หลี่เชี่ยนเชี่ยนรู้สึกดีใจแต่กลับทำสีหน้ากังวลพลางถอนหายใจ
“แต่หว่านหนิงตั้งใจแตกหักกับพวกเราอีกหน่อยฉันกลัวว่าจะหาข้ออ้างเข้าใกล้เธอไม่ได้แล้วน่ะสิ”
“ฉันมีอยู่วิธีหนึ่งที่ไม่ใช่เพียงจะแก้แค้นสวีหว่านหนิงได้ทั้งยังเอาเงินที่เธอแย่งไปกลับคืนมาได้ด้วย และดีไม่ดีอาจจะได้กำไรอีกนิดหน่อย”
“ถ้าอย่างนั้น...ฉันต้องทำอะไรบ้าง”
แผนการลับที่สองคนนี้ปรึกษากันในห้องสวีหว่านหนิงไม่รู้เลยแม้แต่น้อย เธอในตอนนี้กำลังเข็นจักรยานไปยังสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่ [1] พร้อมกับพวกป้าจู
หลังมาถึงหน้าสำนักงานฝ่ายคณะใหญ่ป้าจูก็ถามเธออย่างไม่แน่ใจ “หว่านหนิง จะบริจาคจักรยานคันนี้ให้กับฝ่ายคณะใหญ่จริงหรือ”
“จริงสิคะสิ่งที่ฉันพูดต่อหน้าทุกคนจะคืนคำได้อย่างไร”
ขณะกำลังคุยกันอยู่นั้นเธอก็เห็นเฉินเป่าเจีย หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่และหลินชุนเซิงที่เป็ผู้ใหญ่บ้านกำลังเดินกลับเข้ามาในสำนักงาน
“ซู่เจินมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“สวัสดีค่ะหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ผู้ใหญ่บ้าน” สวีหว่านหนิงที่ถูกเมินเป็ฝ่ายทักทายก่อน “ฉันขอให้คุณป้ามาด้วยกันค่ะ ฉันมีธุระอยากคุยกับทั้งสองท่าน”
แม้จะแต่งงานกับคนของหมู่บ้านต้าเจียงแล้วแต่ร่างเดิมของสวีหว่านหนิงสร้างเื่วุ่นวายไว้ไม่น้อย ทำให้หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านปวดหัวเป็อย่างมากด้วยเหตุนี้พวกเขาทั้งสองคนจึงมีภาพจำต่อสวีหว่านหนิงไม่ดีนัก
“ธุระอะไรหรือ”
“คืออย่างนี้ค่ะ...” สวีหว่านหนิงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหน่วยจือชิงให้กับพวกเขาฟังแล้วเสริมว่า “หมู่บ้านของพวกเราอยู่ค่อนข้างใกล้จากตัวเมืองฝ่ายคณะใหญ่มีจักรยานเพียงแค่คันเดียว เ้าหน้าที่ของหมู่บ้านจะเข้าออกพร้อมกันก็คงมีจักรยานไม่พอใช้ไม่สะดวกต่อการปฏิบัติงาน ดังนั้นฉันจึงอยากบริจาคจักรยานคันนี้ให้กับฝ่ายคณะใหญ่ของพวกเราค่ะ”
ได้ยินดังนั้นหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กับผู้ใหญ่บ้านก็มองหน้ากัน
นี่คือคำพูดที่ออกมาจากปากของสวีจือชิงจอมก่อเื่คนนั้นจริงหรือ?
ป้าจูเห็นสามีตนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจึงค้อนควัก
“หว่านหนิงคิดเผื่อคนทั้งหมู่บ้านต้าเจียงจิตใจของเธอโอบอ้อมอารียิ่งนัก!”
“นี่มัน...”หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่เงียบไปสักพัก แล้วถามหยั่งเชิงว่า “เธอมีเงื่อนไขอื่นอีกไหม”
“ฉันมีเื่อยากขอร้องค่ะ”
ผู้ใหญ่บ้านทำสีหน้าเหมือนคิดไว้อยู่แล้ว“ว่ามาสิ เงื่อนไขอะไร”
“หากไม่มีใครใช้งานจักรยานแล้วคนในหมู่บ้านอยากขอยืมใช้ในกรณีเร่งด่วน ฉันหวังว่าพวกคุณจะอนุญาตค่ะ”
มีพวกชาวบ้านเดินตามสวีหว่านหนิงมาด้วยไม่น้อยเดิมทีพวกเขายังไม่เชื่อว่าสวีหว่านหนิงจะปรารถนาดีจริงๆสวีหว่านหนิงบอกว่าจะบริจาคของมีค่าอย่างจักรยานให้กับชุมชนใครก็คาดไม่ถึงว่าเธอจะพูดออกไปแบบนั้น
แม้แต่ป้าจูเองก็อดข้องใจไม่ได้
ระหว่างทางป้าจูคาดเดาจุดประสงค์และการกระทำของสวีหว่านหนิงไปต่างๆ นานา นึกไม่ถึงเลยว่าจุดประสงค์จะเรียบง่ายเช่นนี้
“หว่านหนิงเธอเป็เด็กดีจริงๆ!”
“เพื่อรับใช้ประชาชนค่ะ!หลินอันกับแม่สามีของฉันมักพูดกับฉันเช่นนี้ตลอด หลายปีที่ผ่านมาหากไม่ได้ความช่วยเหลือจากทุกๆ คนที่มีให้กับพวกเขาสองแม่ลูกหลินอันจะประสบความสำเร็จอย่างในตอนนี้หรือคะฉันก็แค่บริจาคจักรยานคันเก่าคันเดียว เทียบกับความเสียสละของทุกคนแล้วไม่มีค่าให้พูดถึงหรอกค่ะ”
“เพื่อรับใช้ประชาชน!” หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ปรบมือให้สวีหว่านหนิง“ฉันขอเป็ตัวแทนฝ่ายคณะใหญ่และชาวบ้านของหมู่บ้านต้าเจียงรับความปรารถนาดีของสวีจือชิงเอาไว้!”
“ฉันยังมีอีกเื่ที่อยากจะขอร้องค่ะ”
“ว่ามาสิ!”น้ำเสียงของผู้ใหญ่บ้านต่างไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
“ครอบครัวฉันส่งพัสดุมาให้พรุ่งนี้ฉันคงต้องไปรับมันในตัวเมืองเพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ฉันจึงอยากขอยืมใช้จักรยานคันนี้ค่ะ”
……
หลังสวีหว่านหนิงกลับบ้านมาอย่างอารมณ์ดีกลับต้องพบว่าในลานบ้านอันกว้างขวางตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คน
แม่หลินต้าชุน และเยาเม่ยยืนอยู่ใต้ชายคาบ้าน พลางฟังพวกชาวบ้านแย่งกันพูดด้วยสีหน้างุนงง
“แม่ในที่สุดแม่ก็กลับมาสักที!”
ต้าชุนเป็คนแรกที่เห็นสวีหว่านหนิงเขาะโเสียงดัง จากนั้นก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าคนที่เมื่อครู่พยายามเบียดเสียดกันเข้ามากลับแหวกทางเป็สองฝั่งเพื่อให้ทางเดินกับสวีหว่านหนิง
สวีหว่านหนิงกลั้นใจก้าวเดินท่ามกลางสายตาของพวกชาวบ้านเธอรู้สึกประหม่ายิ่งกว่าตอนให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อชาติที่แล้วเสียอีก
หลังสวีหว่านหนิงกลับมาถึงบ้านพวกเด็กๆ ก็เริ่มอุ่นใจและพากันไปยืนข้างหลังเธอ
“หว่านหนิงพวกฉันเอาเป็ดกับไก่มาให้”
“ใช่ๆดูนี่สิ ฉันเอาไก่สองตัวที่สวยที่สุดในเล้ามาให้เลยนะ! ตรงนี้ยังมีไข่ไก่อีก40 ฟอง ฉันเลือกไข่ที่ได้รับการผสมพันธุ์แล้วมาให้ 20ฟอง อีกไม่นานก็จะกลายเป็ลูกเจี๊ยบ!”
“พี่สะใภ้หยางเอาใจใส่มากจริงๆค่ะ” สวีหว่านหนิงยกนิ้วโป้งให้เธอ
“หว่านหนิงตกลงนี่มันเื่อะไรกัน”
คนกลุ่มนี้มาถึงก็บอกว่าเอาของมาให้กับสวีหว่านหนิงแต่เพราะมากันเยอะเกินไป ต่างคนต่างแย่งกันพูด ทำเอาแม่หลินปวดหัวไปหมด ไม่เข้าใจว่าพวกเขามาทำอะไรกันแน่
“แม่คะเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ต้าชุนเยาเม่ยมานี่สิ ถึงเวลาทดสอบพวกลูกแล้ว!”
สวีหว่านหนิงหยิบสมุดของต้าชุนและเยาเม่ยออกมาใครเอาสิ่งของอะไรจากเธอไป และนำสิ่งของอะไรมาแลกเปลี่ยนเธอจดบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดเื่เข้าใจผิดและป้องกันมิให้มีใครคิดโกงในภายหลัง
“ลูกสองคนเอารายการนี้ไปตรวจสอบของทั้งหมดว่าครบหรือเปล่า”
บนนั้นมีแต่ตัวอักษรที่ง่ายที่สุดสวีหว่านหนิงไม่กลัวเด็กสองคนอ่านไม่ออก
“หว่านหนิงไข่ไก่พวกนี้มีมูลค่ามาก ให้เด็กสองคนมาตรวจดูจะไหวหรือ”
“ไข่ไก่มีค่าแค่ไหนก็ไม่มีค่าเท่าลูกสองคนของฉันหรอกค่ะคุณป้าวางใจได้นะคะ ถ้าทำแตกพวกฉันจะรับผิดชอบเอง ฉันยินดีค่ะ”
ได้ยินสวีหว่านหนิงพูดเช่นนั้นคนอื่นๆ ก็ไม่มีความเห็นอีก
ต้าชุนรับผิดชอบตรวจสอบรายการสิ่งของเยาเม่ยนับจำนวน เด็กสองคนเข้าขากันได้อย่างไร้ที่ติ
สวีหว่านหนิงมองดูอยู่สักพักเมื่อเห็นลูกๆ ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วก็เดินเข้าไปในห้องครัว
เธอต้มน้ำหม้อใหญ่แล้วตอกไข่ไก่ลงไปหลายฟองเธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะเติมน้ำตาลลงไปอีกสองช้อน
เมื่อต้าชุนกับเยาเม่ยตรวจสอบรายการของที่เอามาแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วสวีหว่านหนิงก็ต้มแกงจืดไข่น้ำเสร็จพอดี
“ลำบากพวกคุณป้าที่ต้องมาที่นี่แล้วค่ะบ้านฉันไม่ได้มีของดีอะไร ฉันต้มแกงจืดไข่น้ำเอาไว้ พวกคุณป้าทานกันสักหน่อยสิคะ”
“เพียงแต่ถ้วยชามบ้านฉันมีค่อนข้างน้อยพวกคุณป้าทยอยกันรับไปกินนะคะ”
“ไอ้หยาหว่านหนิง เธอเกรงใจกันเกินไปแล้ว! พวกเราจะกินแกงจืดไข่น้ำของเธอได้อย่างไรไม่ได้หรอก ไม่ได้!”
“นั่นสิหว่านหนิงพวกเราเอาเป็ดกับไก่ไปไว้ที่เล้าไก่ของเธอเสร็จก็ควรกลับได้แล้ว อย่าลำบากเลย!”
“อย่าเพิ่งกลับเลยค่ะคุณป้าไหนๆ ก็มาแล้ว กินสักหน่อยเถอะนะคะ อากาศหนาวขนาดนี้ กินแล้วร่างกายจะได้อบอุ่น”
สุดท้ายด้วยการชักชวนอย่างแรงกล้าของสวีหว่านหนิงผู้มาเยือนจึงได้กินแกงจืดไข่น้ำกันทุกคน
ป้าหยางพึมพำกับลูกสะใภ้ที่อยู่ข้างกายว่า“สวีจือชิงคนนี้ใจกว้างจริงๆ เธอเติมน้ำตาลลงไปในแกงจืดด้วย รสชาติหวานฉันไม่ได้กินน้ำหวานๆ มานานแค่ไหนแล้วนะ”
สะใภ้หยางมองแกงจืดไข่น้ำอีกครึ่งถ้วยที่เหลือแล้วส่งให้แม่สามี“แม่คะ ฉันกินตอนอยู่ไฟจนเบื่อแล้วละค่ะ แค่ได้กลิ่นฉันก็คลื่นไส้ถ้ายังไงแม่ช่วยฉันกินได้ไหมคะ เดี๋ยวถ้าอาเจียนมันจะน่าเสียดาย!”
ป้าหยางที่ตั้งใจจะปฏิเสธได้ยินดังนั้นก็รับถ้วยมากินจนหมดภายในคำเดียว
เชิงอรรถ
[1]องค์กรบริหารและดูแลความเรียบร้อยภายในชุมชนใหญ่กว่าสำนักงานชุมชน แต่เล็กกว่าเทศบาลชุมชน