“นายท่าน เห็นแล้วค่ะ”
เสียงยินดีเสียงหนึ่งดังขึ้นหญิงสาวราวกับเด็กน้อยอยากอวดผลงาน ะโโลดเต้นอย่างร่าเริง
“เห็นอะไร?”
เมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวจิตของอวี๋จื่ออวี๋ก็สั่นสะท้านเล็กน้อย
นี่ถือเป็ข่าวดีไม่น้อย
“เอ่อ...พูดไม่ถูกเหมือนกันค่ะ”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหญิงสาวก็พูดขึ้นอย่างประหม่า จากนั้นส่ายหน้าเบาๆ แล้วเสริมว่า
“แต่ดูเหมือนว่าฉันจะทำให้นายท่านเห็นได้นะคะ”
พูดจบดวงตาของหญิงสาวก็จับจ้องไม่วางตา ทันใดนั้นพลังจิตอันลึกลับก็เริ่มแผ่ซ่าน
ในขณะเดียวกันก่อนที่จะเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของอวี๋จื่ออวี๋ ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่อยู่ไกลออกไปก็ปรากฏขึ้นชัดเจน
นี่คือหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ซึ่งมีผู้คนมากมายกำลังร่ำไห้
ภาพเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอวี๋จื่ออวี๋เห็นเตียงสองเตียง
และบนเตียงนั้นคือเหอชิงเอ๋อร์และเหอหลิงเอ๋อร์ที่นอนอยู่
“ท่านผู้ใหญ่บ้าน เสียใจด้วยครับ ชิงเอ๋อร์คงจะไม่รอดแล้วแต่หลิงเอ๋อร์ยังมีความหวัง ตอนนี้เธอแค่หลับไปเท่านั้น”
“หลับไปเหรอ แต่ไข้ยังสูงไม่ยอมลดลงเลย เฮ้อ...”
......
เสียงที่แ่เบาดังแว่วมาทำให้หัวใจของอวี๋จื่ออวี๋คลายความกังวลเล็กน้อย
เป็ไปตามที่เขาคิดไว้ิญญาของเหอชิงเอ๋อร์ที่อยู่ที่นี่สามารถััถึงความเคลื่อนไหวของน้องสาวเหอหลิงเอ๋อร์ได้
ในขณะเดียวกันเสียงยินดีก็ดังขึ้น
“นายท่าน ฉันค้นพบว่าสามารถขยับได้ค่ะ”
จากนั้นภาพในหัวของอวี๋จื่ออวี๋พลันแปรเปลี่ยน หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวและมีเหงื่อหยด หล่อนขยับนิ้วเล็กน้อย
“ขยับแล้ว! ขยับแล้ว! ผู้ใหญ่บ้าน นิ้วของหลิงเอ๋อร์ขยับแล้วครับ!”
เสียงเรียกด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นในกระท่อม
แต่ก่อนที่อวี๋จื่ออวี๋จะได้พิจารณาให้ละเอียดภาพก็พร่ามัวจนกระทั่งหายไปในที่สุด
.......
ในเวลานี้เมื่อจิตสำนึกกลับคืนสู่ความเป็จริงสายตาของอวี๋จื่ออวี๋ก็เลื่อนไปมองเหอชิงเอ๋อร์ที่ยังคงหลับตาอยู่ไม่ไกลดวงตาฉายแววสลับซับซ้อน
'โทรจิต' เป็ความสามารถพิเศษที่เกี่ยวข้องกับิญญาซึ่งแม้แต่อวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่อาจหยั่งถึง
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเหอชิงเอ๋อร์ที่อยู่ที่นี่จะสามารถควบคุมร่างกายของเหอหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ไกลแสนไกลได้
ถึงแม้จะเป็เพียงการขยับนิ้วแต่อวี๋จื่ออวี๋ก็เห็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ความหวัง’
“หวังว่าการเลือกของฉันจะไม่ผิดพลาด”
เขาถอนหายใจแล้วก็แน่วแน่ในความมุ่งมั่นของตนเองอีกครั้ง
ไม่นานนักเหอชิงเอ๋อร์ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ส่ายหน้าไปมาใบหน้าของเธอฉายแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย
แต่ในตอนนี้กิ่งไม้หนึ่งวางลงบนศีรษะของเธออย่างแ่เบา ราวกับกำลังลูบปลอบโยน
แม้จะััไม่ได้แต่เหอชิงเอ๋อร์ก็เปล่งเสียงหัวเราะใสปานกระดิ่งเงินออกมา
“นาย...ท่าน”
“อืม”
อวี๋จื่ออวี๋พยักหน้าเขายิ้มและกำชับว่า
“ฝึกฝนให้ดีโดยเฉพาะความสามารถโทรจิต เ้าต้องฝึกด้านนี้ให้มากขึ้น”
พูดแล้วอวี๋จื่ออวี๋ก็เตือนอีกครั้งว่า
“ถ้าพบความเคลื่อนไหวที่นั่น อย่าลืมบอกข้า”
“ความเคลื่อนไหวเหรอคะ?”
สาวน้อยเหอชิงเอ๋อร์ชะงักไปพลางถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ ความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ อย่างเช่น ร่างกายที่เ้าควบคุมอยู่ตื่นขึ้นหรือมีคนแปลกหน้ามา...”
เมื่อพูดถึงตรงนี้อวี๋จื่ออวี๋ก็หยุด
หญิงสาวคนนี้บริสุทธิ์ราวกับกระดาษเปล่าความรู้ความเข้าใจของเธอยังมีน้อยมาก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปน่าจะดีขึ้นเอง
ในตอนนั้นอวี๋จื่ออวี๋ก็จะมีผู้ช่วยที่ดีมากเพิ่มขึ้นมาอีกคน
ไม่ว่าอะไรก็ตามการที่เธอสามารถควบคุมร่างกายของน้องสาวจากระยะไกลและรับข้อมูลได้นั้นถือเป็ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับอวี๋จื่ออวี๋
มนุษย์...เขาไม่กล้าเชื่อใจ
แต่เหอชิงเอ๋อร์เขาเชื่อใจได้
ในฐานะที่เป็สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเช่นเดียวกันเหอชิงเอ๋อร์ดำรงอยู่ได้เพราะเขาความผูกพันที่ลึกซึ้งเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้อวี๋จื่ออวี๋สามารถวางใจ
ส่วนเหอหลิงเอ๋อร์จะตื่นขึ้นมาหรือไม่แล้วจะรายงานเื่ของเขาให้คนอื่นรับรู้หรือไม่นั้น
อวี๋จื่ออวี๋เชื่อว่าไม่มีทางเป็ไปได้
เพราะเหอชิงเอ๋อร์ที่พร์ตื่นรู้แล้วคงเข้าควบคุมร่างนั้นได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าตอนนี้เขายังไม่รีบร้อน
จากภาพที่เห็นเมื่อครู่อวี๋จื่ออวี๋พบความเคลื่อนไหวในร่างกายของเหอหลิงเอ๋อร์
ภายในร่างกายของเธอมีพลังงานแปลกประหลาดไหลวนอยู่
หากไม่มีอะไรผิดพลาดนั่นน่าจะเป็พร์ที่รอการตื่นรู้
และการตื่นรู้แบบนี้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสิบวันหรือไม่ก็ครึ่งเดือนซึ่ง่เวลาประมาณนี้ก็เพียงพอให้อวี๋จื่ออวี๋ฝึกฝนเหอชิงเอ๋อร์พอดี
......
เวลาผ่านไปรวดเร็วไม่นานก็ผ่านไปครึ่งคืน
ขอบฟ้าปรากฏแสงรุ่งอรุณอันงดงามอากาศอบอวลไปด้วยหมอกจางๆ ราวกับผ้าแพรบางเบา
ในเวลานี้เหอชิงเอ๋อร์ที่ยังอ่อนแรงหลับไปแล้วขณะที่โอบกอดรากต้นไม้ของเขาไว้
เพียงชั่วขณะที่เขานึกคิดแผ่นดินก็สั่นะเื อวี๋จื่ออวี๋จมรากไม้สีดำลึกลงไปในดิน
อวี๋จื่ออวี๋ไม่รู้ว่าเหอชิงเอ๋อร์จะทนแสงแดดได้หรือไม่
แต่เพื่อความปลอดภัยการจมรากไม้ลงไปในดินย่อมดีกว่า
อีกทั้งหลังจากผ่านการปรับตัวมาทั้งคืนอวี๋จื่ออวี๋ก็ััได้อย่างละเอียดอ่อนว่าการที่ิญญาของเหอชิงเอ๋อร์อยู่ในรากของเขานั้นดูเหมือนจะมีประโยชน์บางอย่างกับเขาด้วย
แม้จะบอกไม่ได้ว่าคืออะไร
แต่อวี๋จื่ออวี๋ก็รู้สึกได้ถึงความเย็นสบายที่ไหลเวียนอยู่บริเวณรากไม้ทำให้ความเหนื่อยล้าลดลงไปไม่น้อย
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มแต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่บอกไม่ได้เหล่านี้เหอชิงเอ๋อร์คือคู่สนทนาคนสำคัญของอวี๋จื่ออวี๋เสียมากกว่า
ราวกับว่าไม่ได้พูดคุยกับผู้คนแบบนี้มานานแล้ว
บทสนทนาในคืนนี้ช่วยคลายความเหงาให้เขาได้ไม่น้อย
แต่ถึงจะคลายเหงาไปบ้างเื่สำคัญก็ยังลืมไม่ได้
สายตาของอวี๋จื่ออวี๋เลื่อนไปที่กิ่งไม้ไม่ไกล
ที่นั่นเหยื่อมากมายถูกกิ่งไม้ของเขามัดแน่นจนขยับไม่ได้
ลิงตัวหนึ่งมีขนสีทองส่องประกายระยิบระยับยามต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า
ดวงตากระจ่างเบิกกว้างแต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงเอะอะโวยวาย
แต่อวี๋จื่ออวี๋เชื่อว่าหากกิ่งไม้ของเขาไม่ได้รัดมันไว้ ตอนนี้มันคงจะส่งเสียงดังที่สุดอยู่แน่นอนเพราะความฉลาดที่ส่องประกายในแววตาคู่นั้น ไม่อาจหลอกลวงได้
“เป็ลิงที่ฉลาดมาก”
อวี๋จื่ออวี๋ประเมินในใจพลางเลื่อนสายตาไปอีกครั้ง
นอกจากลิงแล้วยังมีกระทิงตัวหนึ่ง นกกระเรียนขาวตัวหนึ่ง และหมาป่าสี่ตัว รวมถึง...
เ้าตัวที่ศีรษะแบนขนบนหัวสีขาว ขนปกคลุมสีเงิน
นี่คือสัตว์อสูรที่ทำให้อวี๋จื่ออวี๋งงที่สุดมันคือ ฮันนี่แบดเจอร์!
ฮันนี่แบดเจอร์ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นเคย แต่ฉายาของมัน ใครๆ ก็คงเคยได้ยิน
‘พี่หัวราบ’ ไม่กลัวตาย ไม่สนใคร
ทั้งยังถูกเรียกว่า‘จ้าวแห่งแอฟริกา’!
แต่ปกติแล้วสัตว์ตัวนี้ไม่ได้กระจายพันธุ์อยู่ในแอฟริกาเอเชียตะวันตก และเอเชียใต้หรอกหรือ?
ทำไมถึงมาอยู่ในแผ่นดินใหญ่แดนตะวันออกได้ล่ะ?
เป็ไปได้ไหมว่าการฟื้นคืนพลังิญญา ทำให้สัตว์ตัวเล็กๆ เหล่านี้เริ่มมีการอพยพ...
อวี๋จื่ออวี๋คิดแล้วก็สงสัยพลางสำรวจสัตว์ตัวน้อยตัวนี้อย่างละเอียด
ลำตัวของมันยาว70เิเ ดูเล็กกะทัดรัดน่ารัก
แม้กระทั่งจากรูปลักษณ์ของมันอวี๋จื่ออวี๋ยังเห็นความน่ารักและไร้เดียงสาที่ไม่เคยจางหายไป
ส่วนศีรษะที่แบนราบและขนสีขาวที่ปกคลุมยาวถึงหลังนั้นคล้ายกับนักเลงที่ตัดผมสั้นและย้อมขาว
ไม่แปลกใจเลยที่บางคนเรียกมันว่า‘พี่หัวราบ’
สมฉายาจริงๆ!