ย้อนเวลาสู่ยุค 70: สร้างชีวิตใหม่ด้วยมิติซูเปอร์มาร์เก็ต 【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 18 ความรู้สึกขยะแขยง

            ตอนที่ 18 ความรู้สึกขยะแขยง

            คนที่ยืนคุยกันอยู่นั่นไม่ใช่ใครอื่นไกลนอกจากจวงเหวินหลินและหลี่เสี่ยวหรง! ทั้งสองคนนี้ในชาติก่อนไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกันนักนิ?

            จวงเหวินหลินเป็๲คนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนคนที่ไร้ค่าไม่มีประโยชน์ต่อเขาอย่างหลี่เสี่ยวหรงแม้แต่ชายตามองเขายังแทบไม่อยากจะมองเลยด้วยซ้ำไหนจะหน้าตาแบบหลี่เสี่ยวหรงที่ตาเล็ก จมูกแหมบ แถมยังมีกระเต็มหน้าอีก 

            ชีเยวี่ยมองเข้าไปก็เห็นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันและแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของจวงเหวินหลิน

            ในทางกลับกันฝ่ายหลี่เสี่ยวหรงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับทำหน้าเขินอาย เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง!      

            ชีเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจท่าทีรังเกียจราวกับอยากจะหนีห่างออกไปของจวงเหวินหลินนี่หลี่เสี่ยวหรงมองไม่ออกจริงๆ หรือ? 

            แต่เ๱ื่๵๹ของคนอื่นชีเยวี่ยไม่ได้อยากจะยุ่ง ตอนนี้เธอเป็๲เพียงแค่ป้าวัยกลางคนคนหนึ่งไม่จำเป็๲ต้องกังวลว่าจะถูกสองคนนี้จับได้เธอจึงเดินตรงไปยังทางออกซอยอย่างเปิดเผย

            พอเห็นมีคนเดินผ่านมาจวงเหวินหลินดูกังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าวเพื่อเพิ่มระยะห่างระหว่างตนเองกับหลี่เสี่ยวหรง 

            ไม่ง่ายเลยที่หลี่เสี่ยวหรงได้โอกาสใกล้ชิดกับชายในฝันหล่อนแทบจะอยากพุ่งเข้าไปซบอกเขา แค่เพราะมีคนเดินผ่านมาทำให้เธอไม่ได้ใกล้ชิดกับชายอันเป็๲ที่รัก จึงอดไม่ได้ที่จะโกรธ ‘คนแปลกหน้า’หานชีเยวี่ยที่เดินผ่านไปมาคนนี้

            ตอนที่หานชีเยวี่ยรู้สึกถึงความไม่เป็๞มิตรจากหลี่เสี่ยวหรงเธออดสงสัยไม่ได้ว่าหลี่เสี่ยวหรงจะจำเธอได้หรือไม่ แต่ไม่นานเธอก็แน่ใจว่าหลี่เสี่ยวหรงจำเธอไม่ได้เพียงแต่รู้สึกว่าตัวเองเป็๞ก้างขวางคอเท่านั้นเอง 

            ชีเยวี่ยแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันหลังแล้วเดินไปทางอื่น

            จวงเหวินหลินบังเอิญเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหานชีเยวี่ยพอดีเขาจึงคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่หลี่เสี่ยวหรงที่ลุ่มหลงไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าบึ้งตึงของจวงเหวินหลินแม้แต่น้อยเมื่อเห็นว่าคนขัดจังหวะเดินจากไปแล้ว เธอก็เข้าไปใกล้จวงเหวินหลินอีกครั้ง

            “สหายจวงเหวินหลิน ที่จริงแล้วคุณลองพิจารณาตัวฉันอย่างจริงจังก็ได้นะ” หลี่เสี่ยวหรงเขินอายจนหน้าแดงก่ำหลังจากที่พูดจบประโยค

            จวงเหวินหลินขมวดคิ้วมุ่นเขายกมือขึ้นปิดจมูก ถอยหลังไปอีกก้าว ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อาบน้ำมาเป็๞ชาติแล้วหรือไง ทำไมถึงได้เหม็นขนาดนี้?

            “สหายหลี่เสี่ยวหรงผมไม่ได้มีใจให้คุณแม้แต่น้อย ไม่สิ ผมไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำการกระทำแบบนี้ของคุณทำให้ผมลำบากใจมาก ผมหวังว่าต่อไปนี้คุณจะไม่มารบกวนผมอีก!”

            “ฉันมีอะไรสู้หานชีเยวี่ยไม่ได้หรือไง?ทำไมถึงต้องเป็๞หล่อนคนเดียว?” หลี่เสี่ยวหรงถามขึ้นด้วยความรีบร้อนน้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความโกรธแค้นจนได้ยินเสียงกัดฟันกรอดความเกลียดชังเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จวงเหวินหลินที่ทำร้ายจิตใจเธอแต่กลับพุ่งเป้าไปที่หานชีเยวี่ย! 

            ถ้าไม่มีหานชีเยวี่ยจวงเหวินหลินต้องชอบเธอแน่ๆ!

            ชีเยวี่ยยังไม่ได้เดินไปไหนไกลเธอจึงได้ยินประโยคนี้พอดี ทำให้ในหัวของเธอเหมือนมีม้าโคลนหญ้า [1]หมื่นตัววิ่งพล่านอยู่ในหัวของเธอ 

            จู่ๆ ก็โดนลูกหลง?เ๱ื่๵๹ที่พวกเขาจะคบกันหรือไม่นั้นมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย? ถ้าเลือกได้ หานชีเยวี่ยยังอยากให้สองคนนี้รักกันจนวันตายเลยด้วยซ้ำ!ถ้าไม่ติดว่าไม่อยากเปิดเผยตัวเองหานชีเยวี่ยคงจะพุ่งเข้าไปตบหน้าหลี่เสี่ยวหรงสักสองฉาดแล้วถามว่าสมองของเธอโดนเจียงซือ[2]กินไปแล้วหรือไง!

            จากนั้น เธอก็ได้ยินคำตอบของจวงเหวินหลินซึ่งเกือบทำให้เธอหกล้มหัวทิ่ม “สหายหลี่เสี่ยวหรง ผมรักหานชีเยวี่ยและจะรักตลอดไป!” เสียงของจวงเหวินหลินเต็มไปด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง

            หานชีเยวี่ยรู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนมีม้าโคลนหญ้าหมื่นตัววิ่งพล่านอยู่ในหัวของเธอ เธอหันกลับไปมองจวงเหวินหลินเห็นสีหน้าที่แสร้งทำเป็๲จริงจังของเขาทำเอาข้าวต้มที่กินเข้าไปตอนเช้าเกือบพุ่งออกมา 

            ไอ้ผู้ชายสารเลว! 

            ยังกล้ามาแสร้งทำเป็๲คนรักจริงอีกนะ?ไอ้สารเลวเอ๊ย!

            หานชีเยวี่ยกำหมัดแน่นเสียดายที่ทำไมเมื่อกี้เธอถึงไม่ขนบ้านทั้งหลังของตระกูลจวงไปเก็บไว้ในมิติซะเลยนะ? 

            ผู้ชายคนนี้มันน่าขยะแขยงเกินไปแล้ว! 

            น่าขยะแขยงยิ่งกว่าคนสองคนนั้นในเรือนส่วนหลังของตระกูลจวงเสียอีก!

            ชีเยวี่ยไม่อาจทนฟังได้ต่ออีกต่อไปกลัวว่าตัวเองจะระงับอารมณ์โกรธไว้ไม่อยู่ เธอจึงรีบเดินออกจากตรอกฉางชิง 

            หลังจากออกจากตรอกฉางชิงแล้วชีเยวี่ยก็ไม่มีกะจิตกะใจที่จะเดินเล่นในเมืองต่อ เธอจึงมองหามุมอับลับตาคนแล้วเข้าไปในมิติเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

            ไม่นานนักเธอก็ออกมาในร่างของหานชีเยวี่ยสาวงามอีกครั้งไม่ใช่ป้าอายุกลางคนหน้าตาธรรมดาคนนั้น! พอดูเวลาแล้ว๰่๥๹เวลานี้เหมือนจะมีรถผ่านมา แม้ว่าจะนั่งได้แค่ครึ่งทางแต่มันก็ดีกว่าต้องเดินกลับตลอดทาง 

            ชีเยวี่ยคิดพลางเดินไปที่สถานีรถโดยสาร

            ทันทีที่เดินไปถึงหน้าสถานีรถโดยสารประจำเมืองเธอก็เห็นผู้คนมากมายมุงดูอะไรบางอย่าง ชีเยวี่ยรู้สึกอยากรู้อยากเห็นจึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปมุงดูด้วยคน

            มีผู้หญิงผมหงอกคนหนึ่งกำลังดึงแขนเสื้อของหญิงสาววัยรุ่นที่อุ้มเด็กอยู่ พร้อมกับร้องไห้น้ำตาไหลพราก“ซิ่วฟาง หากลูกจะไป แม่คงไม่กล้าว่าอะไรแล้ว ใครใช้ให้ลูกชายของแม่มันไร้น้ำยาแต่ลูกจะพาหลานชายคนเดียวของตระกูลเราไปไม่ได้นะ เด็กคนนี้คือชีวิตของแม่นะ ทำไมลูกถึงใจร้ายกับแม่แบบนี้?”

            หญิงชราสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งดูแล้วน่าสงสารมาก ในทางกลับกัน หญิงสาววัยรุ่นกลับแต่งตัวดูดีเสื้อผ้าของเธอสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะแม้แต่น้อยเด็กน้อยน่ารักน่าชังในอ้อมกอดของเธอก็แต่งตัวดีมาก 

            ชีเยวี่ยรู้สึกว่าภาพตรงหน้าช่างไม่เข้ากันเลย!

            หญิงชราคนนี้ดูแล้วน่าเวทนา แต่แววตาของเธอกลับดูหลักแหลมมาก ทำให้คนรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ยิ่งไปกว่านั้น สายตาของเธอยังกวาดมองรอบๆ อย่างไม่รู้ตัว ในทางกลับกันหญิงสาววัยรุ่นกลับดูหวาดกลัว เธอทำได้เพียงกอดลูกน้อยเอาไว้แน่น

            “คุณจำคนผิดแล้วฉันไม่ใช่ซิ่วฟางที่คุณพูด และฉันก็ไม่รู้จักซิ่วฟางด้วย!”หญิงสาววัยรุ่นแก้ตัวด้วยสีหน้าซีดเผือด

            “ซิ่วฟาง ทุกอย่างมันเป็๲ความผิดของแม่เองแม่เลี้ยงลูกชายมาไม่ดี เขาถึงไม่ได้เ๱ื่๵๹แบบนี้ แต่แม่ขอร้องล่ะลูกคืนหลานให้แม่เถอะนะ!” 

            พูดจบหญิงชราผมหงอกก็คุกเข่าลงต่อหน้าหญิงสาววัยรุ่นจริงๆ เพียงแต่ ถึงแม้จะคุกเข่าลงมือของเธอก็ยังคงกำชายเสื้อของหญิงสาวเอาไว้อย่างแ๞่๞๮๞า เหมือนกลัวว่าเธอจะหนีไป

            หญิงสาววัยรุ่นพยายามดิ้นรนอย่างหนักแต่กลับถูกผู้คนรอบข้างรุมล้อมเอาไว้ ประกอบกับการเหนี่ยวรั้งของหญิงชราทำให้เธอไม่สามารถจากไปได้

            “ผู้หญิงคนนี้ ทำไมถึงได้ใจดำขนาดนี้?แม่สามีก็อ้อนวอนขนาดนี้แล้ว เธอยังจะใจร้ายจากไปอีกหรือ?”

            “เอาอย่างนี้นะเห็นแก่แม่สามีที่น่าสงสารคนนี้ เธอก็ทิ้งลูกเอาไว้ให้กับทางบ้านสามีเถอะ?”

            “ผู้หญิงแบบนี้ ไม่รักษาจรรยาบรรณของสตรีสมควรโดนจับไปดัดสันดาน!”

            “ลูกสาวเอ๋ย เด็กโตขนาดนี้แล้วทำอะไรก็ให้นึกถึงบาปกรรมบ้าง อย่าทำเ๱ื่๵๹ชั่วๆที่ทำให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจในภายหลังเลย!”

            “สามีน่ะ ถ้าไม่ดีก็ค่อยๆ สอนกันไปไม่เห็นจะต้องเลิกกันเลย!”

            ……

            ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานาบ้างก็ด่าทอหญิงสาววัยรุ่นว่าไม่รักษาจรรยาบบรณของสตรีบ้างก็เกลี้ยกล่อมหญิงสาววัยรุ่นและที่ขาดไม่ได้ก็คือคนที่ชอบตัดสินคนอื่นจากจุดยืนทางคุณธรรมที่สูงส่ง 

            เมื่อได้ยินเสียงเซ็งแซ่จากผู้คนรอบข้างใบหน้าของหญิงสาววัยรุ่นก็ยิ่งซีดเผือด เธอร้อนรนอธิบาย “ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ นะพวกคุณเชื่อฉันเถอะ ฉันไม่รู้จักเธอ...”

            ทว่าไม่มีใครเชื่อคำอธิบายของหญิงสาววัยรุ่นคนนี้เลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างคิดว่านี่เป็๞เพียงข้ออ้างและข้อแก้ตัวที่ผู้หญิงคนนี้สร้างขึ้นมาเพื่อจะได้จากไปเท่านั้น

            “พ่อแม่ของเธอสอนเธอมาแบบนี้หรือไง?ไม่รู้จักคำว่าแต่งงานแล้วต้องตามสามีไปทุกหนทุกแห่งหรือไง? แม่สามีอายุขนาดนี้แล้วนะ ยังต้องมาคุกเข่าให้เธอเธอยังใจดำอำมหิตได้ลงคอ!”

            “พวกเรามาช่วยคุณยายคนนี้กันเถอะพาเธอกับหลานชายกลับบ้าน!” มีคน๻ะโ๷๞ขึ้นทันใดนั้นก็มีคนเข้าไปล้อมตัวหญิงสาววัยรุ่นเอาไว้พวกเขากะจะช่วยกันจับตัวหญิงสาววัยรุ่นไว้ แล้วส่งตัวให้กับหญิงชรา!

            เชิงอรรถ

            [1] 草泥马 ม้าโคลนหญ้าพ้องเสียงกับคำว่า 草泥马เป็๞คำสบถว่าที่อ่านว่าเช่าหนี่มาเป็๞คำหยาบคายในภาษาจีน

            [2] 僵尸 เจียงซือแปลว่า ผีกองกอยจีน