ณ ตึกสูงใหญ่ใจกลางเมืองที่ผู้คนมากมายมักนิยมมารักษาตัว
ใช่ ที่นี่คือ โรงพยาบาล
ที่แผนกจิตเวช ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีหมอ จิน และแม่ของเธออยู่ในนั้น
"ผลวินิจฉัยออกมาแล้วนะครับ
น้องเป็โรคฝันกลางวันนะ"
"ค่ะ…"
ไม่…ไม่หรอก เธอไม่ได้เป็ มันก็แค่ฝัน เธอเอาแต่คิดแบบนั้น
"เอ่อ…แล้วก็-"
คุณหมอไม่ทันได้พูดจบ แม่ของจินก็พูดแทรกขึ้นมาเพราะความหงุดหงิดและเสียเวลา
"เห้ออออ โรคบ้าโรคบออะไร ทำไมไม่เป็บ้าไปเลยล่ะ จะได้ไปอยู่โรงพยาบาลบ้าไปเลย"
"อ-เอ่อ…"
คุณหมอถึงกับไปไม่เป็ เขามองหน้าแม่ลูกสลับกันไปมา ไม่คิดว่าคนเป็แม่จะพูดแบบนั้นออกมาได้
เขารู้ดีว่าปัญหาส่วนมากมาจากคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัว แต่พอผลวินิจฉัยออกมาพ่อแม่ส่วนมากมักจะอ่อนข้อและลดทิฐิลง ทำความเข้าใจมากขึ้น ปรับตัวเข้าหาลูกมากขึ้น แต่แม่ของผู้หญิงคนนี้เป็คนแบบน้ำล้นแก้ว ตรรกะผิดเพี้ยน
เธอไม่มีความเห็นใจลูกของเธอเองเลย ดูจากที่คนวัยทำงานเป็แบบนี้ได้ ต้องอยู่ในสถานการณ์แย่ๆแบบนี้มาั้แ่เด็กๆแน่ๆ
เขารู้สึกสงสารและเห็นใจเธอเหลือเกิน เขาทำได้เพียงรักษาเธอตามหน้าที่และเป็กำลังใจให้เธออย่างห่างๆเท่านั้น
"นี่คือใบสั่งยาครับ ออกไปเลี้ยวซ้ายเดินตรงไป ห้องจ่ายยาจะอยู่ทางขวามือนะครับ"
"เห้ออ ค่า ค่า ค่า"
แม่ของจินรับใบสั่งยาแบบไม่สบอารมณ์นัก กรอกตาและหันหลังเดินออกไปทันที
"เอ่อ…ผมจะนัดให้มาเจอ ตรวจอาการ ทุกๆ สองสัปดาห์นะครับ"
"เห้อออออ จิน!! ลุกออกมาสิ!!!"
หญิงสาวรีบลุกและเดินตามแม่ออกไปทันที
คุณหมอรู้สึกเห็นใจเธอจากใจจริง ตลอดที่เธอรับการรักษา เธอเอาแต่ก้มหน้า สายตาเหม่อลอย ตัวเธอเล็กเกินที่จะเรียกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ เขาพยายามช่วยเธออย่างเต็มที่แล้ว แม่ของเธอคงไม่แย่ขนาดที่จะพาลูกมาหาหมอแค่เดือนละสองครั้งไม่ได้หรอก
หากเธอได้รับการรักษาที่เต็มที่และสม่ำเสมอ เธอคงจะดีขึ้นในไม่ช้าแน่
ถ้าเธอยังมีความตั้งใจอยู่อ่ะนะ…
.
.
.
แม่ของจินเดินมาจ่ายยาที่เคาเตอร์ เธอยื่นใบสั่งยาให้ เ้าหน้าที่ก็จัดยาให้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับพูดคำแนะนำต่างๆ ให้แม่ของเธอฟัง เพื่อนำไปใช้ในการดูแลต่อด้วย
การรักษาโรคที่ดี คือ มีแพทย์และยาที่ดี มีครอบครัวคอยซัพพอร์ทให้กำลังใจ คนไข้ถึงจะผ่านไปได้
"อันนี้คือยา Fluvoxamine
ใช้รักษาโรคฝันกลางวันนะคะ แนะนำให้ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และพยายามให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงเื่ที่ทำให้กระทบจิตใจด้วยนะคะ"
เ้าหน้าที่ยิ้มด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม เพราะทุกคนที่มาที่นี่มักจะมีเื่ทุกใจ เธอแค่อยากให้กำลังใจทุกคนเท่าที่ทำให้ได้
เธอยื่นบิลให้แม่ของจิน แม่ของจินมองบิลค่ายาก็ถึงกับเบิกตาโพลง
"อะไรเนี่ย! ทำไมมันแพงอย่างนี้ ยาบ้าอะไรเนี่ย!"
เ้าหน้าที่เข้าใจดี ว่าเื่พวกนี้บางคนก็มองว่ามันถูก แต่กลับบางคนอาจจะแพงสำหรับเขาก็ได้
"เอ่อ ราคายาทุกชนิดที่นำมาใช้รักษาโรค รักษาอาการต่างๆ ทุกอย่างมักมีต้นทุนค่ะคุณผู้หญิง แต่ถึงมันจะราคาแพง แต่มันสามารถช่วยรักษาลูกของคุณได้นะคะ ยากล่องนี้มี 50 เม็ด สามารถกินได้ถึง เดือนกว่าๆเลยนะคะ หากนำมาหารเป็ต่อวันเทียบกับการรักษาที่ลูกของคุณจะได้รับ มันคุ้มค่ามากๆเลยนะคะ"
เ้าหน้าที่อธิบายให้เธอเข้าใจมากขึ้น และยืนยันว่าการจ่ายเงินของเธอ จะคุ้มค่ากับการรักษาลูกของเธออย่างแน่นอน
ใช่…แม่ควรจะเป็แบบนั้น
แต่ไม่ใช่กับแม่ของจิน…
เธอคิดแค่ว่า มัน! ทำ! ให้! เธอ!เสีย! เงิน!
"พร่ำบ้าพร่ำพออะไร ใครจะไปเข้าใจ แค่จ่ายก็พอใช่มั้ย เอาไป!"
เธอเอาเงินโยนให้เ้าหน้าที่ หยิบยาและเดินออกไปเลย ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกแย่ๆที่ผุดขึ้นมาอย่างกระทันหัน เ้าหน้าที่ทุกคนงุนงงกับการกระทำของเธอ
จินก็ทำได้เพียงเดินตามแม่ของเธอออกไป
ตลอดทางที่กลับบ้าน จินทำได้แต่ปิดปากเงียบ เธอไม่รู้ว่าจะต้องพูดว่าอะไรที่จะทำให้เธอไม่ต้องโดนทุบตี ไม่รู้ว่าควรขอโทษหรือขอบคุณดี แต่ตอนนี้แม่ของเธอก็นิ่งเงียบ เธอรู้สึกเบาใจขึ้นนิดหน่อย แม่เธออาจจะรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ได้…
จนมาถึงบ้าน
แม่ของเธอะเิอารมณ์ที่กักเก็บมาจากที่โรงพยาบาลด้วยการโยนยาไปที่หน้าของจิน
มุมกล่องก็ดันแทงเข้าตาเธอเต็มๆ เธอเจ็บตามากๆ จนน้ำตาไหล เธอเอามือน้อยๆยกขึ้นปิดหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ได้แต่เงียบและฟังแม่ของเธอพูด
"รู้มั้ย! ว่าระหว่างทางฉันอดทนมากแค่ไหน!! โรคบ้าโรคบออะไร ไม่เห็นจะรู้จัก! ฉันเสียเวลาทั้งวันเพื่อพาแกไปหาหมอ แต่กลับเป็โรคบ้าอะไรก็ไม่รู้เนี่ยนะ!!! แล้วค่ายาตั้งเท่าไหร่ เงินตั้งเท่านั้นซื้อเหล้าให้พ่อแกได้เป็สิบขวดเลยนะ! แกไปปรับตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจะไม่พาแกไปหาหมออีก! เข้าใจมั้ย!!!!"
เหอะ…จินอยากจะขำให้กับคำที่แม่ของเธอพูดออกมาจริงๆ
มัน…ตลกชะมัด…ฮ่าๆ เื่ปัญญาอ่อนนี่…
แต่ทำไมน้ำตาของเธอกลับไหลออกมา เธอไม่เข้าใจ… ไม่เข้าใจเลยจริงๆ…
เธอก้มลงมองพื้นน้ำตาไหล เธอเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ เธอสะอึกเสียงสั่น
แต่เสียงสะอึกของเธอกลับทำให้แม่ของเธอรู้สึกโมโหมากกว่าเดิม
"น่า…รำคาญ!!!!"
แม่จินตบหน้าลูกของเธอจนล้มลง และเอามือกระชากผมให้เธอลุกขึ้นมาอีกครั้ง
จินเจ็บหนังศีรษะมากจนเหมือนผมของเธอจะหลุดออกจากหัว
เธอโดนกระชากให้เดินตามไปที่ห้องของเธอเอง เธอไม่อยากคิดเลยว่าจะโดนอะไรต่อ
จนเธอโดนเขวี้ยงลงบนพื้น หน้าของเธอกระแทกเข้ากับพื้นอย่างจัง จนโหนกแก้มและปากเธอแตก
"อยากร้องมาก ก็ร้องให้ตายไปเลย!!!"
เพี๊ยะ!! ตุบ! ตุบ!! ตุบ ตุบ!
แม่เธอระบายความโกรธด้วยการตบหน้าลูกของเธอ และปล่อยหมัดไปที่ต้นแขนของจิน
จินพยายามปกป้องตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หมัดของแม่เธอกลับเข้ามาที่นิ้วของเธอเต็มๆ จนเธอได้ยินเสียงดังเหมือนว่ากระดูกของเธอจะหัก
จินเจ็บและระบมไปหมดทั้งตัว
ใจของเธอเองก็เช่นกัน
เธอคิดว่าแม่ของเธอจะรู้สึกผิดกับเธอสักนิด
แต่ไม่เลย…
เมื่อแม่เธอระบายจนหนำใจ ก็เดินออกไปโดยไม่เหลียวแลหรือหันกลับมามองจินเลย
ปัง!!!
เสียงบรรเลงเพลงเนื้อได้จบลงก็มีเสียงปิดประตูดังสนั่น
เหลือไว้เพียงความมึนงงของหญิงสาวที่หัวกระแทกพื้นและร่างกายฟกช้ำนอนอยู่บนพื้น
เธอนอนอยู่อย่างนั้น เธอเจ็บหัวมากจนสายตาเธอเบลอ จนผ่านไปสักพักเธอพึ่งรู้สึกตัว และลุกขึ้นมานั่งได้
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!!!!!"
เธอขำออกมาให้กับชีวิตของตัวเอง ทั้งที่ยังมองไม่เห็นแท้ๆ แต่น้ำตาเ้ากรรมก็ยังไหลออกมาเพิ่มอีก ยิ่งทำให้เธอมองไม่เห็นเข้าไปใหญ่
เธอกัดปากตัวเองแน่น แววตาที่ไร้ความหวังจนถึง่เวล
าสุดท้าย เธอทำได้เพียงก้มลงเอามือปิดหน้าและพึมพำออกมา
"ทุกอย่างมันเป็แค่ฝัน…แค่ฝัน…จริงๆ…ใช่มั้ย... พอล…บอกฉันทีสิ ฉัน...ไม่ไหวแล้ว…."