“นี่มันเื่อะไรกัน”พ่อของหวังเจี้ยนรู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็ลม แต่โชคยังดีที่กลับมาได้ทัน ยังดีที่ได้บุตรชายคนโตประคองเอาไว้ได้ทันการ
“ข้าจะฝึกยุทธ์กับท่านอาจารย์ขอรับท่านพ่อ นางเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอรับ”ว่าแล้วหวังเจี้ยนก็ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่นาง ได้โปรดช่วยข้าหน่อยขอรับท่านอาจารย์
ฟางเซียนเออร์กลอกตามองบนไปมาอยู่หลายที ก่อนจะรวมลมปราณไว้ที่ฝ่ามือแล้วผลักมันออกไปเบาๆ ที่ก้อนหินที่พวกนายช่างขนมากองไว้ หินก้อนนั้นหลังจากที่โดนลมปราณของนางปะทะเข้าก็กระเด็นออกไปตกที่บริเวณมุมกำแพงอีกฝั่งนึง นายช่างหวังมู่และพี่ใหญ่หวังเจียว ขยี้ตาของพวกเขาไปมาอยู่หลายที จากนั้นพวกเขาจึงประสานมือขึ้นมาตรงหน้าก่อนจะพูดว่า “จอมยุทธ์น้อยๆ” ด้วยความเคารพ
“ท่านอนุญาตข้าเถอะท่านพ่อ ท่านพี่”หวังเจี้ยนยังคงอ้อนวอนขอร้องท่านพ่อและท่านพี่ของเขา
นายช่างหวังมู่มองหน้าเ้าใหญ่ และหันไปสบตากับหวังเจี้ยนแล้วจึงกล่าวว่า “ถ้ามันเป็สิ่งที่เ้าอยากจะทำพ่อกับพี่ชายเ้าก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้” ก่อนที่พวกเขาจะโค้งคำนับนาง ฟางเซียนเออร์จึงรีบหยุดพวกเขา “นายช่างหวังมู่ท่านไม่ต้องเกรงใจ ข้าเห็นว่าพี่หวังเจี้ยนมีความตั้งใจจริง จึงจะสอนวิชายุทธ์ให้กับเขาเ้าค่ะ”
“รบกวนแล้วๆ”เมื่อเห็นเื่ราวจบลงได้ด้วยดีฟางเหมยลีจึงบอกกับนายช่างหวังมู่ว่า “พรุ่งนี้ถ้าพวกท่านมาทำงานก็อย่าลืมพกสุราติดมือมาด้วยนะเ้าคะ” เมื่อญาติทั้งสองฝ่ายยินยอมก็ถือว่าเื่นี้จบลงด้วยดี
“เอาละๆ เ้ามาช่วยแม่ยกผัดผักกาดกับซาลาเปาไส้หมูออกไปให้พวกนายช่างหน่อยซิ”มารดาของนางเรียกนางแล้ว แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ขยับไปไหน พี่หวังเจี้ยนก็รีบวิ่งไปช่วยยกอาหารทันที “ท่านน้าข้าเองๆ ข้าช่วยท่านยกเองขอรับ” ฟางเซียนเออร์ยืนมองพี่หวังเจี้ยนที่ยิ้มหน้าบานจนปากจะฉีกถึงขมับอยู่แล้วด้วยความขบขัน
เมื่อใกล้เวลาเลิกงานแล้วพวกนายช่างก็เตรียมตัวที่จะกลับบ้านกันยกเว้นแต่หวังเจี้ยนเท่านั้น “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ข้าจะขึ้นไปดูที่ตีนเขาสักหน่อย เมื่อ่สายๆ ข้าทำกับดักปลากับอาจารย์น้อยไว้ ข้าจะไปดูสักหน่อยว่าดักปลาได้กี่ตัว”
“ไปซิข้าจะไปกับเ้าด้วย”
“ได้ซิพี่ใหญ่ ท่านพ่อถ้าอย่างนั้นท่านรอพวกเราสักครู่นะขอรับ”
หลังจากพวกเขาหายไปได้ไม่่นาน ฟางเซียนเออร์ก็เดินมาหานายช่างหวังมู่ “นายช่างหวังมู่ท่านไม่ต้องกังวลไปนะเ้าคะ พี่หวังเจี้ยนนั้นมีความพยายามมากนะเ้าคะเดี๋ยวข้าจะช่วยให้พี่หวังเจี้ยนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่ดีเองเ้าค่ะ” นางพูดพร้อมกับส่งเงินค่าจ้างของวันนี้ให้กับนายช่างหวังมู่
“ข้าเข้าใจแล้ว ชาวบ้านอย่างพวกข้าใช่ว่าจะได้เจอกับผู้ฝึกยุทธ์ได้ง่ายๆ ในเมื่อ์ลิขิตก็คงต้องปล่อยไปตามนั้น” ใช่ชาวบ้านอย่างพวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เป็ผู้ฝึกยุทธ์กับเขาได้ ไม่มีใครคิดจะรับพวกเขาเข้าเป็ศิษย์ หรือเข้าสำนักฝึกสอนได้ง่ายๆ นี่ก็ถือว่าเป็โชคชะตาของลูกชายของเขา
ไม่นานนักหวังเจี้ยนก็ถือที่ดักปลาเข้ามาพร้อมกับพี่ใหญ่ของเขา “ท่านพ่อท่านดูนี่ ข้าดักปลาได้ตั้ง 3 ตัวเชียวนะขอรับ” “ใช่ๆ ท่านพ่อข้าแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาไม่คิดว่าเจี้ยนๆ ของเราจะเก่งขนาดนี้”
“พี่ใหญ่ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะหยุดเรียกข้าว่าเจี้ยนๆ สักทีจะได้ไหม ข้าอายนะขอรับ” หวังเจี้ยนโกรธพี่ชายของเขาแล้วจริงๆ มาเรียกเขาแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์น้อยได้อย่างไรกัน “พี่ใหญ่ขอโทษ ๆ ไม่เรียกแล้วๆ” ถึงปากจะกล่าวคำขอโทษแต่หวังเจียวนั้นก็ยังคงหัวเราะน้องชายของเขา ไม่ว่าอย่างไรน้อยชายของเขาก็ยังคงเป็เด็กในสายตาของคนเป็พี่อยู่วันยังค่ำ
“พวกเ้าจะทะเลาะกันไปทำไม ขายหน้าจริงๆ”นายช่างหวังมู่บ่นพวกเขาหน่อยๆ “ถ้าอย่างนั้นข้ากลับก่อนนะ” นายช่างหวังมู่หันมาบอกกับนาง “เ้าค่ะ ข้าไปส่งพวกท่าน” นางไปส่งพวกเขาที่ประตู ถึงนายช่างหวังมู่จะพูดแบบนั้นแต่นางก็ยังคงเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของนายช่างหวังมู่ยกขึ้นเล็กน้อย คนแก่นะคนแก่ถึงปากจาบ่นจะว่าแต่ลึกๆ คงจะมีความสุขไม่น้อย
ฟางเซียนเออร์กลับเข้าไปในบ้าน แล้วตรงไปที่ห้องครัว นางมองกิ่งองุ่นป่าและต้นบ๊วยที่อยู่มุมหนึ่งของห้องครัว นางหยิบมันขึ้นมาใส่ไว้ในตระกร้า แล้วหยิบจอบเพื่อไปขุดดินที่หลังบ้าน จากนั้นไม่นานนางก็ยกถังที่ใส่ดินมาว่างไว้ข้างๆห้องครัว แล้วจึงเข้าไปในห้องเพื่อนำเศษผ้าที่เหลือใช้ออกมา นางตัดมันเป็แผ่นๆ ยาวเท่าๆ กันจากนั้นจึงจับกิ่งองุ่นขึ้นมา1กิ่งแล้วกำดินที่อยู่ในถังขึ้นมาแล้วชำกิ่งองุ่นพันด้วยผ้าที่นางตัดไว้ก่อนหน้านี้อีกที แล้วเอาเชื่อกฟางมัดไว้อีกทีหนึ่ง การชำกิ่งองุ่นของนางก็เสร็จสมบูรณ์
===ติ๊ด ยินดีด้วยขอรับเ้านาย===
อยู่ๆ ก็มีหน้าต่างประหลาดเด้งขึ้นมาตรงหน้าของนาง ฟางเซียนเออร์ใจนล้มก้นกระแท็กพื้นอย่างแรง นางมองหน้าต่างแปลกประหลาดก่อนจะะโเรียกท่านแม่ของนาง “ท่านแม่ๆ ท่านแม่เ้าคะ” ฟางเหมยลีที่ทำกับข้าวอยู่ในครัวรีบวิ่งออกมาดูนางด้วยความเป็ห่วง “เ้าเป็อะไรไป”
“ท่านแม่ ท่านแม่เห็นสิ่งนี้หรือไม่ ” นางชี้ไปที่หน้าต่างแปลกๆนั่น “อะไรของเ้า เ้าเหนื่อยจนตาลายไปแล้วหรือ” ฟางเหมยลีที่คิดว่าลูกสาวของนางคงแกล้งอำนางเล่นแล้วจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปในครัวแล้วลงมือทำกับข้าวต่อ “เ้าเด็กคนนี้นี่จริงๆ เลย”
===ขออภัยขอรับเ้านายที่ทำให้ท่านใ สิ่งที่่ท่านเห็นอยู่นี้ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้นอกจากท่านคนเดียวนะขอรับ โปรดเรียกกระผมว่าเสี่ยวเอ้อ กระผมมีหน้าที่ดูแลระบบร้านค้าสุราต่างมิตินะขอรับ===
หรือนี้จะเป็สิทธิพิเศษที่พวกพระเ้าประทานมาให้สำหรับคนที่มาส่วมร่างของคนอื่นที่เขาเล่าลือกันนะ
===มิใช่ขอรับเ้านาย มันคือข้อผิดพลาดขอรับ มิติที่ท่านเสียชีวิตนั้นเป็สิ่งที่ไม่ถูกต้องอายุขัยของท่านยังอยู่ได้อีกนานซึ่งมันเป็ข้อผิดพลาดของทางเราเองนะขอรับ===
“อะไรนะ เ้าว่าข้ามีอายุที่ยืนยาวแล้วข้าจะตายได้ยังไงกัน นี่เ้าได้ยินสิ่งที่ข้าคิดด้วยหรอ”
===ขอรับ ถ้าเ้านายอนุญาตเสี่ยวเอ้อก็สามารถอ่านความคิดของเ้านายได้===
“ไม่ๆ หยุดมันเดี๋ยวนี้”
===ขอรับ หยุดเชื่อมต่อกับสมองของเ้านาย เปลี่ยนเป็เรียกใช้ด้วยคำสั่งเสียง===
“แล้วทำไมเ้าถึงเพิ่งจะปรากฏตัวออกมาละ”
===ก็ท่านเพิ่งจะทำภารกิจที่เกี่ยวข้องสำเร็จนะขอรับ แล้วก็ระบบร้านสุราต่างมิตินี้เป็สิ่งที่เทพเ้าทรงประทานให้ท่านเพื่อชดเชยในสิ่งที่ท่านได้เสียไปนะขอรับ (((มิอย่างนั้นท่านเทพก็ยังคงไม่สบายใจเท่าไหร่เมื่อได้ยินท่านบ่นว่าท่านคิดถึงสุราของท่านนักหนา เสียงในใจของเสี่ยวเอ้อ)))===
===อ่อ ท่านเทพได้มอบสิ่งนี้ให้กับท่านด้วยขอรับ===
เมื่อพูดจบกำไลหยกสีชมพูเหลืบมุกก็ถูกสวมไว้ที่ข้อมือของนางทันที “นี่คืออะไร” ฟางเซียนเออร์มองกำไลหยกที่อยู่บนข้อมือของนาง
===สิ่งนี้เรียกว่า มิติย่อยสามชั้นฟ้า นี่เป็ของศักสิทธ์ ท่านลองหลับตาแล้วคิดในใจว่าเข้ามิติ และถ้าท่านจะออกมาให้พูดว่าออกมิติ เท่านั้นขอรับ===
ฟางเซียนเออร์ฟังคำอธิบายของเสี่ยวเอ้อแล้วลองทำตามเมื่อนางเข้ามาด้านในมิติที่นางอยู่นี้แทบจะไม่ต่างจากด้านนอก
===มิติสามชั้นฟ้ามีทั้งหมด 3 ชั้น ตอนนี้เ้านายสามารถใช้ได้แค่ชั้นที่ 1 เท่านั้นภายในมิติเวลาจะขึ้นอยู่กับเ้านายว่าจะปรับเวลาเอาไว้แบบไหน ท่านสามารถจัดเก็บสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตเข้ามิติ เพียงแค่ท่านคิดหรือพูดว่า “เก็บเข้ามิติ” “นำออกจากมิติ” เท่านั้น ขอรับ===
“ออกมิติ”เมือนางพูดนางก็ออกจากมิติได้อย่างง่ายดาย นี่มันดีจริงๆ
“อย่าลืมกดติดตามและเป็กำลังใจให้ยัยน้องกันนะคะ”