตอนไหนก็ไม่ทราบได้ มารู้สึกตัวอีกทีทั้งสามคนก็ได้มาถึงูเาหลังบ้านเป็ที่เรียบร้อยแล้ว