ตอนที่ 14
รักษา
“เอ๊ะ นี่ข้าดูดซับความสามารถพิเศษของท่านมาหรือขอรับ”ชุนหยางเบิกตากว้างด้วยท่าทีตื่นใเมื่อได้ยินว่าตนดูดซับความสามารถพิเศษของไป๋ซิงซินมาเป็ของตัวเองถึงชุนหยางจะไม่เข้าใจเื่ความสามารถพิเศษอะไรนี่เท่าไหร่ แต่ชุนหยางก็เห็นั้แ่ตอนที่ไป๋ซิงซินสู้กับซูเยว่เซียงแล้วว่านางนั้นสามารถรักษาาแของตัวเองได้ทันทีหรือว่าความสามารถนั้นจะถูกดูดซับมาตอนที่ชุนหยางร่วมมีความสัมพันธ์กับไป๋ซิงซินในถ้ำวันก่อน
“หรือว่าข้าจะขโมยความสามารถของท่านมา”ชุนหยางยามได้ทราบว่าตัวเองได้รับความสามารถพิเศษมาแทนที่จะดีใจกลับมองไปทางไป๋ซิงซินด้วยใบหน้าเป็กังวลเสียอย่างนั้นความสามารถรักษาตัวเองได้นี้ไม่ใช่ความสามารถที่หาได้ทั่วไปเป็แน่ ถ้าหากชุนหยางขโมยความสามารถนี้มาจากพี่ซิงซินก็เท่ากับว่าชุนหยางทำผิดต่อไป๋ซิงซินจนมิอาจทดแทนได้เลยมิใช่หรือ
“แบบนี้แย่แน่ขอรับ พี่ซิงซินท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าข้าต้องทำเช่นไรถึงจะคืนความสามารถให้ท่านได้”ยิ่งคิดชุนหยางก็ยิ่งรู้สึกผิดแถมท่าทีของชุนหยางก็ยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ตอนนี้ท่าทางของเขาดูเป็กังวลมากจริงๆ เพียงแต่ท่าทีกังวลของชุนหยางกลับทำให้ไป๋ซิงซินแอบอมยิ้มออกมา
“คิกๆ เ้านี่พอเป็เื่ของคนอื่นแล้วขี้กังวลจริงๆเลยนะข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าเ้าดูดซับความสามารถของข้าไปแล้วตัวข้าจะใช้ความสามารถนั้นไม่ได้”ไป๋ซิงซินหัวเราะออกมาก่อนจะมองท่าทีลนลานของชุนหยางอย่างเอ็นดูในตอนที่ชุนหยางทรมานกับอาการธาตุไฟเข้าแทรกชุนหยางแทบไม่ปริปากร้องขอความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อยแต่พอเป็ความเดือดร้อนของผู้อื่นชุนหยางกลับลนลานเสียจนทำอะไรไม่ถูกซะได้
“เอ๋... อย่างนั้นหรือขอรับเช่นนี้ก็ค่อยยังชั่วหน่อย” พอได้ยินว่าไป๋ซิงซินยังสามารถใช้ความสามารถพิเศษของนางได้เหมือนปกติชุนหยางก็รู้สึกโล่งใจเป็อย่างมากที่แท้การดูดซับความสามารถพิเศษของมาราคะนั้นก็เป็เพียงการลอกเลียนแบบความสามารถของผู้ที่ได้ร่วมหลับนอนด้วยเท่านั้นไม่ได้ขโมยความสามารถนั้นมาจากอีกฝ่ายแต่อย่างไร
“ครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่เ้าดูดซับพลังของข้าไปาแของเ้าก็เลยหายอย่างรวดเร็วเช่นนี้ว่าแต่เ้าเถอะทำไมถึงเข้าไปปาก้อนหินใส่เ้าสำนักแบบนั้นกัน หากเ้าพลาดขึ้นมาอาจจะไม่ใช่แค่มือนะที่โดนตัดจนขาด”ไป๋ซิงซินมองฝ่ามือของชุนหยางที่แทบไม่เหลือาแแล้วด้วยท่าทีเป็ห่วง ชุนหยางเพิ่งจะปลุกพลังิญญาได้ไม่นานแต่กลับเข้าไปปะทะกับเ้าสำนักของสำนักราชสีห์คู่เสียได้ที่าเ็เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็โชคช่วยอย่างมากแล้วจริงๆทำไมเขาถึงทำเื่เสี่ยงอันตรายแบบนั้นกัน...
“ก็พี่ซิงซินไม่อยากสู้กับพวกเขานี่ขอรับข้าก็เลยอยากจะพาท่านหนีออกมา” ชุนหยางตอบพลางก้มหน้าลงด้วยท่าทีสำนึกผิดถึงยามนี้บนใบหน้าของชุนหยางจะสวมใส่หน้ากากรูปร่างประหลาดที่ไป๋ซิงซินแกะสลักอย่างสุดความสามารถแต่ท่าทางของชุนหยางก็ยังแสดงถึงความรู้สึกเป็ห่วงออกมาได้อย่างชัดเจน
“เ้าเนี่ย...เป็ผู้ฝึกฝนวิชามารที่แปลกจริงๆ”ไป๋ซิงซินได้รับความรู้สึกเป็ห่วงก็ได้แต่ลดความโกรธลงอย่างช่วยไม่ได้พอเห็นท่าทีเช่นนี้แล้วจะให้นางตำหนิเขาได้อย่างไรในเมื่อต้นเหตุก็มาจากตัวนางเองที่ลังเลว่าจะทำร้ายคนธรรมดาหรือหนีออกมาดี
“ท่านก็ทราบนี่ขอรับว่าข้าไม่ได้อยากฝึกฝนวิชาด้วยตัวเอง...”ระหว่างชุนหยางกำลังตอบกลับไป๋ซิงซินอยู่นั้น อยู่ๆท่าทีของชุนหยางก็หยุดชะงักไปเสียเฉยๆ
“ชุนหยาง...” ยามเห็นชุนหยางเงียบไปเสียเฉยๆไป๋ซิงซินเองก็ย่อมรู้สึกผิดสังเกตความสามารถรักษาของนางนั้นไม่ว่าจะเป็าแภายในหรือภายนอกก็สามารถใช้พลังิญญาในร่างรักษาได้ทั้งสิ้นต่อให้ชุนหยางมีอาการช้ำในก็น่าจะใช้พลังของนางรักษาได้ไม่มีปัญหามิใช่หรือแถมการรักษาก็ยังใช้พลังิญญาไม่มาก...
“หรือจะเป็เพราะเ้าใช้พลังิญญาจนหมด”ไป๋ซิงซินไม่ได้เห็นการปะทะของชุนหยางกับฮุ่ยซันกง แต่การที่ชุนหยางรอดชีวิตมาได้ทั้งๆที่โดนโจมตีนั่นก็หมายความว่าชุนหยางใช้พลังิญญาจำนวนมากเพื่อป้องกันตัวมิใช่หรือยิ่งหลังจากหลบหนีออกมาชุนหยางยังต้องใช้พลังิญญาเพื่อรักษาตัวเองอีกหากชุนหยางเป็คนธรรมดาเขาคงหมดเรี่ยวแรงนอนสลบไปเป็วันๆเท่านั้น แต่นางก็เกือบลืมไปว่าชุนหยางเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารยามเสียพลังิญญาไปเกือบหมดเช่นนี้ความกระหายของวิชามารราคะจำเริ่มเข้าเล่นงานเ้าของร่างอย่างรุนแรงเพื่อกระตุ้นให้เ้าของร่างดูดซับพลังิญญามาทดแทนส่วนที่ขาดหายไปทันที
“มะ..ไม่ใช่นะขอรับข้าแค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ชุนหยางย่อมเป็คนที่รู้ดีที่สุดว่าร่างกายกำลังเรียกร้องอะไรเพียงแต่ตอนนี้พี่ซิงซินเพิ่งจะพาตนเองหลบหนีออกมานอกเมืองแถมนางยังเพิ่งต่อสู้กับเ้าสำนักทั้งสองไปหมาดๆจะให้นางมาถูกตนดูดซับพลังอีกได้อย่างไร
“ชุนหยาง ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่หรือว่านี่เป็หน้าที่ที่ข้าต้องรับผิดชอบ”ไป๋ซิงซินถอนหายใจออกมาก่อนจะใช้มือของตนถอดหน้ากากของชุนหยางออก ยามนี้ภายใต้หน้ากากของชุนหยางมีเหงื่อไหลออกมาเป็จำนวนมากท่าทางชุนหยางจะอดทนมาั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วเป็แน่
“ชีวิตของข้าอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นจากวิชามารหากสิ่งที่ข้าทำจะช่วยเ้าจากวิชามารได้อีกคนไม่ว่าจะต้องทำอะไรข้าก็ยินดี” ดวงตาของไป๋ซิงซินภายใต้หน้ากากครั้งนี้อ่อนโยนลงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมานางพยายามจะบอกกับชุนหยางว่าที่นางทำแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของชุนหยางแต่เป็เพราะความ้าของนางเอง
“พี่ซิงซินท่านทำแบบนี้เพื่อข้ามันจะดีจริงๆแล้วหรือขอรับ” ยิ่งไป๋ซิงซินทำเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากเท่าไหร่ชุนหยางก็ยิ่งรู้สึกผิดมากเท่านั้นคนดีๆเช่นนางทำไมต้องมาเื่เลวร้ายเช่นนี้ด้วย
“ดีสิ เ้าเป็คนที่ทำอาหารได้เก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบแถมยังเป็คนที่ห่วงเื่ของข้ามากมากกว่าเื่ของตัวเองอีก หากข้าจะเสียสละให้คนเช่นเ้าข้าก็ไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย”ไป๋ซิงซินยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มถอดกางเกงของชุนหยางออก โชคดีที่พวกนางหนีออกมาไกลจากตัวเมืองมากเลยไม่น่าจะมีคนเข้ามาเห็นฉากนี้ได้ถึงมันจะเป็การกระทำเพื่อรักษาผลข้างเคียงของวิชามารราคะแต่ในสายตาของผู้อื่นคงมองชายหญิงที่แอบมามีสัมพันธ์กันกลางป่าเช่นนี้อย่างแปลกประหลาดเป็แน่
“พี่ซิงซิน...”ชุนหยางมองร่างของไป๋ซิงซินที่กำลังขึ้นมาคร่อมร่างของตนด้วยท่าทีอ่อนเพลีย เพียงแต่ท่าทีของไป๋ซิงซินในครั้งนี้กลับไม่เหมือนครั้งก่อนเสียเท่าไหร่นักในครั้งก่อนนางลงมือทำราวกับแพทย์ผู้รักษาอาการคนเจ็บเท่าแต่เพียงนั้น แต่ครั้งนี้ไป๋ซิงซินกลับจ้องมองใบหน้าของชุนหยางผ่านหน้ากากที่นางกำลังสวมใส่ไม่ยอมละสายตาแถมท่าทีของนางก็ยังดูยินยอมกว่าครั้งก่อนมาก
“ข้าขอถอดหน้ากากของท่านได้หรือไม่ขอรับ”ก่อนที่ไป๋ซิงซินจะเริ่มสอดใส่เข้าไป อยู่ๆชุนหยางก็ขอถอดหน้ากากของไป๋ซิงซินออกเสียอย่างนั้นทำเอาไป๋ซิงซินเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยหากนี่เป็การกระทำเพื่อรักษาเท่านั้นจริงๆทั้งสองก็ไม่จำเป็ต้องเห็นใบหน้าของกันและกันด้วยซ้ำ
“ได้สิ...”ไป๋ซิงซินตอบรับออกมาอย่างง่ายดายเพราะแต่เดิมหน้ากากพวกนี้ก็เป็เพียงเครื่องแบบของสำนักเท่านั้นขอเพียงไม่ใช่เวลาทำภารกิจก็ไม่ได้จำเป็ต้องสวมใส่เอาไว้ตลอดเวลาเพียงแต่เส้นผมของไป๋ซิงซินออกจะเด่นไปเสียหน่อยนางก็เลยสวมใส่หน้ากากเอาไว้จนติดเป็นิสัย
กึก..
เมื่อได้รับอนุญาตชุนหยางก็ปลดหน้ากากของไป๋ซิงซินออกจนได้เห็นใบหน้าทั้งหมดของนางอีกครั้งยามนี้ชุนหยางได้เห็นดวงตาของไป๋ซิงซินเต็มๆเสียที แต่ถึงจะมองผ่านหน้ากากหรือมองดวงตาของนางตรงๆชุนหยางก็ััได้ถึงความอ่อนโยนที่นางกำลังมอบให้ไม่ต่างกัน
“ถอดหน้ากากแล้วเ้าจะ...” ไป๋ซิงซินยังไม่ทันถามจบอยู่ๆชุนหยางก็โน้มตัวเข้ามาจูบริมฝีปากของนางเสียอย่างนั้นนี่เป็สิ่งที่ตรงกันข้ามกับการร่วมสัมพันธ์เพื่อรักษาเพียงอย่างเดียวมากที่สุด ความจริงแล้วนางไม่จำเป็ต้องถอดหน้ากากและไม่จำเป็ต้องตอบรับจูบของชุนหยางแต่อย่างไร เพียงแต่ไป๋ซิงซินยามโดนริมฝีปากของชุนหยางัันางกลับไม่ขัดขืนแม้แต่น้อยแถมนางยังตอบรับความรู้สึกนุ่มละมุนที่กำลังโอบรัดริมฝีปากของนางเอาไว้อีกต่างหาก
“พี่ซิงซินข้า...” ฝ่ายชุนหยางเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมตนเองถึงเข้าไปจูบนางเช่นนั้นแต่ชุนหยางยังไม่ทันจะได้ขอโทษอยู่ๆฝ่ายไป๋ซิงซินกลับโน้มตัวลงมาปิดปากชุนหยางด้วยการจูบเช่นเดียวกันไม่ทราบว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ไป๋ซิงซินกลับััได้อย่างชัดเจนว่านางเองก็้าจะจูบอีกฝ่ายเช่นกัน
“เรามาเริ่มกันเถอะ ก่อนที่เ้าจะควบคุมตัวเองไม่ได้”ไป๋ซิงซินถอนจูบออกมาก่อนจะมองลงไปยังท่อนล่างของชุนหยางที่กำลังตั้งชูชันมาทางนางหากมัวแต่จูบกันแบบนี้มีหวังชุนหยางต้องโดนความกระหายของมารราคะเข้าครอบงำเป็แน่หากรอจนถึงตอนนั้นยามทำร่วมกันก็ไม่ได้มาจากความ้าของทั้งสองฝ่ายกันพอดี
“ขอรับ...” ชุนหยางพยักหน้าก่อนโน้มตัวเข้าไปจูบริมฝีปากของไป๋ซิงซินอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้ชุนหยางไม่ได้ทำเพียงแค่จูบอย่างเดียวเท่านั้นเพราะชุนหยางยังใช้มือของตนเองถลกกระโปรงของไป๋ซิงซินขึ้นก่อนจะดึงร่างของไป๋ซิงซินให้เข้ามาชิดกับร่างของตนมากกว่าเดิม
“...” ยามชุนหยางกดร่างของไป๋ซิงซินลงมาสอดรับกับท่อนล่างของตนไป๋ซิงซินเหมือนจะส่งเสียงออกมาแต่เพราะริมฝีปากของทั้งสองยังแนบชิดติดกันก็เลยไม่มีเสียงใดลอดออกมาจากปากของไป๋ซิงซินเสียเท่าไหร่แต่เพียงท่าทีเช่นนั้นก็เห็นได้ชัดแล้วว่าไป๋ซิงซินนั้นแตกต่างไปจากครั้งก่อนทั้งๆที่ครั้งก่อนยามสอดใส่เข้าไปนางต้องรู้สึกเ็ปมากกว่าครั้งนี้เป็แน่แต่นางกลับไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมาเลยด้วยซ้ำ แถมครั้งนี้ชุนหยางยังััได้อย่างชัดเจนว่าเขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้อย่างง่ายดายขึ้นมากหรือว่าไป๋ซิงซินเองก็มีอารมณ์เช่นกัน
วูบ...
ยามร่างของทั้งสองเชื่อมโยงสอดประสานกันพลังิญญาของไป๋ซิงซินก็เริ่มหลั่งไหลเข้าไปในร่างของชุนหยางแทบจะทันทียิ่งอีกฝ่ายมีพลังิญญามากการดูดซับพลังิญญาของผู้ฝึกวิชามารราคะก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้นแค่เพียงไม่กี่อึดใจพลังิญญาที่ชุนหยางเสียไปก็ได้รับการทดแทนทั้งจนหมดแล้วหากทั้งสอง้าทำเพื่อหยุดผลข้างเคียงของวิชามารราคะทำเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...
“ชุนหยาง...ข้ามีพลังิญญามากกว่าเ้าหลายเท่ามากเลยนะ...”ยามััได้ว่าชุนหยางไม่เป็อะไรแล้ว อยู่ๆไป๋ซิงซินที่กำลังนั่งอยู่บนตักของชุนหยางกลับกระแอมกระไอก่อนจะบอกเื่พลังิญญาของนางออกมาเสียอย่างนั้นความจริงเวลาถูกดูดพลังิญญาหากไม่ได้ถูกดูดไปจนหมดผู้ร่วมหลับนอนกับมารราคะก็ไม่ได้รู้สึกเ็ปทรมานอะไรหรอกความรู้สึกราวกับร่างกายจะแตกสลายนั้นเป็ความรู้สึกยามพลังิญญาไม่เหลือพอให้ดูดซับแล้วเท่านั้น
“เพราะแบบนั้น เ้าจะทำต่ออีกหน่อยข้าก็ไม่เป็ไรหรอกนะ”ไป๋ซิงซินหน้าแดงระเรื่อก่อนจะพูดสิ่งที่ตนไม่คิดว่าจะพูดออกมาเลยแม้แต่น้อยนี่นางกำลังขอให้เขาทำกับนางมากกว่าการรักษาอยู่งั้นหรือ