ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่241 จับตัวมาสอบปากคำ

“ไอ้เอ มึงไม่เป็นอะไรใช่ไหมเพื่อน...” โชคใช้เท้าเขี่ยเพื่อนที่นอนกุมด้ามมีดอยู่บนพื้น เขากลัวเกินกว่าจะก้มลงไปดูเอง ได้แต่ยืนถอยห่างออกมาด้วยมือไม้สั่นระริก

“ไอ้เวร ไม่เป็นไรกับผีน่ะสิ กูกำลังจะตายเนี่ย อึ๊ก...รีบๆ เอามีดออกไปสักทีสิ แม่งมีดเป็นของจริง มึงแกล้งกูใช่ไหมไอ้โชค!” เอทั้งเจ็บทั้งจุกแน่นไปหมด อยากลุกขึ้นไปอัดเพื่อนใจแทบขาดแต่ไม่มีแรงลุก ทำได้เพียงนอนก่นด่าด้วยความโกรธ พ่นคำหยาบคายออกมาไม่หยุดหย่อน

“กำลังจะตาย...เออๆ กูจะช่วยมึงเอง...” โชคเกือบจะเข้าไปจับมีดแล้วเชียวแต่อยู่ๆ ก็ชะงักเท้า มองหน้าเอพร้อมกับครุ่นคิดบางอย่าง สักพักจึงนำผ้าที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วก้มตัวลงไปนั่งข้างเอ ใช้ผ้าเช็ดถูด้ามจับมีดทำครัว

ส่วนเอไม่มีแรงพูดแล้ว ใบหน้าคล้ำดำแห้งเผือด เม็ดเหงื่อผุดไผบนหน้าผาก กำลังจะตายอยู่รอมร่อ

“ขอโทษนะเอ แต่กูว่ามึงคงไม่รอดแล้วว่ะ อีกอย่างหนึ่งบางทีนายจ้างอาจจะคิดว่ามันไม่สมจริงจึงต้องมีตัวตายตัวแทน เพราะงั้นมึงก็ตายๆ ไปซะนะ เพื่อแผนจะได้สมบูรณ์ ส่วนเมียของมึง มึงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เดี๋ยวกูจะดูแลมันแทนมึงเอง” โชคเช็ดลายนิ้วมือไปก็บ่นไป ไม่อยากมองหน้าเพื่อนรักหากแต่กำลังยิ้มมุมปากมีความสุข

เมื่อเพื่อนร่วมงานตายนั่นหมายความว่าเขาจะได้เงินส่วนของมัน แบบนี้จะไม่ดีใจได้ยังไง

เงินยิ่งเยอะเที่ยวผู้หญิงได้อีกนาน

นอกจากนั้นแฟนเอยังทำงานเป็นเซลล์ขายรถ งานนี้มีหวังเขาได้ขย่มเบาะหนังหลังรถไม่ได้พัก

เอสิ้นใจตายไปทั้งอย่างนั้น ส่วนโชคก็หลบหนี พอเชฟปลายฝนออกมาจากครัวก็พบศพนอนตายกลางร้าน ระหว่างนั้นมีคนเข้ามาในร้านจึงโทรเรียกตำรวจแล้ว

ทุกอย่างดูพอเหมาะพอเจาะ คล้ายกับเตรียมการไว้ล่วงหน้า และเมื่อฟังจากคำพูดระหว่างเริ่มงานของเอและโชค เจมส์ก็ยิ่งมั่นใจว่ามันเป็นแผนที่ใครบางคนได้เตรียมไว้

และแน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหุ้นส่วนเรือนหงส์หยกที่ส่งคนมาเล่นงานก่อนหน้านั้น

คนอื่นที่อยู่แถวนี้คงไม่บ้าถึงขนาดวางแผนร้ายเพราะปลายฝนมาขายทับเส้น

เอาเข้าจริงเธอไม่ได้กำไรเลยด้วยซ้ำ เป็นไปได้ยากที่คนในพื้นที่จะเกลียดชังถึงขั้นอยากใส่ร้ายให้ตายในคุก

“เจ้านายครับ จะทำยังไงต่อไปดีครับ” หุ่นแบนเนอร์ถามเมื่อเห็นเขาเอาแต่ยืนเงียบ

“ไม่เห็นต้องถาม ผมต้องการจับตัวผู้ถือหุ้นเรือนหงส์หยกสองคน มาแบบเป็นๆ” เขาเก็บกล้องกาลเวลาหลังจากได้รู้เรื่องราว

“เข้าใจแล้วครับ”

“อย่าเพิ่ง เรียกทอยมาก่อน”

“เอ๋...รุ่นพี่ทอยเหรอครับ”

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจหุ่นแบนเนอร์ เพียงแต่ชั่วโมงบินของทอยสูงกว่าเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากข้อผิดพลาด การใช้ทอยลักพาตัวคนจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาด

ทอยที่กำลังสนุกกับการทำไร่ในเมืองเชียงใหม่และสนุกกับร่างกายของออยเมียแดเนียล ถึงกับรีบวางจอบวางเสียมลงเลยทีเดียว เมื่อรู้ว่ามีงานสนุกๆ เช่นการลักพาตัวให้ทำ

ระหว่างนั้นเจมส์ได้รับการติดต่อจากเนตร ฟังว่าเธอมาถึงพัทยาแล้ว

“ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องปลายฝน ผมกำลังหาหลักฐาน คุณแค่เตรียมทนายไว้ก็พอ ยิ่งเก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดี” เจมส์บอกเธอผ่านโทรศัพท์

“คุณมั่นใจใช่ไหมว่าจะหาหลักฐานได้” เนตรถามอย่างร้อนใจ

“มั่นใจสิ พัทยาคือถิ่นผม การหาหลักฐานไม่ใช่เรื่องยากอะไร ที่สำคัญตอนนี้คุณรีบไปเยี่ยมปลายฝนเถอะ”

“ก็ได้ ถ้าคุณว่าอย่างนั้นฉันก็จะให้คุณจัดการเรื่องหลักฐาน แต่ถ้าหากต้องใช้เวลานานแล้วเพื่อนฉันยังอยู่ในห้องขัง คุณโดนแน่!”

“รับรองว่าไม่นาน” เจมส์ไม่ได้โกรธที่เธอโมโหใส่ เพราะถ้าหากเพื่อนเขาโดนแบบนี้ก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

“เอาล่ะพรุ่งนี้เจอกัน หวังว่าฉันจะได้รับข่าวดีนะ”

“รอได้เลย คุณจะไม่ผิดหวัง”

เนตรวางโทรศัพท์ลง รอบกายเธอมีชายที่อยู่ในชุดสูทราคาถูก รูปร่างเทียบกับบอดี้การ์ดของเจมส์ไม่ได้หากแต่ภายใต้ชุดสูทกลับเต็มไปด้วยลายสักจากจอมขมังเวทย์อาคม

“คุณหนูขับ ผมติดต่อหาคุณเจแปนแล้ว เขาบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้ คุณหนู..”

เนตรโบกมือตัดบท “ฉันจะไปสถานีตำรวจก่อน ส่วนชายที่ชื่อเจแปนอะไรนั่น ทำยังไงก็ได้ให้มันพูดออกมา ฉันต้องการคำตอบจากปากมัน!”

“เข้าใจแล้วครับ”

............

ราวๆ ห้าทุ่มกว่า ที่เรือ'AMEIRA'

มีคนอยู่ด้วยกันหลายคน หลักๆ คือชายในชุดสูทสีดำหัวล้าน

นอกจากนั้นยังมีชายหญิงคู่หนึ่งที่ถูกมัดมือไว้นั่งติดกับเก้าอี้ ขยับตัวไปไหนไม่ได้ ในขณะที่เรือกำลังแล่นฉิวในความมืดกลางทะเล

“ไอ้พวกเวร มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร กูคือชานนท์นะเว้ย! ลูกชายของผู้มีอิทธิพล มึงรู้ตัวหรือเปล่าว่าจับใครมา!” ชานนท์แหกปากตะโกน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่อยู่ๆ ก็ถูกลักพาตัวระหว่างทางกลับบ้านมาบนเรือที่ไหนก็ไม่รู้

“พวกมึงต้องการอะไร ต้องการเงินเหรอ...หึหึ พวกมึงคิดผิดแล้วที่เล่นงานกู กูเป็นคนของคุณเจแปน ถ้าหากเขารู้เรื่องกูขึ้นมา พวกมึงไม่รอดแน่!” เก๋ไก๋ยังปากดีไม่เปลี่ยน แม้จะถูกจับแต่ยังแว๊ดๆ ไม่หยุด ยกคนอื่นขึ้นมาอ้าง โดยหวังว่าสถานการณ์จะเปลี่ยน

เจมส์หันมามองด้วยหางตา

ชายหญิงคู่นี้คือคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ผิดแน่

อาศัยข้อมูลที่ได้จากคนเข้าไปทำลายข้าวของปลายฝนเมื่อหลายวันก่อน บวกกับเหตุการณ์ฆ่าคนที่ถูกจัดฉาก จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้เด็ดขาดนอกจากชานนท์และเก๋ไก๋ที่ไม่อยากเห็นปลายฝนได้ดี

เสียง'เพี้ย'ดังขึ้นสองทีเมื่อทั้งคู่แหกปากตะโกน

ชานนท์และเก๋ไก๋ถูกตบจนหน้าแดงโดยทอย

“ไอ้เวรเอ้ย มึงกล้าตบกูเหรอ มึงรู้ไหมว่ากู...” ชานนท์สถบคำหยาบ ไม่มีมาดผู้ดีจอมเสแสร้ง ทว่าเพียงพูดไม่กี่ประโยคก็ถูกทอยตบอีกครั้ง คราวนี้ฟันร่วงจากปากถึง 4 ซี่

“เจ้านายไม่ชอบคนเสียงดัง เขาชอบให้พวกคุณนั่งเงียบๆ เพราะงั้นอย่ามาโทษผมเลย” ทอยหัวเราะว่า

“มึงคิดว่ากูจะกลัวเหรอ ต่อให้มึงตบกูมากกว่านี้ กูก็ไม่กลัวหรอก ก็แค่ตบ...” ชานนท์อวดเก่งแต่ไม่ทันไรก็ถูกตบฟันร่วง เก้าอี้ล้มลงไปที่พื้น ทำให้หัวเขากระแทกพื้นเย็นๆ เจ็บทั้งปากทั้งหัว ร้องไห้งอแงเหมือนกับเด็กๆ ไม่มีผิด

เก๋ไก๋พลันปิดปากสนิท ผลลัพธ์ของคนที่ไม่ยอมฟังมีให้ดูกันเห็นๆ นอกจากนั้นถึงเธอจะนิสัยปากคอเราะร้าย แต่ก็ไม่โง่ถึงกลับไม่เข้าใจสถานการณ์

“ติดสติกเกอร์ให้พวกมันพูดความจริง” เจมส์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าสั่งการ ทอยพยักหน้ารับคำ แล้วเดินไปเปิดกระเป๋า ใบหน้ากระยิ้มกระหยิ่มระหว่างที่นำสติกเกอร์ออกมาใช้งาน

ครั้งที่แล้วใช้กับผู้จัดการห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้า หมอนั่นพูดความจริงออกมาหมดเปลือก นอกจากนั้นภายหลังยังลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น เรียกได้ว่าสติกเกอร์พูดความจริงคืออุปกรณ์ที่ทอยชอบมาก

“สติ๊กเกอร์เหรอ...” เก๋ไก๋ที่ถูกจับมัดไว้บนเก้าอี้ไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูด เธอเกือบจะหลุดขำหากเป็นเวลาปกติ

ไอ้พวกบ้าปัญญาอ่อนจับเธอมาแล้วติดสติกเกอร์บ้าบอชะมัด

แทนที่จะเรียงคิวกันเวียนเทียน ไอ้โล้นพวกนี้สงสัยไม่รู้จักของดี ไม่รู้จักกินเสียเลย

เมื่อติดสติกเกอร์ลงไป เจมส์เริ่มถามคำถาม “พวกแกจ้างคนไปทำร้ายเชฟปลายฝน แล้วก็วางแผนฆ่าสินะ”

“ใช่เราส่งคนไปทำร้าย แต่ไม่ได้วางแผนฆ่า แค่ใส่ความนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ชานนท์ที่ถูกจับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ เป็นฝ่ายตอบ

“ทำไมถึงทำแบบนั้น”

“เพราะยายปลายฝนมันเป็นเชฟมิชลิน ฉันเองก็ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะแต่เธอมีฝีมือพอตัวเลยทีเดียว พอเธอออกจากร้านไปเรือนหงส์หยกก็ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้า คุณเจแปนก็ดูจะไม่พอใจ แถมยังขึ้นค่าเช่าเราเพราะยายปลายฝนคนเดียว!” เก๋ไก๋ตะโกนด้วยถ้อยคำหยาบช้า ดูเธอจะจงเกลียดจงชังปลายฝนมาก

ติดสติกเกอร์แล้วก็ยังมีอารมณ์รุนแรงเมื่อพูดถึงชื่อปลายฝน

“เพราะงั้นเลยทำทุกวิถีทาง เพื่อให้เธอเจ๊งสินะ”

เก๋ไก๋พยักหน้า “ใช่ มันกล้าดียังไงเอาหุ้นที่พวกเราให้มาฟรีๆ แลกกับเงินล้าน หน้าด้านเกินไปแล้ว ปีกกล้าขาแข็งก็ทำกร่าง ไม่เห็นหัวคนที่สร้างมันมากับมือ อยากจะออกไปเปิดร้านเป็นของตัวเอง ดูก็รู้ว่ามันต้องการท้าทายเรือนหงส์หยกของฉัน!”

“แล้วนอกจากสั่งคนไปป่วนร้าน ยังตั้งใจทำให้เธอติดคุกด้วยสินะ”

เก๋ไก๋หัวเราะขัน “แน่สิ ฉันอยากให้มันติดคุกถึงได้จ้างคนไปแสดงละคร...ความจริงไอ้ชานนท์มันใจอ่อน มันตั้งใจใช้มีดปลอมแล้วจ้างตำรวจใต้โต๊ะทำงานให้ แต่ฉันกลัวว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ เลยซ้อนแผนเปลี่ยนไปใช้มีดจริงจัดการ ผลก็อย่างที่เห็น ไอ้หมอนั่นตายตาเหลือกกลางร้านอาหารของอีปลายฝน ต่อให้เธอเป็นเชฟมิชลินแต่มีประวัติฆ่าคนตายใครเขาจะเข้าร้าน ไม่สิ...ปัจจุบันต้องเข้าไปอยู่ในกรงขังต่างหาก ฮ่าฮ่า!”

เก๋ไก๋เป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่จิตใจของเธอช่างอัปลักษณ์เกินจะเยียวยา

“เอาล่ะ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่พวกแกหวังหรอก เพราะอีกเดี๋ยวฉันก็จะช่วยปลายฝนออกมาเอง” เจมส์ลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเรืออีกลำที่เพิ่งมาถึง

ส่วนทั้งสองคนจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญเพราะหลักฐานได้มาแล้ว

ไม่สิเขาต้องไว้ชีวิตทั้งคู่ก่อน เพราะเดี๋ยวตำรวจก็จะเข้ามาสอบปากคำว่าจริงหรือเท็จ