บทที่ 23 ปะาต่อหน้าสาธารณชน
“แก้าอะไรกันแน่!”
ถงโจวโจวรู้ว่าไม่ทางที่อีกฝ่ายจะมาช่วยเหลือโดยไม่้าสิ่งตอบแทน แม้ว่าจะตายไปนานแล้ว ตราบใดที่สามารถล้างแค้นคนเลวนั่นได้ จะให้จ่ายด้วยอะไรก็จะไม่ยอมปล่อยโอกาสครั้งนี้ไปอย่างเด็ดขาด
แม้ว่าิญญาตนจะต้องสูญสลายก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้นยังรู้ได้อีกด้วยว่าฉินเหยียนจินมีกลิ่นอายที่น่าเกรงขามมาก น่าเกรงกลัวจนอยากที่จะหนีห่าง
นั่นจึงเป็เหตุผลที่ต้องหลบไปซ่อนตัวก่อนหน้านี้
ฉินเหยียนจินยิ้ม
“ฉันไม่ได้้าอะไรจากคุณค่ะ แต่สิ่งที่ฉัน้าจะได้หลังจากที่ช่วยให้คุณไปสู่สุคติแล้ว”
“เอางั้นก็ได้”
ราวกับกลัวว่าต้องเสียใจภายหลัง ถงโจวโจวจึงรีบตกลงทันที
“เอาละ เล่าเื่ของคุณมาให้ฉันฟังก่อนสิคะ”
อันที่จริงฉินเหยียนจินคาดเดาทุกอย่างเอาไว้อยู่แล้ว
แต่การสนทนาไม่ควรจะเป็ผู้พูดอยู่ฝ่ายเดียว คู่สนทนาอาจจะรู้สึกเบื่อได้ แม้ว่าจะเป็ิญญาอาฆาตก็ตาม
ถงโจวโจวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ และเริ่มเล่าเื่ราวของตนเอง
เธอเป็เด็กที่เกิดในชนบทที่อยู่บนเขาสูง เนื่องจากเป็ลูกคนเดียวของครอบครัว พ่อแม่จึงเลี้ยงดูเอาใจใส่เธอเป็อย่างดี
และเธอยังเป็เด็กที่เรียนเก่งมากในระดับที่เรียกได้ว่ามีพร์ หลังเรียนประถมได้เพียงสองปีก็สอบเข้าโรงเรียนมัธยมต้นที่ดีที่สุดในจังหวัดได้ เนื่องจากผลการเรียนที่ดีเยี่ยมและเป็นักเรียนด้อยโอกาส ครอบครัวยากจนของถงโจวโจวจึงประหยัดมาก ได้เงินแค่หนึ่งเฟินสำหรับไปเรียน นอกจากนี้เธอยังได้รับเงินช่วยเหลือจากโรงเรียนในฐานะนักเรียนทุนด้วย
โรงเรียนคาดหวังในตัวเธอสูงมาก และมักจะสั่งสอนปลูกฝังกับเธอเสมอว่าการศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้
เธอเองก็เชื่อย่างนั้นเช่นกัน
เพื่อให้พ่อแม่มีชีวิตที่ดีขึ้น และปูเส้นทางชีวิตที่สดใสตัวเองรวมทั้งทุกคนในชุมชนให้ได้รับการพัฒนา เธอจึงตั้งใจเรียนอย่างหนักและสอบพาสชั้นไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของจ่างซีด้วยคะแนนสูงสุด
สามารถพูดได้เลยว่า
ที่นี่เป็มหาวิทยาลัยที่ใคร ๆ ต่างใฝ่ฝันและมีการแข่งขันสูงมาก ไม่ใช่ที่ที่ใครจะสามารถเข้าเรียนได้ง่าย ๆ แต่ถงโจวโจวสอบเข้าได้ั้แ่อายุแค่สิบสองปีด้วยความพยายามของตนเอง เรียกได้ว่าเธอเป็อัจฉริยะคนหนึ่ง
เธอคิดว่าเป้าหมายที่ฝันไว้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าหนทางที่คิดว่าจะพาไปสู่ฝั่งฝันกลับพาเธอไปลงเหวแทน
ในปีที่สองของชีวิตนักศึกษา
เธอและเพื่อนร่วมคลาสเดินทางมาเที่ยวและพักที่โรงแรมแห่งนี้
ตอนกลางวันมีกลุ่มเพื่อนออกไปเดินป่าบนูเา กลางคืนมีการแสดงรอบกองไฟในฟาร์ม กินบาร์บีคิวและดื่มเบียร์ ทุกคนเพลิดเพลินกับทริปนี้มาก
ถงโจวโจวเองก็เช่นกัน
เป็เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ลองดื่ม จึงทำให้เธอเมาั้แ่แก้วแรกที่ดื่มเข้าไป รูมเมตจึงพาเธอกลับไปส่งที่ห้องพักในโรงแรมแล้วกลับไปนั่งสังสรรค์ต่อในฟาร์ม
ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเหตุไฟไหม้ในห้อง ถงโจวโจวเสียชีวิตเพราะถูกไฟคลอกขณะที่กำลังเมา
แต่ความจริงก็คือ
เธอถูกมอมเหล้าโดยกลุ่มเพื่อนผู้หญิงหลายคน แอลกอฮอล์ในเืเธอสูงมาก และยังมีเหล้าอาบไปทั้งตัว เธอถูกจับให้ถือเทียนเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเอาไว้ แค่พลาดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ถูกไฟคลอกโดยไม่มีทางหนีรอด
ไฟเริ่มติดที่ปลายนิ้ว มันไหม้อย่างรวดเร็ว ถงโจวโจวพยายามสะบัดมันออกไป
แต่เปลวไฟนั่นกลับลุกลามอย่างรวดเร็วและไหม้ทั้งตัวในพริบตา
ในเวลานั้นเธอไม่มีแม้แต่เวลาจะหาทางช่วยเหลือตัวเอง ทำได้เพียงดิ้นไปมาอย่างทุกข์ทรมานะโกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
เ็ปทรมานไปทั้งกาย
และเจ็บแค้นในใจแสนสาหัส
ถงโจวโจวยังไม่กล้าจะหวนกลับไปนึกถึงความรู้สึกยามถูกไฟเผา แม้ว่าตอนนี้จะตายไปแล้ว แต่ความทุกข์ทรมานจากการถูกเผาไหม้ยังคงสดใหม่ในความทรงจำของเธอราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
และเธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกฆ่า แม้ว่าจะตายมานานแล้วก็ตาม
เพื่อน ๆ ดูแลเธออย่างดี ทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด เมื่อรู้ว่าครอบครัวของเธอยากจนก็มักจะมอบความช่วยเหลือรูปแบบต่าง ๆ ให้เสมอ
สำหรับเธอแล้วทุกคนเป็เพื่อนที่ดีมาก
ทำให้ไม่คาดคิดเลยว่าเพื่อนที่แสนดีจะสามารถทำกับเธอถึงขนาดนี้ได้ลงคอ เธอถูกฆาตกรรมด้วยวิธีการที่โหดร้ายมาก
ตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และสรุปว่าเื่นี้เป็อุบัติเหตุก่อนจะปิดคดีอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครคิดเลยว่านี่เป็การฆาตกรรม เพราะคิดไม่ออกเลยว่าเหตุจูงใจคืออะไร และคนที่ทำความผิดทั้งหมดยังไม่หวาดกลัวว่าจะถูกจับแม้แต่น้อย ซ้ำยังมักรวมตัวกันพูดคุยเื่นี้อีกด้วย
มันเป็เื่ราวที่น่าะเืใจมาก
พ่อแม่ของเธออยู่ห่างไกลออกไปจากที่เกิดเหตุมาก ทันทีที่พวกเขาทราบข่าวก็รีบเดินทางด้วยความเร็วราวสายฟ้าในชั่วข้ามคืน
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันพวกเขาออกไปไม่ยอมให้เข้ามาดูที่เกิดเหตุ พวกเขาหมดหวังไร้ทางเลือกจึงต้องเดินทางไปสถานีตำรวจและเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง
พ่อของเธอเสียชีวิตคาที่ ส่วนแม่ก็ขาหักกระดูกแตกจนต้องตัดออก
แน่นอนว่าถงโจวโจวยังไม่ได้รับรู้เื่เหล่านี้
หลังจากที่ได้ฟังเื่ราวทั้งหมด ฉินเหยียนจินก็นิ่งเงียบไปนาน
ถงโจวโจวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทั้งสองเอาแต่นิ่งเงียบ ราวกับกำลังต่างรอให้อีกฝ่ายเริ่มพูดอะไรสักอย่างขึ้นมาก่อน
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง ฉินเหยียนจินก็เอ่ยทำลายความเงียบ “คุณ้าแก้แค้นยังไงคะ?”
ความโกรธแค้นเกลียดชังรุนแรงะเิออกมาจากสายตาของถงโจวโจว พลังงานจากความอาฆาตพลุ่งพล่านอย่างบ้างคลั่ง
“ฉัน้าให้พวกมันเ็ปทรมานเหมือนที่ฉันต้องถูกไฟคลอกจนตาย อยากให้พวกมันยอมรับความผิดที่ก่อ และขอโทษฉันอย่างสำนึกผิด”
“จากนั้นก็จ่ายเงินชดเชยให้พ่อกับแม่ฉัน 5 ล้านเป็อย่างต่ำ”
ฉินเหยียนจินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้ จากนั้นก็วางนิ้วแตะลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยท่าทางครุ่นคิด
ถงโจวโจวคิดว่าคำขอนั้นอาจจะมากเกินไป หลังจากคิดสักพักจึงกัดฟันเอ่ยขึ้น “อาจารย์ ถ้ามันเป็ไปไม่ได้....”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ทันใดนั้นฉินเหยียนจินก็รับปากออกมา “ปล่อยให้เป็หน้าที่ฉันเองค่ะ”
ขณะที่พูดเธอก็เอามือถือออกมาแล้วกดที่ไอค่อนเว่ยป๋อ แต่จู่ ๆ มือถือของเธอก็สั่นอย่างต่อเนื่อง มีข้อความมากมายเข้ามาจนเธอคิดว่าโทรศัพท์จะค้างและค่อนข้างนานแล้วที่เธอไม่ได้กดเข้ามาดู
“หืม? มือถือเสียเหรอ?”
อาจารย์ซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้ให้เธอเมื่อหลายปีก่อน แม้ราคาจะไม่แพงมากแต่เธอรักษามันอย่างดีจึงยังไม่เคยเสียหายเลย
“นั่นน่าจะเพราะว่าแจ้งเตือนข้อความเยอะเกินไป”
ถงโจวโจวเอ่ยอย่างเอือม ๆ
ฉินเหยียนจินกะพริบตาปริบ ๆ แล้วคิดถึงเคล็ดวิชาสะท้อนกลับขึ้นมา ท่าทางจะมีนักเลงคีย์บอร์ดแพ้ภัยตัวเองมากมาย
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง เว่ยป๋อก็ค่อย ๆ กลับมาเป็ปกติ ในตอนแรกเธอยังไม่มีแฟน ๆ มาติดตาม แต่ตอนนี้เว่ยป๋อของเธอมีผู้ติดตามกว่าสองแสนคนแล้ว
ยอดเอนเกจเมนต์ยังพุ่งถึงสองแสนสามหมื่นครั้ง
และทั้งหมดเป็ยอดแบบออร์แกนิกด้วย
แม้เธอจะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะสามารถเรียกแฟน ๆ ให้มาติดตามได้มากมายขนาดนี้ภายในวันเดียว ตอนนี้เธอดูเริ่มจะเหมือนเน็ตไอดอลขึ้นมาแล้วนิดหน่อย
เธอไม่ได้เข้าไปอ่านข้อความส่วนตัว แต่เลือกเข้าไปในเมนูสำหรับโพสต์ข้อความแล้วพิมพ์อย่างรวดเร็ว
[ฉินเหยียนจิน เ้าสำนักชิงเหลียน: หลี่ชิงจู้ เซียวเข่อ หลินชิวซิน เหยาอวี๋จิ่น และไป๋หลี ที่จบจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีประจำจังหวัดจ่างซี เมื่อสิบปีที่แล้ว คุณก่อคดีฆาตกรรมเอาไว้และรอดไปได้ สิบปีต่อมาฉันจะใช้โอกาสนี้เปิดโปงความผิดของพวกคุณในนามตัวแทนเหยื่อที่น่าสงสารที่ต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้าย ทำความดีย่อมได้รับสิ่งดีตอบแทน และคนทำชั่วย่อมได้รับกรรมจากผลของการกระทำนั้น เวลานั้นใกล้มาถึงแล้วค่ะ สองวันต่อจากนี้เวลาแปดโมงเช้า ฉันจะไลฟ์สดอีกครั้ง มาเจอกันหน่อยดีไหมคะ]
ภายในเวลาไม่กี่วินาทีหลังโพสต์ข้อความนั้นไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมาย
[ว้าว เมนต์แรก ใจตรงกับอาจารย์เลย]
[เมนต์บน อาจารย์โพสต์ซีเรียสยังกล้ามาแซว ระวังจะเจอของดี!]
[นี่ ๆ อย่าเพิ่งออกทะเล อาจารย์โพสต์กลางดึกแบบนี้ แถมเนื้อหาก็น่าตื่นเต้นอีก มันไม่น่าสงสัยเหรอ?]
[เอาละ พลเมืองดีฉินออกปฏิบัติการแล้ว!]
[อาจารย์บอกว่าคนพวกนี้ก่อคดีร้ายแรงมา ฉันว่าอาจารย์ต้องเห็นประวัติทุกคนมาแล้วแน่ ๆ อาจารย์ต้องลากคนพวกนั้นมาปะาต่อหน้าสาธารณชนแน่นอน ฉันรอดูไลฟ์เลย]
[ทำไมต้องรอสองวันด้วย เร็วกว่านี้ไม่ได้เหรอออ]
[ฮ่า ๆ ๆ คุณอาจไม่รู้เื่นี้ ห้องไลฟ์อาจารย์โดนแบนอยู่เลยต้องรอปลดแบนก่อนสามวัน]
[โอ้โห้ ผู้ดูแลหู่เยว่เจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอ แม้แต่อาจารย์ยังกล้าแบน เ้าของยังอยู่ดีใช่ไหม?]
ถ้าเ้าของหู่เยว่มาเห็นข้อความนี้อาจต้องหลั่งน้ำตาได้
แม้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ิญญาก็ออกจากร่างไปแล้ว