ในขณะเดียวกันภายในห้วงมิติอนันตเวคี มหาสมุทรที่กับท้องฟ้า สะพานทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูตา ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานเพียงใด
หนิงเทียนนอนอยู่บนเตียงหยก ร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยลมปราณสีทอง มันอยู่ในสภาพนี้มาตลอดเวลา
พลังปราณสีทองลอยล่องอยู่เหนือศีรษะ ด้านข้างมันปรากฏร่างของบุรุษร่างกายใหญ่และมนุษย์ตัวเล็กมีปีก
มันทั้งคู่ตรวจาแของหนิงเทียนอย่างระมัดระวัง ในที่สุดทั้งคู่ก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เขาปลอดภัยแล้ว” าาแห่งภูตกล่าวออกมาด้วยความสบายใจ
“เฒ่าอู๋ พวกเราจะทำอย่างไรเมื่อเขาฟื้นขึ้นมา” น้ำเสียงของกิเลนในร่างมนุษย์นั้นวิตกเป็อย่างมาก
“หึ….เป็ปัญหาของเ้าแล้วเฒ่าซาน ในเื่นี้ข้าไม่เกี่ยวแม้แต่น้อย”เวลานี้มันปัดความผิดทั้งหมดไปให้สหายของมันอย่างสมบูรณ์แบบ
ในขณะที่กิเลนในร่างมนุษย์กำลังจะเอ่ยปากโต้เถียงสหายของมัน เวลานั้นเองดวงตา
ของหนิงเทียนกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเปิดอย่างช้าๆ ร่างกายของมันไม่มีส่วนใดที่ไม่รู้สึกเ็ป
หนิงเทียนพยามขยับตัวมันรู้สึกว่าแม้มันจะเ็ปอยู่บ้าง แต่ร่างกายของมันยังพอเคลื่อนไหวได้อย่างไม่ติดขัด
หนิงเทียนขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “พวกเ้าช่วยข้า”
“มนุษย์ตัวน้อย เป็ข้าเองที่ผิดไปหลงเชื่อคำพูดของเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย ยกโทษให้แก่ข้าด้วย” กิเลนในร่างมนุษย์กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เมื่อได้ยินสหายของมันกล่าวคำว่าเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายมุมปากของาาภูตกระตุกทันที เห็นได้ชัดว่ามันกำลังโดนสหายของมันกำลังหลอกด่าอยู่
หนิงเทียนมองไปยังบุรุษร่างกายใหญ่โต “ยกโทษ?” มันรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
มันนั้นจำภูตบัดซบตัวนี้ได้ดี แต่กับบุรุษร่างใหญ่ข้างๆนั้น มันแน่ใจว่าไม่เคยเจอมาก่อนแต่อย่างใด
“ใช่แล้ว เป็ข้าที่วู่วามทำร้ายท่านเอง” กิเลนในร่างมนุษย์กล่าวโทษอีกเป็ครั้งที่สอง
“หรือว่า!!!!...เ้า...เ้าคือกิเลนตัวนั้น” ดวงตาของหนิงเทียนเบิกกว้าง
มันนึกถึงคำพูดของท่านแม่มันขึ้นมา ‘อสูรปีศาจนั้นสามารถพูดภาษามนุษย์ได้มีเพียงอสูร์เท่านั้นที่จำแลงกายเป็มนุษย์’
อสูร์....กิเลนตัวนี้เป็อสูร์ มันได้แต่พยักหน้ารับคำช้าๆโดยมิได้กล่าวอันใดออกมา มันรู้สึกเกินกว่าจะมีคำพูดใดๆออกมาในตอนนี้‘…...’
“ฮ่าฮ่าๆ มนุษย์ตัวหอมเ้าฟื้นแล้ว าาผู้นี้กับเฒ่าซานจะได้สบายใจขึ้น”
ในตอนนี้มันเปลี่ยนคำเรียกหนิงเทียนจากมนุษย์ตัวเหม็นกลายเป็มนุษย์ตัวหอม เวลานี้ต่อหน้าหนิงเทียนนั้นความหยิ่งยโสของาาแห่งเผ่าภูตอันตรธานหายไปหมด
“มนุษย์ตัวน้อยข้าขอถามเ้าสักเล็กน้อยได้หรือไม่” กิเลนในร่างมนุษย์ก็เช่นกัน น้ำเสียงที่ดุร้ายโกรธเกรี้ยวเมื่อคร่าแรกที่มันพบเจอเวลานี้ไม่หลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย
“เื่อันใด?” หนิงเทียนรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของทั้งคู่ที่เปลี่ยนไปอย่างมาก
“มนุษย์ตัวน้อย ทักษะบ่มเพาะของเ้าคือม้วนภาพเทพยุทธ์?”
หนิงเทียนประหลาดใจ เหตุใดกิเลนที่เกือบจะฆ่าเขาตัวนี้ถึงรู้จักทักษะบ่มเพาะม้วนภาพเทพยุทธ์ได้
แม้หนิงเทียนจะไม่ได้ตอบคำถามของมัน แต่จากลักษณะอาการที่หนิงเทียนแสดงออกมานั้น
ทำให้พวกมันทั้งคู่นั้นมั่นใจในความคิดของตนเองเป็อย่างยิ่ง ดวงตาของพวกมันทั้งสองมีประกายแจ่มชัดขึ้นมาในทันใด
“คุณชาย าาผู้นี้มีเื่อยากจะขอร้องท่าน” เป็อีกครั้งที่าาภูตเปลี่ยนคำเรียกหนิงเทียนจากมนุษย์ตัวหอมเป็คำว่า คุณชาย อย่างรวดเร็ว
“ไม่” หนิงเทียนตอบอย่างไม่สนใจ
แม้เวลานี้มันจะถูกรุมล้อมจากตัวประหลาดทั้งสองนี้ มันก็ไม่ได้แสดงออกถึงความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย หนิงเทียนจะไม่ยอมเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายเอาเปรียบมันเป็แน่
“คุณชายโปรดฟังาาก่อน” มันรีบกล่าวอย่างจนใจ
“ไม่จำเป็” หนิงเทียนปฎิเสธอย่างไม่แยแส มันไม่สนใจฟังเื่ราวใดๆของภูตบัดซบตัวนี้แน่นอน
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้เยื่อใยของหนิงเทียน หนึ่งภูตหนึ่งกิเลนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกยากที่จะอธิบาย
“คุณชาย าาผู้นี้รู้ว่าได้ล่วงเกินท่านไปมาก จะมีเื่ใดที่าาผู้นี้จะทำเพื่อชดใช้ ความผิดของการไม่รู้ได้บ้าง”
น้ำเสียงของาาภูตอ่อนโยนถ้าผู้ใดได้ฟังจะต้องโอนอ่อนตามด้วยความสงสารเป็แน่
หนิงเทียนมองไปยังท่าทางที่แสดงออกของาาภูตและกิเลนในร่างมนุษย์ หนิงเทียนยังไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดพวกมันทั้งสองจึงเปลี่ยนท่าทีไปเช่นนี้
แต่ที่แน่ๆมันจะต้องเกี่ยวกับทักษะม้วนภาพเทพยุทธ์ที่กิเลนตัวนั้นเอ่ยถามแน่
“ถ้าข้าได้กระบี่คืน ข้าอาจจะมีเวลาพอพูดคุยกับพวกเ้าก็ได้” หนิงเทียนเริ่มที่จะต่อรองก่อน ยังไงเสียมันก็ต้องพึ่งพาภูตบัดซบในการนำตัวมันออกไปจากมิติแห่งนี้
“เื่ง่ายนิดเดียวคุณชาย”ทันใดนั้น มันล้วงมือเข้าไปในอากาศหยิบกระบี่พิรุณโปรยออกมาส่งคืนหนิงเทียนอย่างรวดเร็ว
หนิงเทียนระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ มันรีบเก็บกระบี่พิรุณโปรยไปในแหวนมิติทันที “เ้าสามารถส่งข้าออกไป....”
“เื่นั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด แค่เพียงคุณชายรับคำขอร้องจากาาผู้นี้ าาผู้นี้สามารถส่งท่านออกไปได้ทันที
หนิงเทียนนั้นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยออกมา “บอกธุระของเ้าออกมา”
ตัวมันนั้นตะหนักดีว่า เื่ที่ตัวประหลาดพวกนี้ถึงกับต้องยอมขอร้องมันนั้นคงจะไม่ใช่เื่ดีแน่นอน แต่ถึงอย่างไรเื่ก็ไม่เกี่ยวกับมันอยู่แล้ว
‘กระบี่ข้าก็ได้คืนมาแล้ว ปัญหาของพวกเ้าก็แก้เองเถอะ….ให้ข้าได้ออกจากมิตินี้เท่านั้น สาบานได้เลยว่าพวกเ้าจะไม่เห็นแม้แต่แผ่นหลังของข้า’
หนิงเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในใจกับพวกโจรเช่นนี้ไม่จำเป็ต้องมีสัจจะ
เวลานี้ใบหน้าของาาภูตและกิเลน์ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันทั้งคู่มองไปซึ่งกันและกันคล้ายว่าพวกมันกำลังเกี่ยงกันพูด
จนในที่สุดาาภูตก็ได้กล่าวออกมา “ตัวาานั้นคือจ้าวแห่งเผ่าพันธุ์ภูตอู๋ชาง คุณชาย ท่านสามารถเรียกาาว่าผู้เฒ่าอู๋ได้
ส่วนคนด้านข้าง เขาเป็เผ่าพันธุ์กิเลน์ซานซัน คุณชายท่านสามารถเรียกเขาว่าผู้เฒ่าซานได้เช่นกัน” มันเริ่มจากการแนะนำตัวของมันกับหนิงเทียน
“ รีบๆพูดธุระของเ้าออกมา” หนิงเทียนสะบัดมือขึ้นลง มันไม่สนใจที่จะจำชื่อของตัวประหลาดพวกนี้ด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นท่าทีของหนิงเทียน าาภูตเริ่มกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน “คุณชาย พวกเราทั้งสองนั้นเป็ข้ารับใช้ของท่านหวงตี้ ผู้ที่เป็เ้าของผนึกศิลาทองในตัวท่าน”
เมื่อมันได้ยินเื่เกี่ยวกับหวงตี้ จากท่าทีที่เฉยเมย ของหนิงเทียน แปรเปลี่ยนเป็สนใจในทันที
อย่างน้อยเศษเสี้ยวจิติญญาของชายในชุดคลุมสีทองที่มันได้พบเมื่อสิบปีก่อนก็มีบุญคุณกับมันอยู่ไม่น้อย
าาภูตมองไปยังวิหารที่ลอยเด่นเหนือพื้นสมุทรสีทองพร้อมทั้งกล่าวออก
“คุณชาย าาผู้นี้ขอเพียงแค่ท่านก้าวสู่ขั้นจักรพรรดิและเปิดประตูของวิหารสัจธรรมนี้เท่านั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นคิ้วทั้งสองข้างของหนิงเทียนขมวดเข้าหากันทันที เหตุใดเื่ที่ภูตบัดซบตัวนี้้าขอ ถึงเป็เื่ที่เกี่ยวกับตัวมันเอง
หนิงเทียนถามออกโดยเร็ว “ด้านหลังประตูวิหารนั้นมีอะไร”
เวลานี้มันเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิาและก็ตัวมันเอง มันจึงกระตุ้นความสนใจของหนิงเทียนเป็อย่างมาก
“าาผู้นี้รู้เพียงแต่ว่าภายในนั้น มันเก็บพลังฝึกตนของาาและร่างที่แท้จริงของสหายทั้งสี่ของาาผู้นี้ไว้ ส่วนความลับของวิหารสัจธรรมนั้นมีเพียงท่านหวงตี้เท่านั้นที่รู้”
มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มีความหวัง
“ไม่ได้มีแค่พวกเ้าสองคน?”
“คุณชายข้ารับใช้ของท่านหวงตี้มีทั้งหมดห้าคน ตัวาาเป็แหวนมิติ ส่วนเฒ่าซานนั้นเป็พาหนะของท่านหวงตี้ และยังมีอีกสามคนที่เป็ดั่งของวิเศษและข้ารับใช้ของท่านหวงตี้
แต่ในเวลานี้พวกมันทั้งสามคนหลับไหลอยู่ที่แห่งใดาาผู้นี้ก็ไม่สามารถรู้ได้” น้ำเสียงของาาภูตเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อกล่าวถึงจักรพรรดิหวงตี้
“หึ...พวกเ้าอ้างตัวว่าเป็ข้ารับใช้ของจักรพรรดิาไม่โอ้อวดเกินไปหน่อยหรือไงตัวตนของจักรพรรดิหวงตี้เองยังไม่สามารถเอาชนะกฎของเวลาได้
หรือเ้ากำลังจะบอกข้าว่าพวกเ้าแข็งแกร่งกว่าเขาถึงอยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้”
เห็นได้ชัดว่าหนิงเทียนไม่เชื่อนิทานที่ภูตบัดซบตัวนี้เล่าออกมา
“คุณชาย ถ้าท่านหวงตี้ไม่ตัดสินใจละสังขารทิ้งกายด้วยตัวเอง ด้วยกฎของเวลาไม่กี่หมื่นปีเช่นนี้ มันไม่มีทางสังหารท่านได้แน่
ส่วนตัวาาเองก็ไม่ได้มีความสามารถเช่นท่านหวงตี้ าาผู้นี้จึงต้องยอมทิ้งพลังฝึกตนทั้งหมดเพื่อที่จะรักษาร่างจิตเอาไว้”
าาภูตมองไปยังสหายของมันอย่างเวทนา “ส่วนเฒ่าซานนั้นต้องละทิ้งร่างกายเหลือแค่เพียงจิติญญาที่ต้องอาศัยอยู่ในมิตินี้เท่านั้น
ถ้าเขาออกไปจากมิติแห่งนี้จิติญญาของเขาจะสลายไปทันที”
“มีเหตุใดอะไรที่จักรพรรดิาและพวกเ้าต้องทำถึงเช่นนั้น” หนิงเทียนกล่าวถามอย่างสงสัย
เหตุผลใดกันที่ทำให้พวกมันยอมเสียสละร่างกายเพื่อที่จะกลายเป็จิติญญาเร่รอนเช่นนี้
“ด้วยความสามารถของคุณชายในเวลานี้ ยังไม่สามารถทำความเข้าใจถึงมันได้
แต่เมื่อใดที่คุณชายก้าวสู่ขั้นจักรพรรดิ ท่านจะมีคุณสมบัติในการเปิดวิหารแห่งสัจธรรมและเวลานั้นท่านจะเข้าใจเื่ราวทั้งหมด” ไม่บ่อยนักที่าาแห่งเผ่าพันธุ์ภูตจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเช่นนี้
หนิงเทียนได้ฟังเช่นนั้น ภายในใจมันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมา ในคร่าแรกนั้นมันตัดสินใจแนวแน่ว่าเมื่อมันออกจากมิตินี้ไปได้ มันจะหนีหายไปทันที
แต่เื่ที่มันพึ่งได้ยินมานั้น ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับมันเลยก็คงไม่ใช่เสียทีเดียวยังไงซะมันก็เป็ผู้สืบทอดพลังของหวงตี้
หนิงเทียนปลายตามองไปยังวิหารสัจธรรม ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดเกิดขึ้นภายในจิติญญาของมัน ต้องบอกว่ามันเป็ความรู้สึกคุ้นเคยของผนึกศิลาทองในร่างมันมากกว่า
กิเลน์ในร่างมนุษย์ที่นิ่งเงียบอยู่ก็ได้กล่าวขึ้น “มนุษย์ตัวน้อย โปรดช่วยพวกเรา และทำความ้าของท่านหวงตี้ให้เป็จริงด้วยเถอะ”
ถึงแม้หนิงเทียนจะสนใจเื่ราวที่าาภูตเล่าออกมาอยู่บ้าง แต่มันก็ยังไม่ลืมเื่ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกมัน3คน มันจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือโทสะ
“จะให้ข้าช่วย คนที่เกือบจะฆ่าข้า?”
าาภูตได้ยินเช่นนั้นมันรีบกล่าวเสริมหนิงเทียนทันที “ใช่แล้ว เฒ่าซานเ้าได้ล่วงเกินคุณชายไป ทำไมยังไม่รีบมาขอโทษคุณชายอีก”
“ตาเฒ่าอู๋เื่ทั้งหมดไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะเ้าหรือ เหตุใดจึงโยนความผิดมาให้ข้า” มันมองไปที่สหายภูตของมันอย่างขุ่นเคือง
แต่เวลานี้นั้นมันไม่มีทางเลือกอื่นแม้แต่น้อย“มนุษย์ตัวน้อย ข้าขออภัยที่ล่วงเกินไป” มันซึ่งเป็เผ่าพันธุ์กิเลนศักดิสิทธิ์ เวลานี้มันถึงกับยอมก้มศีรษะลงแก่หนิงเทียน
เมื่อหนิงเทียนเห็นการแสดงออกเช่นนี้ โทสะในใจของมันพอที่จะลดลงบ้าง
“เอาเถอะ การเป็จักรพรรดินั้น ถึงไม่มีพวกเ้า ข้าก็จะต้องก้าวไปถึงขั้นนั้นให้ได้ ส่วนในเื่ที่จะให้ข้าเปิดประตูวิหารอะไรนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าพวกเ้าว่ามีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน”
“คุณชายแม้ว่าาาจะมีอายุนับหมื่นปีก็จริง แต่ตัวาาเองก็พึ่งจะตื่นจากการหลับใหล มาได้เพียงสิบปี
อีกทั้งเมื่อตื่นขึ้นมายังมีพลังเพียงแค่ดินแดนมนุษย์เท่านั้น ไหนเลยจะมีของวิเศษมาแลกเปลี่ยนกับท่านได้”
เวลานี้าาภูตกล่าวอย่างจนใจ ตัวมันที่เคยเป็ถึงแหวนมิติมีชีวิตของจักรพรรดิานั้นกลับไร้ซึ่งของวิเศษมาแลกเปลี่ยนกับหนิงเทียน
ในอดีตภายในมิติของมันเก็บของวิเศษของจักรพรรดิหวงตี้ไว้มากมายถึงขนาดที่สามารถถมทะเลให้แห้งได้
แต่ในเวลานี้ภายในมิติของมันนั้นว่างเปล่าด้วยของวิเศษเหลือแค่เพียงแต่ต้นไม้และทะเลสาบเท่านั้น
“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วไปเถอะ เร็วเข้ารีบพาข้าออกจากมิติแห่งนี้ ข้าได้จะรีบไปฝึกฝน
ข้าขอสัญญาจะตั้งใจฝึกอย่างหนักและรีบเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิให้ได้ไวๆตามที่พวกเ้าคาดหวัง
และเมื่อข้าเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิได้แล้ว จะกลับมา เปิดประตูวิหารให้แน่นอน”ท่าทางของหนิงเทียนกระตือรือร้นเป็พิเศษ น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่จะเชื่อคำพูดของหนิงเทียน ใครที่มองไปยังท่าทีและน้ำเสียงของหนิงเทียนในตอนนี้ ก็สามารถบอกได้เลยว่า มันไม่รักษาสัญญาแน่นอน
าาภูตมองไปยังหนิงเทียนอย่างยิ้มแย้มสีหน้าของมันบ่งบอกถึงคำขอบคุณเป็อย่างมาก แต่ภายในใจของมันกับก่นด่าหนิงเทียนอยู่
‘บัดซบ อายุเพียงเท่านี้ แต่กลับกลิ้งกลอกยิ่งนัก ถ้าข้าปล่อยมันไป มันคงจะรีบหนีทันที’
“คุณชาย เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ถึงแม้าาผู้นี้จะมีพลังช่วยท่านได้มาก แต่เพื่อแลกกับที่คุณชายที่ยอมช่วยเหลือ าาผู้นี้จะยอมทำหน้าที่เป็แหวนมิติให้คุณชายเอง
ถ้าเทียบมิติของาาผู้นี้กับแหวนมิติที่คุณชายใส่อยู่นั้น มันก็ไม่ต่างอะไรจากหิ่งห้อยที่สาดแสงแข่งกับดวงตะวันเลย”
เมื่อหนิงเทียนได้ยินคำกล่าวของาาภูต มันไม่ได้มีท่าทีเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย มันเพียงแต่ละสายตาจากภูตบัดซบไปยังกิเลนในร่างมนุษย์ “แล้วเ้า?”
ได้ยินคำถามของหนิงเทียน กิเลนในร่างมนุษย์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหดหู่
“มนุษย์ตัวน้อย ข้านั้นเป็เพียงจิติญญาที่ดำรงอยู่ในมิติอนันตเวคีแห่งนี้เท่านั้นและข้าก็ไม่สามารถก้าวเท้าออกไปจากมิติของเฒ่าอู๋ได้เลยแม้แต่น้อย”
“หมายความว่าเ้าทำอะไรไม่ได้ งั้นก็แล้วไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้าจะช่วยเ้าเอง แน่นอนและข้ายังจะช่วยเ้าเป็คนแรกอีกด้วย”ท่าทางของหนิงเทียนเต็มไปกระตือรือร้นเช่นเคย น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความจริงใจ
เมื่อกิเลนในร่างมนุษย์ได้เห็นท่าทีและน้ำเสียงของหนิงเทียน ภายในใจของมันคิดในสิ่งที่ไม่ต่างจากสหายของมันแม้แต่น้อย ‘กลิ้งกลอกยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่ามันจะไม่ช่วยข้า ’
“เออ...มนุษย์ตัวน้อยเอาอย่างนี้เป็ไร ถ้าวันใดศัตรูของท่านหลงเข้ามาในมิติของเฒ่าอู๋ข้าจะช่วยท่านสังหารมันดีหรือไม่”
แม้ว่าข้อเสนอของกิเลนในร่างมนุษย์ตัวนี้จะดูดีมากนักแต่ในความเป็จริงแล้ว มัน แทบจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย แต่ในเวลานี้หนิงเทียนหารู้กับความหมายนั้นไม่
เวลาผ่านไปชั่วครู่าาภูตและกิเลน์ ยังรอฟังคำตอบของหนิงเทียนอย่างตั้งใจ
“ขอให้คุณชายช่วยพวกเราทั้งคู่ด้วย”าาภูตกล่าวหมายจะย้ำความคิดของหนิงเทียนอีกครั้ง
หนิงเทียนนั้นยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ตัวข้านั้นไม่เชื่อในตัวพวกเ้าแม้แต่น้อย มีเพียงสัญญาจิติญญาเท่านั้นที่ทำให้ข้ายอมรับข้อตกลง”
“สัญญาจิติญญา” ทั้งสองพูดออกพร้อมกัน
ในแดน์หวงตี้นี้สัญญาจิติญญาเป็สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุด มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำกัน
ผู้ที่ทำสัญญาจิติญญานั้น จะต้องยอมรับกระบี่แห่งสัจจะเข้าไปในจิติญญา
ถ้าเกิดผู้ใดทำผิดสัญญาทะเลจิติญญาของพวกมันจะถูกกระบี่แห่งสัจจะทำลายจากภายใน เมื่อคนไร้ซึ่งจิติญญามันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาย
กิเลน์มองไปยังหนิงเทียนด้วยสายตาที่ไม่สามารถกล่าวออกมาเป็คำพูดได้
‘เด็กหนุ่มชาวมนุษย์คนนี้โเี้นัก’ จะมีใครกล้ายื่นข้อเสนอเช่นนี้ให้กับเผ่าพันธุ์กิเลน์และเผ่าพันธุ์ภูต
แม้แต่จักรพรรดิหวงตี้เองยังไม่เคยบังคับให้พวกมันต้องทำสัญญาจิติญญา
“ท่าน้าเงื่อนไขใด” าาภูตกล่าวด้วยเสียงต่ำ
“เพียง2เงือนไข ภักดีและเชื้อฟัง คำสั่งข้าคือประกาศิต และเมื่อใดข้าบรรลุถึงขั้นที่จักรพรรดิได้ เมื่อนั้นสัญญาจิติญญาของพวกเราเป็ที่สิ้นสุด”
“คุณชายไม่ใช่ว่าท่านจะให้สัญญาว่าจะเปิดประตูวิหารสัจธรรม? ......เหตุใดถึงกล่าวแค่เพียงบรรลุขั้นจักรพรรดิ” น้ำเสียงของาาภูตเวลานี้เริ่มที่จะไม่พอใจ
“พวกเ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” น้ำเสียงของหนิงเทียนนั้นไม่แยแสใดๆกับคำกล่าวของาาภูตแม้แต่น้อย
“คุณชายท่านอาจจะต้องตายเพราะนิสัยที่หยิ่งยโสและท่าทางที่โอหังเช่นนี้” น้ำเสียงของมันเย็นเหยียด ตัวมันซึ่งเป็าาแห่งเผ่าพันธุ์ภูตทั้งปวง
จะมาถูกมนุษย์เช่นนี้เอาเปรียบได้อย่างไร ภายในใจมันเริ่มคุกกรุ่นไปด้วยโทสะ
ในขณะเดียวกันหนิงเทียนวาดมือเรียกกระบี่พิรุณโปรยออกมา พลางชี้ไปที่หน้าของาาภูต
“ถ้าไม่ตกลงกับข้อเสนอ ก็ปล่อยข้าออกไป ไม่เช่นนั้นอย่าได้มากล่าวโทษข้า”
“ฮ่าๆ”าาภูตหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มนุษย์ตรงหน้ามันกล้าที่จะขู่าาเช่นมัน
มนุษย์ผู้นี้ไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันกำลังอยู่ในวงล้อมของกิเลน์และาาภูต ถ้ามันไม่มีความกล้าหาญเทียมฟ้าก็ต้องเป็พวกที่โง่เง่ามากเท่านั้น
“ถึงแม้าาผู้นี้จะให้สัจจะวาจาแก่ท่านหวงตี้ว่าจะคอยช่วยเหลือทายาทของท่านก็จริง
แต่ นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า าาผู้นี้ไม่มีสิทธิ์สั่งสอนมัน ให้เข้าสู่หนทางในการเป็คนดี" น้ำเสียงของมันเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดังเช่นครั้งแรกที่มันพบกับหนิงเทียน
“เฒ่าซานเ้าสั่งสอนผู้สืบทอดของท่านหวงตี้ที่กำลังหลงทางผิดให้กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องเสียหน่อย าาผู้นี้เชื่อว่าท่านหวงตี้จะต้องขอบคุณพวกเราแน่ๆ” มันกล่าวกับสหายของมัน
ตัวมันที่มีพลังเพียงแดนมนุษย์ขั้น9นั้น ไม่สามารถที่จะสร้างรอยแผลให้หนิงเทียนได้ด้วยตัวเอง
แต่มันจะต้องไปสนใจอะไร ในเมื่อเวลานี้มีสหายของมันอยู่ ถึงแม้เฒ่าซานจะไม่มีร่างกาย แต่แค่เพียงจิติญญาต่อให้มีหนิงเทียน1000คนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
“เฒ่าซานจัดการมัน เอาแค่เพียงหักกระดูกสักสามซี่ท่อนก็พอ เวลานั้นคุณชายท่านนี้อาจจะตกลงช่วยเหลือพวกเราก็ได้”
มันไม่วายกำชับสหายของมันไม่ให้ลงมือรุนแรงเกินไป ซึ่งถ้าผิดพลาดไป อาจจะนำพาความชิพหายมาสู่พวกมันทั้งคู่ได้
หนิงเทียนนั้นไม่มีได้มีความเกรงกลัวใดๆแม้แต่น้อย แววตาของมันคมดุจเช่นกระบี่ มันมองไปยังกิเลน์ที่กำลังก้าวเท้ามาหามันอย่างช้าๆ
“เ้าชื่อ ซานซัน ใช่หรือไม่”
นี้เป็ครั้งแรกที่หนิงเทียนเรียกชื่อของมันโดยตรง มันหยุดเดินและมองไปยังหนิงเทียน “มนุษย์ตัวน้อยเ้ายอมช่วยเหลือพวกเรา”
“แน่นอนข้าจะช่วยเ้า เมื่อข้าก้าวสู่ขั้นจักรพรรดิ ข้าจะเปิดประตูของวิหารสัจธรรมเพื่อช่วยเ้า เราสามารถทำสัญญาจิติญญาในเื่นี้ได้แน่นอน”
“ฮ่าๆๆ คุณชายถ้าท่านทำเช่นนี้แต่แรก พวกเราคงไม่ต้องผิดใจกัน” น้ำเสียงของาาภูตเต็มไปด้วยความยินดี
หนิงเทียนไม่ได้ให้ความสนใจเสียงหัวเราะที่น่าเกลียดของมันแม้แต่น้อย มันยังกล่าวต่อไป “เพียงแค่เ้าไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเื่ของข้ากับภูตบัดซบตัวนี้ พวกเราทั้งคู่จะทำสัญญากันทันที”
สิ้นเสียงของหนิงเทียน ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาถูกกลางศีรษะของาาภูต ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวในทันที มันะโด้วยถ้อยคำที่ไม่เต็มเสียงนัก
“มนุษย์อย่าได้ฝันว่าพวกเราจะแตกแยกกันเพียงคำพูดของเ้า” มันหันไปยังสหายของมัน “เฒ่าซานจงสั่งสอนมัน”
“………”
ไม่มีอาการตอบรับจากสหายของมันแม้แต่น้อย
ใบหน้าอันเล็กแหลมของาาภูตซีดขาวลงทันที“เฒ่าซานเราเป็เช่นพี่น้อง เ้าคงไม่ฟังคำของมนุษย์ผู้นี้”
“ถูกต้องแล้ว เฒ่าอู๋พวกเราเป็เช่นพี่น้องแน่นอน แต่ข้ามาคิดทบทวนแล้ว เฒ่าอู๋ทายาทของท่านหวงตี้จะต้องไม่ใช่คนไม่ดีแน่นอน
อีกทั้งยังเป็เ้าที่ขโมยกระบี่เขามาก่อนแค่นั้นยังไม่พอเ้ายังส่งเขามายังมิติแห่งนี้ด้วย ถ้าจิติญญาของท่านหวงตี้รับรู้เื่นี้เกรงว่าท่านจะผิดหวังในตัวพวกเรา”
เวลานี้มันเปลี่ยนเป็กล่าวเชิงตำหนิไปยังสหายของมัน ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความยินดีราวกับมันได้เอาคืนสหายของมันที่คร่าแรกโยนความผิดทั้งหมดมาให้มัน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของหนิงเทียนยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ เป็ไปตามที่มันคาดไม่ผิด
ตัวประหลาดพวกนี้ไม่กล้าที่จะลงมือสังหารเขาและด้วยข้อจำกัดนั้น พวกมันไม่มีทางที่จะปฎิเสธคำกล่าวของหนิงเทียนไปได้แน่
อีกทั้งความสัมพันธ์ของพวกมันที่เป็ดั่งข้ารับใช้และผู้สืบทอดนั้นนับว่าหนิงเทียนมีชะตาที่ต้องกลายเป็พวกเดียวกันไปโดยปริยาย
ถ้าเช่นนั้นแล้วสิ่งที่หนิงเทียนต้องทำก็คือการยื่นข้อเสนอให้ใครสักคนเพื่อที่จะดึงให้มาอยู่ฝ่ายมัน เท่านี้อีกฝ่ายที่มีคนเดียวก็จะต้องยอมรับเงือนไขโดยไร้ซึ่งข้อโต้แย่งใดๆ
เื่พวกนี้หนิงเทียนเรียนรู้มาจาก เหลาขันทีและขุนนางในวังที่ชอบใช้ต่อสู้กันในท้องพระโรงเป็ประจำ
“เฒ่าซานเ้าทรยศข้า” มันกล่าวกับสหายของมันด้วยโทสะ
“เฒ่าอู๋ข้าไม่มีทางทรยศเ้าแน่นอน แต่ข้าเห็นด้วยกับผู้สืบทอดของท่านหวงตี้ การได้ทำสัญญาจิตวิญญานกับเขาก็ไม่ต่างอะไรกับได้ทำกันท่านหวงตี้แน่นอน”
เวลานี้กิเลน์ย้ายข้างอย่างรวดเร็ว มันมองไปยังสหายของมันอย่างมีความสุข
“นี้เ้า.....” เวลานี้าาภูตรู้สึกเหมือนว่าตัวมันถูกทอดทิ้งอยู่คนเดียว
มันครุ่นคิดอย่างหนัก เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม าาภูตจึงได้ตบปากรับคำอย่างจนใจ
“ตกลงเราจะทำสัญญาจิติญญากันตามเงือนไขที่ว่า ภักดีและเชื้อฟัง คำสั่งของคุณชายคือประกาศิต และเมื่อใดที่คุณชายบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิได้
เมื่อนั้นสัญญาจิติญญาของพวกเราเป็ที่สิ้นสุด” มันกัดฟันถ้วนคำพูดของหนิงเทียนอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
“นั้นมันสัญญาเมื่อครู่ ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้า้าให้เ้าทำตราประทับสัญญาทาสกับข้า”
ตราประทับทาสนั้นเป็สัญญาระดับต่ำที่ชนชั้นสูงมักจะใช้กับมนุษย์ธรรมดา
มันอาจจะน่าหวาดกลัวสำหรับมนุษย์ธรรมดาแต่มันไม่ได้เป็อันใดสำหรับผู้ฝึกตนเลยเพราะแค่มีพลังฝึกตนในดินแดนนักรบก็สามารถที่จะลบล้างมันด้วยตัวเองได้แล้ว
แต่ว่าสำหรับผู้ที่ติดอยู่ในแดนมนุษย์ตลอดกาลอย่างาาภูตนั้น นับว่าเป็ปัญหาที่ใหญ่หลวงอย่างแท้จริง
“บัดซบ ไม่มีทางที่าาผู้นี้จะยอมทำสัญญาทาส” เวลานี้มันโวยวายเสียงดังแสดงท่าทีไม่ยอมรับท่าเดียว
“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วไป.....ข้าสามารถทำสัญญากับซานซันเพียงสองคนได้” หนิงเทียนหาได้สนใจอะไรกับท่าทางเต้นแร้งเต้นกาของาาภูตไม่
กิเลน์เดินไปกระซิบกับสหายของมันเล็กน้อย “ตามความเห็นข้า มนุษย์ตัวน้อยผู้นี้มีความคล้ายท่านหวงตี้อยู่หลายส่วน เมื่อเขาเติบโตพวกเราอาจได้รับประโยชน์มากมายจากเขาก็ได้”
“ใช่สิ เฒ่าซานเ้าไม่ใช่คนที่จะต้องประทับตราสัญญาทาสนี้” มันตอบสหายของมันด้วยเสียงขุ่นเคือง
“การพบกันครั้งแรกของพวกเรากับเขาไม่ใช่สิ่งทีน่าจดจำนักก็จริง แต่ถ้าพวกเราปล่อยผ่านโอกาสนี้สิ่งที่พวกเราทั้งห้ายอมเสียสละเมือหมื่นปีก่อนก็จะสูญเปล่าทันที
เ้าอย่าได้ลืมเหตุผลว่าทำไมเ้าถึงเป็คนเดียวในหมู่พวกเราที่มีกายเนื้อ” กิเลน์พยามกล่าวเตือนสติสหายของมัน
‘“เฮ๊อะ เฒ่าซานเ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้ารู้ถึงเหตุผลนั้นดีกว่าใคร” ในที่สุดมันก็ยอมโอนอ่อนลง
มันหันไปกล่าวกับหนิงเทียน “คุณชายตอนแรกไม่ใช่ว่าพวกเราจะทำสัญญาจิติญญากันหรอกหรือ เร็วเข้าเถอะตัวาา้าทำมันแล้ว”
มันกลืนความไม่พอใจลงไปและเพียงพริบตาเดียวมันเปลี่ยนอารมณ์และท่าทางเป็ยิ้มแย้มอย่างรวดเร็ว
“เ้าไม่ต้องห่วง เมื่อข้าประทับตราสัญญาทาสลงไปที่ร่างเ้าแล้ว ข้าต้องทำสัญญาจิติญญากับพวกเ้าแน่นอน อย่าได้โทษข้า พวกเ้านั้นเป็ตาเฒ่าหมื่นปี ข้านั้นต้องระมัดระวังตัวหน่อย”
ตราประทับทาสนั้นไม่มีความจำเป็เลยแม้แต่น้อย เพียงแค่สัญญาจิติญญามันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทั้งคู่ยอมฟังคำสั่งของหนิงเทียน
เห็นได้ชัดว่าเื่ตราประทับทาสในครั้งนี้หนิงเทียนทำมันจากความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ
าาภูตจำใจยอมให้หนิงเทียนประตาทาสลงบนร่างกายของมัน เมื่อเสร็จสิ้นวิธีการแล้วพวกมันทั้งสามเริ่มทำสัญญาจิติญญากันต่อทันที
หนิงเทียน ราชันภูตและกิเลน์ ทั้งสามเผ่าพันธุ์ หยดเืรวมกันพร้อมกล่าว คำสัญญา สิ้นเสียงทั้งสาม เงาเลือนรางของหนังสือขนาดั์ปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสาม
เมื่อพวกมันกล่าวสัจจะวาจา ตัวอักษรมากมายปรากฏบน หนังสือขนาดั์ราวกับมันถูกเขียนขึ้นจากอากาศธาตุ
เมื่อสิ้นพิธีการหนังสือเล่มใหญ่นั้นกับกลายเป็แสงเล็กๆสามสายพุ่งเข้าใส่จิติญญาของมัน
หนิงเทียนระบายลมหายใจออกมา ‘นี้คงเป็โชคชะตา ในอนาคตเื่วุ่นวายคงจะถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุด’
หลังจากนี้ไปสถานะของหนิงเทียนเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่จำเป็ต้องขุ่นเคืองหรือข้องใจกับพวกมันทั้งสองอีก หนิงเทียนจึงเริ่มที่คิดถึงเื่ภายนอกมิติ
“อู๋ชาง ข้าสลบไปกี่วัน”
คิ้วของาาภูตกระตุกเล็กน้อย มันนั้นไม่คุ้นชินกับการที่มนุษย์มาเรียกชื่อของมันห้วนๆแบบนี้แต่อย่างไรมันก็เอ่ยตอบแต่โดยดี “คุณชายท่านสลบไป3วัน”
‘หืม 3วัน ใช่แล้ววันนี้เป็วันประลองของเ้าเด็กนั้น’ ในชั่วขณะมันกลับนึกถึงใบหน้าของปี้เหยาขึ้นมา
“ข้ามีละครที่ต้องรีบไปดู” อู๋ชางจงนำข้าออกไปจากมิติแห่งนี้ทันที
“ไม่มีปัญหาคุณชาย าาจะส่งท่านออกไปเดียวนี้ ......”
...........
ณ.หมู่บ้านปี้จุ้ย บัดนี้การประลองมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว
ปี้ยี่นั้น สามารถเอาชนะรอบที่2มาได้อย่างไม่ยากนัก ด้วยน้ำผึ้งหยกเย็นความแข็งแกร่งของมันตอนนี้เกือบจะเท่า ผู้ฝึกตนดินแดนมนุษย์ขั้นที่2
ในส่วนปี้ฟานยังคงเหมือนเช่นเดิมทุกๆรอบ คู่แข่งของปี้ฟานจะยอมแพ้ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้เสมอ
“พวกเ้าทั้งสองก้าวขึ้นมาบนเวที” เสียงของซิตู่ ดังก้องไปทั่วลานประลอง
“ปี้ฟานนั้นมีความแข็งแกร่งมาก บางทีเขาจะก้าวเข้าสู่ดินแดนมนุษย์ขั้นที่2ไปแล้วก็ได้”ปี้เหยากล่าวอย่างกังวล
และนางยังกำชับปี้ยี่อีกว่า “ลูกอย่าได้ทำอะไรที่เสี่ยงเกินไป ถ้าเห็นว่าเป็อันตราย จงยอมแพ้ทันที” น้ำเสียงของปี้เหยาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“ท่านแม่มิต้องเป็ห่วง ข้าจะเอาชนะปี้ฟานให้ได้และเมื่อข้าได้เข้าเผ่าซิ ข้าจะให้ท่านแม่กินอิ่มทุกๆวัน” มันพูดจบพลางเดินขึ้นเวที
“ปี้ยี่ เ้าขยะ นับว่าเป็โชคของข้าที่ให้เ้ามาถึงรอบนี้ได้ ข้าสาบานจะทำให้เ้ากลายเป็คนพิการอย่างแน่นอน” ปี้ฟานคำรามออกมาอย่างโกรธแค้น
ปี้ยี่นั้น หาได้ฟังอันใดไม่ ตัวมันพยามทำความเข้าใจกับ กระแสพลังแปลกๆที่เคลื่อนไปตามร่างกายมัน ด้วยพลังแปลกๆนั้น ทำให้มันชนะรอบ2มาได้ แม้มันจะเคลื่อนไหวมากมายเพียงใดกลับไม่รู้สึกเหนื่อยหอบเลย
“พวกเ้าทั้งสองเตรียมพร้อม” ซิตู่ที่มองไปยังปี้ยี่ ด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก...
ลดราคาพิเศษสุด ติดต่อ Facebook ภพทนันท์ นักเขียน ข้ามกำแพง เพิ่มเพื่อนแล้ว ทักมาหาผมได้เลย
ตัวหนังสือในกลุ่มอ่านง่ายกว่านี้ และ สนุกกว่านี้ รับประกัน100%