กู้สุ่ยเย่ว์อาบน้ำรอบหนึ่ง ล้างกลิ่นคาวเืบนตัวออกเปลี่ยนไปสวมชุดที่รมกำยานหอมมาเรียบร้อยแล้ว ทั้งตัวคนกลับมาโปร่งโล่งสบายตัวอีกครั้ง
“พระชายาช่างร้ายกาจยิ่ง บ่าวมองอยู่ไกลๆ ยังรู้สึกร้อนใจ ท่าทางองอาจของพระชายาเหมือนแม่ทัพบนสนามรบนัก” อิ่นจูยืนอยู่ด้านข้าง ปรนนิบัติกู้สุ่ยเย่ว์แต่งตัวหวีผม“พระชายา พระชายาอาสื่อน่าได้รับาเ็ทว่าท่านกลับปลอดภัยไร้ขีดข่วน เห็นชัดว่าท่านชนะแล้วท่านอ๋องบอกว่าจะรับปากท่านสองเื่ ท่านต้องให้ท่านอ๋องกลับบ้านไปกับท่านให้ได้”อิ่นจูเอ่ย “ยังมีอีกเื่หนึ่ง พระชายาคิดดีแล้วหรือยังเพคะ”
กู้สุ่ยเย่ว์ยังไม่ได้เอ่ยวาจาประตูเรือนถูกผลักเปิดอย่างอุกอาจทหารร่างกำยำสองนายเดินเข้ามาจากด้านนอกท่าทางขึงขังเห็นชัดว่าไม่ได้มีจุดประสงค์ที่ดีอันใด
ทหารเป็นทหารของจวนอ๋อง ฟังคำสั่งจากท่านอ๋องเท่านั้นไม่เหมือนบ่าวรับใช้ทั่วไป ทหารทั้งสองนายบุคลิกองอาจ ใบหน้าฉายแววทะนงไม่ได้แสดงท่าทีเกรงใจเพราะคนตรงหน้าเป็นพระชายาเอกของพวกเขาเลยสักนิด“พระชายา” อิ่นจูอดกลัวขึ้นมาไม่ได้เห็นชัดว่าไม่ใช่บรรยากาศของการตกรางวัล
“พระชายา ท่านอ๋องเรียกท่าน” ทหารนายหนึ่งเอ่ย
กู้สุ่ยเย่ว์ใช้สายตาปลอบโยนอิ่นจูตามทหารทั้งสองออกไปด้านนอก
สถานที่ที่พวกเขาไปอึมครึมนัก เห็นชัดว่าเป็นสถานที่พิเศษแห่งหนึ่งของจวนอ๋องตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์มาถึง อวิ๋นอ๋องอยู่ที่นั่นแล้วฝั่งขวาด้านล่างเขาเป็นชายารองเมิ่งซื่อที่นั่งอยู่ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นชายกำยำอายุประมาณสามสิบ บุรุษผู้นั้นนั่งท่าทางขึงขังอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเคร่งขรึม แววตาเย็นเยือกแฝงไอสังหารเลือนราง ใบหน้าฝั่งขวามีรอยแผล ดูน่ากลัวยิ่งตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์ปรากฏกายสายตาบุรุษผู้นั้นพลันร่วงตกมาที่ตัวกู้สุ่ยเย่ว์ ไอสังหารเกาะกุมกายนาง
“เ้าคือกู้สุ่ยเย่ว์ เป็เ้าที่ทำร้ายองค์หญิงข้ารึ”เสียงของเขาปนสำเนียงชาวต่างแดนเด่นชัดกอปรกับวาจาของเขา กู้สุ่ยเย่ว์เดาได้เลยว่าเขาเป็ชาวทูเจวี๋ย
“เ้าคือผู้ใด” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
บุรุษผู้นั้นมองนางบีบคั้นเห็นชัดว่าไม่มีท่าทีจะเอ่ยตอบคำถามนาง
เมิ่งซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น“ท่านนี้คือใต้เท้าอาสื่อเต๋อ เป็ขุนนางทูเจวี๋ยที่ประจำอยู่ในเมืองหลวง”
“ท่านอ๋อง องค์หญิงเป็นพระธิดาที่กษัตริย์ข้ารักใคร่ที่สุดองค์หญิงบาดเจ็บแม้เส้นผมก็เท่ากับการทำร้ายหัวใจกษัตริย์ข้า วันนี้ถึงกับมีคนคิดร้ายต่อองค์หญิง ขอท่านอ๋องได้โปรดตรวจสอบ ให้คำตอบกษัตริย์ของข้า” อาสื่อเต๋อเอ่ยเสียงแข็งขืน“เ้าพ่นลมตีตราข้าว่าทำร้ายองค์หญิงของเ้า เ้ามีหลักฐานอะไรหรือไม่”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
อาสื่อเต๋อพยักหน้าให้บ่าวรับใช้ข้างกาย ไม่นานคนในชุดผ้ากระสอบถูกพาเข้ามาอย่างรวดเร็ว คุกเข่าอยู่บนพื้นใบหน้าฉายแววหวาดกลัว
“นี่เป็คนเลี้ยงม้าในสนามม้า เ้าทำอะไร คายออกมา”อาสื่อเต๋อเอ่ย
คนเลี้ยงม้ามองกู้สุ่ยเย่ว์สายตาหนึ่งกู้สุ่ยเย่ว์พอถูกเขามองพลันรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดี
“วันนี้ยามเช้าตรู่พระชายาเรียกหาบ่าวสั่งให้บ่าวโปรยของบางอย่างไปบนหญ้าอาหารม้า บ่าวไม่รู้ว่าเป็ของอะไร หากรู้ว่าของนั่นจะทำร้ายพระชายาอาสื่อน่าบ่าวไม่มีทางกล้าทำแน่นอน”
“สามหาว ข้าพบเจ้าตอนไหนกัน อีกอย่าง หากข้าสั่งเจ้าข้าเองก็ต้องควบม้า หรือข้าอยากปองร้ายชีวิตตนเองด้วย”กู้สุ่ยเย่ว์ถลึงตามองเขา คนเลี้ยงม้าพลันก้มหน้าลง ท่าทางหวาดกลัวไม่กล้าเอ่ยวาจา“พี่หญิงใช้มีดฆ่าม้าคลั่งทั้งสองตัวได้แสดงให้เห็นแล้วว่าฝีมือพี่หญิงไม่ธรรมดา ต่อให้วางยาคาดว่าพี่หญิงคงมั่นใจว่าจะสามารถกำราบม้าสองตัวนั่นได้กระมัง”เมิ่งซีอวี้ที่เงียบมาโดยตลอดอยู่ๆ เอ่ยปากขึ้น
“หากข้า้าสังหารอาสื่อน่าเหยียนจริงเช่นนั้นเหตุใดข้าฆ่าม้าสองตัวนั่นแล้วไม่ฆ่าอาสื่อน่าเหยียนเล่า”กู้สุ่ยเย่ว์ถามกลับ
นี่เป็นกับดัก ฝ่ายตรงข้ามเตรียมการมาแล้ว ยังเชิญขุนนางทูเจวี๋ยมา เห็นชัดว่าอยากจัดการนางให้ถึงที่ตายกู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางอยู่เฉยรอความตายนางไม่มีทางยอมตายง่ายๆ แน่
“ปากคอเราะร้ายนัก หลักฐานอยู่ตรงหน้า เ้ายังคิดโต้แย้งอีกรึ”อาสื่อเต๋อตวาดเสียงดัง
“หากเช่นนี้เรียกว่าหลักฐานได้เช่นนั้นหากข้าพูดว่ามีคนบงการให้คนเลี้ยงม้าป้ายสีข้าก็คงเป็หลักฐานได้เช่นเดียวกันกระมังแค่อ้าปากพูด ไม่ว่าผู้ใดก็ทำได้” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเรียบ
อาสื่อเต๋อหน้าแดงก่ำ “เ้า! ช่างเถอะ” อาสื่อเต๋อมองไปทางคนเลี้ยงม้า“เ้ายังมีหลักฐานอื่นหรือไม่”
คนเลี้ยงม้าพยักหน้า หยิบแหวนหยกออกมาจากอกเสื้อ“พระชายาสั่งให้บ่าวทำงานแล้วยังตกรางวัลนี้ให้บ่าว...”
แหวนหยกนั่นเป็นของที่อวิ๋นอ๋องประทานให้อาสื่อน่าเหยียน ภายหลังอาสื่อน่าเหยียนอ้างว่าตนไม่ใช้มอบให้กู้สุ่ยเย่ว์ของเช่นนี้ เมื่อวานยังวางอยู่ในลิ้นชักห้องนอนนาง
“นั่นเป็ของที่พระชายารองมอบให้กู้สุ่ยเย่ว์”สาวใช้ที่ยืนอยู่หลังอาสื่อเต๋อเอ่ยปาก
หากบอกว่าวาจาคนบงการได้เช่นนั้นหลักฐานที่เป็สิ่งของก็มีน้ำหนักมากกว่า
อาสื่อเต๋อมองอวิ๋นอ๋อง “ท่านอ๋ององค์หญิงยังนอนสลบอยู่บนเตียงไม่ฟื้น ท่านคิดว่าควรจัดการเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”
นิ้วมือเรียวอวิ๋นอ๋องเคาะโต๊ะใบหน้าหล่อเหลาคาดเดาอารมณ์ไม่ออก เขากวาดตามองอาสื่อเต๋อเงียบๆความดุดันอยู่ตรงนั้น ไฟโทสะอาสื่อเต๋อพลันลดถอยทันใด
“เช่นนั้นรึ...” เสียงอวิ๋นอ๋องเรียบเรื่อย“แล้วเ้า้าเช่นไรกัน”
เสียงอวิ๋นอ๋องเย่อหยิ่ง แววตาแฝงแววทะนง อาสื่อเต๋อในใจไม่พอใจ แต่พอนึกถึงแรงกดดันของอวิ๋นอ๋องเลยทำได้เพียงข่มกลั้นไว้“ข้าหวังว่าท่านอ๋องจะมอบกู้สุ่ยเย่ว์ให้เผ่าข้าจัดการ”ไอสังหารอาสื่อเต๋อคละคลุ้ง หากกู้สุ่ยเย่ว์ตกอยู่ในมือเขาเห็นชัดว่ามีแต่ตายสถานเดียว นิ้วมือเมิ่งซีอวี้ประสานอยู่ด้วยกัน ในใจยินดีทว่าใบหน้าไม่ได้แสดงออกมาแม้เพียงนิด
“ง่ายดายเช่นนี้เลยรึ”
อวิ๋นอ๋องเพิ่งจะเอ่ยจบก็ััได้ว่ามีสายตาร้อนแรงร่วงตกมาที่ตัวเขาเขาหันหน้าไป สบสายตากับกู้สุ่ยเย่ว์“แต่ถึงอย่างไรกู้สุ่ยเย่ว์ก็เป็คนของจวนอวิ๋นอ๋อง เื่นี้ให้ข้าจัดการแล้วกันข้าจะทวงความเป็ธรรมให้อาสื่อน่าซื่อเอง”
อวิ๋นอ๋องเอ่ยจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทิ้งกลุ่มคนที่มีโทสะลุกท่วมทว่าไม่กล้าเอ่ยวาจาเอาไว้
อาสื่อเต๋อสูดลมหายใจลึกๆใช้แววตาเย็นเยียบจับจ้องกู้สุ่ยเย่ว์ “เช่นนั้นข้าจะรอคำตัดสินจากอวิ๋นอ๋อง”
เมิ่งซีอวี้นั่งอยู่ในโถงไต่สวนอันหนาวเหน็บ ทั่วร่างห้อมล้อมด้วยไอหนาวะเื
ท่านอ๋องถึงกับปกป้องกู้สุ่ยเย่ว์!
ท่านอ๋องแต่งกู้สุ่ยเย่ว์เพราะราชโองการฉบับหนึ่งตามจริงแล้ว อวิ๋นอ๋องชิงชังการแต่งงานครั้งนี้มาก
มอบกู้สุ่ยเย่ว์ให้ชาวทูเจวี๋ย ทั้งได้จัดการคนที่เกลียดฝ่าบาทฝั่งนั้นยังไม่สามารถว่าอะไรเดิมทีอวิ๋นอ๋องแค่ผลักกู้สุ่ยเย่ว์ให้ชาวทูเจวี๋ยฝั่งนั้นก็ได้แล้วนางคิดไม่ถึงว่าอวิ๋นอ๋องจะปกป้องกู้สุ่ยเย่ว์
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกกักบริเวณ ทหารสองนายกุมตัวนางไปขังไว้ในเรือนแยกเดี่ยวหลังเล็กๆ
เดิมทหารพวกนั้นคิดว่านางจะขัดขืนก่อเรื่อง เตรียมใจไว้พร้อมพรั่ง ทว่าไม่คาดนางที่อยู่ในเรือนเล็ก นอกจากกินข้าวกับนอนหลับแล้วเวลาที่เหลือล้วนแต่นิ่งเหม่อลอยอิ่นจูมาปรนนิบัติข้างกายกู้สุ่ยเย่ว์
“กลางวันวันนี้มีคนเข้าห้องข้าหรือไม่” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
อิ่นจูนึกอย่างละเอียด “ไช่หงเคยเข้าไปเพคะ”
“ไช่หงเป็คนที่พระชายาผู้เฒ่าส่งมา...”เห็นชัดว่าเื่นี้เป็อุบายต่อเนื่อง
ม้าคลั่ง อยากให้นางตาย ต่อให้นางไม่ตายเื่นี้ก็หล่นลงบนหัวนาง
“ข้างกายชายาเมิ่งมีสาวใช้คนสนิทนามว่าไช่ชิง” อิ่นจูเอ่ย“ไช่หง ไช่ชิง เมิ่งซื่อ...”
เมิ่งซื่อเป็ศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดตอนนี้เมิ่งซื่อควบคุมทั้งจวนอ๋อง นางเป็ภัยต่อเมิ่งซื่อมากที่สุด
ยามราตรี ลมหนาวเหน็บ กู้สุ่ยเย่ว์นอนอยู่บนเตียงห่มผ้าห่ม กำลังจะหลับ แต่กลับได้ยินหน้าต่างถูกเปิดเสียก่อนหน้าต่างเปิดออก เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามาเดินมาข้างกายกู้สุ่ยเย่ว์ไร้สุ้มเสียง มีดในมือแทงไปบนเตียง
ชั่วขณะนั้น ร่างกู้สุ่ยเย่ว์พลิกหมุน ร่างกายร่วงไปบนพื้นหลบการแทงนั้นได้
อาศัย่สั้นๆกู้สุ่ยเย่ว์ใช้แสงจันทร์กะเกณฑ์ร่างกายของคนผู้นั้น บุรุษร่างกำยำ ััไวพลังภายในไม่สามัญ
กู้สุ่ยเย่ว์เพิ่งทะยานถึงหน้าต่าง คิดจะกระโดดหนีออกไปทว่าขากลับถูกคนผู้นั้นดึงเอาไว้ ล้มกระแทกลงพื้น ความเคลื่อนไหวในห้องดังขนาดนี้ด้านนอกคงได้ยินแล้ว ทหารทั้งสองนายพุ่งเข้ามาจากด้านนอก ก่อนพบว่าพระชายาเอกของพวกเขากำลังฟัดเหวี่ยงอยู่กับคนชุดดำ ทว่าพอมองดูดีๆ อีกครั้ง ทั้งสองคนนั้นไม่ได้ทำเรื่องบัดสีอะไร แต่เป็นกำลังต่อสู้กันมีคนคิดสังหารกู้สุ่ยเย่ว์!
ทั้งสองคนตอบสนองรวดเร็ว หมายจะพุ่งเข้าไปขัดขวางคนชุดดำทว่ากลับถูกคนชุดดำกำราบง่ายดาย เท้าเดียวเตะกระเด็นออกไป
กู้สุ่ยเย่ว์ชัดเจนแล้วว่าผู้มามีจุดประสงค์ร้ายคิดจัดการนางถึงตาย ที่น่ากลัวคือ ฝ่ายตรงข้ามเก่งกว่านาง!
กู้สุ่ยเย่ว์รับมือยากลำบากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีดของคนผู้นั้นจ่อคอนาง...
“ใต้เท้าอาสื่อเต๋อ ที่นี่คือซั่วอวิ๋น เจ้าฆ่าคนในจวนอวิ๋นอ๋องเช่นนี้ เคยคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นหรือไม่” “เจ้าทำร้ายองค์หญิง อวิ๋นอ๋องยังปกป้องเจ้า แต่ข้าไม่อาจยอมให้เจ้ารอดได้” อาสื่อเต๋อเอ่ย“องค์หญิงเติบโตภายใต้การปกป้องคุ้มครองของกษัตริย์ข้าหากผู้ใดทำร้ายนางก็ต้องตายสถานเดียว”“อาสื่อน่าเหยียนยังไม่ฟื้น เ้ากลับอาศัยแค่คำพูดตัดสินข้าว่าทำร้ายอาสื่อน่าเหยียนรึ”
“เช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้าก่อน รอองค์หญิงฟื้นแล้วหากข้าฆ่าผิดคน เช่นนั้นค่อยไปฆ่าคนที่ทำร้ายองค์หญิงผู้นั้นอีกครั้ง”
หากว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง กู้สุ่ยเย่ว์อยากกลอกตาขาวจริงๆนี่เป็ครั้งแรกที่นางพบคนไม่สนใจเหตุผลเช่นนี้
ในสายตาของคนผู้นี้อาสื่อน่าเหยียนเป็เทพธิดาบน์หรืออย่างไร!
ในตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์คิดว่าตนคงตายภายใต้เงื้อมมือคนผู้นี้เสียงดุจศร์สายหนึ่งดังขึ้น “อาสื่อเต๋อ หยุดมือ!”
เสียงนั้นพอเอ่ยออกมา แววตาอาสื่อเต๋อฉายแววยินดีมองผู้ที่มา “องค์หญิง ท่านฟื้นแล้ว!”
บนศีรษะอาสื่อน่าเหยียนพันผ้าสีขาวไว้ ใบหน้าขาวซีดแต่การเดินเหินฟื้นคืนดั่งปกติแล้ว
อาสื่อเต๋อพุ่งไปคุกเข่าหน้านางอาสื่อเต๋อที่เมื่อครู่เหมือนสัตว์ป่าดุร้ายชั่วพริบตากลับกลายเป็เหมือนสุนัขตัวโต รอเ้านายสั่งการ
ทว่าอาสื่อน่าเหยียนกลับก้าวผ่านอาสื่อเต๋อมาเดินมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ คว้ามือนาง เอ่ยขึ้นเสียงกระแทกกระทั้น“กู้สุ่ยเย่ว์ เจ้ายังไม่ตายกระมัง”กู้สุ่ยเย่ว์อาศัยแรงลุกขึ้นนั่ง “ยังขอบใจน้องเหยียนเอ๋อร์ที่เป็ห่วง”
“เหอะ ผู้ใดเป็ห่วงเ้ากัน!”
“หากน้องเหยียนเอ๋อร์ไม่ได้เป็ห่วงข้าเหตุใดถึงรีบรุดมากันเล่า” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเนิบช้า
อาสื่อน่าเหยียนถูกพูดจี้จุด ใบหน้าเรียวซีดพลันแดงเรื่อหันหน้าจะเดินหนีไป
กู้สุ่ยเย่ว์รีบคว้าแขนเสื้อนางไว้อาสื่อน่าเหยียนหันมามองนาง กู้สุ่ยเย่ว์กะพริบตา เก็บน้ำเสียงล้อเลียน เอ่ยขึ้น“น้องเหยียนเอ๋อร์อย่าเพิ่งไป พี่หญิงยังอยากขอให้เ้าช่วยสักเื่”