บทนำ
ต้าถังรัชศกที่เก้าสิบห้า
‘ปะานาง! ตัดหัวนางซะ!’
‘นางมันตัวกาลกิณี!’
‘ราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เพราะนาง!!’
...
เสียงก่นด่าปนสาปแช่งดังระงมไปทั่วลานปะาสตรีนางหนึ่งที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ทั้งเท้าและมือทั้งสองข้าง นางเปรยั์ตาที่ไร้ความรู้สึกมองไปทั่วจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองคนผู้หนึ่งที่นั่งชมความตายของนางอยู่จากที่ไกลๆ
ั์ตาคู่นั้นของนางสั่นระริกหยาดน้ำใสเริ่มไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่อเผลอไปสบตากับเขาผู้นั้น... บุรุษที่นางรักมั่นและปันใจให้ไปหมด
“...เหอะๆ...”
นางแค่นยิ้มให้กับสภาพอันน่าสังเวชของตนในตอนนี้ผิวพรรณที่เดิมทีขาวเนียนกลับเต็มไปด้วยรอยแผลมากมายจากการทรมานและการเสียดสีกันของโซ่ใบหน้าที่อวบอิ่มบัดนี้กลับซูบผอมเพราะขาดสารอาหารผมเส้นสีมะเกลือดำขลับบัดนี้ร่วงโรยลงสู่พื้นเป็หย่อมๆ หมดสภาพหนึ่งในหญิงงามของต้าถังเสียแล้วสิ้น
...บอกกับผู้ใดก็คงจะมิปักใจเชื่อว่านางเคยเป็ถึงฮองเฮา...เป็ถึงหงส์เคียงบัลลังก์ัมาก่อน
“หึๆ...ฮ่าๆๆๆ”
หลินเยว่หว่านหัวเราะออกเยี่ยงสตรีวิปลาสฮ่องเต้หนุ่มที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้ พร้อมด้วยสตรีนางหนึ่งที่นั่งอกสั่นขวัญผวาอยู่ใกล้ๆ
“จำคำของข้าเอาไว้ให้ดีเนี่ยจินเหมย!”หลินเยว่หวานใช้แรงเฮือกสุดท้ายะโออกมาพร้อมด้วยความรู้สึกแสบฝาดที่คอเนื่องจากขาดน้ำ “ในภพชาตินี้แม้ว่าข้าจะแพ้เ้าแต่ข้าสาบานว่าหากมีภพชาติใด ข้าจะจองล้างจองผลาญเ้าไปตลอดกาล!!”
ราวกับ์ตอบรับคำสาปแช่งของหลินเยว่หว่านเมื่อลานปะาเจิ่งนองไปด้วยเือัสนีบาดก็ฟาดฟันลงสู่ลานจนเกิดไฟไหม้ลุกลามทันที
...ร่างของนางถูกเผาไหม้ไปกับเพลิงอัสนีนั้น
ต้าถังรัชศกที่เจ็ดสิบแปด
“ฮูหยินเ้าคะพยายามอีกนิดนะเ้าคะ ข้าน้อยเห็นหัวเด็กแล้ว!”
หมอตำแยทำคลอดเอ่ยขึ้นฮูหยินเอกสกุลหลิน ‘หลินจินอิ๋ง’ ตอนนี้กำลังพยายามอย่างหนักในการคลอดทารกน้อย เพราะนี่เป็ครรภ์แรกของนางความเ็ปที่ประเมินค่าไม่ได้ถูกฉายออกมาทางสีหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ผุดชื้นเต็มไปด้วยเหงื่อ และหากว่าทารกน้อยยังไม่ยอมออกมาอีกง่ายๆโดยเร็ว เห็นทีว่านางคงจะสิ้นใจเสียก่อน
“อดทนไว้นะเ้าคะฮูหยิน!” หมอตำแยพยายามที่จะดึงเด็กน้อยออกมาจากครรภ์ของมารดาจนในที่สุดทารกน้อยก็ออกมาสู่โลกกว้างได้อย่างปลอดภัย
“ได้เป็บุตรีเ้าค่ะฮูหยิน!” หนึ่งในหญิงรับใช้ที่ช่วยทำคลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหมอตำแยนำผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเืออกจากตัวของคุณหนูน้อยอย่างเบามือจากนั้นจึงห่อด้วยผ้าแล้วยื่นให้กับหลินจินอิ๋งหลินจินอิ๋งรับบุตรีของตนมากอดไว้ในอ้อมอกร่างกายที่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อครู่บัดนี้ได้อันธานหายไปหมดสิ้นเมื่อเห็นใบหน้าของบุตรของตนแล้วก็จำต้องสะดุ้งเบาๆ เมื่อจู่ๆ เด็กน้อยก็ส่งเสียงร้องลั่น
“อุแววววววววววว้!!!!!”
“ตายจริงเสียงดีเสียจริงนะ”
ใต้เท้าหลินหลินไฮ่ผิงเมื่อได้รับแจ้งจากนางรับใช้ว่าฮูหยินของเขาและบุตรีตัวน้อยปลอดภัยแล้วก็เดินยิ้มร่าเข้ามาทันทีนางรับใช้และหมอตำแยจึงขอตัวออกไป ทิ้งให้ครอบครัวสกุลหลินได้ใช้เวลาร่วมกัน
“...ท่านพี่ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้สิเ้าคะ”
“ตั้งชื่อให้เ้าก้อนซาลาเปานี้หรือ”หลินไฮ่ผิงใช้ปลายนิ้วจิ้มแก้มขาวเนียนของบุตรีของตนเบาๆ“แม้นางจะเกิดตรงดาวหงส์ตกฟาก ทว่าการใช้ชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับดาวหงส์คงจะมิดีนัก”เขาลูบคางคิด
“แล้ว...”
“เมื่อครู่ตอนที่ข้ากำลังรอเ้าอยู่ด้านนอกภาวนาให้เ้ากับบุตรปลอดภัยเป็จังหวะเดียวกับที่ข้าได้แหงนมองท้องฟ้าในยามราตรีนี้”
“ดวงจันทร์...”หลินจินอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงมิสู้ดีเท่าใดนัก เพราะหมดแรงไปกับการคลอดบุตรคนนี้
“เยว่หว่าน”หลินไฮ่ผิงลูบศีรษะของฮูหยินตนเบาๆ “บุตรีคนแรกของเราจะมีชื่อว่าหลินเยว่หว่าน”
“อุแวววว้!(ไม่เอานะ!)” ทารกน้อยพยายามส่งเสียงประท้วง
“ดูท่าว่านางจะชอบชื่อนี้นะเ้าคะ”
“แง!!(ไม่ชอบ!!)”
“ฮะๆดูทำท่าเข้าสิ” หลินไฮ่ผิงยิ้มเยาะอย่างมีความสุข “เ้าทำได้ดีมากนอนพักเสียหน่อยเถิด”
“เ้าค่ะ”หลินจินอิ๋งรับคำ จากนั้นจึงเข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับบุตรีตัวน้อยในอ้อมกอดไป
ทว่าบุตรีตัวน้อยในห่อผ้ากลับมิยอมหลับง่ายๆเมื่อหลินไฮ่ผิงบิดาของนางออกไปแล้ว ปากเล็กของเด็กทารกนั่นก็เบะคว่ำลงทันที
“ฮือ..ฮึกอึก” หลินเยว่หว่านพยายามไม่ร้องไห้ออกมาเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนมารดาของตนพลันนึกถึงความทรงจำบ้าๆ ในหัวที่เมื่อคลอดออกมาก็จำได้ทันที
...มีที่ไหนกัน!
ในชาติก่อนเพราะสาปแช่งคนๆหนึ่งไว้ ชาตินี้จึงได้รับโอกาสกลับมาแก้แค้นก็พอเดาได้ แต่จะกลับมาั้แ่เริ่มเป็ทารกใหม่ๆเลยนี่มันได้ด้วยหรือ!?
“ฮึก..อึก..ฮือออ”
ว่าแล้วทารกน้อยก็สะอื้นไม่ได้หลับนอนทั้งคืน
วันรุ่งขึ้น
วังหลวงแห่งต้าถัง
“วันนี้ในเมืองหลวงมีข่าวสารอันใดบ้าง”
ฮ่องเต้ถังิจื้อแห่งต้าถังเอ่ยถามขันทีาุโข้างกายตน มือข้างหนึ่งยกจอกชากระเบื้องเคลือบขึ้นจิบมืออีกข้างถือหนังสือปรัชญาจอมปราญช์เอาไว้พลางกวาดสายตาอ่าน
“ทูลฝ่าาตอนนี้ในเมืองหลวงสงบสุขดีฮูหยินเอกสกุลหลินคลอดบุตรีได้อย่างปลอดภัยแล้วเมื่อคืนพะยะค่ะ” จ้าวกงกงขันทีาุโเอ่ยทูลตามรายงานที่ตนได้รับ หากแต่เมื่อได้ฟังรายงานคิ้วของฮ่องเต้ก็พลันกระตุกทันที พระองค์ทรงวางจอกชาในมือลงแล้วทรงตรัสขึ้น
“เมื่อคืนข้าได้มีโอกาสเห็นดาวหงส์ตกฟ้านับเป็เื่ดีสำหรับต้าถังขอถามเ้าอีกครั้งว่าบุตรีของสกุลหลินนั้นได้คลอดตรงกับตอนดาวหงส์ตกฟากหรือไม่”
“พะยะค่ะเหล่าข้ารับใช้ในจวนต่างก็กล่าวเป็เสียงเดียวว่าคุณหนูสกุลหลินนั้นคลอดออกมาตรงกับตอนดาวหงส์ตกฟากพอดิบพอดี”
“ก็นับว่าไม่เลว”มุมปากของฮ่องเต้ถังิจื้อผุดยิ้มขึ้นั์ตาคู่นั้นกำลังฉายแววความคิดที่ยากจะเดาออกได้
“ฝ่าาทรงคิดจะให้คุณหนูสกุลหลินหมั้นหมายกับหนึ่งในองค์ชายหรือพะยะค่ะ?”จ้าวกงกงทูลถาม
“มีสตรีที่เกิดตรงดาวหงส์ตกฟากแต่งเข้าราชวงศ์นับเป็การดีจะให้ผู้ใดแย่งชิงไปเห็นทีก็คงจะมิได้”