บทที่ซ่อนอยู่ 2
“วันนี้พวกเรามีภารกิจที่ต้องทำกับหน่วยที่ 7 หรอคะ” วรกานต์ประหลาดใจมาก เธอไม่คิดว่าพิรัตน์จะรับภารกิจนี้มาเลย เขาควรจะเลี่ยงภารกิจที่ต้องทำร่วมกันไม่ใช่หรอ? ดูก็รู้ว่าคนรักของเธอนั้นเกลียดหัวหน้าหน่วยทางนั้นมากขนาดไหน แถมวันนี้ก็ยังขอให้รัญเข้าร่วมภารกิจด้วย แม้ว่าเธอจะไม่จำเป็ต้องเข้าร่วมเลยก็ตาม
สถานการณ์นี้มันน่าแปลกเกินไป
“คุณรัตน์ หรือว่าจะให้รัญกลับไปรอที่ห้องดีคะ” เพราะห่วงความรู้สึกของคนข้างกายอย่างมาก แม้ว่าเธอกับคุณเวกัสจะไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แถมเจอกันครั้งไหนก็มีแต่เื่ที่ทำให้เธอต้องรบกวนเขาอยู่ตลอดก็ตาม แต่เธอก็ยังเลือกสามีของตนเองก่อนเป็อันดับแรก
“หืม? อะไรกัน รัญคิดว่าพี่ไม่สามารถแยกแยะงานและเื่ส่วนตัวได้ขนาดนั้นเลยหรอ? หืม?” ชายหนุ่มลูบหัวคนตัวเล็กเบามือ เขาหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ท่าทางไม่เหมือนกับ่เวลาปกติที่ได้เจอกันเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าคุณรัตน์สบายใจ รัญก็ไม่ได้มีปัญหาหรอกค่ะ” เธอถอนหายใจออกมา ถ้าสามีว่าแบบนั้นก็ควรจะเป็แบบนั้นแหละใช่ไหม? แน่นอนว่ารัญไม่ได้รู้เลยว่าวันนี้ เธอมาที่นี่เพื่อยืนยันการตายของใครบางคนก็เท่านั้น
หัวหน้าหน่วยที่ 7 เดินหน้าขรึมมา แม้ว่าเขาจะไม่ชอบอีกฝ่าย แต่ภารกิจที่ถูกโยนมาโดยพวกผู้นำก็เป็ภารกิจที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ นอกจากนี้ยังเป็ภารกิจบุกเบิกที่เขาชอบรับทำอีกต่างหาก ดังนั้นเพื่อที่จะได้ตามหาร่องรอยของน้องสาว เขาไม่ควรจะปฏิเสธภารกิจนี้จริงๆ
“ฉันรับหน้าที่แนวหน้า ช่วยดูข้างหลังให้ด้วยก็แล้วกัน” น้ำเสียงเ็าของอีกฝ่ายแสดงให้เห็นว่าเวกัสไม่ได้อยากจะร่วมงานกับหน่วยที่สามพอๆกับที่หน่วยที่สามเกลียดชังหน่วยที่ 7 นั่นแหละ
พอมีปัญหาจากพวกหัวหน้า พวกลูกน้องก็พลอยไม่ชอบใจกันไปด้วย
เวกัสพูดแค่นั้นแล้วก็ตั้งใจจะจากไป แต่เมื่อเขาได้เห็นร่างเล็กๆในแขนของรัตน์ เขากลับหยุดอยู่ชั่วขณะหนึ่งแล้วยื่นสร้อยสีเงินมาให้เธอ
“นี่...”
“ฝากเอาไว้ก่อน”
“คะ?”
“ถ้าเสร็จภารกิจแล้วฉันจะมาขอคืน แต่ถ้าฉันไม่ขอคืน ก็ช่วยส่งมันให้กับผู้นำปราการด้วย” คำพูดที่เป็เหมือนลางร้ายทำให้รัตน์ที่ควรจะไม่พอใจกลับมีสีหน้าประหลาดๆ
เขาหัวเราะออกมาหลังจากได้ยินคำพูดนี้ เวกัสไม่ได้สนใจ เขาเพียงเดินหันหลังจากไป ปล่อยให้รัญถือจี้สีเงินรูปหัวใจไว้อย่างนั้น ราวกับลังเลว่าจะเอาอย่างไรกับมันดี พิรัตน์กลับเป็ฝ่ายสวมมันลงคอให้กับเธอเสียอย่างนั้น
“ทำตามคำสั่งเสียของคนตายก็ดีนะ ิญญาจะได้ไม่มาวุ่นวายกับรัญของฉันอีก”
“คุณรัตน์ ทำไมพูดไม่ดีแบบนั้นคะ”
“ก็แค่เผื่อเอาไว้น่ะ” รัญเม้มริมฝีปาก เธอมองดูคนตัวสูงที่จากไป รู้สึกว่าร่างของเขาเริ่มเลือนรางในสายตาของตนเองจริงๆ
การต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มต้นขึ้น ซอมบี้จากในอาคารพักอาศัยของพวกนักศึกษานี้มากมายจริงๆ อาจจะเพราะมันเป็หอพักราคาถูกก็เลยมีคนมาที่นี่มากกว่าที่อื่นๆ พวกเขาล่อซอมบี้ไปทางไหนก็มีมากกว่า 100 ตัว เรียกว่าเป็งานที่ตึงมือเลยทีเดียว
“พี่รัตน์คะ พวกเราไม่ไหวแล้ว แฮ่กๆ”
“ถ้าซอมบี้มามากกว่านี้ พวกเราไม่มีทางรับมือได้แน่ พลังของฉันดูเหมือนว่าจะใช้ออกได้อีกแค่ 3 ครั้งเท่านั้นค่ะ”
“พวกเราควรจะไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆไหมคะ” พวกผู้หญิงส่งเสียงเตือนออกมา พวกเธอไม่้าที่จะเข้าไปในหอพักมากกว่านี้แล้ว ถ้ายังฝืนต่อไปคงจะมีแต่อันตรายแน่นอน
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็กลับ...”
“กรี๊ด!!!”
“ซอมบี้ระดับสูง!!!” เสียงกรีดร้องของพวกผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังทำให้รัตน์ชะงักไป เขาตั้งใจที่จะถอยตามคำร้องของเหล่าภรรยาอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดเลยว่าจะมีซอมบี้ระดับสูงปรากฏตัวเช่นนี้
เขาเป็คนที่เดินนำอยู่ข้างหน้า ซอมบี้ระดับต่ำยังพัวพันกับตนเองเช่นนั้นทำให้ไม่อาจจะผละตัวออกไปได้ เป็อีกครั้งที่สถานการณ์ของกลุ่มวิกฤติแล้ว
ตึง!!
การโจมตีแรกของซอมบี้ระดับสูงถูกหยุดด้วยกล่องบาเรียของรัญชนา เพียงแต่พลังของเธอยังไม่มากพอที่จะต้านการโจมตีครั้งที่สองได้ ดังนั้นมันจึงพังั้แ่การโจมตีแรก ถึงอย่างนั้นด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่มี รัญชนาเรียกบาเรียที่สองออกมาทันที และเธอก็ตรึงขาของซอมบี้ระดับสูงนั้นไว้ ทำให้มันเสียหลักไปเล็กน้อย และการโจมตีที่สองก็ไร้ผล
“ทุกคนหนีไป” รัญกล่าวเสียงเครียด เธอเป็คนเดียวที่ยังมีพลังเหลืออยู่ เพราะตลอดทางเธอไม่ได้ทำหน้าที่ดีนัก พวกภรรยาของคุณรัตน์คนอื่นๆมีประสบการณ์มากกว่า ดังนั้นการเคลื่อนไหวจึงรวดเร็วมาก ไม่รอให้รัญได้แสดงฝีมือ พวกเธอก็จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยหมดแล้ว
นี่นับเป็ครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่รัญได้แสดงฝีมือของตนเองออกมาอย่างเต็มความสามารถ ถึงจะรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ใช้พลังของตนเองเสียทีก็เถอะ แต่มันกลับเป็สถานการณ์ที่วิกฤติเช่นนี้เสียได้
“รัญ! ถอยมา ลลิลไปรั้งซอมบี้ระดับต่ำ ฉันจะไปจัดการซอมบี้ระดับสูงเอง” หัวใจของรัตน์หล่นวูบ ถ้าจะต้องเสียใครไปสักคน รัตน์รู้ว่าเขาไม่้าเสียรัญไปมากที่สุดแล้ว
“พี่รัตน์คะ ฉัน ฉันทำไม่ได้ค่ะ ฉันไม่มีพลังเหลือแล้ว”
“อะไรวะ!! แล้วคนอื่นล่ะ ศิตาพร น้ำมนต์!”
“ไม่ค่ะ ฉันก็ไม่เหลือพลังแล้วเหมือนกัน” ทุกคนส่ายหน้า เมื่อเจอการต่อต้านในสถานการณ์แบบนี้ รัตน์ก็หัวเสียไม่น้อย
ถ้าเป็ซอมบี้ระดับต่ำล่ะก็...พวกผู้หญิงยังมีโอกาสรอดอยู่ แต่จะให้สู้กับซอมบี้ระดับ 3 ยิ่งถ้าคนๆนั้นเป็รัญ ไม่มีทางเลยที่เธอจะรับมือได้นาน อย่าลืมว่าพลังต่อสู้ของมนุษย์ขึ้นอยู่กับค่าประสบการณ์ในการล่าเหมือนกัน รัญเข้ามาอยู่ในกลุ่มไม่นาน และไม่ได้ใช้พลังบ่อยนัก หลายครั้งทั้งเขาและพวกผู้หญิงคนอื่นๆจะบอกให้รัญอยู่เฉยๆเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเหนื่อย ทว่าตอนนี้เขาได้รู้แล้วว่าความคิดนั้นไม่ถูกต้องเอาเสียเลย
“ไม่เป็ไรค่ะ ทุกคนหนีไปก่อน ฉันอาจจะรั้งได้สักครู่หนึ่ง...”
“อย่าฝืนตัวเอง ฉันจะนับให้สัญญาณ หลังจากที่ฉันนับเสร็จ ลลิล น้ำมนต์ และศิตาพรจะต้องออกไปถ่วงเวลาซอมบี้ระดับต่ำเอาไว้ให้ได้ แล้วรัญค่อยไปช่วยจัดการซอมบี้ระดับต่ำพวกนั้น ฉันจะสลับกับรัญเพื่อโจมตีซอมบี้ระดับสูงนี้” รัตน์ออกคำสั่งเสียงเข้ม เขาไม่้าให้ใครปฏิเสธอีก
น่าเสียดายที่คำสั่งของเขาจะมีความหมายอะไร หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกผู้หญิงสามารถใช้น้ำตาก่อกวนเขาได้ ดูเหมือนทุกคนจะคิดเช่นนั้นกันหมดแล้ว
“พี่รัตน์ ฉันทำไม่ได้ค่ะ ฮือๆ”
“แง้ๆ พี่รัตน์ ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน ฉันไม่มีพลังแล้ว จะรับมือกับซอมบี้ระดับต่ำได้ยังไง แง้ๆ”
“พี่รัตน์ช่วยด้วยนะคะ ถ้าให้พวกเราไปถ่วงเวลาพวกซอมบี้ระดับต่ำ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็อาจจะตายได้สิคะ” พวกเธอแสดงความเห็นแก่ตัวกันออกมาอย่างไม่ปิดบัง
รัตน์ขมวดคิ้วมุ่น ตอนนี้เขาอาจจะใช้ดาบไฟของตนเองฟาดไปที่พวกผู้หญิงน่ารำคาญเหล่านี้จริงๆ ถ้าเทียบกับรัญและวรกานต์แล้ว คนอื่นๆก็แค่ตัวถ่วงของเขาเท่านั้น!!
“ฉันบอกว่า...”
ปัง!!!
ยังไม่ทันที่รัตน์จะได้ตวาดใส่ใครสักคน ร่างของซอมบี้ระดับ 3 ก็ล้มลงไปคุกเข่าที่พื้น แม้ว่ามันจะพยายามลุกขึ้นมาขนาดไหนก็ตาม แต่กลับไม่สามารถขยับไปข้างหน้าได้แม้เพียงเซนฯเดียว!
“คุณเวกัส” รัญที่คิดว่าตนเองคงจะไม่รอดแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ บรรยากาศระหว่างพวกเขาดูอบอุ่นอย่างประหลาด ในขณะที่ด้านหลังเกือบจะมีมีดแทงใส่รัญไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เป็ผู้ชายคนนี้ที่ปรากฏตัวมาช่วยได้เสมอ
“หลบไป” เขาพูดออกมาอย่างหงุดหงิด ท่าทางที่โมโหและพาลใส่ทำให้รัญชนาชะงักไป เธอไม่คิดว่าบุรุษตรงหน้าจะมีท่าทางเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เธอถอนหลังออกมาแล้ว พิรัตน์ก็คว้าเธอเอาไว้แล้วพาออกมาจากที่นั่นทันที
รัญอยากจะท้วงว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมช่วยเหลือคุณเวกัส แต่ท่าทางของรัตน์ที่กำลังเต็มไปด้วยความโกรธทำให้รัญไม่กล้าเอ่ยถามออกไปแม้เพียงคำเดียว
หลังจากที่หนีออกมาในครั้งนั้น เธอก็ได้ยินข่าวในภายหลังว่าเขาเกิดการบ้าคลั่งและต่อสู้กับซอมบี้ทั่วทั้งหอพักนักศึกษา เป็เพราะเขาได้เห็นซอมบี้น้องสาวของเขาเอง ทั้งยังเป็น้องสาวสุดที่รักและหวงแหนมากที่สุด หญิงสาวกลับได้ปรากฏตัวอยู่ในห้องของนักศึกษาชายคนหนึ่งที่เคยถูกสั่งห้ามไม่ให้คบหากัน นี่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ตอนวันสิ้นโลก เธอก็ยังมาที่นี่เพื่ออยู่กับผู้ชายคนนั้น
แน่นอนว่าในนิยายไม่เคยได้บรรยายละเอียดไปมากกว่านี้ รวมถึงสิ่งที่รัญได้รู้ก็ไม่ได้ละเอียดเช่นกัน เหมือนกับมีใครบางคนปิดหูปิดตาของเธออยู่ ความจริงที่เธอรู้มีอะไรบ้างก็ยังไม่แน่ใจ แต่ที่รู้ๆก็คือ....เธอยังไม่ได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณของผู้ชายคนนั้นสักครั้งเดียว
ในเนื้อเื่ของนิยายที่ถ่ายทอดออกมา นักเขียนจงใจข้ามรายละเอียดจำนวนมากและแสดงให้นักอ่านเห็นแค่การเคลื่อนไหวของรัญชนาผิดปกติ เธอเหมือน้าโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายคนอื่นจนทำให้พระเอกตามไปหึงหวงและมีปากเสียงกันบางครั้ง การปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือรัญในตอนขับขันยิ่งไม่เคยพูดถึง มีบทบาทแค่ตอนที่พวกเขาแสดงความเมตตาต่อกัน ราวกับมีใจก็เท่านั้น
ด้านที่นักอ่านรู้และทำให้ผู้คนเกลียดชังตัวละครอย่างรัญในภาคแรก ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเธอไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากหน้าตาที่ดี ทั้งยังสร้างปัญหามาให้พระเอกจนทะเลาะกับหน่วยที่ 7 โดยไม่จำเป็ เมื่อจบเื่นี้ หน่วยที่ 7 ถูกยึดทรัพยากรทั้งหมดให้กับหน่วยที่ 3 ก็สมควรแล้ว...
ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนที่ซ่อนอยู่ทั้งหมดนี้ นักอ่านรวมถึงรัญชนาในตอนนี้ก็ไม่ได้รู้เช่นกัน การที่หญิงสาวแสดงความกังวลออกมาหลังจากที่ได้เห็นคำประกาศกร้าวของพิรัตน์คงจะเป็แค่สัญชาตญาณที่เฉียบแหลมก็เป็ได้
บางที...แม้แต่นักเขียนเองก็ไม่รู้ว่าจะมีนักอ่านบางคนที่ถูกดึงเข้ามาอยู่ในร่างของรัญ และเลือกที่จะตีตัวออกห่างจากพิรัตน์ที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ สุดท้ายยังไปเลือกอยู่กับฝ่ายของเวกัสั้แ่วันแรกที่ได้พบเจอ ผลก็คือ...เื่ทั้งหมดค่อยๆถูกเปิดโปงออกมาทีละนิดๆ อย่างที่เป็อยู่ตอนนี้....
……………………………………………………………………..
หลังจากตอนนี้ไป ไรท์จะเริ่มติดเหรียญให้อ่านล่วงหน้าวันละ 1-2 ตอนนะคะ โดยจะติดกำลังใจตอนละ 2 กำลังใจ สำหรับตอนล่วงหน้า แล้วจะเปิดให้อ่านฟรีทุกวัน วันละตอนค่ะ
ฝากติดตามและสนับสนุนไรท์ตาดำๆคนนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ