“อ๊ากกก!!!!”
เสียงดังปังพร้อมกับประตูห้องน้ำที่เปิดออกอย่างแรงจนไปกระแทกเข้ากับหนึ่งในนั้นอย่างจังจนกระเด็น
“ใครวะ-อั่ก!!”
ไม่ทันได้ยินเสียงตอบของคนปริศนาภาพตรงหน้าที่เลือนลางก็เห็นว่าชายคนนั้นโดนเตะเข้าที่ท้องอย่างแรงจนไปกระแทกเข้ากับอ่างล้างมือก่อนจะร่วงลงพื้นไป
“หนอย~ยัยสวยอย่าคิดว่าเป็ผู้หญิงแล้วกูจะปล่อยมึงนะเว้ย!!!!”ชายคนนั้นะโด่าและพยายามจะลุกจากพื้น
ผู้หญิง…หรอ
หรือว่าพี่ลูซี่!!
‘ถ้าผมโดนทำร้าย ผมไม่น่ารอดครับ ฮ่าๆ’
‘ทำไมถึงคิดงั้นล่ะคะ’
‘ก็ผมกากนี่ครับ แถมยังสู้ใครไม่ได้อีกด้วย ถ้าโดนทำร้ายจริงผมคงตายแน่ๆ’
‘ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะไปช่วยเราเอง’
‘แม้ว่าจะอันตรายหรอครับ’
‘ค่ะ แม้จะอันตราย หรือแม้ว่าพี่ต้องตายหรือทำผิดบาปพี่ก็จะยอมค่ะ’
คำสัญญาในวันนั้นไม่อยากเชื่อเลยแฮะว่าเธอจะทำจริง
ดีใจแฮะ
ค่อยๆเงยหน้ามองแม้ว่าภาพตรงหน้ามันจะเบลอมากจนแทบมองไม่เห็นเลยก็ตาม
“พะ-พี่ลูซี่ ผม…เจ็บ”
ทันทีที่พูดจบเห็นลางๆว่าเธอกำลังเดินตรงไปหาอีกฝ่ายที่กำลังลุกขึ้นและพุ่งตรงหมายจะต่อยพี่ลูซี่
“มึงโดนกูแน่!!!”
เธอใช้มือซ้ายรับหมัดนั่นจากนั้นก็เตะตัดขาก่อนจะใช้ส้นเท้าที่คิดว่าน่าจะเป็ข้างขวาตอกเข้าไปที่ข้างแก้มขวาด้วยแรงมหาศาลจนอีกฝ่ายกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงห้องน้ำก่อนจะร่วงลงพื้นนอนแน่นิ่ง
เธอเดินตรงมาหาก่อนจะช่วยพยุงเขาให้ลุกนั่งพิงกับกำแพงด้านข้าง
“เจ็บมากมั้ยคะ”
“ครับ เจ็บมากเลยครับ”
“พี่ขอโทษนะคะ ทั้งที่สัญญาเอาไว้แล้วแท้ๆ”แม้จะมองเห็นไม่ค่อยชัดแค่ก็ััได้ว่าลูซี่กำลังทำสีหน้ากังวลอยู่
“ขอโทษทำไมครับ… แค่พี่ลูซี่มาช่วย… ผมก็ดีใจมากแล้ว”
มือเรียวเอื้อมมาลูบแก้มเบาๆแต่เขากลับััได้ถึงความสั่นของมือทั้งสองนั่น
“พี่ลูซี่ ร้องไห้หรอครับ”
“คงงั้นมั้งคะ”
เค้นแรงอันน้อยนิดพยายามเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้“ไม่ร้องนะครับ ยิ่งพี่ร้อง… ผมยิ่งเจ็บนะครับ”
มือเรียวของลูซี่ยกมาจับมือข้างที่เช็ดน้ำตาให้ก่อนจะเอียงแก้มแนบกับมือของเขา
“พี่จะไม่ร้องแล้วค่ะ พี่ไม่อยากเห็นเราเจ็บอีก”
มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจแต่ต้องหุบเมื่อเห็นลางๆว่าคนด้านหลังค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะง้างของแหลมสีเงินที่คาดว่าน่าจะเป็มีดอะไรสักอย่างหมายจะแทงลงที่เธอ
“พี่ลูซี่ข้างหลัง!!”
ด้วยความไวลูซี่ใช้มือบังมีดจนมันเสียบทะลุก่อนจะทำการล็อคแล้วดึงให้แขนของอีกฝ่ายลงมาแล้วทำการยกขาเตะเสยคางจากทางด้านหลังจนอีกฝ่ายปล่อยมีดที่เสียยคามือจากนั้นก็หมุนตัวเตะตัดขาแล้วใช้ส้นเท้าเตะเข้าที่แก้มซ้ายจนอีกฝ่ายกระเด็นไปกระแทกกับอ่างล้างมือและน็อคคาอ่าง
“ไอ้ลู! มึงอยู่ไหน-เชี่ยไรเนี่ย!!!”
ประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงโวยวายที่คุ้นหูก่อนจะพบว่าเป็ลุคบูมแล้วก็ติม
“ไอ้ไทม์!!”
ติมกับบูมรีบตรงดิ่งมาดูไทม์พร้อมกับพลิกตัวเพื่อสำรวจแผล
“ไอ้พวกนั้นมันทำมึงหรอ”
“อือ แต่ไม่เป็ไรแล้วล่ะ”
“ให้ตายเถอะ รู้งี้กูน่าจะตามมึงมาด้วย ขอโทษนะมึง”
ทั้งติมกับบูมทำสีหน้าที่รู้สึกผิดพวกเขาไม่ผิดหรอก คนผิดคือเขาเองถ้าเขาไม่ะโในตอนนั้นเื่แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
“ไอ้ลูมึงอย่าดึงมีดออกนะเดี๋ยวเืหมดตัว”
“กูไม่โง่ดึงออกหรอก”
“หรอ เฮ้ยพวกมึงอ่ะ มีใครขับรถเป็มั่ง” ลุคหันมาถาม
“ผมพี่” ติมหันไปตอบ ในกลุ่มคนที่ขับรถเป็มีแค่ติมแค่คนเดียว
“มึงเอารถกูพาไอ้สองคนนี้ไปโรงบาลก่อน จอดอยู่ข้างๆ ทะเบียน กข 2214 เดี๋ยวไอ้พวกนี้กูจัดการเอง”
“เคพี่” ลุคโยนกุญแจให้ติม บูมหันมาช่วยพยุงไทม์ให้ลุกขึ้นจากพื้น
“ฝากตรงนี้ด้วย”
“เออ”
ใช้เวลาตรวจร่างกายกว่าชั่วโมง ทั้งเอ็กซเรย์ตรวจภายในและภายนอกคุณหมอบอกว่าเขาช้ำในมากจึงต้องแอดมิน ส่วนลูซี่แค่ทำแผลที่มือ
“แล้วนี่มึงจะบอกแม่มั้ย” บูมที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมาถาม “ยังอ่ะ”
“ถ้าไม่บอกตอนนี้จะบอกตอนไหนล่ะ มึงอยู่กับแม่แค่สองคนนะถ้ามึงไม่กลับบ้านนานๆ แม่มึงจะไม่สงสัยเอารึไง มึงก็รู้อยู่ว่ามึงโกหกใครไม่เก่ง”
ก็จริงอย่างที่ติมมันพูดเขาน่ะโกหกใครไม่เคยได้ั้แ่ไหนั้แ่ไรแล้วเมื่อก่อนตอนม.ปลายตอนที่เขาเคยโดนบูลลี่เขาก็เคยโกหกว่าเกิดอุบัติเหตุถัดมาไม่กี่วันแม่รู้ว่าที่เขาพูดน่ะโกหกแม่ไม่ได้ไปถามใครแต่ท่านรู้เพราะใบหน้าของเขามันบอกหมด
“เอาไงดี”
ได้แต่ถอนหายใจด้วยความกังวลที่เขาไม่อยากบอกแม่เพราะกลัวท่านจะเป็ห่วงจนเครียดแม่ของเขายิ่งเป็มะเร็งปากมดลูกด้วยกลัวว่าถ้าแม่รู้เื่จะเครียดและโทษตัวเองจนล้มเหมือนปีก่อน
“ไทม์!!”
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับแม่ที่สภาพกระหอบกระหืดเหมือนคนวิ่งมา
“แม่!!! อั่ก!!” ด้วยความใเลยเผลอลุกแต่ลืมว่าตัวเองเจ็บอยู่ “แม่ทำไมแม่มาอยู่นี่ที่”
“หนูลูซี่โทรมาบอกแม่น่ะสิ”จะว่าไปั้แ่ฟื้นเขาก็ไม่เห็นลูซี่กับลุคเลยนี่ถ้าจำไม่ผิดก่อนมานี่ลุคบอกว่าจะจัดการคนพวกนั้น แล้วลูซี่ล่ะทำแผลเสร็จแล้วเธอไปไหน
“แล้วตอนนี้หนูเป็ไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย”
“ดีขึ้นหน่อยแล้วครับ แต่ยังมีเจ็บบ้าง”
“ตอนที่แม่รู้เื่แม่ใมากเลยนะ แม่ขอโทษนะลูก”
“อีกแล้วครับแม่ แม่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรสักหน่อยจะขอโทษทำไมครับ”
“แต่แม่…”
“แค่แม่ไม่โกรธผมก็ดีใจแล้วครับ”
“แม่จะไปโกรธหนูทำไมล่ะลูก แค่รู้ว่าหนูไม่เป็อะไรมากแม่ก็ดีใจแล้ว”
แม่เอื้อมมือมาลูบผมเบาๆก่อนจะก้มมาหอมที่กลุ่มผม ไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับลุค
“เป็ไงบ้างพี่” บูมที่นั่งเล่นมือถืออยู่ตรงโซฟาเงยหน้าถาม
“เรียบร้อย อีกไม่นานก็น่าจะโดนไล่ออกล่ะ”
“โดนไล่ออกเลยหรอครับ-โอ๊ย!”
คำตอบของลุคทำเอาไทม์ถึงกับเผลอลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องร้องเพราะลืมว่าตัวเองเจ็บอยู่
“แหงสิ เล่นพกมีดเข้าสนาม หาเื่ผู้อื่น แถมเป็นักกีฬาของมหาลัยด้วย แค่พักการเรียนกับโดนจับมันไม่พอหรอก”
“แต่ผมเคยได้ยินว่ามหาลัยนี้เวลานักศึกษามีเื่กันมักจะปล่อยผ่านหนิพี่”ติมพูดเสริม
“แล้วคิดหรอว่าไอ้ลูมันจะยอม”
“เออนั่นสิ”
“แล้วตอนนี้พี่ลูซี่ไปไหนหรอครับ”จะว่าไปั้แ่ฟื้นมาผมยังไม่เห็นลูซี่เลยเมื่อกี้เขาก็ทักแชทเธอไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับมา
“ไอ้ลูมันโดนสอบปากคำอยู่ เดี๋ยวดึกๆ มันก็มา”ประโยคของลุคทำเอาไทม์ถึงกับสะดุ้งจนหลุดออกจากความคิด
“พะ-พี่ลุครู้ได้ไงครับว่าผมคิดอะไรอยู่”
“หน้ามึงมันบอก” เขาพูดพลางนั่งลงที่โซฟาข้างบูม
“ขนาดนั้นเลยหรอครับ”
“ขนาดนั้นแหละ”
ก็พอรู้หรอกนะว่าเวลาคิดอะไรหน้าของเขามักจะแสดงสีหน้าจนหลายคนมักบอกว่าสีหน้าเขามันอ่านง่ายอยู่เสมอแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะอ่านง่ายขนาดนี้
“แล้วทำไมพี่ลูซี่ถึงโดนสอบปากคำล่ะครับ เธอแค่มาช่วยผมไม่ใช่หรอแถมยังโดนพวกนั้นใช้มีดแทงมือด้วย”
“อย่าลืมสิว่าที่ไอ้พวกนั้นนอนน็อคเพราะฝีมือไอ้ลู”
จริงด้วย
“ไอ้เ้าพวกนั้นยังไงมันก็โดนคดีอยู่แล้วแต่ไอ้ลูมันดันทำเกินกว่าเหตุน่ะสิ ตำรวจเลยเรียกมันไปสอบปากคำ”
“แล้วแบบนี้พี่ลูซี่จะโดนอะไรมั้ยครับ”
“มากสุดก็โดนตักเตือนกับเสียค่าปรับนั่นแหละ”
“เสียค่าปรับหรอลูก เสียเท่าไหร่เดี๋ยวแม่ออกให้”
แม่ผมทำท่าจะควักตังค์ลุคที่เห็นก็รีบห้ามทันที“ไม่เป็ไรครับแม่ แค่นี้เอง”
“แต่แม่เกรงใจ น้องหนูาเ็ไม่พอยังต้องมาเสียเงินอีก”
“โอ๊ย~ ไม่เป็ไรเลยครับสำหรับพวกเขาเื่เงินเื่เล็ก”
“แต่…”
“ไม่เป็ไรจริงๆ ครับ การที่น้องผมมันทำแบบนั้นมันรู้อยู่แล้วครับว่าผลที่ตามมามันจะเป็ยังไงในตอนนั้นมันไม่ได้สนว่าตัวเองจะโดนคนที่บ้านด่ามั้ยหรือต้องติดคุกหรือโดนอะไรรึเปล่าแต่สุดท้ายมันก็เลือกทำเพราะสิ่งที่มันคิดตอนนั้นคือ่ไทม์ครับ”
ประโยคของลุคทำให้ไทม์นึกถึงเมื่อวันนั้นเลย
‘แม้จะอันตราย หรือแม้ว่าพี่ต้องตายหรือทำผิดบาปพี่ก็จะยอมค่ะ’
สิ่งที่ลูซี่ทำเธอไม่เคยลังเลเลยรวมถึงเมื่อตอนที่ไปช่วยเขาก็เหมือนกันเธอเลือกที่จะจัดการคนพวกนั้นโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมั้ยเธอไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมาเยอะแค่ไหนแต่เธอก็เลือกที่จะช่วยเขาอยู่ดี
นี่เขา…กำลังทำให้เธอลำบากอยู่หรอเนี่ยรู้สึกผิดแฮะ
“ถ้าหนูพูดแบบนั้นก็ได้จ๊ะ”
เสียงโทรศัพท์ของลุคดังทำให้ทุกคนต้องละสายตาหันไปมอง
“ฮัลโหลครับ ห๊ะ อ่อ รู้แล้วครับ เดี๋ยวกลับครับ”ลุควางสายพร้อมกับปั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย “แม่ผมตามแล้วงั้นผมกลับก่อนนะครับ”
“พี่หวัดดี”
“เออๆ ไปล่ะ”
ไทม์มองตามแผ่นหลังของลุคจนเขาออกจากห้อง
“ไทม์ นอนพักได้แล้วลูก”
“แต่…”
“ไม่กังวล ทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง” ไทม์เม้มปากแน่นก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงนอนตามที่แม่บอก
“ก็ได้ครับ”
หวังว่าเขาตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่มีเื่ที่ไม่ดีเกิดขึ้นนะ
“ยังไงคราวหน้าก็อย่าทำเกินกว่าเหตุละกัน”
“ไม่รับปากนะคะ”
สีหน้าของชายวัยกลางคนในเครื่องแบบตำรวจที่เต็มไปด้วยยศที่ติดเต็มไหล่บ่งบอกได้ว่าเหนื่อยใจกับหลานสาวคนนี้
“หนูไปก่อนนะคะ หวัดดีค่ะ”ลูซี่ลุกขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกจากห้องสอบปากคำ
ระหว่างนั้นก็พลางขยับแขนขาเพื่อให้คลายจากความเมื่อยล้าเพราะกว่าจะสอบปากคำเสร็จก็กินเวลากว่า3 ชั่วโมงเต็ม
มือเรียวเปิดประตูทางออกแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีคนหน้าคุ้นใส่สูทดำยืนรออยู่หน้าประตู
“ผมมารับครับ”
พี่โจบอดี้การ์ดคนสนิทโผล่มาแบบนี้เธอรู้ได้ทันทีว่ามีคนสั่งมาแน่ๆ
“ไอ้ลุคสั่งให้มารับหรอครับ”
“ป่าวครับ คุณผู้ชายสั่ง”
คิ้วขมวดปมกว่าเดิมเมื่อไม่ใช่คนที่คิดพ่อหรอ งานหยาบล่ะ เธอได้ถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าตอบ
รถหรูเคลื่อนตัวออกจากสถานีตำรวจระหว่างทางเธอก็พี่บอดี้การ์ดคนสนิทเพื่อไม่ให้เงียบ
“พี่ว่าพ่อจะดุหนูมั้ย”
“ไม่เหลือครับ”
“พี่ไม่คิดหน่อยหรอ”
“สั่งให้ผมมารับถึงที่คงไม่มีอะไรนอกจากเรียกไปดุหรอกครับ”
ก็จริง
ลูซี่ถอนหายใจเอนหลังกับพนักพิงมันเป็ปกติที่เวลามีเื่ถึงตำรวจเธอมักจะโดนเรียกไปดุเป็ประจำ
ลูซี่ไม่ใช่ลูกคุณหนูที่เวลาสู้คนจะใช้วาจาเข้าสู้หากสุดท้ายการเจรจาไม่ใช่ทางออกส้นตีนเท่านั้นถึงจะดีที่สุดไอ้ประโยคนี้เธอไม่ได้เป็คนคิดแต่พี่ชายของเธอสอนมา
รถหรูเทียบจอดณ ที่จอดรถของบ้าน ลูซี่ลงจากรถด้วยสีหน้าคิ้วขมวดก่อนจะเดินตรงเข้าไปในบ้าน
สองขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บ้านใหญ่มือเรียวทำท่าจะเคาะแต่ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านในเสียก่อน
“หวัดดีค่ะ”
“นั่งลงก่อน ขอคุยธุระแป๊บ”
ลูซี่นั่งลงที่เก้าอี้นิ่มฝั่งตรงข้ามของโต๊ะทำงานพ่อระหว่างรอเธอก็สำรวจห้องไปพลางๆ
ไม่ใช่ว่านี่เป็การเข้ามาครั้งแรกแต่แค่ไม่ได้เข้ามาบ่อยก็เท่านั้นล่าสุดถ้าจำไม่ผิดคือเข้ามาเมื่อสองปีก่อน เธอเข้ามาเอาซีดีเกมส์ 18+ ให้ลุคเพราะเขาโดนพ่อยึดเอาไว้แล้วไม่กล้าเข้ามาเองตอนพ่อรู้พ่อสวดยับโดนเฉพาะลุคที่ใช้เธอให้เข้ามาเอาส่วนเหตุผลที่โดนยึดก็ไม่ใช่ไร กวนตีนพ่อมากเกินก็แค่นั้นเอง
“มา”
“เื่เมื่อตอนเย็นใช่มั้ย” เธอไม่รอให้พ่อถาม
“ใช่ สรุปเื่มันเป็ไง”
“ก็แค่กระทืบคนเอง”
“กระทืบแบบไหนทำไมถึงขั้นขึ้นสน.ได้”
“หนักไปหน่อยน่ะ”
“แล้วต้นเหตุล่ะ”
“มันทำน้องก่อน” คนเป็พ่อได้ยินก็ถึงขั้นคิ้วขมวด “ผู้ชาย?”
“ใช่”
“นี่ฉันไม่อยู่เดือนนึงแกไปมีแฟนแล้วหรอเนี่ย”
“จีบอยู่ ยังไม่ได้เป็แฟน”
“แล้วทำไมผู้ชายของเราถึงปล่อยให้เราไปมีเื่ได้ล่ะ”
“น้องโดนหาเื่ก่อนแล้วน้องก็ไม่สู้คนแถมฝั่งนั้นก็มีมีดพ่อยังจะให้หนูอยู่เฉยอีกหรอ”
“ชอบขนาดถึงขั้นยอมทำแบบนั้นเลยหรอ”
“ก็ทีพ่อยังเคยมีเื่เพื่อช่วยแม่เลย แล้วทำไมหนูจะทำไม่ได้บ้าง”คำตอบของลูกสาวทำเอาคนเป็พ่อถึงกับหรี่ตามอง
“นี่ไอ้เ้าลุคมันสอนอะไรบ้าๆ อีกแล้วใช่มั้ย”
“ป่าวสอน หนูแค่มีพี่ชายเป็ไอดอลเฉยๆ”
ชายวัยกลางคนได้ยินคำตอบของลูกสาวก็ถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้นิ้วขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ
“โอเคๆ พ่อยอมแล้ว”
“งั้นหนูไปได้ยัง”
“ยัง จะรีบไปไหน”
“ไปหาน้อง”
“ไม่ได้เจอกันตั้งนานอยู่คุยกับพ่อก่อนสิ ผู้ชายแกไม่หายไปไหนหรอก”
คำตอบของพ่อทำลูซี่ถึงกับเบ้ปากใจเธออยากจะไปหาไทม์ใจจะขาดแล้ว ไม่รู้ตอนนี้เป็ไงบ้าง
“เด็กคนนั้นชื่อไทม์สินะ อายุสิบเก้า อยู่กับแม่สองคนที่บ้านทำน้ำพริกกากหมูขาย เรียนวิทย์คอมฯ ม.เดียวกับแก”
“รู้เยอะขนาดนี้เป็สตอคเกอร์หรอ”
“ไม่กวนตีนสักวันมันจะตายรึไง”
“ไม่ตายค่ะ แค่ขาดใจ”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งไม่ใช่อะไรแค่เหนื่อยใจกับความกวนประสาทของลูกสาวเฉยๆ
สมแล้วที่มีพี่เป็ไอดอลเหมือนพี่ชายมันไม่มีผิดเลย
“ประวัติก็ดูธรรมดาไม่ได้พิเศษอะไรแต่เท่าที่ได้ยินมาเด็กแกดูท่าจะซุ่มซ่ามเอาเื่นะ”เขาพูดพร้อมกับวางเอกสารประวัติของไทม์ลงบนโต๊ะ
“แล้วไง แค่น้องน่ารักแค่นั้นสำหรับหนูก็เกินพอแล้ว”
“ดูท่าแกจะรักเด็กนั่นมากเลยนะ”
“มากๆ เลยค่ะ”
ตอนแรกก็แค่ชอบแต่่หลังๆ มาผนวกกับเหตุการณ์หลายๆอย่างทำให้เธอชัดเจนกับรับรู้ความรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เธอทำมันไม่ใช่แค่ความรู้สึกชอบแต่มันคือความรู้สึกรักต่างหาก
“แกนี่เหมือนพี่แกเป๊ะเลย”
“หนูกับไอ้ลุคก็ได้เชื้อมาจากพ่อนั่นแหละ”
สมัยก่อนพ่อของลูซี่ก็เฮ้วๆไม่ต่างกับพวกเธอนั่นแหละ เผลอๆ หนักกว่าด้วย
พ่อได้ฉายาปีศาจดำตัวเป้งของวิทยาลัย RTacใครหาเื่ก็ต้องโดนซัดร่วงทุกรายแต่พ่อไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครสักเท่าไหร่บวกกับความหน้าตาดีด้วยเลยมีแต่คนหมั่นไส้ไม่น้อย
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นหยุดการสนทนาของสองพ่อลูกพร้อกมับประตูที่เปิดออกพร้อมกับหัวหน้าแม่บ้าน
“ขออนุญาตค่ะ คุณผู้ชายคะคุณผู้หญิงเรียกน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวผมไปครับ” พูดเสร็จพ่อก็หันมาพูดกับลูซี่ “ส่วนแกน่ะคราวหน้าคราวหลังก็อย่าไปมีเื่อีก ไม่ใช่ว่าจะมีอำนาจแล้วจะทำอะไรตามใจได้นะ”
“น้องโดนทำร้ายขนาดนั้นหนูอยู่เฉยไม่ได้หรอกค่ะ”
“ฉันรู้ แกจะชอบใครรักใครฉันไม่เคยว่าหรอกนะ แต่ก็ควรมีสติให้มากเขาไม่ได้เดือดร้อนในสิ่งที่แกทำแต่หากเกิดเหตุร้ายถึงขั้นปางตายมาคนที่เสียใจที่สุดก็จะเป็เขาไม่ใช่แก จำเอาไว้ด้วยล่ะ”
พูดจบพ่อก็เดินออกจากห้องไปปล่อยให้ลูซี่จมอยู่กับความคิดและคำพูดเมื่อกี้คำพูดนั่นมันเหมือนกับตอนที่ลุคพูดไม่มีผิดก็จริงที่เวลาเกิดเื่กับไทม์ไม่ว่าจะเื่ใหญ่หรือเื่เล็กก็ตามเธอมักจะสติหลุดทุกทีและอย่างคราวนี้ก็เหมือนกัน ลูซี่อาละวาดจนสุดท้ายต้องขึ้นโรงพักแม้จะสามารถจัดการได้แต่หากวันนึงมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างที่พ่อบอกคนเสียใจไม่ใช่มันเธอแต่จะเป็ไทม์เสียมากกว่า
ไทม์กับลูซี่มีสิ่งที่แตกต่างเป็อย่างมากไทม์เป็เด็กน่ารักเรียบร้อยเวลามีปัญหามักจะใช้เหตุผลเข้าแก้ต่างกับเธอที่นิสัยเ็า เ้าเล่ห์และเวลาที่มีปัญหาถึงแม้จะใช้เหตุผลเข้าแก้แต่ก็ได้ไม่มาก
พอมาคิดดูดีๆเธอก็เริ่มกังวล นี่เธอยังเหมาะสมกับไทม์จริงๆ หรอแถมั้แ่รู้จักกันไทม์ก็มีแต่เื่เจ็บตัวอีกนี่เธอเป็ตัวปัญหาเรียกแต่เื่มาให้เขาเจ็บตัวหรอ
เสียงสั่นจากมือถือให้เธอหลุดออกจากความคิดลูซี่หยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงพอเปิดหน้าจอก็ต้องใเพราะมันมีข้อความที่ยังไม่เปิดอ่าน
นิ้วเรียวกดเข้าแอปเพื่อเช็คข้อความล่าสุดที่ส่งมาก็ไม่ใช่ใครนอกจากลุคที่ถามไถ่ประมาณว่าโดนพ่อด่ามั้ยแต่พอเลื่อนลงมาสายตาก็ต้องมาสะดุดกับข้อความจากคนๆ นึงลูซี่รีบกดเข้าข้อความทันที มีหลายข้อความที่ไทม์ส่งมาแต่มันไม่แจ้งเตือน
18.20 น.
time00.00 : พี่ลูซี่เป็ไงบ้างครับ
time00.00 : เห็นพี่ลุคบอกว่าคุณตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำด้วย
19.00 น.
time00.00 : พี่ลุคบอกว่าพี่ลูซี่จะมาตอนค่ำๆ แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นเลย
time00.00 : เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ
time00.00 : ถ้ามีอะไรก็บอกผมได้นะครับ ถึงผมจะไปหาไม่ได้ก็เถอะ
19.30 น.
time00.00 : ผมขอโทษนะครับที่ทำให้พี่ลูซี่ลำบาก
time00.00 : ั้แ่รู้จักกันผมสร้างแต่เื่ให้พี่ลูซี่ตลอดเลย
time00.00 : พี่ลูซี่คอยช่วยคอยดูแลผมตลอด แต่ผมทำอะไรให้ลูซี่ไม่ได้เลย
time00.00 : ขอโทษนะครับ
พออ่านจบลูซี่ก็ลุกออกจากห้องแล้วเดินตรงดิ่งไปที่รถแล้วขับออกไปทันทีที่ปลายทางก็ไม่ใช่ที่ไหนนอกจากจากโรงพยาบาลที่เ้าของข้อความพักอยู่
มาถึงโรงพยาบาลลูซี่ตรงดิ่งไปยังห้องพักก่อนจะทำการเปิดประตูและมุ่งตรงโผเข้ากอดคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่ยังคงงงงวยไม่รู้เื่
“พะ-พี่ลูซี่ มาได้ไงครับเนี่ย”
“พี่ขอโทษนะคะ”
“ครับ? ขอโทษเื่อะไรหรอครับ”ไทม์เงยหน้ามองอีกคนด้วยความงง “ทุกเื่ค่ะ เพราะพี่เราถึงต้องมาเจ็บแบบนี้”
“เอ๊ะ?” ไทม์ได้แต่คิดและสงสัยไอ้ที่เขาเจ็บตัวมันเพราะตัวเขาเองไม่ใช่หรอ
“ั้แ่เรารู้จักกันไทม์ก็เจ็บตัวอยู่ตลอด คงเป็เพราะพี่ที่เป็ตัวซวยนำโชคร้ายมาให้เราถึงต้องมาซวยอยู่แบบนี้”
หรือว่าลูซี่จะคิดมากเื่ข้อความที่เขาส่งไป“มันไม่จริงหรอกครับ”
ลูซี่ค่อยๆคลายอ้อมกอดจนเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“คนที่ทำคือผมต่างหาก ั้แ่เด็กๆ แล้วผมมักจะซุ่มซ่ามหาเื่เจ็บตัวเสมอมันไม่ได้เกี่ยวกับที่รู้จักกับพี่ลูซี่เลย”
“เมื่อก่อนน่ะเวลาผมซุ่มซ่ามหรือทำอะไรเจ็บตัวคนรอบข้างนอกจากแม่ก็มักจะคอยด่าคอยล้อผมอยู่เสมอแต่กับพี่ลูซี่กับเพื่อนๆ ที่นี่ไม่เคยทำแบบนั้นเลย ทุกคนคอยช่วยเหลือผมแล้วก็อย่างวันนี้พี่ลูซี่มาช่วยผมอย่างไม่ลังเลเลย แถมยังปกป้องผมจากคนไม่ดีด้วยเพราะฉะนั้น ไม่ต้องคิดมากนะครับ”
ไทม์ส่งยิ้มให้เธอเพื่อเป็การบอกว่าไม่ให้เธอคิดมากลูซี่ที่ได้เห็นรอยยิ้มนั่นความคิดด้านลบที่เคยคิดว่าเธอไม่เหมาะสมก็ถูกลบล้างไปในทันที
“ขอบคุณมากนะคะ ต่อไปนี้พี่จะไม่คิดมากแล้วค่ะ”เธอพูดก่อนจะนั่งลงที่เตียงคนไข้
“ดีแล้วครับ หาว~”
ดูเหมมือนว่าฤทธิ์ยาจะเริ่มออกไทม์ยกมือขยี้ตาที่ตอนนี้พร้อมที่จะปิดทุกเมื่อ
“นอนพักเถอะค่ะ พี่ไม่กวนแล้ว”
“แล้วพี่ลูซี่ล่ะครับ”
“เดี๋ยวพี่นอนที่โซฟานี่ก็ได้ค่ะ”
“จะเฝ้าหรอครับ”
“ค่ะ คืนนี้พี่จะเฝ้าเอง”
ไทม์ยื่นมือทั้งสองไปจับมือของอีกคน“งั้น ฝันดีนะครับ”
ไทม์เอนตัวเพื่อเตรียมที่จะพักผ่อนลูซี่จัดการขยับผ้าห่มให้ก่อนจะก้มลงจุมพิตลงที่หน้าผากของเขาเบาๆ
“ฝันดีนะคะ ที่รักของพี่”