เฟยหลงมาพบกับ อี้เชียน ที่หอพักของศิษย์สายใน ของคณะแพทย์ โดยที่มีเพื่อนของ อี้เชียน ลงมาเป็เพื่อน
“ ศิษย์พี่เฟยหลง นี่คือ สุ่ยฟาง เพื่อนของอี้เชียนเอง”
สุ่ยฟางคำนับเฟยหลง ทั้งสองคนไปนั่งที่ร้านอาหารของ คณะแพทย์ โดยให้เจิ้งหนานไปสั่งอาหารมาให้
“ ศิษย์พี่เฟยหลง นี่คือแบบร่าง ไม่ทราบว่า ท่านพอจะสร้างหุ่นแบบนี้ขึ้นมาได้หรือไม่”
เฟยหลงมองแบบร่าง แล้วหันมองหน้าอี้เชียน อีกครั้งด้วยความสงสัย
เพราะแบบที่ร่างมานั้น มีลักษณะเหมือนตุ๊กตาหิมะ แต่ มีขนปุกปุย
“ นี่เ้า้าหุ่นตุ๊กตาหิมะอย่างนั้นรึ ”
“ ใช่ ขนาดไม่เกิน 1 ฟุต ขอให้ใส่ขนฟูๆ ด้วยนะอี้เชียนจะให้มันนอนด้วยจะรู้สึกดีมากเลย”
“ หุ่นแบบนี้ จะปกป้องเ้าได้ไม่เต็มที่นะ?”
“ อี้เชียนไม่ได้้าคนปกป้อง แค่้าเพื่อนพูดคุยด้วยเท่านั้น”
“ อ้าว แล้วสุ่ยฟางไม่ใช่เพื่อนเ้ารึ?”
“ สุ่ยฟาง จะมาตามติดอี้เชียนตลอดเวลาได้อย่างไรกัน”
“ อืม ก็ได้ ข้าจะสร้างหุ่นแบบนี้ให้ก็แล้วกัน”
“ ขอบคุณศิษย์พี่”
“ ศิษย์พี่เฟยหลง ไม่รู้สึกว่า สร้างแค่นี้มันคุ้มค่ากับ สองแสนเหรียญหรือไม่?” สุ่ยฟางมองแล้วรู้สึกราคาไม่คุ้มค่าเท่าไร
“ เื่นี้ เอาไว้สร้างเสร็จก่อน ถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว”
“ พี่สุ่ยฟางไม่ต้องห่วง ศิษย์พี่ของข้าไม่ใช่ไก่กา เป็ถึงศิษย์หลักอาจารย์ใหญ่ ใช่ว่าจะทำหุ่นให้ใครง่ายๆ ได้อย่างไร” เจิ้นหนานคุยแทนเฟยหลง
ทั้งสี่คนก็กินข้าวไปคุยไป ส่วนสุ่ยฟางยังไม่เห็น หุ่นนินจาดำ เลยไม่ค่อยศรัทธาเหมือน กับสองคนพี่น้องนี้เท่าไร ทันใดนั้นเอง ก็มีคนเดินมาเกือบสิบคน แต่งกายคล้ายกับคนคณะยอดยุทธ์ แต่มีชายผู้หนึ่งเดินนำหน้ามา พอมาถึง ทุกคนคำคารวะทันที
“ คำนับ องค์ชายเบต้า” แต่ว่า เฟยหลงกลับไม่แสดงความเคารพแต่อย่างใด จน องครักษ์ที่ติดตาม ส่งเสียงตะคอกออกมา
“ บังอาจ พบองค์ชาย แล้วยังไม่ทำการคารวะ เ้าอยากถูกหักขาหรือยังไง?”
“ อี้เชียน ต้องขออภัยแทนศิษย์พี่เฟยหลงด้วย เพคะ เขาเพิ่งเข้ามาศึกษาที่นี่ไม่นานไม่รู้จักใคร” อี้เชียนเอ่ยขออภัยแทน
“ ไม่เป็ไร เ้าเป็ศิษย์พี่ของ อี้เชียน ข้าไม่ตำหนิที่เขาไม่รู้จักมารยาทหรอก ว่าแต่ ถ้าข้าขอมากินข้าวกับเ้าด้วย เ้าจะรังเกียจข้าหรือไม่”
“ มิกล้า นี่เป็เพียงอาหารสามัญชน องค์ชายจะเสวยได้อย่างไรกัน?” อี้เชียนเริ่มปฏิเสธ
“ อี้เชียน เราสองคนก็ไม่ใช่อื่นไกล อีกหน่อย เ้าต้องมาเป็ชายาของข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมากพิธีหรอก เด็กๆ จัดจานให้ข้าเพิ่มอีกชุด” สุ่ยฟางมองที่เฟยหลงไม่ยอมขยับที่นั่ง จึงถลึงตาใส่ แต่เฟยหลงไม่เปลี่ยนที่ ทำให้สุ่ยฟางต้องขยับตัวออกไป แล้วมอบที่นั่งให้องค์ชายเบต้า นั่งแทนตน ส่วนเจิ้นหนานนั้น ถึงแม้จะก้มหัวคารวะ แต่ดวงตาคล้ายไม่ยอมรับ เฟยหลงเองก็ไม่ใส่ใจนัก แต่พอได้ยินว่า
อีกไม่นาน อี้เชียนต้องไปเป็ชายา ขององค์ชายเบต้า ก็รู้สึก อึ้งไปเหมือนกัน
“ พวกเ้าคุยอะไรกันอยู่หรือ?”
“ อี้เชียนกำลังให้ ศิษย์พี่เฟยหลงช่วยทำหุ่นสัตว์เลี้ยงผู้พิทักษ์ให้” อี้เชียนเอ่ยตามจริง องค์ชายเบต้า มองแบบ แล้ว มองหน้า เฟยหลงแบบว่าไม่อยากจะเชื้อขี้หน้าสักเท่าไร
“ อี้เชียน ให้ข้าส่งไปให้ ช่างที่วังหลวง สร้างให้เ้าดีกว่า ให้เด็กใหม่เช่นนี้จะทำได้หรือ?”
“ นั่นซิ ค่าจ้างตั้ง สองแสนเหรียญแน่ะ มอบให้ช่างวังหลวง ขององค์ชายสร้างให้ดีกว่า” สุ่ยฟาง เชียร์องค์ชายเลยสนับสนุนเต็มที่
“ อะไรนะ นี่เ้าคิดหลอกเอาเงินตั้งสองแสนเหรียญจาก อี้เชียน เพื่อสร้างหุ่นกระป๋องนี่นะเรอะ?”
“ อี้เชียนเป็คนเสนอให้ศิษย์พี่เฟยหลงเอง องค์ชายอย่าทรงกริ้วเลยเพคะ”
“ ไม่ได้ หุ่นแค่นี้ ข้าจะให้คนของข้าทำมาให้เอง”
“ แต่ว่า?” อี้เชียนพูดไม่ออก
เฟยหลงเห็นแบบนี้ก็ยิ่งไม่พอใจนัก เงินตั้งสองแสนเหรียญกำลังจะหายไปแบบนี้ได้ยังไง
“ องค์ชายเบต้า ข้าว่าเื่นี้ เป็เื่ของอี้เชียน กับ ข้า เ้าเป็คนนอกอย่าใสยุ่งเลยดีกว่า อี้เชียนตกลงจ้างข้าแล้วหากไม่ให้ข้า สร้างให้ เ้าก็ควร มอบเงินค่าจ้างมาให้ข้าแทนอี้เชียนก็ได้ ทุกฝ่าย ก็จะได้จากไปด้วยดีทั้งสองฝ่าย ดีไหม?”
“ ไอ้สิบแปดมงกุฏ เ้าพูดเชนนี้กับองค์ชายเบต้าได้ยังไง เ้าไพร่? องครักษ์ผู้หนึ่งตะคอกเสียงดัง
แถมยังพุ่งตัวเข้ามาหมายตบหน้า เฟยหลง แต่ว่าฝ่ามือที่ฟาดเข้ามา กับถูกเ้าหมียวน้อย โผล่ออกมาแล้วจับนิ้วมือเอาไว้ได้ แล้วถูกบิดหักอย่างรวดเร็ว พล็อค !! อ๊ากกกกกก !! องครักษ์ผู้นั้นส่งเสียงร้องลั่น อีกเก้าคนที่เหลือมองหน้า เ้าแมวเหมียวที่โผล่ออกมาอย่างโกรธแค้น
“ จัดการแบบไหนดี นายท่าน” เ้าเหมียวน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“ แค่สั่งสอนก็พอ” เฟยหลงเอ่ยเสียงเรียบ องครักษ์ที่เหลือ 9 คนพุ่งเข้ามาทันที
แต่เ้าเหมียวน้อย ใช้มือจับนิ้วขององครักษ์ คนแรก ฟาดกลับเข้าใส่ ทหารองครักษ์อีก สามคนที่ใกล้เข้ามาสามคนแรก ถูกฟาดไปร่าง กระเด็นไปกองกับพื้น
ส่วนที่เหลือ ยังคงนิ่งค้าง แต่คราวนี้ เ้าเหมียวน้อยเหมือนถูกอัพเกรดมา สามารถวาร์ปเข้าไป สวนเข่าที่ใบหน้าคนต่อมา จนหงายหลัง แล้วจับขากางเกงเหวี่ยงเข้าใส่คนที่เหลือ ล้มไปกับพื้น อีกสองคน แค่พริบตาเดียว สิบคน ถูกเ้าเหมียวน้อยโค่นไปแล้ว 6 คน ที่เหลืออีกสี่คน มีสองคนเข้ามาหมายจะล็อคคอ เฟยหลง แต่ไม่ทันแล้ว เ้าเหมียวน้อย ปล่อยเข็มเย็บผ้าเล็กๆ ปักเข้าไปที่หน้าขาทั้งสองคนทำให้ทั้งสอง ขาชาขยับไม่ได้ อีกสองคนชักปืน เตรียมยิงใส่ เ้าเหมียวน้อย แต่ช้าไป ถูกเข็มบิน ปล่อยออกมา พุ่งเข้าใส่ ที่ลำคอ ของทั้งสองหงายท้องไป ส่วนอีกสองคที่ขยับขาไม่ได้ ก็ควักปืนยิงใส่ เ้าเหมียวน้อย เปรี้ยง ! เปรี้ยง !
เ้าเหมียวน้อยหายไป มาอยู่ต่อหน้าขององครักษ์ทั้งสอง แล้วฟันกระบี่ออกไป
ฉัวะ !! มือที่ถือปืนถูกฟันขาดเสมอข้อ เืพุ่งกระฉูด อ๊ากกกกกกก !!!!
องค์ชายเบต้าเห็นเช่นนั้น ก็ะเิพลังยอดยุทธ์ออกมา เป็จ้าวจักรวาลระดับ 2
พุ่งหมัดใส่เฟยหลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงร้อง ของสาวๆ ที่เห็นว่าหมัดนี้หากโดนเฟยหลง คงได้ตายอย่างแน่นอน
เฟยหลงไม่คิดว่าองค์ชายเบต้าจะลงมือกับตนเช่นนี้ จึงได้แต่ใช้พลังปราณเทพเ้า หลบออกไปอย่างรวดเร็ว เปรี้ยง !! เฟยหลงหลบไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่ว่า องค์ชายเบต้าไม่หยุดคราวนี้ ใส่ฝ่ามือเข้ามาอีก 1 ฝ่ามือ แต่ไม่ทันที่จะปล่อย ก็ถูกเข็มบินของเ้าเหมียวน้อย ซัดเข้ามาสามเข็ม แต่ว่าองค์ชายเบต้าสามารถหลบได้ทัน แต่ก็เสียโอกาส ที่จะจู่โจม เฟยหลงได้อีก เ้าเหมียวน้อยก็ชักกระบี่พุ่งเข้า มายืนขวางหน้าเอาไว้ อี้เชียนรีบวิ่งเข้าไปขวางกลางระหว่างคนทั้งสองทันที
“ หยุดนะ องค์ชายได้โปรดละเว้นด้วยศิษย์พี่เฟยหลงด้วย เื่นี้อี้เชียนเป็ฝ่ายขอร้องเขาเอง” อี้เชียนคุกเข่าไปกับพื้นขอร้อง เฟยหลงจะพยายามพูดห้าม
“ ฮี่ม อี้เชียน ต่อไปห้ามพบปะกับมันอีก ไม่เช่นนั้น ข้าไม่ละเว้นชีวิตมันแน่”
องค์ชายเบต้ากล่าวจบ ก็เดินจากไป โดยที่ลูกน้องที่ยังแข็งแรง พยายามแบกคนที่าเ็กลับไปกันอย่างทุลักทุเล
“ ศิษย์พี่เฟยหลง ท่านเป็อย่างไรบ้าง” อี้เชียนเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่เป็ไร หากเ้าไม่มาห้าม องค์ชายเบต้า ได้ถูกข้าหักแขนไปแล้ว”
“ ศิษย์พี่อย่าพูดเล่นไป องค์ชายเบต้า ฝึกตนถึงพลังจ้าวจักรวาลระดับสองขั้นสูงสุดแล้ว อีกไม่นานก็จะขึ้น ระดับ สาม ท่านเป็แค่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรอดพ้นได้หรอก” อี้เชียนกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ แต่ว่า ศิษย์พี่ยังมี เ้าเหมียวน้อยนะ ข้าคิดว่า น่าจะต้านองค์ชายเบต้าได้อยู่นะ?”
เจิ้นหนานรีบเอ่ย
“ ไม่มีหุ่นนักรบของสถาบันเรา สามารถเอาชนะ พลังจ้าวจักรวาลระดับ สองได้หรอก เ้าแมวนี่ถึงจะไว แต่ว่า ถ้าโดนจังๆ ก็พังได้เหมือนกัน” สุ่ยฟางเอ่ยเตือน
“ ศิษย์พี่เฟยหลงท่านกลับไปเถอะ ต่อไปพวกเราอย่าพบกันอีกเลย” อี้เชียนเอ่ยจบก็สะบัดหน้าจากไป สุ่ยฟางถึงกับต้องรีบเดินตามไปในทันที
“ นี่...” เฟยหลงจะพูดต่อแต่ไม่รู้จะพูดออกมาอย่างไร เจิ้นหนานรีบเอ่ยแทนว่า
“ ดูแล้ว พี่ใหญ่เขาเป็ห่วงท่านนะ ศิษย์พี่ ที่เขาไม่อยากพบท่านอีก ก็คงจะกลัวอำนาจขององค์ชายเบต้า จะส่งคนมาทำร้ายศิษย์พี่ เลยตัดสินใจแบบนี้”
“ องค์ชายเบต้า เป็อะไรกับ พี่สาวของเ้ากันแน่”
“ ทั้งสองคนเป็คู่หมั้นกัน จักรพรรดิส่งประทานของหมั้นหมายมาแล้ว คาดว่าอีกไม่นาน ทั้งสองคงได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกัน สงสารพี่ใหญ่จริงๆ ไม่เป็ตัวของตัวเองเลย”
เฟยหลงฟังแล้วก็เจ็บลึกขึ้นมา แต่ก็ไม่พูดอะไร กลับเดินทางกลับคณะ แล้วก็เข้าไปในอาคารหวงห้าม เพื่อทำการสร้างหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง ให้กับ อี้เชียน
เฟยหลงใช้เวลาสองวันกินนอนอยู่ใน ห้องทดลอง แล้วสุดท้าย ก็สามารถสร้างหุ่นสัตว์เลี้ยงผู้พิทักษ์ให้กับ อี้เชี่ยนเป็ผลสำเร็จ
“ ท่านศิลานักปราชญ์ ท่านช่วยอัพเกรดให้ข้าหน่อยซิ”
ศิลานักปราชญ์ออกมาเห็น หุ่นยนต์ตุ๊กาตาหิมะ ก็เอ่ยชมเฟยหลงว่า
“ อืม เ้านี่สร้างได้ดี ดูเหมือนจะนำไปให้คนพิเศษซินะ”
“ ใช่แล้ว”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะสอนการอัพเกรด ให้ เวลาไปมอบให้นาง เ้าจะได้ภาคภูมิใจว่าเ้าเป็คน ทำเองทุกขั้นตอน แต่ว่า ต่อไป เ้าต้องสัญญาหาทองมาให้ข้า 1 ล้านเหรียญ ตกลงไหม”
“ ท่านจะสอนข้าอัพเกรดหุ่นยนต์จริงๆ รึ?”
“ เ้านี่ คิดว่าข้าพูดเล่นหรือไง”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ ถึงจะเรียกข้าว่าอาจารย์ข้าต้องได้ทองตามที่บอกเอาไว้นะ”
“ ได้เลยขอรับ”
“ ถ้าเช่นนั้น มาเริ่มกันเลย วิธีสร้างสิ่งของให้มีพลังิญญา อย่างแรกเ้าต้องมีพลังจิติญญาที่กล้าแข็ง ซะก่อน หลังจากนั้น ค่อยมาศึกษาอักขระเวทย์ เพื่อเขียนลงไปในตัวหุ่นยนต์นั้นๆ โดยจะทำให้มันอัพเกรดด้านพลังยุทธ์ พลังิญญา
ทำให้ร่างของหุ่นยนต์พัฒนาได้มากยิ่งขึ้น ข้าจะถ่ายทอดวิธีเพิ่มพลังจิต และวิธีเขียนอักขระยันต์เอาไว้ให้” ศิลานักปราชญ์เอ่ยจบ ก็ใช้นิ้ว ดีดศิลาในร่างของตนเล็กน้อยพุ่งเข้าไปสู่ห้วงจิติญญาของเฟยหลง ทำให้รับรู้ข้อมูลการอัพเกรดโดยใช้ยันต์ต่างๆ และ การฝึกขั้นตอนพลังจิต โดยวิธีการกำหนดลมหายใจ
และมีสิ่งสุดท้ายที่ออกมากองอยู่ด้านหน้าของเขา นั่นคือทองคำ เป็ก้อนกลมๆ มีอยู่เกือบสิบก้อน
“ นื่คือทองอะไรเนี่ย?”
“ นี่คือแก่นทองคำ มันผ่านการขบวนการย่อยสลาย มาจากร่างกายของข้า ทำให้มันเปี่ยมไปด้วยพลังงานด้านจิติญญาอันเหลือล้น เ้ารีบทำการดูดซับมันซะ”
“ นี่มัน..คืออุจจาระของท่านใช่ไหม?”
“ ใช่ แต่เรียกว่า แก่นทองคำจะดีกว่านะ”
เฟยหลงมอง แก่นทองคำด้านหน้า อย่างพะอืดพะอม กระอักกระอ่วนใจยิ่ง ถึงแม้ว่าไม่มีกลิ่นอะไร แต่มันก็เป็ของวิเศษ เฟยหลง ก้มหน้าก้มตาทำการดูดซับ
แก่นทองคำอยู่ตรงหน้า ไปทีละก้อน ๆ หลังจากดูดซับแล้ว เ้าแก่นทองคำก็จะสูญสลายกลายเป็ขี้เถ้าหายไป
แต่ว่าห้วงจิติญญาของเฟยหลงที่มีอยู่เหมือนบ่อน้ำเล็กๆ ก็ขยายใหญ่ขึ้นเป็บึงน้ำใหญ่ สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวสิ่งของภายนอกขนาดเล็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ เฟยหลงรีบดำเนินการฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออก ไปอีกสามวัน พลังจิตของเขา ก็สามารถเลื่อนระดับขึ้นมาได้ระดับที่ 1 ซึ่ง ศิลานักปราชญ์บอกเอาไว้ว่ามีทั้งหมด ถึง 10 ระดับ แต่แค่ระดับ 1 เขาก็สามารถเขียนอักขระยันต์ ต่อสู้ ป้องกัน และ ยันต์ทำลายได้แล้ว
เฟยหลง ทดลองฝึกเขียนยันต์กับ แผ่นเหล็กในตัวหุ่นต่างๆ ก่อนหลายร้อยรอบจนมั่นใจว่า ทำได้ จึงได้ เขียนอักขระยันต์ ป้องกัน ยันต์โจมตี แล้วยันต์ขจัดพิษ ติดเอาไว้ในหุ่นยนต์ตุ๊กตาหิมะ จากนั้นก็ใช้พลังจิตอัพเกรพไบโอชิพ ของเ้าหุ่นตุ๊กตาหิมะ แล้วให้หุ่นห้องทดลองเจสัน เพิ่มสารโพลีเมอร์ซิลิโคน และขนสัตว์เทียมตบแต่ง เข้าไป หลังจากหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน จนหุ่นหิมะ สามารถพูดภาษามนุษย์ได้แล้ว ก็ยังเหลืออีกอย่างเดียว คืออาวุธของมัน
เฟยหลง เดินออกมาที่คณะของซู่ติง แล้วบอกว่า ้าอาวุธสั้น ๆ จะเป็มีดหรือ เลเซอร์ก็ได้
“ ไม่มีปัญหา เ้าเป็ศิษย์หลัก สามารถทำเื่เบิกได้เลย ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย”
เฟยหลงก็ได้อาวุธที่้ากลับมา นั้นคือ มีดสั้น กับเครื่องยิงเลเซอร์ ซึ่งเหมาะกับตุ๊กตาหิมะที่สุด
หลังจากสร้างเสร็จ ก็แจ้งไปที่ เจิ้นหนาน ให้พาพี่สาวเข้ามาในสนามทดสอบหุ่นยนต์ แต่ว่า อี้เชียนไม่ยอมมาพบ ทำให้เฟยหลงได้เศร้าใจ จึงได้มอบถุงใส่หุ่นตุ๊กตาหิมะ ไปมอบให้ อี้เชียนเอาเอง
“ ข้าโปรแกรมเ้าหุ่นตุ๊กตา ให้เชื่อฟังแต่ พี่สาวของเ้าเท่านั้น แล้วก็ให้นางถามมันเองว่า มันทำอะไรได้บ้าง ่นี้ข้าจะทำงานอยู่ในห้องทดลองฝึกสร้างหุ่นยนต์ถ้าไม่มีเื่ด่วนไม่ต้องมารบกวนข้า” เฟยหลงเลยมอบถุงใส่เ้าตุ๊กตาหิมะให้เจิ้นหนานไป จากนั้นเขาก็กลับที่อาคารหวงห้าม ไม่สนใจสิ่งใดอีก...