3.บังเอิญเจอเธอ
ติ๊ด...ติ๊ด...เสียงโทรศัพท์มือถือของต้นพรดังขึ้นขณะที่เธอกำลังจับจ่ายซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
ชื่อดังของกรุงเทพฯซึ่งวันนี้เป็วันที่เธอจะต้องออกมาซื้อของไปตุนเก็บไว้ เพื่อให้ใช้ได้ทั้งเดือนส่วนกับข้าวนั้น
เธอจะไปซื้อที่ตลาดสดเองทุกเช้า หลังจากที่เธอไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะของหมู่บ้านเพราะเธอชอบ
ทานอาหารสดมากกว่า และเลือกซื้อผักที่ปลอดสารพิษเท่านั้นซึ่งการมาซื้อของแต่ละครั้งเธอจะใช้เวลาประมาณครึ่งวันจึงจะได้ของครบตามที่้าเธอกดรับเมื่อมองเบอร์ที่โชว์บอกให้รู้ว่าเป็ใคร
" ว่าไงนีนี่"
กรอกเสียงคุ้นเคยออกไป
"ต้น! เย็นนี้ไปงานเลี้ยงเป็เพื่อนเราหน่อยสิ "
ฟังน้ำเสียงของเพื่อนรักดูออดอ้อนแกมบังคับอยู่ในทีจนน่าหมั่นไส้
" งานอะไรยะ? ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยชวนเราสักทีไหงวันนี้ถึงชวน บอกมา! "
" ฮี่ ๆอย่าถามมากน่า ช่วยไปเป็เพื่อนเราหน่อยสิ ขอร้องล่ะ แล้วจะพาไปเที่ยวเป็การตอบแทนนะ"
นีนี่รู้ว่าคำว่า“เที่ยว” มันมีอิทธิพลต่อเพื่อนรักของเธอคนนี้มากมายนักและมักจะใช้ได้ผลอยู่เสมอ
" เฮ้ย!ถึงกับมีสินจ้างรางวัลกันเชียวหรือจ๊ะ แสดงว่าจะต้องมีอะไรเป็พิเศษแน่ ๆ ใช่ไหม? "
เพราะปกติต้นพรไม่ชอบออกงานเลย ไม่ชอบพบปะผู้คน โดยเฉพาะกับมนุษย์ผู้ชาย ผู้ซึ่งจะทำให้เธอละทิ้งความโสดที่เธอหวงแหนเป็ยิ่งนักเธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงสังสรรค์มาโดยตลอด ถ้าไม่จำเป็จะไม่ไปเลย
"เออ...น่ะ เดี๋ยวมาก็รู้เองแหล่ะ งานนี้เที่ยวฟรีนะแก "
ตติยายังคงย้ำรางวัลเข้าล่อเพื่อเป็การเร่งให้เพื่อนรักรีบตัดสินใจ เฮ่อ! ไอ้เราก็มีจุดอ่อนอีตรงนี้แหล่ะคำว่าเที่ยวฟรีเนี่ยฮ่ะ ๆ โดนใจสุด ๆ เอาน่ะนานทีปีหนออกงานบ้างก็ดีเหมือนกัน ถือว่าเป็การเพิ่มสีสันและรสชาดให้กับชีวิตละกันแถมยังได้เที่ยวฟรีอีกตังหาก อิ ๆ ถ้าไม่เอา รู้สึกว่าตัวเองจะโง่ยังไงไม่รู้ โฮะๆ แต่ขอเล่นตัวอีกหน่อยดีกว่า เพราะรู้แน่ ๆ ว่า ยัยเพื่อนรักต้องอ้อนต่อ ชัวว์!
" อืม... เราไม่อยากไปเลยนะแกมีงานค้างอีกตั้งเยอะ เ้านายเร่งมาแล้วด้วย “
"ตั๋วที่พักรีสอร์ทพัทยาและอาหารฟรีไม่กำหนดวัน เลยนะแก "
ไหมล่ะ? เสร็จเราตามคาด เป๊ะ ๆ นี่ถ้าไปซื้อหวยคงถูกรางวัลที่หนึ่งแน่ ๆแต่บังเอิญไม่เคยซื้อซะด้วยสิ ข้อเสนอดี ๆ แบบนี้ไม่รับไม่ได้แล้ว
" เออ ๆ ก็ได้อย่าลืมสัญญาที่พูดไว้ล่ะ"
แหม...แกนี่ไม่ค่อยงกอีกตามเคยนะยะแต่งตัวสวย ๆ ด้วยล่ะ ไปแวะเอาชุดที่ร้านชั้นเลยนะ แล้วหกโมงเจอกันที่โรงแรงแรมเรานะจ๊ะบาย... "
นีนี่พูดเสร็จจึงปิดการติดต่อทันทีกลัวต้นพรจะเปลี่ยนใจเสียก่อน
หลังจากที่ต้นพรออกจากห้างสรรพสินค้าเธอขับรถตรงไปยังร้านเสื้อผ้าชื่อดังของนีนี่ทันที พอเลือกได้ชุดที่ถูกใจ พร้อมกับกระเป๋าและรองเท้าเข้าชุดกันเรียบร้อยจึงกลับคอนโดทันที เพราะกว่าเธอจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จคงจวนเวลานัดหมายพอดี
"นายครับ! งานเลี้ยงเย็นนี้เริ่มหกโมงนะครับ "
ซื่อเทียนเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานตรงหน้าแล้วเอ่ยกับเลขา
" อืม... ขอบใจ "
เขาตอบอย่างเนือยๆ เพราะเขาเบื่องานเลี้ยงแบบนี้เสียเหลือเกิน แต่ก็ต้องไปเนื่องจากมันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขาโดยตรง
เวลา 05.55นาฬิกา ต้นพร เลี้ยวรถยนต์คู่ใจเข้าบริเวณโรงแรมที่นัดหมาย และหาที่จอดรถที่สะดวกปลอดภัย เธอล็อครถ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋า แล้วเปิดประตู ค่อย ๆ ก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังเนื่องจากกลัวชุดสุดสวยของเพื่อนรักจะชำรุดเสียหาย เพราะกลัวแม่เพื่อนรักจะปรับค่าชุดกับเธอโดยการยกเลิกตั๋วท่องเที่ยวซะก่อนน่ะสิพอก้าวลงจากรถและยืนเต็มความสูงของตัวเองแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆเพื่อเรียกความมั่นใจพร้อมกับยืดอกขึ้น ไหล่ตรง หน้าเชิดตรง เริ่มก้าวเดินเข้าตัวโรงแรมอย่างมั่นคงแลดูกระฉับกระเฉงและท่วงท่าที่สง่างาม ตอนที่เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยนั้นเคยเป็นางแบบเดินแฟชั่น และนางเอกละคร มาบ้าง แถมยังได้เป็พระเพื่อนพระแพง ออกงานระดับวีไอพีกับเพื่อนๆ อยู่เป็ประจำ เพราะฉะนั้นในการปฏิบัติตัวในงานเลี้ยง จึงไม่เป็ที่หนักใจสำหรับเธอแต่อย่างใด
เวลาเดียวกันนั้นรถลีมูซีนสีดำสนิทคันยาวแล่นเข้ามาจอดบริเวณโรงแรมบอดี้การ์ดเปิดประตูลงมาแล้วเดินอ้อมตัวรถมาเปิดประตูให้กับผู้เป็นายส่วนเลขาทั้งสองนั้นออกจากรถมายืนรออยู่ก่อนแล้ว และบอร์ดี้การ์ดทั้งสองหันไปเห็นหญิงสาวที่พวกเขาคอยติดตามเฝ้ามองพฤติกรรมโดยการจ้างนักสืบสะกดรอยตามเป็เวลาหลายวันนั้น ก้าวออกจากรถส่วนตัวจนกระทั่งก้าวเดินเข้าโรงแรมอาหยางรีบเข้าไปกระซิบผู้เป็นายทันที
" นายครับนั่นคุณต้นพรครับ "
ซื่อเทียนมองตามสายตาของอาหยางไปยังหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้าประตูโรงแรม เขาถึงกับตะลึงมองนิ่งอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง
" แกแน่ใจนะว่าใช่เธอ "
ซื่อเทียนถามอาหยางเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
"โธ่! นายครับก็ผมเห็นเธอั้แ่ออกมาจากรถของเธอนี่ครับ ผมจำรถของเธอได้ "
อาหยางรับรองอย่างแข็งขัน
"อืม..."
ซื่อเทียนรับคำและหันไปมองด้านหลังของหญิงสาวอย่างพิจารณาวันนี้เธอแตกต่างจากวันที่เขาเจอเธอในครั้งแรกโดยสิ้นเชิง วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสสีแดงกำมะหยี่มีกระเป๋า และรองเท้าเข้าชุดกัน เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับดูแล้วล้วนมีราคาเน้นเรือนร่างสูงสมส่วนสวยสะดุดตา ก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่สง่างามเกล้าผมยาวขึ้นสูงเผยให้เห็นต้นคอระหง เธอไม่ใส่สร้อยคอ แต่ใส่ตุ้มหูระย้าแลดูอ่อนหวานนี่แค่มองเห็นเพียงด้านหลังของเธอเท่านั้น ยังน่าดูขนาดนี้แล้วด้านหน้าจะสวยขนาดไหน ให้นึกสงสัยว่าเธอมีนัดกับใครที่นี่ หรือมาร่วมงานเลี้ยงที่ห้องไหนกัน
ส่วนเลขาทั้งสองและบอร์ดี้การ์ดของเขาต่างพากันตกตะลึงในความงามของหญิงสาวด้วยเช่นกัน และอดทึ่งหญิงสาวไม่ได้ถึงความแตกต่างกับการที่ได้เจอเธอเมื่อครั้งแรกแต่พอมาพบเธอในครั้งนี้พวกเขาเริ่มที่จะเห็นด้วยกับการที่เ้านายของพวกเขาให้ความสนใจหญิงสาวคนนี้เสียแล้วและยอมรับว่าสายตาของเ้านายพวกเขาในการมองผู้หญิงนั้นไม่ได้ด้อยลงไปเหมือนอย่างที่คิดไว้ั้แ่เจอหญิงสาวในคราแรก
ฝ่ายต้นพรเดินเข้างานด้วยอาการที่ไม่กระตือรือร้นและออกจะเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำไปเธอสอดส่ายสายตามองหายัยนีนี่เพื่อนรักทันที
" เฮ้! ต้นทางนี้ "
นีนี่โบกมือหยอยๆ เรียกพร้อมกับรอยยิ้มที่ยินดี และสมหวังมาแต่ไกล ต้นพรก้าวเดินไปในทิศทางที่นีนี่ยืนอยู่ทันที
"ทานอะไรมารึยัง? "
นีนี่ถามเพื่อนรักแล้วยิ้มระรื่นด้วยความดีใจ ที่เห็นเพื่อนมาตามที่ตัวเองขอ
" เข้าใจถามนะยะ จะเอาเวลาไหนมารับประทานมิทราบกว่าเราจะแต่งตัวเสร็จก็ได้เวลานัดพอดี เรารีบแจ้นมานี่แหล่ะย่ะอ้อ...แล้วก็อย่าลืมสัญญาล่ะ ไม่งั้นล่ะก็...เจี๋ยน "
ต้นพูดพลางยกมือขวาขึ้นทำเป็รูปมีดเหมือนตอนเป่ายิ้งฉุบ แล้วทำท่าลากจากด้านซ้ายมาด้านขวา นีนี่เห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของเพื่อนแล้วอดหัวเราะไม่ได้
" ย่ะ! ไม่ลืมหรอกยัยงก! "
นี่เป็สมญาที่เพื่อนๆ สนิทเรียกเธอประจำ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ปฏิเสธแถมยิ้มรับ อย่างหน้าชื่อตาบานเสียอีก
"นี่บอกความจำเป็ของแกมาด่วน" ต้นพรซักไซ้ไล่เรียงตติยาอีกหน
"เออ...ฟังให้ดีนะ "
นีนี่พูดพลางทำท่าเอียงอายต้นพรมองเพื่อนรัก ด้วยความหมั่นไส้ในกิริยาของเธอ
"คือวันนี้เป็งานเลี้ยงต้อนรับนักธุรกิจในภาคพื้นเอเชีย แล้วเราก็ไปปิ๊งผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ซื่อเทียน หล่อมาก ๆ เก่ง ฉลาดและที่สำคัญรวยล้นฟ้าเลยล่ะแก "
ต้นมองเพื่อนด้วยสายตาล้อเลียนยิ่งทำให้ตติยาออกอาการเขินเข้าไปใหญ่
"เอาจริงรึเปล่าคนนี้น่ะ "
ต้นถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้งเพราะที่ผ่านมานั้นนีนี่ปิ๊งกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเหลือเกินแต่สุดท้ายก็ลงเอยกับใครไม่ได้สักที เหตุผลหล่อนบอกว่าเค้าเ่าั้ยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับเธออยู่ร่ำไป
“ จริงสิยะเดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก ตอนนี้เค้ายังไม่มา อ่ะไหนบอกว่าหิวไงล่ะ ไปหาอะไรทานห่อนไป๊! เดี๋ยวจะเป็ลมเป็แล้งไปซะก่อนที่จะได้รู้จักคนสำคัญของเรา "
นีนี่แสดงท่าทางเคอะเขินเมื่อเอ่ยถึงคนสำคัญคนนั้นส่วนต้นพรมองแม่เพื่อนรักอย่างหมั่นไส้
"ย่ะ! ไปนะ "
ต้นพรก้าวเดินไปในบริเวณที่เป็จุดบริการอาหารและเครื่องดื่มที่จัดไว้เป็มุมของชาติต่าง ๆ ดูลานตาไปหมด เธอเดินเลือกชิมอาหารอย่างเพลิดเพลินในรสชาดและสีสันประกอบกับความหิวเป็ทุนเดิม ทำให้เธอลืมนีนี่ไปเสียสนิท บรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างทะยอยกันเข้ามาเริ่มหนาตามากขึ้นแต่ต้นพรยังคงเดินเลือกชิมอาหารไปเรื่อย ๆ ถึงแม้จะมีชายหนุ่มทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลายคนมาให้ความสนใจเธอและขอพูดคุยด้วย เธอแสดงท่าทีออกมาทำเป็ไม่เข้าใจภาษาของคู่สนทนา ถ้าเป็คนไทยก็จะขอตัวทานอาหารต่ออย่างสุภาพเพื่อตัดความสัมพันธ์ั้แ่ต้น ซึ่งมันเป็สิ่งที่เธอทำแล้วได้ผลมาตลอด ความจริงเธอสามารถพูดได้หลายภาษาไม่ว่าจะเป็ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส จีน ญี่ปุ่น และกำลังเรียนภาษาเกาหลีเพิ่มอีกหนึ่งภาษาเนื่องจากงานของเธอจะต้องได้ติดต่อสัมพันธ์กับลูกค้าชาวต่างชาติอยู่เสมอ และเธอยังได้สนทนาออนไลท์ผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับชาติอื่นอยู่เป็ประจำเพื่อเป็การพัฒนาตัวเอง ประกอบกับเธอเป็คนที่ใฝ่รู้ และเสาะแสวงหาความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอตอนนี้เธอไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็เป้าสายตาของซื่อเทียนอยู่นานแล้วั้แ่เขาเข้ามาอยู่ในบริเวณงานนานพอสมควร และคอยสังเกตดูพฤติกรรมของหญิงสาว ว่าเธอมีนัดกับใครในงานนี้ถ้าสายตาเขาว่างเมื่อไหร่เขาต้องมองมาที่เธออยู่ร่ำไป แต่เขาก็ได้แต่มองทางด้านหลังของเธอเท่านั้นเนื่องจากเธอเดินชิมอาหารนานาชาติด้วยความเพลิดเพลิน ทั้ง ๆที่ข้างกายเขานั้นมีสตรีสาวสวย เซ็กซี่ น่ารักคนหนึ่งนามว่านีนี่ ซึ่งเธอนั้นก็ขยันสรรหาถ้อยคำมาสนทนากับเขาเสียเหลือเกินอีกทั้งยังแสดงออกมาอย่างเปิดเผยว่าเธอสนใจเขาเป็พิเศษ แต่เขากลับรู้สึกเฉย ๆและยอมสนทนาด้วยตามมารยาทที่พึงมี ให้กับกับลูกสาวของเ้าภาพงานในค่ำคืนนี้เท่านั้น
"คุณซื่อเทียนคะ ไปทางโน้นกับนีนี่หน่อยสิคะ " นีนี่พูดพลางถือโอกาสคล้องแขนเขาพาเดินไปหาต้นพรเขาไม่ว่าอะไรเพราะเป็ทิศทางที่เขาอยากจะไปอยู่แล้ว
"ต้น! ต้น! "
นีนี่เรียกต้นพรพร้อมเอามือสะกิดแขนของต้นพร ให้หันกลับมาหาเธอและซื่อเทียน
"คุณซื่อเทียนคะ นี่ต้นพรหรือต้นเพื่อนของนีนี่ค่ะ "
"ต้นนี่คุณซื่อเทียนนักธุรกิจจากประเทศฮ่องกงจ่ะ "
นีนี่แนะนำเขาด้วยภาษาอังกฤษต้นพรเงยหน้าขึ้นมองสบตากับซื่อเทียน แล้วยิ้มให้พลางยื่นมือมาจับมือของซื่อเทียนตามมารยาทสากลที่นิยมปฏิบัติกัน
" สวัสดีค่ะ "
ซื่อเทียนถึงกับตะลึงอีกครั้งเขาจ้องหน้าต้นพรนานนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่า พอเธอแต่งหน้าแล้วจะสวยขนาดนี้ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเชิดรั้นแหลมเล็ก ดวงตายาวรี ขนตายาวงอน คิ้วโค้งสวยได้รูปริมฝีปากอวบอิ่ม และเธอเป็คนที่ยิ้มสวย โดยรวมแล้ว จัดได้ว่าเธอเป็คนที่สวยสง่า และตรึงตาตรึงใจเขาเป็อย่างมากส่วนต้นพรนั้นมองซื่อเทียน แล้วยิ้มให้เขาตามมารยาทและกล่าวทักทายเขาโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็สื่อกลางเช่นเดียวกับนีนี่ซึ่งเธอจำเขาไม่ได้ว่าเขาคือคนที่ชนกับเธอในวันนั้น และแอบค่อนขอดเขาอยู่ในใจ อึ๋ย! เนี่ยนะพ่อเทพบุตรสุดหล่อของยัยนีนี่รูปร่าง บุคลิกก็ดีอยู่หรอก และดูเค้าหน้าก็หล่อเหลาเอาการเหมือนกัน แต่ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย! เอาแต่จ้องหน้าเธออยู่ได้ แค่เห็นครั้งแรกก็ไม่ประทับใจเสียแล้ว ไม่น่าพิศวาสสักนิด! แหว่ะ!ชอบของหล่อนไปคนเดียวเถอะย่ะ ไม่ต้องมาชวนฉันเห็นด้วยก็แล้วกัน
"สวัสดีครับ คุณต้นพร "
ซื่อเทียนพูดพร้อมๆ กับส่งยิ้มให้เธออย่างจริงใจ นีนี่สังเกตเห็นซื่อเทียนมองต้นพรอย่างชื่นชม โดยไม่วางตาพาให้ก่อเกิดอาการไม่พอใจอยู่ลึกๆ จึงหาวิธีแยกเขาออกมาจากต้นพรเสียโดยเร็ว เพื่อตัดปัญหาั้แ่ต้นแต่เธอก็ไม่ได้ถือโกรธต้นพร เพราะเธอรู้ว่าเพื่อนของเธอเป็คนแบบไหนและก็รู้มานานแล้วว่า เพื่อนรักของเธอนั้นมีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามเสมอซึ่งเธอยังแอบอิจฉาอยู่บ่อย ๆ
" คุณซื่อเทียนคะ ปกติต้นเค้าเป็คนไม่ค่อยสุงสิงพูดจากกับใครหรอกค่ะแล้วก็ไม่สนใจผู้ชายด้วยค่ะ นีนี่ว่าเราไปหาคุณพ่อกันเถอะค่ะ "
นีนี่พูดพลางพาเขาแยกออกมาจากต้นพรทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากจะไปเลยแต่ก็ต้องรักษามารยาทยอมเดินตามไปแต่โดยดี ส่วนต้นพรก็หันหลังกลับไปตักอาหารต่อเพราะยังไม่อิ่ม
ซื่อเทียนนำคำพูดของตติยาที่บอกว่าต้นพรไม่สนใจผู้ชายนั้นหมายความว่าอย่างไร หรือว่าเธอจะชอบเพศเดียวกันกระนั้นหรือถ้าเป็อย่างนั้นก็น่าเสียดายและอาจเป็ไปได้ เพราะเขาเพิ่งเจอเธอเป็คนแรกที่เจอเขาแล้วไม่แสดงทีท่าว่าสนใจเขาเลยแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาลดความสนใจในตัวเธอลงเลยและเขานี่แหล่ะที่จะเป็คนเปลี่ยนความรู้สึกของเธอให้มาชอบเพศตรงข้ามให้ได้ซึ่งคนแรก คนเดียว และคนสุดท้ายที่เธอชอบจะต้องชอบก็คือตัวเขา เขาคิดอย่างมาดมั่นด้วยความที่มีนิสัยที่อยากได้อะไรแล้วต้องได้แต่งานนี้มาลองลุ้นกันว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่
หลังจากที่ต้นพรทานอาหารจนอิ่มแล้วได้เข้าไปทำความเคารพบิดาและมารดาของตติยาซึ่งท่านทั้งสองก็รักเอ็นดูเธอเป็เสมือนลูกคนหนึ่งเช่นกันเพราะต้นพรมีส่วนสำคัญในการเรียนจนจบของลูกสาว ถ้าไม่ได้ต้นพรลูกสาวของพวกเขาอาจจะเรียนไม่จบและไม่ได้ผลการเรียนเป็ที่น่าพอใจแบบนี้หลังจากนั้นเธอเดินเลี่ยงออกจากบริเวณงาน เดินเลยไปที่ระเบียงหามุมที่มีต้นไม้บังเพื่อ้าความเป็ส่วนตัวยืนรับลม แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างรู้สึกปลอดโปร่ง ยืนมองดูวิวของกรุงเทพฯยามราตรีอย่างเพลิดเพลินและไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในมุมนี้คนเดียวเสียแล้ว ซื่อเทียนพาตัวเองหลบออกมาจากงานเลี้ยงที่น่าเบื่อนั้นอย่างยากเย็นเพราะกว่าจะหาจังหวะออกจากการติดตามแจของนีนี่ เอาตอนที่เธอขอตัวเข้าห้องน้ำและหลังจากที่เขาได้สนทนากับนักธุรกิจอย่างออกรสอยู่นานพอสมควรพอหันกลับมาอีกทีก็ไม่เห็นแม้เงาของต้นพรเสียแล้ว เขากวาดสายตาไปรอบ ๆบริเวณงานก็ไม่เจอแม้เงาเธอ หรือว่าเธอจะกลับไปแล้ว เขาจึงไม่รีรอเวลา ที่จะหลบออกจากงานทันทีสอดส่ายสายตามองหาที่ๆ สามารถบังสายตาผู้พบเห็นได้ เขาจึงเลือกที่จะมามุมนี้ โดยมีบอร์ดี้การ์ดตามดูอยู่ห่างๆ ส่วนเลขาของเขาก็สนทนากับนักธุรกิจอยู่ในบริเวณงาน แต่พอก้าวเข้ามาปรากฎว่ามุมนี้มีเ้าของเสียแล้วเขาคิดจะหันหลัง เพื่อไปหามุมอื่น แต่พอเขาเพ่งมองผู้ที่มามุมนี้อยู่ก่อนนั้นเป็ต้นพรนั่นเอง เขาจึงเปลี่ยนใจที่จะไปหามุมอื่น และรู้สึกยินดีอยู่ลึก ๆ เขาจึงใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์กับเธอทันที
" ขอโทษครับ! "
ต้นพรสะดุ้งเล็กน้อยและพอตั้งสติได้ก็จึงค่อย ๆ หันมาหาเสียงนั้น
" ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ "
ต้นพรเอ่ยออกมาอย่างผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีอย่างน้อยเธอก็ควรจะช่วยเพื่อนของเธอเทคแคร์แขกบ้าง แต่พอมองหน้าเ้าของเสียงนั้นได้ชัดเจนเธอก็จำได้เป็พ่อสุภาพบุรุษสุดหล่อของเพื่อนรักนั่นเอง
"อ้าว...คุณนั่นเอง "
เธอยิ้มทักทายเขา
" ครับ จะเป็การรบกวนไหม ถ้าผมจะขออยู่มุมนี้กับคุณอีกคน"
ต้นพรยิ้มระคนขบขันกับวาจาที่เขาพูดดูจะเกรงอกเกรงใจเสียเหลือเกิน
" ไม่หรอกค่ะที่นี่เป็สถานที่ของโรงแรมแขกทุกคนมีสิทธิจะใช้บริการได้ค่ะ "
เขายิ้มตาเป็ประกายอย่างดีใจที่เธอยอมสนทนาด้วยดีและไม่มีทีท่าเคอะเขินเหมือนหญิงสาวทั่วไปที่พานพบไม่เว้นแม้แต่ตติยาเพื่อนรักของเธอ
"เอ...แล้วนีนี่ไปไหนล่ะคะ "
ต้นพรพูดพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหายัยเพื่อนรักไปด้วยเพราะไม่อยากให้เพื่อนเกิดความไม่พอใจ ที่มาพบเขาอยู่กับเธอแบบนี้
"คุณนีนี่ขอตัวไปรับแขกน่ะครับ "
เขาพูดปดออกไปจากความเป็จริงถ้าเดาไม่ผิดป่านนี้หญิงสาวคงเดินตามหาเขาให้ขวักเสียกระมัง
"ผมก็เลยเลี่ยงออกมา ปกติผมก็ไม่ชอบมางานเลี้ยงสักเท่าไหร่ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง " ต้นพรยิ้มและรู้สึกดีใจที่มีคนที่มีความคิดเหมือนเธอ คิดพลางหัวเราะออกมา กิริยาของเธอช่างเป็ธรรมชาติปราศจากการเสแสร้งเป็กิริยาที่น่ามองยิ่งนัก ทำให้เขาต้องจดจ้องมองเธออย่างเผลอไผล และไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้านี้ได้
" จะว่าอะไรไหม๊? ถ้าดิฉันจะบอกว่า ดิฉันก็รู้สึกเหมือนคุณ ถึงได้หลบมุมมาอยู่ตรงนี้ไงคะ "
เธอพูดพลางมองหน้าเขาเหมือนเจอของเล่นถูกใจและยอมสนทนากับเขาแต่โดยดี เธอเริ่มมีความรู้สึกดีต่อเขาเพิ่มขึ้นกว่าที่เจอกันในงานคราแรก
"คือดิฉันถูกยัยนีนี่ขอร้องแกมบังคับมาน่ะค่ะ และเราก็มีข้อแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งเป็สิ่งที่ดิฉันพึงพอใจจึงยอมมาด้วยอีกอย่างก็ถือว่าเป็การผ่อนคลาย และเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ ๆ เป็การเพิ่มสีสันให้กับชีวิตอีกด้วยค่ะ"
เธอพูดพลางยิ้มให้เขาอย่างมีไมตรีเธอเป็คนที่ยิ้มสวย และทำให้เขาเกิดความประทับใจในตัวเธอมากขึ้น ต้นพรก้มดูนาฬิกา แล้วเงยหน้าขึ้นบอกเขา
"ได้เวลากลับแล้วค่ะ ดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ "
เธอเอ่ยกับเขาพลางก้มหัวให้เล็กน้อยเพื่อเป็การกล่าวลา
"ครับ สวัสดี หวังว่าเราคงได้พบกันอีกนะครับ "
ต้นพรได้แต่ยิ้มรับแต่ในใจคิดว่าไม่น่าจะเจอกันได้อีก และเธอก็ก้าวเดินผ่านหน้าเขาไปเขาได้กลิ่นกายหอมอ่อน ๆจากตัวเธอที่เกิดจากกลิ่นของแป้งเด็กยี่ห้อหนึ่ง แล้วสูดดมกลิ่นกายนั้นอย่างถือวิสาสะโดยที่เ้าของกลิ่นกายหอมนั้นไม่รู้ตัว ซื่อเทียนมองตามหลังต้นพรไปด้วยสายตาที่ชื่นชมในความสวยงามสะดุดตา สะดุดใจ เขามากมาย ซึ่งไม่เคยมีหญิงสาวคนไหน ที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเช่นนี้เธอผู้ซึ่งเวลาเจอกันทำให้เขารู้สึกสนเท่ห์ ทึ่ง และประทับใจได้มากมาย เปรียบเสมือนหนังสือที่เขาหยิบขึ้นมาอ่านแล้วไม่อาจวางลงได้อยากอ่านต่อไปเรื่อย ๆ จนจบ