เรียกได้ว่าการจับทวนเพียงครั้งเดียวของโคก็เกิดเื่ขึ้นเข้าอย่างไม่น่าเชื่อและไม่ใช่โคเพียงคนเดียวที่ได้รับาเ็แต่เป็เคแกนเองต่างหากที่โดนหนักกว่าใครเพราะภรรยาของเขาทาเนียนางได้เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีจนโกรธและงอนไปหลายวันกว่าจะตามง้อได้ก็เรียกได้ว่าแทบตายเหมือนกัน
ั้แ่นั้นมายามใดที่โคเอ่ยขอร้องให้เขาสอนเพลงทวนให้เขาก็จะปฏิเสธมาโดยตลอดจนกว่าจะทำโคจะปลุกแก่นพลังเวทย์ให้ตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์เพราะนี่ก็เป็หนึ่งในเงื่อนไขที่ทาเนียบอกกับเขามา
“ข้ารู้ว่าอันตรายในการฝึกนับว่าต้องมีแต่โคยังเด็กเกินไปเขายังไม่ควรที่จะรับการสั่งสอนอะไรรุนแรงเช่นนั้นนับแต่นี้ไปหากท่านพี่ยังคิดว่าข้าเป็ภรรยาก็อย่าได้รุนแรงกับเขาอีกอย่างน้อยก็จนกว่าโคจะปลุกแก่นพลังเวทย์ให้ตื่นโดยสมบูรณ์”คำพูดที่ทรงพลังนี้ของทาเนียยังคงสลักลึกลงในจิตใจของเคแกนได้อย่างชัดเจนทุกๆครั้งที่เขาจับทวนและเห็นหน้าบุตรชายคำนี้ก็ยังคงลอยขึ้นมาก่อกวนเขาได้อยู่เสมอ
“แต่ท่านพ่อการฝึกก็ย่อมมาพร้อมกับอาการาเ็มีที่ไหนเล่าจะเป็ยอดคนโดยไม่ผ่านการมีาแ”โคเอ่ยขึ้นมาตามความเป็จริงแม้ใบหน้าของเขาจะเต็มไปด้วยความเสียดายหากแต่ในใจไม่
“เื่นี้พ่อและแม่เข้าใจแต่อย่างที่แม่เ้าบอกจนกว่าแก่นพลังเวทย์จะสมบูรณ์เ้าจะไม่ได้รับการสั่งสอนจากพ่อเช่นเดียวกันเมื่อแก่นพลังเวทย์ของลูกสมบูรณ์แล้วแม้อาการาเ็จะรุนแรงเพียงใดมารดาของเขาเ้าก็จะไม่มีสิทธิเข้ามาก้าวก่ายได้อย่างแท้จริง”เคแกนประกาศกล้าวออกมาด้วยความมุ่งมั่นอย่างไรเสียหัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาไม่มีทางสอนโคจนกว่าแก่นพลังเวทย์จะสมบูรณ์
ท่ามกลางความภาคภูมิใจอยู่ดีมุมปากของโคก็ยกยิ้มขึ้นมานี่สร้างความเสียวสันหลังให้กับเคแกนเป็อย่างยิ่ง“เช่นนั้นท่านแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาแทรกแซงเพราะแก่นพลังเวทย์ของข้าล้วนสมบูรณ์เต็มสิบส่วนแล้วโปรดท่านพ่อตรวจสอบ”
คำพูดนี้ของโคแทบจะทำให้เคแกนต้องตกตะลึงเพราะพิธีการปลุกแก่นพลังเวทย์มันก็ไม่ใช่เื่ที่ทำกันได้ง่ายๆถ้าไม่ใช่อาณาจักรัฟ้าส่งเสริมให้ทุกคนเดินในเส้นทางแห่งมนตราแล้วเด็กจากตระกูลสามัญจำนวนมากล้วนก็แต่อาจจะไม่ได้แม้แต่จะััเวทมนตร์ไปชั่วชีวิต
เพราะนอกจากมันจะต้องใช้ทรัพยากรแล้วการที่จะทำในแต่ละขั้นตอนย่อมผ่านไปได้ยากเย็นนักหรือก็คือวิธีการปลุกแก่นเวทย์ให้สมบูรณจำเป็ต้องใช้การดูดซับพลังเวทย์จากชั้นบรรยากาศแล้วแม้ว่ามันจะดูง่ายสำหรับผู้เดินบนเส้นทางแห่งมนตราที่เป็พื้นฐานในการเพิ่มระดับพลังแต่มันไม่ใช่สำหรับเด็กที่ไม่เคยเดินพลังเวทย์
ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดหากเดินพลาดพลั้งไปแล้วอย่างน้อยสุดก็แค่เจ็บตัวเพียงไม่กี่วันแต่ถ้าเลวร้ายเด็กคนนั้นก็เตรียมตกตายไปได้เลยและนั่นเป็เพียงขั้นแรกของการเติมเต็มแก่นพลังเวทย์ให้สมบูรณ์เพียงเท่านั้น
“บ้าจริงมันสมบูรณ์แล้วจริงๆ”เคแกนที่ยื่นมือและปล่อยพลังเวทย์ออกไปััแก่นที่สมบูรณ์เต็มสิบส่วนของโคใบหน้าของเคแกนก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อที่ว่าเหตุใดเด็กเล็กเช่นนี้จึงปลุกพลังเวทย์ขึ้นมาเองได้
“เห็นไหมละท่านพ่อข้าบอกแล้ว”โคยิ้มหล้าออกมาจมูกของเขาพลันเชิดสูงราวกับภูมิใจในตัวเองเป็อย่างมาก
ก่อนที่ในวินาทีต่อมากำปั้นขนาดใหญ่ก็ชนเข้าที่หัวของโคอย่างรุนแรงจนร้องสะดุ้งออกมา“โอ้ย ท่านพ่อท่านทำอะไรของท่าน”
“เหอะแค่นี้ยังน้อยไปสิบอกมาใครเป็คนปลุกพลังเวทย์ให้ลูก”น้ำเสียงของเคแกนนั้นเต็มไปด้วยโกรธทั้งๆที่หน้าที่นี้เป็หน้าที่ของพ่อแท้ๆแต่เหตุใดเล่าจึงมีคนแย้งตัดหน้าเขาหากไม่ได้ไปอัดมันให้สำนึกคงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความเกรี้ยวกราดของเขาได้
“ท่านพ่อท่านใจเย็นสิเป็ข้าเองต่างหากที่เป็คนปลุกพลังเวทย์ตัวเอง”โคเอ่ยขึ้นมาอย่างงุนงงก็เพราะในโลกของเขาการปลุกพลังเวทย์ด้วยตัวเองเป็สิ่งที่ตัวพึงกระทำที่สุดแต่ที่เขาภูมิใจก็เพราะปกติจะปลุกพลังเวทย์แม้จะมีคนอื่นมาช่วยแต่ก็ต้องอายุ7 ปีขึ้นไปแต่นี่เขาพึ่งอายุเพียงแค่ 5 ปีเองนะ 5 ปี
เคแกนถึงกับพูดไม่ออกเหตุใดกันเล่าเด็กที่อายุเพียง5ปีจะปลุกพลังขึ้นมาเองได้แต่จากน้ำเสียงและแววตาของโคที่เขาสังเกตก็จับไม่ได้ถึงพิรุธแต่อย่างใด
“แล้วศิลาต้นกำเนิดละใครเป็คนเอาให้เ้า”ดูเหมือนว่าเคแกนจะไม่ยอมจบเื่นี้ง่ายๆเขามีหลายร้อยหลายพันวิธีการในหัวที่จะคอยปลุกพลังเวทย์ให้โคแต่กลับไม่ได้ทำซะนี่
“พ่อบ้านดาเวน”โคเอ่ยขึ้นมาตามความเป็จริง“แต่ข้าเป็คนสั่งให้เขาเอามาให้ท่านพ่อไม่มีสิทธิไปลงโทษเขา”
“บัดซบเหตุใดจึงเป็ดาเวน”เคแกนครุ่นคิดอยู่ในใจ
แต่ด้วยเวลาก็เพียงพอที่จะทำให้เขาระงับโทสะได้ลงได้แม้ว่าเื่นี้จะเป็เื่ที่ดูธรรมดาสำหรับคนภายนอกแต่สำหรับบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้ของเขาแล้วหากเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นมาคงจะไม่มีใครมาลองรับโทสะของจักรพรรดิัและจักรพรรดิโลหิตได้หรอก
“ท่านพ่อทีนี้ก็อย่าลืมเื่ที่ตกลงกันไว้ในเมื่อข้าสามารถปลุกพลังเวทย์และทำให้แก่นพลังเวทย์ถูกเติมเต็มจนถึงสิบส่วนท่านก็ฝึกสอนข้าเดียวละกัน”โคยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่ดูเ้าเล่ห์ยิ่งนัก
“บ้าจริงตอนข้าเริ่มฝึกจริงก็อายุได้6 ปีกับอีก 9 เดือนทุกคนยังบอกว่าเป็อัจฉริยะทั้งๆที่มีบิดาของข้าคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะทนความดื้อดึงของเขาไม่ไหวแต่โคที่สามารถปลุกพลังเวทย์ของตัวเองได้ด้วยวัยเพียง5 ขวบและทำให้แก่นพลังเวทย์สมบูรณ์ด้วยตัวเองอีกจะเรียกว่าตัวอะไรยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจับทวนครั้งแรกที่ทำให้ตัวตนระดับเขาคิดว่าโคนั้นคือผู้เชียวชาญที่ไม่ได้กวัดแกว่งศาสตรามาอย่างยาวนั้นก็เพียงเท่านั้น”
เคแกนครุ่นคิดจนหัวแทบะเิจนในที่สุดเขาก็ละทิ้งสิ่งออกไปอย่างรวดเร็งเพราะในเมื่อโชคชะตาลิขิตให้โคเดินเป็เส้นทางแห่งมนตราเช่นนั้นแล้วละก็ข้าจะตอบสนองและส่งเสริมมันเอง
“ดีอย่างนั้นในเมื่อลูกสามารถตัดผ่านมันด้วยตัวเองได้แล้วนับแต่นี้ไปพ่อจะดูแลเ้าด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดและที่สำคัญแม้ว่าลูกจากลูกของพ่อแต่แค่นั้นมันไม่เพียงพอแต่การที่พ่อจะโอนอ่อนให้ลูกหรอก”
“ถ้าข้าเป็ลูกท่านยังไม่เพียงพอเห็นทีหากท่านพ่อรังแกข้าเกินกว่าเหตุจริงๆข้าคงต้องหยิบยื่นความเป็ลูกของท่านแม่มาด้วยแล้วละ”เคแกนยิ้มออกมาก่อนที่จะกำปั้นของบิดาบังเกิดเกล้าไปอีกครั้งหนึ่ง
“เหอะในเมื่อสัญญาที่แม่เ้าให้มาคือเมื่อเ้าสามารถทำให้แก่นพลังเวทย์ถูกเติมเต็มครบ10 ส่วนก็คือ 10ส่วนและเมื่อเ้าทำสำเร็จแม้ว่าข้าจะเกรงใจมารดาเ้าเพียงใดแต่ก็ไม่อาจหยิบยื่นชื่อนางมากล่าวอ้างได้”เคแกนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจแต่สำหรับโคแล้วมันหาใช่ไม่
“คำกล่าวที่ว่าบุรุษผู้อยู่เหนือหล้ายังต้องยอมสยบเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาดูเหมือนว่าจะกี่ยุคกี่สมัยก็เห็นท่ามันจะใช้ได้จริงนะ”โคครุ่นคิด
แต่แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาสามารถเหยิบยื่นทรัพยากรของตระกูลในการบ่มพลังได้และเหนือสิ่งอื่นใดจากที่เขาลอบตรวจสอบระดับบิดาในตอนแรกแล้วก็ถึงกับต้องตะลึงไปเล็กน้อยเพราะว่าเคแกนนั้นอยู่ในดินแดนของจักรพรรดิมนตราขั้นสูงสุดแล้วนี่มันมากกว่าตัวเขาในอดีตอีกไม่ใช่หรือไง
“ท่านพ่อเช่นนั้นเรามาประลองกันสักกระบวนท่าเป็อย่างไร”โคเอ่ยพลางหยิบทวนไม้ที่วางเรียงอยู่ขึ้นมาควงเล่นอย่างชำนาญและพร้อมสุดๆที่จะหวดออกไปเพื่อทำลายทุกอริศัตรูที่ขวางหน้า
“นั่นนะสิเอาไว้พรุ่งนี้เป็ไรแล้วเ้าค่อยมาฝึก”เคแกนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ก็มี่เวลาหนึ่งที่ดวงตาของเขากลอกไปมาถึงสถานการณ์รอบข้างที่ไม่มีใครอยู่
แต่นั้นมันมีหรือที่จะรอดพ้นสายตาของโคไปได้นั้นจึงเป็เหตุที่ทำให้เขาถึงกับต้องเอามือกุมขมับที่คิดในใจอย่างช่วยไม่ได้ที่ว่าเหตุใดท่านพ่อถึงได้กลัวท่านแม่ของเขาเช่นนี้...แต่ก็เอาเถอะเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายพรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้
“เป็เช่นนั้นท่านพ่อ”