เอวาหลุดออกจากจินตนาการอันเพ้อฝันของเธอกับยูตะ เพราะมาร์คเดินเข้ามาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ เเต่โชคดีที่เธอคุมสติได้จึงไม่ร้องกรี๊ดตกใจออกมา เอวานั่งรถออกมาพร้อมๆกับมาร์ค เเต่ทว่าในหัวของเธอกลับมีแต่ใบหน้าของยูตะลอยไปมาอยู่ตลอดเวลา
เอวาหันไปมองมาร์คแล้วนึกอยู่ในใจว่าเธอจะสลัดมาร์คทิ้งได้ยังไง เพราะตอนนี้เธอดันไปมีใจให้ยูตะผู้ชายอบอุ่นคนนั้นซะแล้ว
"เป็นอะไรไปเอวา ผมเห็นคุณนั่งเงียบๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"
"เอ่อ..ก็เอวากำลังนึกถึงเรื่องยัยมะลิอยู่น่ะค่ะ ทำไมมาร์คต้องทำร้ายเธอขนาดนั้นด้วยคะ ไม่สงสารเธอบ้างหรอคะ?"
"มาอารมณ์ไหนเนี่ย ปกติคุณก็ไม่ชอบยัยนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ทำไมตอนนี้มาพูดว่าสงสาร ก็คุณเองไม่ใช่หรอที่อยากให้ผมเลิกกับยัยนั่นน่ะ"
"มันก็ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คุณอย่าลืมนะคะว่าคุณเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ระดับต้นๆและกำลังจะเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อีกด้วย ถ้ามีข่าวออกมาว่า คุณเลิกกับภรรยาเพราะภรรยามีชู้แบบนี้ มันจะไม่สร้างผลเสียให้กับธุรกิจของคุณหรอคะแล้วอีกอย่าง คนอื่นจะมองยังไงล่ะคะ ในเมื่อพวกคุณเพิ่งแต่งงานกันยังไม่ถึงอาทิตย์เลย"
"ผมว่าคุณแปลกๆไปนะเอวา ก็วันนั้นที่งานศพพ่อผม คุณเองไม่ใช่หรอที่คะยั้นคะยอให้ผมหย่ากับเค้า เพื่อที่จะมาแต่งงานกับคุณน่ะ แล้วตอนนี้อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณคิดแบบนี้ หรือว่าคุณไม่อยากแต่งงานกับผมแล้ว"
"มันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่เอวาว่ามันเร็วเกินไปนะค่ะ"
"นี่ผมใจดีที่สุดแล้วนะ ที่ผมยังปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปแบบมีชีวิต เพราะใครก็ตามที่คิดทรยศผม โทษของมันคนนั้นคือตายเท่านั้นคุณก็รู้ดีนี่ จริงไหม?"
"ค่ะ...เอวารู้ค่ะ..ว่าแต่นี่คุณกำลังจะขับรถไปที่ไหนหรอคะ"
"ยังไม่รู้เลย ก็ขับไปเรื่อยๆก่อน ตอนนี้ผมไม่อยากอยู่ในบ้าน ผมไม่อยากทนเห็นหน้าผู้หญิงที่มันกล้าทรยศผม!!" เอวาหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของมาร์คแบบนั้น มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าถ้าเธอยังขืนรู้สึกอะไรกับยูตะต่อไปอยู่นั้น เธออาจจะมีชะตากรรมเดียวกันกับมะลิก็เป็นได้ แต่ทว่า..เธอก็ไม่ยอมตัดใจจากยูตะง่ายๆเช่นกัน…
"เอ่อ..มาร์คคะ เอวารู้สึกปวดหัวจังเลยค่ะ เรากลับบ้านกันเถอะนะคะไม่ต้องไปที่ไหนหรอก ตอนนี้ยัยมะลินั่นคงออกจากบ้านเราไปแล้วล่ะค่ะ เมื่อกี้ตอนคุณกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ คุณก็ไม่เห็นเธอใช่ไหมล่ะคะ"
"ไม่รู้สิ ผมไม่ได้สังเกต ว่าแต่คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงอยากกลับบ้านถ้าเดียวเลย"
"ก็เอวาบอกแล้วไงคะ ว่าเอวาปวดหัวน่ะ"
"โอเค..งั้นเดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้านก็แล้วกัน"
"ไปส่งเอวาที่บ้าน หมายความว่าไงคะ?"
"ผมว่าจะออกไปดื่มกับเพื่อนแล้วก็จะตรงไปที่งานศพของพ่อผมเลย คืนนี้สวดวันสุดท้ายแล้ว คุณอยากไปไหมล่ะเดี๋ยวผมจะกลับไปรับคุณที่บ้าน"
"เอวาขอไม่ไปดีกว่านะคะ เพราะว่าคงไม่ไหวอ่ะค่ะ ปวดหัวมากเลยค่ะ"
"เอางั้นก็ได้..งั้นคุณก็นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้านละกันหลังจากงานสวดศพของพ่อผมเสร็จ เดี๋ยวยัยมิลก็คงจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ ที่บ้านเองแหละเพราะคืนผมไม่อยากกลับบ้าน คุณโอเคใช่ไหม?"
"โอเคสิคะ เอวารู้ว่าวันนี้คุณต้องเจอกับอะไรมาบ้าง พักผ่อนเถอะค่ะทำตามสิ่งที่คุณต้องการ สบายใจตอนไหนค่อยกลับมานะคะ เอวารอได้ค่ะ"
"ขอบคุณนะที่อยู่ข้างๆผมมาตลอด แล้วก็ขอโทษด้วยที่ผมทำร้ายจิตใจคุณ ต่อไปนี้ผมจะรักแค่คุณคนเดียว"
"เอวาก็จะรักแค่คุณคนเดียวเหมือนกันค่ะ" มาร์คตัดสินใจขับรถมาส่งเอวาที่บ้านเพื่อให้เธอพักผ่อน ก่อนที่จะออกจากบ้านไป มาร์ตเดินเข้ามากอดพร้อมกับหอมแก้มเอวา 2 ข้างและเดินออกจากบ้านไปเงียบๆ ในตอนที่รถแล่นออกไป เอวาก็ยืนโบกมือให้กับมาร์คอยู่ที่หน้าประตู จนเธอมั่นใจว่ารถของมาร์คออกจากบ้านไปได้ไกลมากแล้ว เธอก็ลดมือลงแล้วเปลี่ยนท่าเป็นยืนกอดอกแทน
"อะไรมันจะเป็นใจขนาดนี้นะ คืนนี้มาร์คก็ไม่กลับบ้าน ส่วนใหญ่มิลก็คงติดเน็ตอยู่ในงานศพของพ่อ ในบ้านหลังนี้ก็เหลือแค่ฉันคนเดียวสินะ ถึงเวลาทางสะดวกของฉันแล้วล่ะสิ ขอบคุณพระเจ้าที่เปิดทางให้ฉันไปเจอคนที่ดีกว่าคุณนะคะมาร์ค" เอวาเดินออกจากบ้านไปด้อมๆมองๆอยู่ที่สวนข้างๆบ้านของยูตะ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่เธออยู่
"หายไปไหนแล้วนะ ไม่เห็นออกมาสักที หรือว่าจะไม่อยู่บ้านนะ?" เอวาบ่นพึมพำกับอยู่คนเดียวได้ซักพัก ประตูบ้านของยูตะก็เปิดออกพร้อมกับมีรถยนต์คันสีดำวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เอวาชะเง้อมองจนคอแมบหลุดเพื่อที่จะดูว่าใครคือเจ้าของรถคันนั้น ซึ่งถ้าตีราคาแล้วรถคันนั้นไม่ต่ำกว่าหลักล้านได้ และเธอก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อคนที่ลงมาจากรถก็คือ…
"คุณยูตะ!! ทางนี้ค่ะ" เอวาโบกมือให้ผ่านรั้วต้นไม้ระหว่างบ้านสองหลัง เพื่อให้ยูตะเดินมาหาเดินใกล้ๆ ยูตะยิ้มอ่อนๆเขาก้าวลงจากรถและเดินมาหาเธอตามที่เธอคาดไว้
"อ้าว!! นึกว่าใครคุณเอวานี่เอง นี่จะมืดแล้ว ยังมานั่งเล่นที่สวนอีกหรอครับ คุณไม่กลัวยุงกัดเอาหรอครับ"
"ไม่ล่ะค่ะ ที่เอวามานั่งเล่นที่สวน เพราะเอวารอคุณยูตะอยู่ต่างหาก ละคะ"
"มารอผมงั้นหรอครับ? คุณเอวามีเรื่องอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ พอดีว่าผมพึ่งกลับมาจากทำธุระข้างนอกนะครับ ขอโทษด้วยนะคนับที่ให้รอนาน"
"ไม่เป็นไรค่ะ สำหรับคุณยูตะแล้ว ให้รอนานกว่านี้เอวาก็รอได้ค่ะ"
"ครับ..ว่าแต่คุณเอวามีเรื่องอะไรให้ผมช่วยหรอครับ"
"พอดีว่าไฟที่หัวเตียงของเอวามันติดๆดับๆน่ะค่ะ คุณยูตะพอจะซ่อมได้ไหมคะ"
"ก็ซ่อมได้นะครับ แต่ว่าผมไม่กล้าไปที่บ้านของคุณหรอกครับ ผมกลัวว่าคุณมาร์ค เขาจะเข้าใจผิดคิดว่าผม เข้าไปทำอะไรภรรยาของเขานะครับ"
"ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ตอนนี้คุณมาร์คไม่อยู่บ้าน และคิดว่าวันนี้เขาก็คงจะไม่กลับมานอนที่บ้านด้วยคุณยูตะไม่ต้องกังวลนะคะ"
"งั้นหรอครับ อืม….ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูให้ แต่ยังไงขอผมอาบน้ำก่อนนะครับ พอดีว่าเพิ่งมาจากข้างนอกแบบนี้ ผมตัวเหนียวไปหมดแล้วครับ"
"ได้ค่ะ เอวาเองก็จะไปอาบน้ำเหมือนกัน วันนี้รู้สึกว่าจะร้อนเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ แล้วเจอกันนะคะเอวาจะรออยู่ที่บ้าน" ยูตะพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบของที่รถและกลับบ้านไป ในระหว่างนั้นยูตะก็หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคน ส่วนเอวานั้นตอนนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นและทำตัวไม่ถูก เธอรีบเดินกระดี๊กระด๊าเข้าไปอาบน้ำที่บ้านเพื่อรอให้ยูตะมาหาเธอนั่นเอง เวลาผ่านไปไม่ถึง 20 นาทียูตะก็มากดออดที่หน้าบ้านของมาร์ค มีเด็กในบ้านมาเปิดให้เขาเข้าไป พร้อมกับบอกทางขึ้นไปห้องของเอวา ยูตะเดินมาพร้อมกับเครื่องมือซ่อม เขาตรงขึ้นไปชั้นสองหน้าห้องของเอวาทันที ยูตะจะโดนเอวาทำอะไรกันแน่ แล้วพี่ยูของเราจะรอดออกไปได้หรือเปล่านั้นติดตามได้ใน EP ต่อไปนะคะ