ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    ใบหน้าละม้ายคล้ายกับเยว่ซิน

    “ในยามนี้ ทางการพากันหาตัวข้าวุ่นไปหมด ข้าจะเชื่อได้อย่างไร ว่าใต้เท้าตงซันจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับข้า หากเขาเห็นใบหน้าข้าแล้วรู้ว่าข้าคือขโมย จะทำเช่นใด”

    “เจ้าคิดเกินไปแล้ว ในเมื่อใต้เท้าตงซันไม่เคยเห็นหน้าขโมยมาก่อน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเป็นขโมย” คำพูดของหวงซีเหรินทำให้ความคิดเตลิดของหลันฮวา ค่อย ๆ สงบลง

    “เจ้าไปพบเขา ในฐานะคนรักของข้า อย่าลืมสิ” สายตาคมเข้มกำลังให้ความมั่นใจกับนาง ก่อนที่หลันฮวาจะทบทวนทุกสิ่งช้า ๆ ตามคำพูดของเขา แล้วยอมไปพบใต้เท้าตงซันพร้อมกับหวงซีเหรินทันที

    “เอามือของเจ้ามา” หวงซีเหรินพูดพร้อมยื่นมือมารอรับนาง หลันฮวาเห็นดังนั้นจึงส่งยิ้มอ่อน แล้วเอื้อมไปจับเขาอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทั้งสองจะมุ่งตรงไปยังโถงว่าราชการ พร้อมกุมมือกันแน่น

    เพียงแรกพบ สายตาของใต้เท้าตงซันถึงกับเบิกกว้าง เขาสำรวจใบหน้าของหญิงสาว ที่เคียงคู่มากับซีเหรินด้วยความแปลกใจอย่างถึงที่สุด

    “เหตุใดใบหน้าของนาง จึงเหมือนกับเยว่ซินตอนเป็นสาวถึงเพียงนั้น” ชายกลางคนลอบคิดในใจ พลันพินิจมองใบหน้าของหลันฮวาอย่างเงียบ ๆ หลังจากหญิงสาวย่อตัวทำความเคารพแล้วนางจึงส่งยิ้มอ่อนให้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง

    “นี่คือแม่นางยู่จิน..คนรักของเจ้า” หวงซีเหรินปล่อยมือหญิงสาวออกแล้วน้อมตัวลง

    “นางคือยู่จิน หญิงที่ข้ารัก” สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม ใต้เท้าตงซันจึงหันกลับมายังหญิงสาวอีกครั้ง

    “เหตุใดใต้เท้าตงซันจึงมองหน้าข้าเช่นนั้น ฤาว่าเขาจะรู้ว่าข้าคือขโมย” สายตาล่อกแล่กของหลันฮวาค่อย ๆ เผยออกมาจนหวงซีเหรินรู้สึกผิดสังเกต แล้วเลื่อนสายตามองไปยังมือของนางที่กำลังเกร็งและมีเหงื่อออก ชายหนุ่มรีบเอื้อมมากระชับมือของหลันฮวาแน่น แล้วหันรอยยิ้มอบอุ่นมายังหญิงสาวเพื่อให้นางรู้สึกผ่อนคลาย

    “แม่นางยู่จิน งดงามมากเลยนะเจ้าคะ” ไป่หลานเอ่ยชมพร้อมกับหัวใจที่กำลังเจ็บปวด ก่อนที่หลันฮวาจะเลื่อนสายตาไปยังต้นเสียง แล้วส่งยิ้มอ่อนให้นางอย่างเป็นมิตร

    “ใต้เท้าตงซัน ข้ากับนางมีใจรักมั่นตรงกัน เหตุนี้ข้าจึงไม่อาจรับรักแม่นางไป่หลานได้ หาใช่ว่าเพราะไป่หลานมิคู่ควรแต่เพราะข้ามีคนรักแล้ว จึงไม่อาจ...” ยังไม่ทันที่หวงซีเหรินพูดจบ หญิงสาวจำใจเอ่ยขึ้นในทันที

    “แม่นางยู่จินงดงามถึงเพียงนี้ นางเหมาะสมกับท่านแล้วเจ้าค่ะ” ไป่หลานพูดออกมา พร้อมเลื่อนขนมมาให้กับหลันฮวา

    “ข้าทำขนมมา เจ้าลองชิมดูสิ” หลันฮวาเห็นดังนั้นจึงหันมองไปยังหวงซีเหริน ก่อนเขาจะพยักหน้าเป็นการอนุญาต

    “เช่นนั้นข้าขอลองชิมดูนะเจ้าคะ” หลันฮวาหันมาเอื้อมหยิบขนมชิ้นนั้นเข้าปาก เพียงแรกสัมผัสที่รสชาติแตกซ่าน หลันฮวาถึงกับเบิกตากว้าง แล้วรีบเคี้ยวจนหมด ก่อนจะหยิบชิ้นที่สองขึ้นมาเคี้ยวต่อด้วยความแปลกใจในรสชาตินั้น เมื่อชิ้นที่สองหมดปากแล้ว นางจึงหันมายังไป่หลานแล้วทำหน้าประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

    “ข้าไม่เคยกินขนมใด อร่อยเท่านี้มาก่อน เหตุใดเจ้าจึงทำขนมอร่อยถึงเพียงนี้” คำชมจากหลันฮวาทำให้ไป๋เยี่ยนเอ่ยขึ้น

    “หากเจ้าอยากทำขนมอร่อยเช่นนาง ข้าจะขอร้องให้นางมาสอนเจ้า ดีฤาไม่”

    “ได้ฤาเจ้าคะ ไม่รบกวนนางไปฤาเจ้าคะ” หลันฮวาพูดพร้อมกับมองขนมในมือด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนที่รอยยิ้มอ่อนของไป่หลานจะเผยออกมา

    “หากเป็นประสงค์ของเจ้า ข้าก็ยินดี สูตรขนมนี้เป็นของแม่ข้า เจ้าจะได้ทำให้คุณชายซีเหรินทานได้บ่อยครั้ง ดีฤาไม่” คำพูดของไป่หลานทำให้หลันฮวาพยักหน้างึกงัก ในขณะที่ใต้เท้าตงซันพยายามจับสังเกตท่าทางและแววตาของหลันฮวาอยู่ตลอดเวลา

    “เหตุใดนางจึงเหมือนเยว่ซินถึงเพียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นดวงตาหรือแม้แต่รอยยิ้ม ยิ่งตอนนางเผลอแล้ว ราวกับเป็นคนเดียวกัน” ใต้เท้าตงซันทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

    “เจ้าเป็นบุตรสาวของผู้ใด” คำถามของใต้เท้าตงซันทำเอาหลันฮวาชะงัก พลันหันมองหวงซีเหรินในทันที เขาทอดสายตาแน่นิ่งครู่หนึ่งก่อนจะแย้มยิ้มออกมา

    “ด้วยว่าพ่อแม่ของหลันฮวาหมดบุญนานแล้ว นางจึงรอนแรมค้าขายอยู่เพียงผู้เดียวตามลำพัง ข้าคิดเป็นห่วงนางจึงตัดสินใจพามาอยู่ด้วยกันที่ตระกูลหวง” คำพูดของหวงซีเหรินทำให้ชายกลางคนเข้าใจมากขึ้น

    “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ข้าเสียใจด้วย แต่เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรข้าก็เชื่อว่าตระกูลหวงจะดูแลเจ้าได้เป็นอย่างดี”

    “เจ้าค่ะ” หลันฮวาตอบด้วยกิริยาอ่อนน้อม ก่อนรอยยิ้มของใต้เท้าตงซันจะคลี่ออก ทว่ากิริยาที่คล้ายคลึงกับภรรยาของเขา ใต้เท้าตงซันจึงกล่าวถามต่ออีก

    “เจ้าอายุเท่าใดแล้ว”

    “สิบเจ็บย่างสิบแปดเจ้าค่ะ” คำตอบของหลันฮวาทำให้ชายกลางคนนิ่งเงียบ แล้วหวนนึกย้อนกลับไปราวสิบเจ็ดปีก่อน

    “นางกับลูกสาวของข้ามีอายุเท่ากันอย่างนั้นฤา นางมีอายุเท่ากัน รวมถึงหน้าตาแลกิริยาของนางยังคล้ายกับเยว่ซินราวกับคนละคน น่าแปลกใจนัก” ใต้เท้าตงซันคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งแล้วหันมายังไป่หลาน

    “นางมีอายุมากกว่าเจ้าหนึ่งปี” ใต้เท้าตงซันพูดด้วยน้ำคำราบเรียบ ก่อนที่หญิงสาวจะหันมาแย้มยิ้มให้กับหลันฮวาด้วยสายตาเป็นมิตร

    “เช่นนั้นข้าก็ควรเรียกท่านว่าพี่หลันฮวา”

    “...” หลันฮวายิ้มอ่อน ไม่ตอบโต้

    “ข้าคิดไม่ถึง ว่าพวกเจ้าสองคนจะผูกมิตรกันได้รวดเร็วถึงเพียงนี้” ไป๋เยี่ยนเอ่ยขึ้นพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม

    “แต่ข้าคิดว่า...ไป่หลานกำลังหาเพื่อนอยู่มากกว่า พอดีที่แม่นางยู่จินมีอายุไล่เลี่ยกับนาง ก็ถือเอาโอกาสนี้มาเป็นข้ออ้าง” เต้าเท้าตงซันรินชาแล้วยกดื่ม ก่อนที่เสียงหัวเราะของหวงเฉิงเซ่อและไป๋เยี่ยนจะดังลอดออกมา

    “ท่านพ่อ..หาใช่เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย” ไป่หลานพูดเง้า

    “หากเป็นอย่างที่ใต้เท้าตงซันพูดจริง ข้าก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีนะเจ้าคะ แม่นางยู่จินเอง ก็จะได้มีเพื่อนในวัยเดียวกันด้วย” ไป๋เยี่ยนยังคงกล่าวด้วยน้ำคำอ่อนหวาน

    “ยู่จินเจ้าชอบขนมของไป่หลานมากฤา” ใต้เท้าตงซันหันไปถามหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่

    “เจ้าค่ะ”

    “เช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะให้ไป่หลานมาสอนเจ้าทำขนมดีฤาไม่”

    คล้ายกับเรื่องยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน ที่คุณอ่าน