นครหนานเฟิงในยามราตรีแสงไฟส่องสว่าง สายลมเย็นๆ พัดพาเอาความคึกคักวุ่นวายมาด้วย
“วันนี้เ้าทำได้ดีมากช่วยระบายอารมณ์ให้ข้าได้ไม่น้อย มาดื่มสักจอก!”
ภายในภัตตาคารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนนเหยียนหลิงชิงถือจอกสุราเอาไว้ใบหน้าที่มักจะเ็าของนางในยามนี้กลับเผยให้เห็นถึงความฮึกเหิมและปล่อยตัวอย่างหาได้ยาก
หลี่ลั่วรู้สึกมึนงงเล็กน้อยกับการเปลี่ยนแปลงของนางเขาทำได้เพียงแค่ยกจอกสุราขึ้นมาชนกับนางเบาๆ ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นเหยียนหลิงชิงดื่มสุราจากจอกที่มีขนาดแทบจะปิดบังใบหน้านางไปครึ่งซีกจนหมดจอกในคราวเดียว
วิธีการดื่มแบบนี้มันช่างแตกต่างจากบุคลิกที่ดูเป็ผู้หญิงฉลาดเฉลียวและเ็าของเหยียนหลิงชิงจริงๆ
ในตอนนี้ภายในภัตตาคารแห่งนี้มีสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความตกตะลึงเพราะอย่างไรเสียรูปลักษณ์ของเหยียนหลิงชิงก็จัดว่างดงามสะดุดตาเป็อย่างมากเลยเหมือนกัน
“พี่หลิงชิงก็พูดไปอันที่จริงแล้วมันก็ยังเป็การช่วยหาเงินให้คุณชายน้อยอย่างข้าใช้อยู่ดีไม่ใช่หรือ?” หลี่ลั่วยิ้มกล่าว
“ถึงจะเป็แบบนั้นก็จริงแต่เ้าจวงอี้นั่นมันชอบอาศัยบารมีกับความาุโมาข่มข้าหลายต่อหลายครั้งแล้วข้าเหม็นขี้หน้ามันมานานแล้ว” เหยียนหลิงชิงเม้มปากสีแดงระเรื่อของนางเล็กน้อย
จากนั้นนางก็มองมาทางหลี่ลั่วพร้อมกล่าว“แต่ว่าวันนี้เ้าทำให้ข้าต้องมองเ้าใหม่จริงๆเดิมทีข้าคิดว่าคุณชายน้อยอย่างเ้าคงเป็แค่ของนำโชคเท่านั้นเสียอีก”
หลี่ลั่วรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยมาบอกกันตรงๆ แบบนี้มันจะดีหรือ?
เหยียนหลิงชิงรินสุราให้เต็มจอกอีกครั้งพร้อมกล่าว“แต่พูดตามตรงแล้ว ต่อให้เป็เช่นนั้นระหว่างเ้ากับชิงเอ๋อร์ก็ยังห่างชั้นกันมากเกินไปอยู่ดี”
“เื่นั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว”เกี่ยวกับเื่นี้หลี่ลั่วกลับยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเจียงชิงเอ๋อร์นั้นโดดเด่นมากเพียงใดแม้แต่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก็ยังต้องยอมลดตัวลงมารับนางเป็กรณีพิเศษเกียรติยศเช่นนี้ แม้แต่องค์ชายของราชวงศ์ต้าเซี่ย เกรงว่าก็ยังไม่มีโอกาสได้ัั
“แต่ข้าจะพยายาม”หลี่ลั่วจ้องมองจอกสุราในมือด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวออกมา
เหยียนหลิงชิงกล่าวหยอกล้อว่า“โห? ฟังดูแล้ว เหมือนเ้าจะสนใจชิงเอ๋อร์จริงๆ เลยนะ?”
“ความโดดเด่นของพี่ชิงเอ๋อร์ข้าคงไม่จำเป็ต้องพูดอะไรมากแล้ว หากข้าบอกว่าไม่สนใจละก็เกรงว่าแม้แต่พี่เองก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน” หลี่ลั่วกล่าวอย่างจริงจัง
เขาและเจียงชิงเอ๋อร์อยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็กความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเดิมทีก็ค่อนข้างซับซ้อนอยู่แล้วยิ่งมีสัญญาหมั้นหมายนั่นเข้าไปอีก ในสายตาของหลี่ลั่วแล้วเดิมทีทั้งสองก็มีความผูกพันต่อกันอย่างลึกซึ้งมากอยู่แล้ว
หลี่ลั่วเชื่อว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่แค่เขารู้สึกอยู่ฝ่ายเดียวแม้แต่คนที่เ็าอย่างเจียงชิงเอ๋อร์ก็คงไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนทั่วไปได้เช่นกันจุดนี้ จากการที่ได้อยู่ด้วยกันมาโดยตลอดหลี่ลั่วก็ยังพอจะสามารถััได้อยู่บ้าง
“ถือว่าจริงใจดี”
เหยียนหลิงชิงดื่มสุราจนหมดจอกอีกครั้งหนึ่งก่อนจะพยักหน้าจากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “แต่หากเ้าคิดจริงจังละก็หนทางมันก็อีกยาวไกลมากจริงๆ ตอนนี้เ้ายังเป็แค่เด็กน้อยในนครหนานเฟิงเท่านั้นไว้รอวันที่เ้าได้ไปที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงแล้ว เ้าจะได้รู้เองว่าเหล่าคู่แข่งของเ้านั้นน่ากลัวมากเพียงใด”
หลี่ลั่วยกจอกสุราขึ้นดื่มจนหมดในคราวเดียวเช่นกันก่อนจะครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “แต่ว่า... ข้าเป็คู่หมั้นของเจียงชิงเอ๋อร์นะ”
เขาเว้นวรรคครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกล่าว“อีกอย่าง หากพวกมันคิดจะทำอะไรข้าจริงๆ พี่ชิงเอ๋อร์ต้องปกป้องข้าแน่ข้าว่าเมื่อถึงตอนนั้น คนที่ต้องเจ็บตัวน่าจะเป็พวกมันมากกว่า”
เหยียนหลิงชิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยนางจ้องมองหลี่ลั่วแล้วกล่าว“แบบนั้นก็เท่ากับว่าเ้าไปหลบอยู่หลังผู้หญิงไม่ใช่หรือ?”
หลี่ลั่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ“ว่าที่ภรรยาปกป้องว่าที่สามี มันผิดตรงไหน?”
เหยียนหลิงชิงพูดไม่ออกจากนั้นก็เอ่ยพูดอย่างอดไม่ได้ “เ้านี่... ร้ายจริงๆ”
จากนั้นนางก็หัวเราะออกมาเสียงดังเพราะด้วยนิสัยของเจียงชิงเอ๋อร์แล้ว นางต้องทำแบบนั้นจริงๆ แน่นอนและแบบนั้นมันจะกลายเป็การทำร้ายโดยตรงต่อคนพวกนั้นทั้งทางร่างกายและจิตใจพร้อมกันเลยทีเดียว
หลี่ลั่วยิ้มรินสุราให้นางจนเต็มจอกทั้งสองผลัดกันดื่มไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้ายตอนที่หลี่ลั่วเริ่มรู้สึกมึนหัวเขาก็พบว่าเหยียนหลิงชิงนอนฟุบอยู่บนโต๊ะเสียแล้ว
หลี่ลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาเขย่าตัวเหยียนหลิงชิงเบาๆ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆทำให้เขารู้สึกเอือมระอาเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้
สุดท้ายหลี่ลั่วจึงได้เดินเข้าไปข้างๆโอบเอวบางของเหยียนหลิงชิงเอาไว้ข้างหนึ่งสอดมืออีกข้างไปใต้เข่าของนางจากนั้นก็อุ้มนางขึ้นมา
ในขณะที่หลี่ลั่วกำลังอุ้มเหยียนหลิงชิงออกมาจากภัตตาคารก็มีสายตาที่มองมาด้วยความอิจฉาจากรอบข้าง
ทว่าหลี่ลั่วไม่ได้คิดอะไรต่ำช้าเช่นนั้นหลังจากออกมาจากภัตตาคารแล้ว เขาก็เรียกรถม้าที่จอดรออยู่ข้างๆจากนั้นก็มีสาวใช้คนหนึ่งลงมาจากรถม้า
นี่เป็สิ่งที่เหยียนหลิงชิงเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้วดูท่านางคงรู้ดีอยู่แล้วว่าหากดื่มสุราเข้าไป นางต้องเมาหนักแน่ๆ
หลี่ลั่วอุ้มเหยียนหลิงชิงเข้าไปในห้องโดยสารอย่างระมัดระวังก่อนจะกำชับสาวใช้คนนั้นว่า“ไปส่งรองประธานเหยียนที่บ้านด้วย”
สาวใช้รับคำด้วยความเคารพจากนั้นก็ขับรถจากไป
บนท้องถนนหลี่ลั่วมองตามรถม้าที่ลับหายไปในแสงไฟสว่างไสว บิดี้เีเล็กน้อยจากนั้นก็นึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับเหยียนหลิงชิงเมื่อครู่นี้ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ
“ต้องพยายามให้มากกว่านี้อีกหน่อยแล้ว...”
ต่อให้เขาไม่ถือสาเื่ที่ต้องให้เจียงชิงเอ๋อร์มาปกป้องแต่เขาก็จะทำให้เจียงชิงเอ๋อร์ขายหน้าไม่ได้เหมือนกัน
และเมื่อหลี่ลั่วหันหลังเดินจากไปภายในรถม้าที่จากไปไกลแล้วเหยียนหลิงชิงที่เดิมทีควรจะกำลังเมาพับอยู่กลับลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน
นางนอนอย่างเกียจคร้านกล่าวพึมพำด้วยรอยยิ้มว่า “ถือว่าไม่เลว ไม่ได้ฉวยโอกาสข้า”
“ไว้กลับไปคงต้องเล่าให้ชิงเอ๋อร์ฟังหน่อยแล้วคู่หมั้นตัวน้อยของนาง แม้ความแข็งแกร่งจะธรรมดา แต่พี่สาวคนนี้ก็ยอมรับ”
...
ยามเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากหลี่ลั่วตื่นนอนขึ้นมา เขาก็ยังคงรู้สึกปวดหัวตุบๆทำเอาเขาถอนหายใจอย่างเอือมระอาดูท่าต่อไปนี้เขาคงต้องปฏิเสธการดื่มสุรากับเหยียนหลิงชิงแล้ว
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้วหลี่ลั่วก็เดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ซึ่งก็เห็นว่าพี่ไช่เวยที่งดงามราวกับดอกไม้กำลังนั่งรอทานอาหารเช้ากับเขาอยู่
หลี่ลั่วยิ้มออกมาอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
“เมื่อคืนไปดื่มสุรากับเหยียนหลิงชิงมาหรือ?” ไช่เวยตักโจ๊กใส่ถ้วยให้เขาพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่ลั่วพยักหน้ากล่าว“ไม่คิดเลยว่าพี่หลิงชิงจะดื่มสุรา... หนักเหมือนกัน”
ไช่เวยกล่าวอย่างตำหนิเล็กน้อย“เหยียนหลิงชิงนี่ก็จริงๆ เลย เ้ายังเป็เด็กอยู่แท้ๆกลับยังพาเ้าไปดื่มสุราอีก”
เมื่อหลี่ลั่วได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันทีโต้แย้งกลับไปว่า “พี่ไช่เวย พี่อย่ามาเอาเปรียบข้านะพี่เองก็อายุมากกว่าข้าแค่นิดเดียวเองไม่ใช่หรือ? ทำอย่างกับเป็แม่ข้าอย่างนั้นแหละ”
ไช่เวยถลึงตาใส่เขาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวชมเชยว่า “เื่ที่เ้าทำที่เรือนซีหยางเมื่อวานนี้ ข้ารู้หมดแล้วทำได้ไม่เลวเลย ในที่สุดก็เริ่มช่วยงานได้บ้างแล้วสินะ”
“่นี้ข้าได้ทยอยขายกิจการและร้านค้าที่ไม่จำเป็ของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ไปบ้างแล้วซึ่งบางส่วนข้าก็ขายให้กับตระกูลตี้ฝ่ากับตระกูลเป้ยในราคาถูกด้วย... ฮ่าฮ่าได้ยินมาว่าตระกูลซ่งถึงกับไปคุยกับทั้งสองตระกูลนั้นเพราะเื่นี้ด้วยแต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร ถึงแม้ว่าเื่พวกนี้จะยังไม่สามารถทำให้พวกมันแตกคอกันได้แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกมันไม่สามารถร่วมมือกันจัดการกับคฤหาสน์ลั่วหลานได้อย่างเต็มที่แล้ว”
“หลังจากขายกิจการที่เป็ภาระพวกนั้นออกไปตอนนี้เงินทุนของเราก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยแล้ว น้ำยาแสงวิเศษระดับห้าที่เ้า้า่นี้น่าจะสามารถซื้อมาได้ครบแล้ว”
หลี่ลั่วดีใจอย่างมาก“พี่ไช่เวยเก่งจริงๆ ไม่เหมือนพี่หลิงชิง ดื่มไม่เก่งแล้วยังชอบดื่มอีก”
ไช่เวยกะพริบตาปริบๆ“ดื่มไม่เก่ง?”
หลี่ลั่วพยักหน้ากล่าว“เมื่อคืนนางดื่มจนเมาพับไปเลย ข้าต้องให้คนไปส่งนางกลับบ้านด้วย”
ไช่เวยเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา“คุณชายน้อยผู้โง่งมของข้าเอ๋ย ระดับเหยียนหลิงชิงน่ะต่อให้ดื่มแข่งกับเ้าสิบคนพร้อมกัน หน้าของนางก็ยังไม่เปลี่ยนสีเลยด้วยซ้ำ”
หลี่ลั่วตะลึงงันไปทันที
ไช่เวยมองสำรวจเขาพร้อมกล่าว“เ้าไม่ได้ฉวยโอกาสตอนที่นางเมาทำอะไรไม่ดีใช่ไหม? ไม่งั้นทั้งชีวิตนี้นางคงไม่พูดดีๆเกี่ยวกับเ้าให้ชิงเอ๋อร์ฟังแน่”
หลี่ลั่วนึกย้อนกลับไปอย่างรวดเร็วเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทำอะไรเกินเลยแต่อย่างใด จากนั้นถึงค่อยปาดเหงื่อเย็นๆบนหน้าผาก
เห็นได้ชัดว่าเขาโดนเหยียนหลิงชิงแกล้งเข้าแล้ว
เขาจึงวางชามลงอย่างรู้สึกอับอายขายหน้าพร้อมกล่าวว่า“ข้าไปวิทยาลัยละ”
พูดจบก็วิ่งออกไปทันทีด้านหลังมีเพียงเสียงหัวเราะอันไพเราะของไช่เวยดังไล่หลังมาทำเอาหลี่ลั่วรู้สึกเศร้าใจ พวกพี่สาวเหล่านี่ร้ายกาจเกินไปแล้วข้ายังเด็กอยู่จริงๆ ด้วย