บทที่ 8
ิญญาทมิฬ
ร่างเงาสีดำที่ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าในตอนนี้ แผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งความตายที่น่าพรั่นพลึง
ไม่เพียงเท่านั้นดวงตาสีแดงของมันกับเต็มไปด้วยจิตสังหาร จ้องมองมนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าของมันด้วยแววตาระแวดระวัง
เงาสีดำที่ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าในตอนนี้ย่อมเป็ิญญาทมิฬ
มันเป็ิญญาที่ทั่วทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีดำ เจียงเฟิงรู้ดีว่าสภาวะนี้เป็ิญญาทมิฬเพียงแค่ระดับสองเท่านั้น
มันเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตสอง ถ้าเกิดว่าพวกิญญาทมิฬมีขอบเขตที่สูงกว่านี้ ร่างแล้วก็ลักษณะของมันจะถูกแสดงออกมาให้ชัดเจนมากกว่านี้
แต่ว่าในตอนนี้เป็เพียงแค่ร่างเงาสีดำเท่านั้น มองดูก็รู้ว่าเป็เพียงแค่พวกิญญาทมิฬระดับต่ำ
เจียงเฟิงมองไปที่ิญญาทมิฬที่อยู่เบื้องหน้าของตนเองโดยที่ไม่เกรงกลัว แม้กระทั่งััได้ถึงปราณแห่งความตายเ่าั้
ิญญาทมิฬที่ยืนอยู่ก็กำลังยืนคุมเชิง ไม่ได้หวาดกลัวบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าของมัน แต่ว่ามันกำลังหวาดกลัวกับสตรีทั้งสองที่อยู่ด้านหลังของบุรุษหนุ่มต่างหาก
เจียงเฟิงเอียงคอมองิญญาทมิฬที่อยู่ด้านหน้า “ดูเหมือนว่าเพิ่งจะเปลี่ยนเป็ิญญาทมิฬ”
ประเภทของิญญาทมิฬที่กำเนิดขึ้นมาได้ มันมีพวกิญญาทมิฬอยู่สองแบบ โดยที่ิญญาทมิฬแบบแรกเป็ิญญาทมิฬแท้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเป็ิญญาทมิฬเลย
พวกประเภทนี้ไม่รู้ว่าพวกมันกำเนิดมาได้อย่างไร แต่ว่าิญญาทมิฬประเภทที่สองกับเป็ิญญาทมิฬที่พบเจอได้มากที่สุด
เป็ิญญาทมิฬที่กำเนิดมาโดยที่ ิญญาทมิฬต้นกำเนิดเป็คนเปลี่ยนิญญาแค้นให้กลายเป็ิญญาทมิฬ
ิญญาที่อยู่ด้านหน้าไม่ใช่เป็ิญญามาั้แ่กำเนิด มันเคยเป็ิญญาแค้นมาก่อน แล้วก็อาจจะพบเจอิญญาทมิฬแท้แล้วเปลี่ยนให้มันกลายเป็ิญญาทมิฬ
สองประเภทนี้แตกต่างกันที่ความแข็งแกร่ง แน่นอนว่าพวกที่เป็พวกิญญาทมิฬต้นกำเนิดย่อมแข็งแกร่งกว่า
แต่พวกิญญาทมิฬประเภทที่สองที่ถูกเปลี่ยนมาเป็ิญญาทมิฬ มันเองก็ไม่ใช่พวกิญญาที่อ่อนแอ
เจียงเฟิงส่งเสียงบอกกับพวกนางทั้งสอง “ไม่ต้องเข้ามายุ่ง”
เจียงเฟิงก้าวเดินไปด้านหน้า ในขณะที่ิญญาทมิฬพบเห็นมนุษย์ที่ก้าวเดินเข้ามา มันไม่ได้แยแสมนุษย์หนุ่มผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
นั่นเพราะว่าอีกฝ่ายเป็เพียงแค่ผู้ฝึกปราณขอบเขตแรก ทว่าเมื่อเจียงเฟิงก้าวเดินเข้ามาเรื่อยๆ ใบหน้าภายใต้ควันดำของิญญาทมิฬเริ่มแปรเปลี่ยนไป
มันสามารถััได้ถึงภัยอันตรายถึงชีวิตจากบุรุษที่อยู่ด้านหน้า
ิญญาทมิฬกัดฟันแน่นในตอนนี้สัญชาตญาณดิบในร่างกายถูกกระตุ้น มันไม่สนอันใดพุ่งทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
กรงเล็บสีดำสนิทตั้งใจที่จะโจมตีเข้าใส่เจียงเฟิง เจียงเฟิงที่กำลังเดินก็หยุดชะงักดวงตามองไปยังการโจมตีของอีกฝ่ายที่จู่โจมเข้ามา
มุมปากของเขาฉึกยิ้มกว้างขึ้น เจียงเฟิงกำไผ่เขียวในมือแน่นแล้วก็ออกแรงฟาดอย่างรุนแรง
เสียงดังสนั่นปรากฏขึ้น ภาพที่เฉินอวี้และซินอวี้ได้พบเห็นก็คือหัวของิญญาทมิฬตัวนั้น ในตอนนี้ะเิแตกอย่างรุนแรง
พร้อมกับร่างกายของมันที่ค่อยๆสลายหายไป พวกนางที่ฝีมือไม่ธรรมดา ก็ยังตกตะลึงกับสถานการณ์ที่ปรากฏขึ้นด้านหน้า
ิญญาตัวนั้นอย่างน้อยก็อยู่ในระดับขอบเขตฝึกตนขอบเขตสอง ทว่านายน้อยของพวกนางสังหารมันได้โดยการใช้ท่อนไม้ไผ่ฟาดตีไปเพียงแค่ครั้งเดียว
ไม่ว่าอย่างไรสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพวกนางก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน หลังจากที่ิญญาทมิฬโดนทุบจนหัวเละร่างกายของมันสลายหายไป
ในตอนนี้พบเห็นแก่นิญญาที่ใสสะอาดอยู่ด้านหน้า มันเป็แผ่นิญญาที่บริสุทธิ์เป็อย่างยิ่ง เป็เหมือนกับไข่มุกสีขาวที่เปล่งแสงปราณิญญาที่ไม่ธรรมดา
กระทั่งสาวใช้ทั้งสองก็ยังจับจ้องสิ่งที่อยู่ด้านหน้า ดวงตาของพวกนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
แน่นอนว่าพวกนางไม่เคยพบเห็นของสิ่งนี้มาก่อน แต่ว่าเพียงแค่มองเห็นปราณิญญาที่ไหลออกมาจากเ้าของสิ่งนั้น ก็ทำให้พวกนางรู้ได้ในทันทีว่ามันไม่ธรรมดา
เจียงเฟิงได้รับเอาไข่มุกที่เต็มไปด้วยปราณิญญานั้นมา นี่คือแก่นิญญาของิญญาแค้น ที่ถูกเปลี่ยนเป็ิญญาทมิฬ แก่นิญญาบริสุทธิ์มีขนาดเทียบเท่ากับไข่มุกเม็ดเล็กๆเท่านั้น
นี่เองก็เป็อีกหนึ่งความแตกต่าง ถ้าเกิดว่าเป็ิญญาทมิฬระดับสองที่เป็ิญญาทมิฬแท้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเอง ระดับแก่นิญญาของมันคงจะใหญ่กว่านี้อีกสักร้อยเท่า
บ่งบอกถึงความสามารถที่มากกว่าิญญาทมิฬธรรมดา ที่ถูกแปรสภาพมาจากิญญาแค้น
เจียงเฟิงมองสิ่งที่อยู่ในมือของตนเองอย่างพึงพอใจ เจียงเฟิงหันไปมองพวกนาง “กลับกันเถอะ”
หลังจากนั้นทั้งสามก็เดินทางกลับไปยังเมืองเฟิงเฉิน เจียงเฟิงใช้ทางเดินด้านหลังเข้าไปยังจวนของตนเอง
ยามราตรีมาถึง
บริเวณศาลาคลื่น์ เจียงเฟิงนั่งอยู่ภายในศาลาพร้อมกับเฉินอวี้และซินอวี้ ทัศนียภาพภายในทะเลสาบคลื่น์ยามราตรีงดงามยิ่งกว่ากลางวัน
เพราะว่าบริเวณรอบๆถูกตกแต่งด้วยหินแสง หินแสงนี้เป็หนึ่งในสินค้าที่ผู้คนมากมายนิยมใช้กัน
มันเป็หินที่สามารถส่องแสงสว่างไสวได้ แน่นอนว่าให้เปรียบเทียบกับโลกที่เขาเดินทางไป มันก็เหมือนกับหลอดไฟที่วิทยาศาสตร์นั้นให้กำเนิดขึ้นมา
เลยทำให้ยามราตรีภายในทวีปแห่งนี้ไม่ได้มืดมิด เจียงเฟิงมานั่งรับลมชมทะเลสาบยามราตรี
ทว่าในมือข้างขวาของเขามีไผ่เขียวที่เป็ของวิเศษชิ้นนั้นอยู่ และมือข้างซ้ายก็มีไข่มุกที่ส่องแสงสว่างไสวเป็แก่นิญญาบริสุทธิ์ของิญญาทมิฬ
เจียงเฟิงวางสิ่งของทั้งสองชิ้นเอาไว้ด้านหน้า นิ้วมือของเขาตวัดไปมาในอากาศ มันปรากฏอักขระบางอย่างขึ้นมา
เจียงเฟิงเหมือนกับผู้ที่มีความสามารถมากมาย แม้ว่าตนเองจะอยู่ในขอบเขตแรก แต่ว่าอันที่จริงแล้วมันไม่ใช่เส้นนั้นเลยแม้แต่น้อย
การที่เขาสำแดงพลังออกมาแต่ละครั้ง ต้องใช้พลังปราณิญญาในร่างกายไปเกือบหมดในแต่ละครั้ง
ไม่ว่าจะเป็ตอนที่เรียกิญญาูเา การใช้การโจมตีเดียวสังหาริญญาทมิฬขอบเขตสอง หรือแม้กระทั่งในตอนนี้ที่วาดอักขระขึ้นในอากาศ
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ใช้ปราณิญญาในร่างกายไปมากกว่าครึ่งในแต่ละครั้ง ถ้าเกิดจะให้ใช้งานติดต่อกันคงจะไม่สามารถทำได้
แต่ว่าในแต่ละครั้งล้วนแล้วมีช่องว่างที่ห่างกันพอสมควร ผนวกกับเส้นทางในการฝึกฝนของเจียงเฟิงค่อนข้างแปลกประหลาด
ปราณิญญามากมายหลั่งไหลเข้ามาหาเขาเอง เพราะแบบนั้นเลยสามารถทดแทนปราณิญญาที่ใช้ออกไปได้อย่างรวดเร็ว
แต่การที่ปราณวิญญารไม่เพียงพอ นี่ก็เป็เื่น่ารำคาญของคนที่อยู่ในขอบเขตแรกเช่นเดียวกัน ปราณิญญาในร่างกายที่กักเก็บไม่เพียงพอเลยทำให้สำแดงพลังออกมาได้ไม่เต็มที่
หลังจากที่อักขระถูกวาดขึ้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นก็คืออักขระนั้นเป็แกนกลางให้ไผ่เขียวดึงดูดปราณิญญาจากไข่มุกสีขาวเข้าไป
วัตถุวิเศษชิ้นนี้แม้ว่าจะเป็วัตถุที่ไม่ธรรมดา แต่ยังไม่ถึงขั้นที่สามารถเบิกสติปัญญา และสามารถดูดปราณิญญาจากไข่มุกได้ด้วยตนเอง
เลยต้องใช้อักขระเป็แกนกลางในการส่งพลังิญญา จากแก่นิญญาของิญญาทมิฬเข้าไปใส่ท่อนไผ่เขียว
ทำให้มันสามารถใช้พลังปราณิญญาพวกนั้นบ่มเพาะ และก็ทำให้ระดับของมันเพิ่มขึ้นเองได้
หลังจากที่วัตถุวิเศษชิ้นนี้ บ่มเพาะไปเรื่อยๆมันเองก็จะบังเกิดสติปัญญาขึ้นมาเอง เจียงเฟิงเมื่อเห็นว่าไผ่เขียวเท่านั้นเริ่มดูดกลืนปราณิญญา เขาเองก็ย่อมพยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจเช่นเดียวกัน
เจียงเฟิงละสายตาจากไผ่เขียวและหันไปมองทัศนียภาพที่งดงามด้านหน้า เฉินอวี้ค่อยส่งสุรารสเลิศให้ด้านซ้าย ส่วนซินอวี้ค่อยส่งของทานเล่นต่างๆให้ทางด้านขวา
เจียงเฟิงที่นั่งอยู่ในตอนนี้แทบร้องไห้ ่เวลาหลายปีที่ผ่านมาตนเองแทบจะไม่มีเวลาเช่นนี้เลย ทิ้งคราบนายน้อยเ้าสำราญที่ตนเองเคยเป็มาก่อนหน้านี้ไปจนหมด ไปไล่ฆ่าพวกิญญาทมิฬั้แ่เช้าจนมืด