อันจื่อเทาใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยกินๆนอนๆอยู่กับเรือนร่วมสัปดาห์ จนเทพจันทรารับไม่ได้โผล่ออกมากดดันให้ออกไปทำอย่างอื่นบ้าง พอดีกับตนก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกันเลยชวนบ่าวน้อยออกไปเดินเล่นยืดเส้นยืดสายสักหน่อย ถือโอกาสเดินชมจวนเศรษฐีในยุคโบราณไปด้วยเลย
“นั่นมัน……” สองขาเรียวก้าวเร็วๆไปยังดอกไม้สีสวยไม่ไกลจากที่ยืนอยู่มาก บ่าวน้อยอ้าปากกำลังจะเอ่ยบางอย่างแต่ไม่ทันผู้เป็นาย ได้แต่วิ่งตามไปติดๆแล้วคว้าแขนขาวผ่องไว้ก่อน
“นั่นเรือนของฮูหยินเฉินนะขอรับ” เป็ที่ทราบกันดีว่าอี้หย่งเพ่ยซานเกลียดชังสามีตัวเองมาก ลามไปยังของเขาด้วยเช่นกัน
เฉินซือเยว่ทราบเื่นี้เป็อย่างดีจึงได้พาลูกทั้งสองไปอยู่เรือนเล็กอันเป็ที่พักสำหรับบ่าวรับใช้ ด้วยไม่อยากเป็สาเหตุให้บุตรชายและสะใภ้มีปัญหากันภายหลัง ด้วยนิสัยของอี้หย่งเพ่ยซานต้องมีเื่ตามมาให้นางและลูกๆเดือดร้อนเป็แน่หากยังอยู่ใต้ชายคาเดียวกับสะใภ้สกุลใหญ่ผู้นี้ หลัวเจิ้งเหยียนแม้จะไม่พอใจแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้จึงได้ย้ายไปอยู่กับมารดาและพี่น้องของตนปล่อยให้อี้หย่งเพ่ยซานครองเรือนนั้นไป
“แล้วยังไง?” ถ้าจำไม่ผิดฮูหยินเฉินซือเยว่เป็แม่ของสามีเขาไม่ใช่รึไง การจะไปที่นั่นมันมีปัญหาตรงไหน แต่พอฉุกคิดได้ถึงนิสัยแย่ๆของอี้หย่งเพ่ยซานเขาก็เข้าใจได้ในทันที
“แต่ว่า……” เลี่ยงชิงกระอักกระอวนไม่กล้าตอบออกไปตามตรง
“คิดว่าข้าจะไปหาเื่แม่สามีรึไง”ไม่แปลกหากเลี่ยงชิงจะคิดแบบนั้น นิสัยแย่ขนาดนี้เข้าใกล้ใครก็สร้างแต่ความอึดอัดใจให้เขาไปทั่ว
“บะ บ่าว บ่าวมิกล้าขอรับ…….” เลี่ยงชิงตัวสั่นก้มหน้าหลบสายตากลัวฮูหยินของตนจะมีโทสะแล้วมาลงที่ตนอีก อันจื่อเทาเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ มือเรียววางแหมะบนศีรษะผุ้เป็ดั่งสหายในโลกใบใหม่แห่งนี้พร้อมส่งยิ้มบางๆไปให้เมื่อเ้าตัวเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้างงงวยเต็มไปดวยความไม่เข้าใจระคนแปลกใจเป็อย่างมาก
“วางใจเถิดข้าแค่อยากชมดอกไม้ใกล้ๆเท่านั้น” ใบหน้าตื่นตะลึงกลายมาเป็รอยยิ้มสดใสระคนโล่งใจพาให้คนมองยกยิ้มตามก่อนสืบเท้าเดินต่ออยากได้ดอกไม้สักกิ่งพลันได้ยินเสียงโวยวายลอยมาตามลม
“เอาของพี่ข้าคืนมานะ!!”
“ไหนของพี่เ้า กำไรวงนี่ไม่เห็นมีชื่อติดไว้เลย อีกอย่างบ้านเล็กเช่นมารดาเ้ามีปัญญาซื้อกำไรหยกงามเช่นนี้ด้วยหรือ”
“มารดาเ้าก็ไม่ต่างไปจากมารดาของข้าเช่นกัน”
“เ้า!! เ้าลูกคนป่ากล้าเถียงข้ารึึ!”
ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้ยินชัดเจน อันจื่อเทาหยุดฝีเท้าเลี่ยงชิงจึงหยุดตาม
“ใครมาทะเลาะกันแถวนี้”
“สงสัยจะเป็คุณหนูคุณชายจากสองเรือนน่ะขอรับ เราไปทางนู้นดีกว่าขอรับ” เลี่ยงชิงหยุดฝีเท้าตามผู้เป็นายสีหน้ากังวลรีบชักชวนไปอีกทางซึ่งอยู่ตรงข้ามกับทางที่จะไปในคราแรก ฮูหยินของเขาเกลียดความวุ่นวาย ซ้ำยังมาจากบุคคลที่ไม่ชอบหน้า หากยังรั้งอยู่เกรงว่าเ้านายจักหงุดหงิดเอาได้
อันจื่อเทาได้แต่พยักหน้าเออออไปตามบ่าวน้อย ไม่อยากยุ่งเกี่ยวความวุ่นวายเท่าไหร่ จากที่ฟังดูเหมือนจะเป็แค่เด็กทะเลาะกัน จึงยอมเดินตามเลี่ยงชิงไปอีกทาง
สองนายบ่าวเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย ส่วนหลังของจวนคหบดีอันดับ1ของเมืองอากาศดีไม่เบา รอบข้างไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้กับดอกไม้สีสันสบายตา อันจื่อเทาหยุดยืนข้างสระบัวเล็กๆ ดวงตาสองข้างหลับพริ้ม ยามลมปะทะใบหน้าพัดพากลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ใบหญ้าพาให้สบายใจยิ่งนัก
“ฮูหยินรับชากับขนมหรือไม่ขอรับ”
“เ้าพกมาด้วยหรือ” เอ่ยถามทั้งยังไม่ลืมตา อากาศดีจริงๆถ้าได้ชากับที่นอนนุ่มๆคงจะดีไม่น้อย
“บ่าวหยิบมาเพียงขนมขอรับ หากฮูหยิน้าบ่าวจะรีบไปยกชามาให้” บ่าวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นจนคนฟังอดจะยิ้มกับความใส่ใจนี่ไม่ได้
“ไม่เป็ไร เทียวไปเทียวมาเ้าจักเหนื่อยเอาเปล่าๆ”
“ไม่เลยขอรับ บ่าวเต็มใจ” ส่ายหน้ารัวยืนยันคำตอบ อันจื่อเทาเปิดเปลือกตาหันกลับไปหาบ่าวน้อย มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ออกมาจากใจจริง นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันมาโลกนี้ไม่กี่วันแต่เขายิ้มมากกว่าทั้งชีวิตก่อนรวมกันซะอีก
“ไว้คราหน้าเตรียมของมาปิคนิคด้วยเป็ไง” ไม่ว่าเปล่าในหัววางแพลนไว้เสร็จสรรพว่าจะเตรียมอะไรมาบ้าง อ่า…แค่คิดก็ผ่อนคลายแล้ว
“ปิคนิค?”เลี่ยงชิงขมวดคิ้วถามย้ำด้วยความฉงน ั้แ่เกิดมาจนอายุย่างเข้า 18หนาวไม่เคยได้ยินสิ่งที่ฮูหยินกล่าวออกมาเลย มันคือสิ่งใดกันหนอ
“ข้าหมายถึงมาคราหน้าเตรียมขนมกับชามาด้วย”
“ขอรับบ่าวจะเตรียมทุกอย่างที่ฮูหยิน้า” บ่าวน้อยยิ้มแฉ่งรับคำอย่างกระตือรือร้น
“ขอบคุณ”ั้แ่มายังที่แห่งนี้ก็มีเลี่ยงชิงคอยดูแลจัดหาทุกอย่างให้ไม่ขาด ทุกสิ่งล้วนทำด้วยความจริงใจอันจื่อเทาััได้ ซึ่งต่างจากโลกเดิมของเขาลิบลับ
มาเฟียหนุ่มถอนหายใจไปทีให้เื่ไม่เป็เื่ออกไปจากหัว ก่อนหันกลับไปชื่นชมรอบกายอีกครั้งพลางมองหาที่พอจะนั่งได้แต่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแค่พื้นโล่งๆกับก้อนหินเล็กๆน้อยๆ จวนออกจะกว้างใหญ่ทำไมไม่มีศาลาหรือตั่งให้นั่งพักบ้างนะ
ทางด้านบ่าวน้อยหลังจากได้ยินคำที่ไม่คิดฝันว่าจะได้รับจากผู้เป็นายมาก่อนถึงกับยืนแข็งเป็หิน รับใช้คุณชายอี้หย่งมานานปีแทบไม่เคยได้ยินคำขอบคุณหลุดออกจากปากผู้เป็นายเลย เมื่อได้ยินกับหูแล้วอดคิดไม่ได้ว่าฝันกลางวันอยู่หรือไม่ทว่าเมื่อลองหยิกแขนตัวเองพบว่าเจ็บจนน้ำตาเล็ดแต่คนยิ้มกว้างไปแล้ว
“คุณชายของบ่าวเปลี่ยนไปแล้ว” ใช่ว่าจะไม่รู้สึก หลังจากฟื้นไข้คุณชายของเขาเปลี่ยนไปยังกับคนละคน สุขุมใจเย็นขึ้น ไม่มีบรรยากาศเศร้าหมองรอบกายอย่างที่ผ่านมา ไม่เอาแต่ทำหน้าอมทุกข์นั่งมองไปทางเรือนของคุณชายสุ่ยิ ซึ่งนับเป็เื่ที่ดี ถึงจะประหลาดใจกับการเปลี่ยนไปกระทันหันของผู้เป็นายแต่เลี่ยงชิงไม่คิดจะเอ่ยถึงให้ฮูหยินของตนเจ็บช้ำน้ำใจอีก
สองนายบ่าวจมอยู่กับโลกของตัวเอง อันจื่อเทาเมื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศจนพอใจแล้วจึงชวนบ่าวน้อยกลับเรือน เลยเวลาอาหารกลางวันมาพอสมควรท้องก็ประท้วงจนเริ่มรำคาญแล้ว จากอารมณ์สุนทรีในคราแรกเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิดเล็กๆในใจ ดีหน่อยที่เลี่ยงชิงพกขนมมาด้วยพอได้ประทังหิวได้บ้าง
ทว่ายังไม่ทันถึงเรือนเสียงโหวกเหวกจากจุดเดิมรั้งขาสองข้างของอันจื่อเทาไม่ให้ขยับเดินต่อ เลี่ยงชิงเห็นผู้เป็นายหยุดก็หยุดตามสีหน้าเต็มไปด้วยความกระอักกระอวน
“ท่านพ่อ อย่าตีอาฮ่าวเลยนะเ้าคะ ตีข้าแทนเถิดข้าเป็คนผิดเอง ฮื้อออ”
“ลูกฮ่าวของแม่ ฮื้อออ ข้าสั่งสอนลูกไม่ดีเอง ทุกอย่างล้วนเป็ความผิดของข้า หากจะลงโทษโปรดลงที่ข้าเถิดเ้าค่ะ”
เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของสตรีดังสลับกับเสียงแส้หนังกระทบเนื้อ หากแต่ไร้ซึ่งเสียงจากผู้ถูกโบย
“ดี!โบยมันทั้งสามแม่ลูกเลยเ้าค่ะท่านพี่ มันทำลูกซั่วของเราหัวแตกไม่พอยังรังแกลี่เอ๋อร์จนข้อมือเคล็ดอีก ข้าไม่ยอมนะเ้าคะ!” หูรั่วหรัน ฮูหยินรองอีกคนของนายท่านหลัวโวยวาย ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสรินไหลอาบแก้มทุกครั้งที่กระพริบตา สองแขนโอบกอดบุตรชายคนโตปลอบขวัญหลังจากโดนกลั่นแกล้งรังแกให้หายใ ข้างกันยังมีบุตรสาวคนเดียวร้องห่่มร้องไห้เรียกความเป็ธรรมจากผู้เป็บิดา
“ท่านพ่อให้ความเป็ธรรมกับลูกด้วยนะเ้าคะ ฮื่อออ”
“หลัวเจี้ยนฮ่าว!ยังไม่รีบขอโทษลูกซั่วกับลี่เอ๋อร์อีกรึ!” เห็นบุตรและภรรยารักร่ำไห้ยิ่งเพิ่มโทสะให้กับนายท่านหลัวมากขึ้นไปอีก ไม่สนแม้กระทั่งภรรยาและบุตรสาวอีกคนที่ร่ำไห้ขอร้องอ้อนวอนอยู่อีกทาง
“ข้า…ไม่…ได้ทำ…สิ่งใด…ผิด..อึ่ก!” ทุกคำช่างเค้นออกมาได้ยากลำบากยิ่ง หลัวเจี้ยนฮ่าวกัดฟันไม่ยอมร้องออกมาสักแอะ ความเจ็บภายนอกนั่นหรือจะสู้ความเจ็บภายใน หากท่านพ่อมีความยุติธรรมสักนิดไตร่ถามสักหน่อย……เหอะ!รู้อยู่แก่ใจว่าเป็ไปไม่ได้ นี่ข้าหวังสิ่งใดอยู่กัน!
“อาฮ่าวของแม่ ทำตามที่ท่านพ่อบอกนะลูก แม่ขอร้อง ฮื่อออ” เสียงร่ำไห้ของมารดาทำให้เจ็บร้าวไปทั้งดวงใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินจากหัวตา หลัวเจี้ยนฮ่าวกัดฟันทำสิ่งใดไม่ได้เลย ยอมแล้วซึ่งทุกสิ่ง น้ำตาของมารดาและพี่สาวเป็สิ่งเดียวที่ไม่อาจทนมองได้นาน
“อึ่ก! ข้า…ขอ-”
“เด็กทะเลาะกันเหตุใดโทษตกอยู่กับคนผู้เดียว?” เสียงแทรกขึ้นพร้อมกับร่างระหงเข้าไปหยุดแส้ที่กำลังกระหน่ำฟาดเด็กหนุ่ม ดวงตาเรียบเฉยหากแต่กดดันคนกวาดมองไปรอยกาย ทุกคนที่ถูกสายตาทรงอำนาจของอดีตมาเฟียกวาดผ่านพลันหงุดชะงักทุกการกระทำรับรู้ได้ถึงแผ่นหลังหนาวเย็นทว่ากลับมีเหงื่อซึมออกมา
การปรากฎตัวของอี้หย่งเพ่ยซานเป็สิ่งที่น่าแปลกใจของคนที่พบเจอ ทุกคนรู้กันดีคุณชายตะกูลอี้หย่งผู้นี้เกลียดชังสามีตัวเองมากแค่ไหน การจะญาติดีนั้นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย แล้วเหตุไฉนถึงมาหยุดไม่ให้ทำโทษน้องสามีที่เกลียดชังเช่นนี้ล่ะ?
“อี้หย่งเพ่ยซาน?” นายท่านหลัวเอ่ยขึ้นเป็คนแรก เ้าของชื่อไม่สนใจหันไปเอ่ยกับบ่าวชายที่เป็คนโบยเด็กหนุ่มเสียงนิ่ง
“แก้มัด” บ่าวชายผู้โชคร้ายกลัวจนขาสั่น หันไปมองนายเหนือหัวทีมองอันจื่อเทาทีด้วยความกริ่งเกรงไม่กล้าแม้แต่จะขยับกาย
“โบยมันต่อ!” เมื่อถูกเมินยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้นายท่านหลัวขึ้นไปอีกเท่าตัว ในชีวิตคหบดีตะกูลใหญ่ไม่เคยมีใครแสดงกิริยาไม่เห็นหัวตนเช่นนี้มาก่อน หากแต่ไม่สามารถทำรุนแรงกับลูกสะใภ้ผู้นี้ได้จึงเอาโทสะทั้งหมดไปลงกับหลัวเจี้ยนฮ่าวแทน
“ใช่!โบยมันต่อ โบยจนกว่ามันจะสำนึก! ส่วนเ้าหลีกไปเสียเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า” หูรั่วหรันสมทบก่อนจะตวัดสายตามองอันจื่อเทาอย่างไม่พอใจ “อย่าคิดว่ามีตะกูลอี้หย่งหนุนหลังแล้วจะไม่เห็นหัวใครก็ได้ เ้าแต่งเข้าตะกูลหลัว เป็คนของตะกูลหลัว เคารพเชื่อฟังพ่อแม่สามีเป็สิ่งที่พึ่งกระทำทางบ้านเ้าไม่สอนมาหรือ!”
ดวงตาเฉยชาเหลือบมองหูรั่วหรันหุบปากฉับเผลอก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นายท่านหลัวเห็นแล้วโทสะในอกยิ่งพลุ้งพล่านอีกหลายเท่าตัว
“ออกมาจากตรงนั้นเสียอาเพ่ย เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า ใครก็ได้มาพาฮูหยินน้อยรองกลับเรือนที” สิ้นเสียงนายท่านหลัวบ่าวรับใช้รีบกุรีกุจรเข้าไปเชิญฮูหยินน้อยรองกลับเรือน เลี่ยงชิงวิ่งแซงหน้าบ่าวรับใช้เข้าไปหาผู้เป็นายดึงแขนพร้อมกับขอร้องให้ทำตามคำสั่งเ้าบ้าน หวั่นเกรงจะมีเื่ผิดใจแล้วจะอยู่ในจวนตะกูลหลัวลำบากกว่าเดิมได้ อันจื่อเทายอมเดินตามแรงลากแต่สายตายังจ้องเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ละไปไหน
บ่าวชายเมื่อเ้านายสั่งมีหรือจะขัดได้ หลังจากคุณชายตะกูลอี้หย่งถอนสายตาออกไปก็รีบทำตามคำสั่งทันที แส้หยาบสำหรับใช้กับม้าถูกยกสูงก่อนจะฟาดลงไปยังเด็กหนุ่มเต็มแรง หลัวเจี้ยนฮ่าวกัดฟันรับชะตากรรม สิ้นแล้วความหวังจะคืนความยุติธรรมแก่ตนเองและพี่สาวได้
เพี๊ยะ!!!
เสียงแส้หวดผ่าอากาศกระทบเนื้อหนังหากแต่ไม่รู้สึกเจ็บแสบเช่นที่ผ่านมา กลับแทนที่ด้วยอ้อมแขนเล็กที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ของผู้เป็มารดาอยู่ข้างหู
“ท่านแม่!” หลัวเจี้ยนฮ่าวตัวแข็งค้างทำสิ่งใดไม่ถูก น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดยามที่พี่สาวโอบกอดร่างไร้เรี่ยวแรงของตนไว้ใช้ร่างผอมบางบังไม่ให้น้องชายได้รับความเ็ปอีกเท่าที่สตรีผู้หนึ่งจะทำได้ ภาพที่เห็นจึงเป็เฉินซือเยว่ใช้ร่างบังบุตรชายจากด้านหลัง ด้านหน้ามีหลัวผู่เยว่โอบกอดน้องชายใช้มือเล็กๆบังหลังมารดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อย่าตีลูกข้าอีกเลย หากอยากหาคนผิดให้มาลงที่ข้าแทนเถิด เพราะข้าสั่งสอนลูกไม่ดีเอง ฮื่อออ” เฉินซือเยว่อ้อนวอนทั้งน้ำตาสองแขนยังคงโอบกอดบุตรชายไว้แน่น การเห็นลูกรักถูกรังแกต่อหน้าแต่ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ดวงใจของคนเป็แม่เหมือนกับถูกฉีกกระชาก เ็ปยิ่งกว่าาแของบุตรชายเป็ร้อยเท่าพันทวี ทำได้เพียงอ้อนวอนขอรับโทษแทนดวงใจตนเองเท่านั้นที่แม่ผู้อ่อนแอคนนี้จะทำเพื่อบุตรอันเป็ที่รักได้
“หากนาง้าก็โบยนางเสีย!” หูรั่วหรันชี้นิ้วสั่งยามมองเห็นถึงความลังเลของผู้เป็สามี หากปล่อยไว้ท่านพี่ต้องใจอ่อนยอมปล่อยสองแม่ลูกนีี่ไปแน่ ไม่ได้ลูกซั่วของข้าต้องไม่เจ็บตัวฟรี! “รออันใดโบยสิ!”
“ขอรับๆฮูหยินหู” เมื่อได้รับคำสั่งซ้ำนายท่านหลัวยังไม่กล่าวอันใด บ่าวชายคนเดิมจึงลงมือกระหน่ำฟาดตามคำสั่งต่อ
ครานี้อันจื่อเทาไม่ยอมมองดูเฉยๆอีกแล้ว ภาพตรงหน้าแม้จะเป็อดีตมาเฟียที่ผ่านการฆ่าฟันมามากยังทนดูไม่ได้ แล้วคนที่ได้ชื่อว่าเป็สามีและบิดาเหตุใดถึงมองดูเฉยๆได้กัน สองขาเรียวก้าวยาวๆตรงเข้าไปจับแส้ที่กำลังจะถูกแผ่นหลังเล็กเต็มไปด้วยเืเอาไว้ ก่อนเบี่ยงตัวเล็กน้อยจับทุ่มผู้กระทำลงพื้นพร้อมกับเหยียบซ้ำไม่ให้ลุกขึ้นมาได้
“รังแกคนไม่มีทางสู้ไม่ระอายใจบ้างหรือไร” ทั้งหมดอยู่ในความตกตะลึง บ่าวชายหญิงที่ได้เห็นต่างพากันถอยห่างไปหนึ่งก้าวด้วยความหวั่นเกรงบรรยากาศรอบกายฮูหยินน้อยรองในยามนี้ ไม่เว้นแม้แต่ฮูหยินหูและบุตรทั้งสอง
“อี้หย่งเพ่ยซาน!ข้าเตือนเ้าแล้วนะ!” ด้วยความมั่นใจว่าสามีนางใหญ่กว่าใครในจวนแห่งนี้ และอี้หย่งเพ่ยซานในอดีตก็กริ่งเกรงนางอยู่มาก หูรั่วหรันจึงปลุกความกล้าชี้หน้าตวาดเสียงดังเพื่อข่มขวัญอย่างเช่นที่ผ่านมา
แต่เหมือนนางจะลืมสังเกตไปว่าสายตาและบรรยากาศรอบตัวคุณชายอี้หย่งได้เปลี่ยนไปแล้ว
“หุบปาก” เสียงเรียบนิ่งไม่แยแสต่อสิ่งใด น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาหยาบกระด้างแสดงออกชัดเจน ทำเอาฮูหยินหูผู้มั่นใจเต็มที่ผงะใบหน้าถอดสีลิ้นแข็งขึ้นมากระทันหัน
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้าถอยไปเถิด” นายท่านหลัวกล่าวอย่างใจเย็น ผิดกับด้านในที่โกรธจนเจ็บอกแล้ว ที่ผ่านมาอี้หย่งเพ่ยซานนอบน้อมไม่กล้าแม้จะเงยหน้าสนทนากับตนด้วยซ้ำ ทุกการกระทำเป็ไปด้วยความสุภาพจนนึกเอ็นดูไม่น้อยยามพบเจอ ทว่าในยามนี้ไม่มีเลยความสุภาพเช่นที่ผ่านมามีเพียงแววตาหยาบกระด้างบรรยากาศเยือกเย็นรอบกาย หลัวเฉิงไห่ขัดใจระคนแปลกใจอยู่มาก
“แล้วท่านเกี่ยวหรือ เด็กทะเลาะกันใยผู้ใหญ่ต้องสอดมือเข้ายุ่ง"
“เ้า!”
"ข้าเห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้น ดูยังไงก็แค่เด็กแย่งสิ่งของจึงไม่ยื่นมือเข้ายุ่ง แต่ยามนี้เป็ผู้ใหญ่หลายคนรุมรังแกเด็ก ถามจริงเถอะไม่รู้อะไรกันบ้างเลยหรือ”
หลัวเฉิงไห่สะอึก พอลองลดโทสะมองย้อนกลับก็เป็ดั่งคำที่สะใภ้ผู้นี้กล่าวจริงๆ หากแต่จะคล้อยตามง่ายๆนายท่านหลัวก็หน้าบางเกินจะเสียหน้าได้
“เ้าบอกว่าเ้าเห็นเตุการณ์การั้แ่ต้นใช่หรือไม่ เช่นนั้นลองเล่ามาสิว่าเกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ตีคนจนหลังแตกไปหมดแล้ว จะมาถามหาความจริงยามนี้ไม่คิดว่าช้าไปหน่อยหรือ"อันจื่อเทาร้องเหอะออกมาคำเดียว สายตาเ็ามองตอบผู้นำตะกูลหลัวไร้ซึ่งความเกรงใดๆเป็คนถูกมองเสียอีกที่เหงื่อซึมไปทั้งแผ่นหลัง"เป็ถึงหัวหน้าครอบครัวแต่ไม่มีความเป็ธรรมแม้แต่น้อย ฟังความข้างเดียวผิดถูกไม่คิดไตร่ถาม"
“หลักฐานตำตาจะถามให้เสียเวลาทำไม หัวลูกซั่วของข้าแตก!ข้อมือของลี่เอ๋อร์เคล็ดนี่อย่างไรหลักฐาน!” หูรั่วหรันเอ่ยขัดขึ้นอย่างอดรนทนไม่ไหว เกรงสามีจะลังเลไม่เอาความผู้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงกล้าแม้แต่ต่อปากต่อคำกับบุตรของนาง
“ลามปามบุพการีผู้อื่นไม่โดนลูกเขาปาดคอทิ้งก็นับว่าชีวิตสุนัขนั่นยืนยาวแล้ว” หากเป็เขาเด็กพวกนี้ไม่ได้มีโอกาสเปิดปากพูดได้อีกแน่
“จะ เ้า!” ฮูหยินหูโกรธจนตัวสั่น โทสะคับอกตั้งท่าจะเอาเื่เต็มที่
“ท่านพ่อท่านแม่ ข้าไม่ได้ทำ” หลัวซั่วชิ่งส่ายหน้ามองบิดามารดาอย่างขอความเป็ธรรม
“ข้าก็ไม่ได้ทำ ข้าถูกไส่ร้าย” หลัวลี่คุนร่ำไห้น้ำตาอาบแก้มใสดวงตาแดงกล่ำมองบิดาอย่างขอความเห็นใจ
“ท่านพี่!ข้าไม่ยอมนะเ้าคะ! โธ่ ลูกที่น่าสงสารของข้า"หูรั่วหรันน้ำตาไหลเป็สายเข้าไปกอดลูกชายอย่างถนอม
อันจื่อเทามองละครโศกของแม่ลูกได้แต่สมเพชในใจ มองเลยไปยังประมุขของบ้านที่ดูท่าจะโอนอ่อนเข้าข้างภรรยากับลูกรักแล้วได้แต่ทอดถอนใจ เกินเยียวยาจริงๆ อันจื่อเทาพยายามเค้นความอดทนให้มากที่สุด นึกตำหนิตัวเองขึ้นมา ออกบ้านวันไหนไม่ออกดันมาออกวันที่วุ่นวายแบบนี้ แต่เมื่อสอดมือเข้ายุ่งแล้วเขาไม่ยอมใครเด็ดขาด
“เลี่ยงชิง เ้าจำสิ่งที่เด็กพวกนี้โต้เตียงกันได้ไหม”
บ่าวน้อยหลุบตาต่ำเอ่ยตอบเสียงสั่น“จะ จำได้ขอรับ”
“ดี ทวนให้ข้าฟัง อย่าได้ตกหล่นแม้แต่ประโยคเดียว”
บ่าวน้อยตกตะลึงเงยหน้ามองผู้เป็นายด้วยความแตกตื่น ครั้นเห็นถึงแววตาดุๆที่ส่งมาบ่าวน้อยเค้นความกล้าหลับตาเอ่ยออกมารวดเดียวชัดเจนทุกถ้อยคำไม่ตกหล่นสักประโยค
“ไหนของพี่เ้า กำไรวงนี่ไม่เห็นมีชื่อติดไว้เลย อีกอย่างบ้านเล็กเช่นมารดาเ้ามีปัญญาซื้อกำไรหยกงามเช่นนี้ด้วยหรือ มารดาเ้าก็ไม่ต่างไปจากมารดาของข้าเช่นกัน เ้า เ้าลูกคนป่ากล้าเถียงข้ารึึ!”
“เอ่ยอันใดของเ้า!” น้ำเสียงกราดเกรียวสายตาเกรี้ยวกราดตวัดมอง เลี่ยงชิงสะดุ้งโหยงะโหลบหลังฮูหยินของตน
“ประโยคใดใครเป็คนเอ่ยต้องให้ขยายความหรือไม่?”นายท่านหลัวหน้าม่านสองมือกำแน่นหากแต่ไร้คำจะโต้แย้ง
“ไม่จริงนะขอรับท่านพ่อท่านแม่"หลัวซั่วชิ่งโวยวาย สายตาเต็มไปด้วยโทสะมองไปยังอี้หย่งเพ่ยซานอย่างเอาเื่ เป็แค่เมียของไอ่ลูกนอกคอกแท้ๆกล้ามาเปิดโป้งข้าต่อหน้าท่านพ่อ แล้วอย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน!
“เ้าใส่ร้ายลูกข้า!” หูรั่วหรันแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอะไรเป็อะไร แต่แล้วยังไงบุตรชายของนางทำอันใดย่อมถูกเสมอ สตรีหน้าไม่อายหอบผ้าตามสามีนางมา ลูกของมันอวดดีถูกสั่งสอนก็เป็เื่สมควรแล้ว
“ข้าไม่มีเหตุผลต้องปั้นแต่งคำเพื่อช่วยใคร” หากเป็คนอื่นกล่าวยังพอมีคำทัดทานได้บ้าง ทว่าพอเป็อี้หย่งเพ่ยซานที่เกลียดชังแม่ลูกเรือนนี้เป็ทุนเดิมถึงขนาดยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ต้องไม่ได้รับความเป็ธรรมขนาดไหนกัน?
ไม่มีใครหาคำมาทัดทานได้ อันจื่อเทาปรายตามองแม่ลูกที่อ้าปากพะงาบๆแต่ยังถลึงตาปูดโปนใส่เขาได้ ช่างน่าควักออกมาเหยียบทิ้งเสียจริง
หลัวเฉิงไห่เจ็บใจเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ลูกข้าผิดที่เริ่มก่อนก็จริง แต่เ้าเด็กนี่ถือดีอะไรมาทำร้ายคนจนเืตกยางออก หากไม่สั่งสอนเสียบ้างภายหน้าหากมีคนเอ่ยคำไม่เข้าหูขึ้นมาจะไม่เทียวต่อยตีเขาไปทั่งหรอกหรือ"
อันจื่อเทาเผยแววตารังเกียจมองผู้นำสกุลหลัวอย่างไม่ปิดบังจากนั้นหันหลังดึงมีดสั้นที่พกไว้ตัดเชือกรอบข้อมือของหลัวเจี้ยนฮ่าว รวดเร็วจนมองตามแทบไม่ทัน
ร่างไร้เรียวแรงเมื่อไม่มีที่ดึงรั้งก็ร่วงหล่นดั่งต้นไม้ที่โค่นหักซ้ำเฉินซือเยว่ยังสาหัสจากการโดนแส้ฟาดสตรีเพียงคนเดียวอย่างหลัวผู่เยว่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ทั้งหมดทำให้สามแม่ลูกเซถลาจวนเจียนจะล้มเต็มที อันจื่อเทาเข้าประคองช่วย เลี่ยงชิงเมื่อเห็นเ้านายทำสิ่งใดก็รีบทำตามเข้าไปประคองร่างหลัวผู่เยว่ไว้ทันทวงที
“เลี่ยงชิงเ้าช่วยนางพาเ้าหนูนี้กลับเรือนทีนะ”เลี่ยงชิงรับคำอย่างว่าง่าย อันจื่อเทาส่งคนให้ก่อนรีบเปลี่นไปประคองแม่สามีถือวิสาสะช้อนร่างแม่นางขึ้นอย่างนุ่นนวลเลี่ยงไม่ให้โดนแผลที่หลังทำท่าจะเดินจากไป
เสียเวลาจริงๆ
“อี้หย่งเพ่ยซาน อย่าให้มันมากจนเกินไป ลืมแล้วหรือเ้าอยู่ในจวนของข้าด้วยฐานะใด”หลัวเฉิงไห่โกรธจนหน้าแดงเถือก ทั้งชีวิตเขามีแต่คนนอบน้อมค่อมหัวให้ไหนเลยจะเคยถูกหักหน้าถึงเพียงนี้
อันจื่อเทาหยุดฝีเท้าตวัดตามอง สายตาเคลือบไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงไปยังผู้นำสกุลหลัว ความเย็นเยือบแผ่คลุมรอบกายแช่แข็งทุกส่วนในร่างกายให้ไม่อาจขยับได้ บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้น
เขาอดทนมามากพอแล้วหากยังอยู่ตรงนี้ต่ออันจื่อเทาไม่แน่ใจแล้วว่าจะใจเย็นได้อีกสักแค่ไหน
***********************************