ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 8 : จูบทางอ้อม

            รถยนต์สปอร์ตบางเฉียบสีเหลืองกำลังขยับไปข้างหน้าทีละน้อยบนสะพานที่มีการสัญจรแน่นขนัดอากาศช่วงสายกับการติดขัดบนถนนทำให้หลายคนค่อนข้างหัวเสียอยู่ไม่น้อย

     

            “คือว่า...มันจะเป็นการเสียมารยาทไหมถ้าจะขอถามอะไรสักหน่อย” โซอึนแสดงอาการกระอักกระอ่วนใจ

     

            “ถามมาได้เลย ผมยินดีตอบ”รอยยิ้มของจินทำให้เธอคลายความกังวลลง

     

            เป็นคนชอบคิดมากกว่าที่เห็นนะเนี้ย

     

            ภายนอกโซอึนอาจจะมองเป็นหญิงแกร่งสาวมั่นตามคนรุ่นใหม่แต่ไม่เลย เธอค่อนข้างขี้เกรงใจและวางตัวลำบากอยู่ไม่น้อยส่วนหนึ่งอาจเพราะเธอเติบโตมาจากที่อื่น

     

            “ทำไมคุณจินถึงมาเข้าร่วมแก๊งยากูซ่าได้ดูเหมือนคุณไม่ค่อยอยากเป็นสักเท่าไหร่เลย”

     

            “เพราะผมสัญญากับคุณปู่ว่าจะดูแลครอบครัวขนาดใหญ่นี้ไว้ที่สำคัญ คือไม่อยากให้ท่านต้องมาเจอเรื่องเจ็บปวดอีกแล้วด้วย”ชายหนุ่มพูดความในใจบางส่วนให้หญิงสาวด้านข้างฟัง

     

            หลังจากดำรงตำแหน่งมาได้สักพักโซอึนถือเป็นคนแรกที่ถามเขาด้วยคำถามนี้ดูเหมือนเธอก็ยังลังเลให้การก้าวเดินในเส้นทางแห่งยากูซ่า

     

            “ถ้าเลือกได้คุณจินไม่คิดปฏิเสธคำขอแล้วให้เหล่าทายาทผู้อาวุโสขึ้นมาแทนบ้างเหรอคะ”คำถามที่ไม่เหมือนจะถามจินถูกถามขึ้นอีกครั้งดูแล้วโซอึนคงไม่อยากเป็นสมาชิกแก๊งจริงๆ

     

            “ตอนนั้นตัวเลือกมันมีไม่มากด้วยแต่ว่า...แน่ใจเหรอครับว่าถามผม”

     

            “ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ” โซอึนก้มหน้าต่ำเธอกุมมือตัวเองแน่นเหมือนสิ่งที่ค้างคาอยู่ในอก

     

            “ถ้าเกิดลังเลที่เลือกสักอย่างมันไม่ดีแน่นอนครับ หากเรามั่นใจเสียอย่าง คำว่า ลังเล จะไม่ผุดขึ้นให้คิดคุณโซอึนลองทบทวนดูนะครับว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ แน่นอนผมยินดีรับฟังเสมอ”จินนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดจากประสบการณ์ของตัวเอง ถึงจะพูดออกมาง่าย แต่การจะทำมันนั้นยากพอสมควร

     

            พวกเรามักเฝ้าถามตัวเองแล้วเฝ้าถามอีกเส้นทางไหนถูกต้อง เส้นทางไหนดี ถ้าเกิดตอนนั้นเราเลือกอีกเส้นทางมันจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้หรือเปล่า ถ้าเกิดเราไปอีกทางมันคงไม่เป็นเช่นนี้ถ้า...แล้วก็ถ้า ซึ่งหมายความว่าเราไม่พอใจในตอนนี้ แค่เท่านั้น

     

            เพียงขับพ้นสะพานมาไม่นานจินต้องเบรกรถติดไฟแดงอีกครั้งเขามองผู้คนที่เดินผ่านตรงหน้าด้วยความคิดอันหลากหลาย

     

            ถ้าตอนนั้นเราไม่ได้ไปที่โลกอีกฝั่งตอนนี้เราจะทำอะไร อยู่ตรงไหนกันนะ

     

            “เหมือนเราจะคล้ายกันอยู่บ้างนะคะ”โซอึนมองไปยังจุดเดียวกับจิน

     

            “นั่นสินะคุณโซอึนก็ต้องสืบทอดตำแหน่งของตระกูลไปเหมือนกัน”

     

            ตระกูลของโซอึนรับผิดชอบดูแลอสังหาริมทรัพย์ของแก๊งมังกรคำรามแทบทั้งหมดตั้งแต่เด็กจนโตเธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการเรื่องพวกนี้มาโดยตลอดพบเจอผู้คนมาหลากหลายและจุดประสงค์มุ่งผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่

     

            “คนอื่นมักจะกลัวในการเผชิญหน้ากับยากูซ่าบ่อยครั้งที่คนรู้จัก เพื่อน ครอบครัว แม้กระทั่งคนรัก เพียงพวกเขาได้รู้ว่าตัวตนของเราเป็นอะไรก็เริ่มตีตัวออกห่างจนหายไปจากชีวิตคุณจินไม่กลัวจะเกิดขึ้นบ้างเหรอคะ”คำถามชุดใหม่เล่นเอาจินชะงักนิ้วที่กำลังเคาะตามจังหวะเพลงที่เปิดค้างไว้

     

            “ผมไม่อยากโกหกว่าไม่กลัวอนาคตจะเป็นยังไงก็คงให้มันต้องเป็นไป” แวบแรกจินคิดถึงพวกเทนตะขึ้นมาทันทีแต่เรย์กะคงไม่ เพราะเธอก็รู้จักวงการนี้

     

            “ว่าแต่คนสวยก็มีปัญหากับเขาเหมือนกันนะเนี้ย คนรักงั้นเหรออยากเห็นคนรักของคุณโซอึนเหมือนกันนะเนี้ย” จินหันมายิ้มให้คนด้านข้างเล่นเอาคุณเธอถึงกับหน้าขึ้นสี

     

            “มะ ไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะคะ”โซอึนคิดถึงคำพูดของตัวเองแล้วก็อายแทน

     

            “เราไม่รู้หรอกครับว่าอะไรเหมาะสมกับเราหรือไม่เหมาะสมแต่ชีวิตมันมักจะโยนบางสิ่งที่เราคู่ควรมาให้เสมอ อาจจะตอบภายในวันนี้ไม่ได้แต่หากเราดำเนินชีวิตต่อไป ชีวิตก็จะจัดสรรแล้วร้อยเรียงให้เราเองอย่าไปคิดมากครับ เดี๋ยวทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง ผมเชื่อว่าคุณโซอึนจะเจอทางของตัวเองไม่ช้าก็เร็วครับ”

     

            “พูดเหมือนคนที่ปลงกับชีวิตเลยนะคะ”พอเริ่มพูดคุยกัน โซอึนเริ่มตามอารมณ์ของจินไม่ทันแล้ว

     

            “ผมแค่พูดในสิ่งที่ตัวเองทำมาตลอดเท่านั้นเอง” เขาเหยียบคันเร่งไปข้างหน้าเมื่อเห็นสัญญาณไฟเขียว

     

            “ดูเหมือนคุณจินใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายมาตลอดสินะคะแต่ก็ดูเท่ไปอีกแบบเหมือนกัน” นานแล้วที่ไม่ได้มีใครชมกันตรงๆ ซึ่งๆ หน้าเล่นเอาเขาต้องยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขิน

     

            “งั้นเหรอครับผมแค่อยากมีชีวิตที่เป็นสงบสุขราบเรียบไปวันๆ เท่านั้น แต่ก็นะ เฮ้อ...”จินส่ายหน้าแสนเอือมระอาแก่ตัวเอง

     

            “ชีวิตที่แสนสงบแบบธรรมดางั้นเหรอคะ”โซอึนเอานิ้วชี้แตะปากตัวเองกำลังครุ่นคิดอย่างน่ารัก

     

            ตู้ม! เอี๊ยด!

     

            เกิดการระเบิดตรงตึกข้างหน้าด้านขวามือจากรถของจินเขาจึงต้องหักหลบไปด้านซ้ายของถนนและเบรกอย่างกะทันหันฝุ่นควันจากไฟตลบอบอวลออกจากที่เกิดเหตุเสียงกรีดร้องผสานความวุ่นวายชวนอลหม่านเต็มพื้นที่

     

            “ไม่เป็นไรนะครับ?”ในวินาทีนั้น จินรีบยื่นแขนซ้ายไปป้องกันคนด้านข้างกระแทกหน้ารถ

     

            “มะ ไม่เป็นค่ะ”โซอึนไม่แน่ใจว่าหัวใจตัวเองเต้นแรงเพราะตกใจหรืออะไรกันแน่แต่เท่าที่รู้มันกลับทำให้เธอรู้สึกดีแบบแปลกๆ

     

            “พูดถึงความสงบสุขเมื่อไหร่เป็นเรื่องทุกที!” จินสบถกับตัวเองอย่างเซ็งจิต

     

            “อะไรนะคะ”หญิงสาวหลุดจากภวังค์ของเหตุการณ์ตรงหน้า

     

            “เปล่าครับ”

     

            สถานที่เกิดการระเบิดเป็นธนาคารการเงินขนาดใหญ่ที่ตกแตกสวยงามหรูหราตามสมัยหากมองจากภายนอกอาจเผลอคิดว่าเป็นโรงแรมหรูชั้นนำด้วยซ้ำ

     

            แต่เคราะห์ร้ายวันนี้ดันมีโจรมาปล้นเสียอย่างนั้นเสียงไซเรนกันขโมยดังระห่มพร้อมกับภาพคนหนีตายกันจ้าละหวั่น

     

            “ไม่ใช่เรื่องของเรา ไปกันเถอะครับ”จินพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ไว้สุดขีด

     

            ท่องไว้จิน ท่องไว้มันไม่ใช่เรื่องของเรา จินท่องภายในใจราวกับบทสวดเขาชำเลืองตามองด้านนอกเห็นคนกำลังโทรแจ้งตำรวจจึงตัดสินใจเด็ดขาดไปเลย

     

            “แต่ว่า...” โซอึนเอื้อนเอ่ย

     

            “ไม่ใช่เรื่องของเราครับ”จินพยักหน้าพร้อมทำหน้าเคร่งขรึม

     

            “แต่ว่านั่นมัน...นั่นมันธนาคารของเรานะคะ”

     

            นั่นมันธนาคารของเรา ของเรา ของเรา...

     

            เสียงของโซอึนดังก้องกังวานหลายตลบอยู่ในหัวของจินฟางเส้นสุดท้ายของการห้ามใจได้ขาดผึ่งไปเป็นที่เรียบร้อย

     

            “คุณโซอึนพอมีผ้าหรืออะไรไว้ปิดปากไหมครับ”

     

            “อะ เอ่อ มะ มีคะ”โซอึนพยักหน้าและดึงหน้ากากอนามัยออกจากกระเป๋าด้านข้าง

     

            “ขอบคุณครับ รอในรถเงียบๆอย่าวิ่งไปไหนนะครับ เดี๋ยวผมมา” เขาก้าวลงรถไปโดยไม่ฟังคำตอบของหญิงสาว

     

            “ดะ เดี๋ยวก่อนคุณจิน คุณจิน!”โซอึนร้องท้วงเสียงดังแต่กลับไม่ทันเสียแล้ว จินหายหลบสายตาไปพร้อมฝูงชน

     

            “ใช้ไปแล้วนะคะ”

     

            โซอึนหน้าแดงขึ้นมาทันทีซึ่งจินไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าด้านที่เขาสวมนั้นมีรอยลิปสติกสีชมพูติดอยู่ด้วยทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอเผลอหยิบอันเก่าแทนที่จะหยิบอันใหม่ในกล่องอีกด้าน

     

            มันเหมือนว่าเราจูบกันทางอ้อมโซอึนเอามือจับหน้าตัวเองที่กำลังร้อนผาวเธอก้มหน้าเขินอายอยู่ภายในรถคนเดียวท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

     

            …

     

            ภายนอกของธนาคารหลายคนอาจหลงคิดไปว่ามันเป็นโรงแรมชั้นนำได้แต่เมื่อมองจากด้านในแล้ว คำกล่าวข้างต้นนั้นไม่ได้เกินเลยสักนิดสิ่งของเครื่องใช้และของตกแต่งภายในดูราวกับยกเค้าโรงแรมชั้นนำมูลค่ามหาศาลวางเก็บรักษาอย่างดีไว้ทุกมุมตึก

     

            มันคงดีไม่น้อยหากมาใช้บริการในยามปรกติไม่ใช่มีการก่อการร้ายเช่นวันนี้

     

            ปัง!!!

     

            “หากไม่อยากไส้ไหลหมอบอยู่กับพื้นแล้วเงียบ!” ชายในหน้ากากสิงโตพูดขึ้นหลังยิงปืนขึ้นเพดานจนเป็นรู

     

            กลุ่มก่อการร้ายปล้นธนาคารแห่งนี้มีด้วยกันหกคนทุกคนแต่งกายด้วยชุดพร้อมรบและอาวุธสงครามครบมือ สองคนดูลาดเลาด้านหน้าโรงแรมสองคนเดินเข้าไปกอบโกยเงินจากด้านในธนาคารจากตู้เซฟนิรภัยขนาดใหญ่ยักษ์อีกหนึ่งคนดูกล้องวงจรปิด

     

            แล้วตัวหัวหน้ากำลังคอยควบคุมสถานการณ์ตรงกลางห้องโถงพวกเขาทำงานกันราวกับมืออาชีพในการปล้น

     

            “พวกแกเร็วๆ หน่อยสิวะ!ไอ้บ้านั่นมันดันไประเบิดหน้าทางเข้าธนาคารเล่นแล้ว!”โจรหน้ากากสิงโตพูดผ่านหูฟังสื่อสารขึ้นเสียงดัง

     

            ดูเหมือนว่าจะมีผู้ก่อการร้ายอยู่ด้านนอกอีกคนและเผลอระเบิดด้านหน้าของธนาคารไปแล้ว

     

            “ก็ไอ้บ้านั่นจะชักปืนยิงใส่ข้านี่หว่าถ้าเป็นแก จะยืนให้มันยิงหรือไง” คนก่อเรื่องตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนเบื้องล่าง

     

            “แกหุบปากไปเลยรีบไปจุดนัดพบแล้วเตรียมรถให้พร้อมด้วย”เขาเงยหน้าขึ้นมองกล้องหนึ่งทีแล้วพยักหน้าให้

     

            เขาเดินไปหานายธนาคารคนหนึ่งที่นั่งใกล้ๆด้วยเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว

     

            “แกเป็นผู้จัดการที่นี่ใช่ไหม?”ชายร่างท้วมสะดุ้งตัวโบกมือพูดไม่เป็นภาษา

     

            “ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่!”

     

            “ชะ ใช่”

     

            หลังจากรับตำแหน่งผู้จัดการสาขาการถูกปล้นครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของที่นี่เลยก็ว่าได้เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยภายใต้การดูแลของแก๊งมังกรคำราม

     

            “บอกให้ทุกคนนำของมีค่าออกมาให้หมด”

     

            “อะ อะไรนะครับ”เขากำลังจะพูดแต่ดันลืมไปเสียอย่างนั้น

     

            “หูหนวกหรือไงบอกให้ทุกคนเอาของมีค่าออกมาโว้ย!” โจรหน้ากากสิงโตตวาดลั่นเสียงดัง

     

            ทุกคนต่างได้ยินก็รีบเอาของมีค่ากองไว้กับพื้นด้านหน้าตัวเองกันทันทีโดยไม่ต้องให้ผู้จัดการสาขาธนาคารแห่งนี้บอกด้วยซ้ำ

     

            ซวยชะมัด พวกเขาต่างคิดไปในทิศทางเดียวกัน

     

            วันนี้เป็นวันโชคร้ายของเหล่าผู้ใช้บริการและพนักงานของธนาคารแห่งนี้ทุกคนต่างไม่เคยคิดเคยฝันเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองในโลกแห่งความเป็นจริงได้ที่เห็นก็มีเพียงแค่ในละคร ภาพยนตร์ หรือในการ์ตูนเท่านั้น

     

            “ดีมากเชื่อฟังกันแบบนี้จะได้ไม่ต้องมีใครตาย แกไปเก็บมา!”โจรหน้ากากสิงโตหัวเราะแล้วสั่งผู้จัดการร่างท้วมไปเก็บรวบรวม

     

            แม้ใจจะไม่อยากทำแต่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาไม่มีทางเลือก

     

            “ด้านในไปถึงไหนแล้ว!”

     

            “...”หัวหน้าของกลุ่มสั่งการผ่านหูฟังสื่อสาร แต่กลับไม่มีใครตอบกลับแม้คนเดียว

     

            “เฮ้ย! ม้าลายได้ยินไหม?”เขาลองพูดรหัสลับกับอีกคน

     

            “ได้ยินสิวะ! หูไม่ได้หนวกรถพร้อมแล้วนะเว้ย!” ชายที่เตรียมรถด้านนอกตอบกลับ

     

            “นกฮูกได้ยินไหม”

     

            “ได้ยินครับหัวหน้า”ชายในห้องบันทึกภาพรีบเก็บของใส่กระเป๋ากำลังจะออกจากห้อง

     

            “เห็นอะไรจากกล้องบ้างไหม”

     

            “ไม่เห็นอะไรผิดปรกติเลยแต่ว่าหัวหน้า...กล้องจากด้านในห้องของตู้เซฟเหมือนถูกทำลายไปแล้วครับ”โจรหน้ากากนกฮูกพูดตกใจจนทำให้หลายคนแสดงสีหน้าเครียด

     

            “หมาป่า ได้ยินตอบด้วย!”น้ำเสียงลนลานดังวนอยู่ในหูฟังจากกำมือของชายปริศนา

     

            “เฮ้ย! หมาป่า ได้ยินตอบด้วย!!!”คนที่เหลือช่วยกันเรียก

     

            “ชักไม่ดีแล้วว่ะ รีบเผ่นกันเร็วทุกคนถอย!”

     

            ตุ้บ!

     

            “!!!” ยังไม่ทันจะวิ่งออกไปยังจุดนัดพบจู่ๆ ก็มีบางอย่างลอยข้ามหัวเขาไป พอเพ่งสายตามองดูดีๆแล้วก็พบว่าเป็นชายในหน้ากากหมาป่ากับหน้ากากแมวนอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น

            

            “ไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น”เสียงของใครคนหนึ่งดังพร้อมกับย่างสามขุมมาด้วยแววตาสีทอง

     

            “แกเป็นใคร!!!”

    คล้ายกับเรื่องยากูซ่าพลังผู้กล้า ที่คุณอ่าน