(ต่อ)
นารีนาทบีบนวดไปตามมือเท้าเย็นเฉียบของหลานสาว ที่ยังนอนนิ่งไม่ได้สติอย่างนึกห่วง พอเห็นบุตรชายอุ้มธารธาราเข้ามา เธอก็ลมแทบจับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยาดมหลายยี่ห้อผลัดเปลี่ยนจ่อจมูกหญิงสาว ในขณะที่สมาชิกของทั้งสองบ้านทยอยตามกันเข้ามาอย่างใ ร้อยวันพันปีธารธาราต่อให้ไม่สบายขนาดไหน ก็ไม่เคยเป็ลมล้มลงไปแบบนี้
“โทรฯ ตามอาหมอดีไหมคะแม่ ตั้งนานแล้วทำไมพี่ธารายังไม่ฟื้นสักที” คริมาถามมารดาด้วยความร้อนใจ อดตวัดสายตาไม่พอใจไปยังคนบางคนไม่ได้ เกลียดนัก เพิ่งจะเหยียบเข้าบ้านเธอได้ไม่ถึงชั่วโมงก็สร้างเื่แล้ว
“รออีกเดี๋ยวเถอะยัยครีม” แม้จะเป็ห่วงแต่ก็ยังรั้งรอ เธอรู้ดีว่าร่างกายธารธาราไม่ได้แข็งแรงเหมือนก่อน แล้วจะทนต่อเื่ที่ทำร้ายจิตใจตัวเองได้อย่างไร ทิพย์ธาราถอนหายใจเมื่อเห็นทิชากรที่ยกมือไหว้ตน
“แล้วทำไมอยู่ดีๆ พี่ธาราถึงได้เป็ลมคะพี่กันต์” คริมาไล่เรียงกับกันตพล เพราะชายหนุ่มเป็คนเดียวที่อยู่กับธารธาราเป็คนสุดท้าย คงจะให้คำตอบได้ดีกว่าใคร
“เื่นั้น….” ยังไม่ทันจะได้ตอบ ตากันตพลก็ไวยิ่งกว่าเลเซอร์ พอเห็นธารธาราขยับตัวก็รีบปรี่เข้ามาดูอาการใกล้ๆ ลูบหน้าลูบหลังด้วยความเป็ห่วง “ฟื้นแล้วๆ ดีจริง”
ทิพย์ธาราขยับเข้ามาดูบุตรสาวด้วยความห่วงใย อีกมือก็รับยาหอมที่นมอิ่มยื่นมาให้ แต่ยังรั้งรอให้ธารธารามีสติกว่านี้อีกสักหน่อย ค่อยให้ดื่มเผื่ออาการจะดีขึ้น แต่ก็คิดผิดถนัดแค่กลิ่นยาหอมที่คลุ้งขึ้นมาในอากาศ ร่างบางที่สีหน้าดูดีขึ้นมาเล็กน้อยกับแย่ลง ธารธาราทำท่าผะอืดผะอมโก่งคออาเจียน แต่ไม่มีอะไรเลยนอกจากลมที่ตีขึ้นกับน้ำย่อยที่ถูกขับออกมาจนรู้สึกขมคอ
“ฝืนใจจิบหน่อยนะลูก จะได้ดีขึ้น” นารีนาทพูดปลอบลูบศีรษะอย่างสงสาร ส่งยาหอมอีกแก้วใส่มือทิพย์ธารา แทนแก้วเดิมที่ธารธาราปัดทิ้งจนกระเด็นไปไกล
“ไม่เอาค่ะ ธาราไม่ชอบ เวียนหัวมากด้วย” ธารธาราส่ายหน้าปฎิเสธ ทั้งที่ไร้เรี่ยวแรง จนร่างสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ต้องขยับเขามาช่วยบังคับป้อนยาให้หญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
“กินหน่อยธารา อ้าปาก อย่าเม้มแบบนั้น” คามินทร์พยายามป้อนยาให้คนดื้อ ที่เอาแต่ผลักไสเขาให้ออกห่าง ราวกับรังเกียจนักหนา
“ออกไป…” มือบางปัดป้องไม่ยอมท่าเดียว จนในที่สุดก็หมดความอดทน ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนจัดยามเมื่อเห็นกิริยาที่หญิงสาวแสดงต่อเขา
“กินยาก กินเย็นนัก ก็ไม่ต้องกิน อะไรกันนักหนาธารา จะเอาอะไรก็พูดสิอย่าเงียบ ไม่เห็นหรือไงว่าทำให้คนอื่นเขาเป็ห่วง” แก้วยาหอมถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแรง จนยากระฉอกออกมาจากแก้ว น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะให้ใครได้เห็น กลับไหลรินเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้าไปจูงมือทิชากร แล้วพากันออกไปด้านนอก โดยไม่หันมามองอีกเลย
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นสถานการณ์ภายในคฤหาสน์อัครเมฆินทร์ ก็อึมครึมขึ้นเรื่อยๆ ธารธาราไม่แม้แต่จะมองหน้าคามินทร์ หญิงสาวพยายามหลบหน้าชายหนุ่มอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็ที่บ้านหรือที่บริษัท ถ้าเขามาทางซ้าย เธอก็จะเลี่ยงไปทางขวา หรือถ้าครั้งไหนที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ธารธาราก็จะเป็ฝ่ายเดินหนีเขาออกมา บ่อยครั้งที่คามินทร์ทนไม่ไหวแสดงท่าทีเกรี้ยวกราด ธารธาราไม่ยอมแม้จะอธิบายเหตุผล เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำผิดที่ตรงไหน
หญิงสาวในชุดรัดรูปโยกย้ายยั่วยวนหันมาส่งสายตาเชิญชวนชายหนุ่มเป็ระยะ หากเป็เมื่อก่อนมีหรือที่เขาจะไม่ตอบสนองผู้หญิงเ่าั้ แต่วันนี้เขาเหนื่อยเหลือเกินกับทุกสิ่งที่เป็อยู่ แก้วเหล้าว่างเปล่าวางอยู่เต็มโต๊ะ อรรณพกับศิลาที่ถูกลากออกมาด้วยกันในคืนนี้ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ
“ตกลงยังไง คราวนี้ทะเลาะกันหนักมากเหรอ” ศิลาวางแก้วเหล้าที่เพิ่งจิบไปเพียงเล็กน้อยลงบนโต๊ะ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเปิดปากเล่า เขาก็จำต้องเป็ฝ่ายถาม ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่ได้รู้เื่กันพอดี
“ไม่ได้ทะเลาะ แต่ไม่ยอมพูดอะไรเลย ไม่มองหน้า ไม่สนใจ เห็นฉันก็เหมือนเห็นตัวเชื้อโรคต้องรีบหนีให้ไกล” เหล้าสีเหลืองอำพันถูกกระดกรวดเดียวหมด วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะอีกใบ
“ไปทำอะไรให้ธาราโกรธ นึกให้ดีๆ” เป็อรรณพที่ช่วยเสนอแนะ
“ไม่ได้ทำอะไร พอกลับจากภูเก็ตยัยตัวยุ่งนั่นก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง จะออกมาก็แค่เวลาที่แน่ใจว่ากูไม่อยู่บ้าน” คามินทร์เล่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทั้งที่ตกลงว่าจะแต่งงานกันแล้ว เขายุ่งหัวหมุนต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ให้ใครเห็นว่าแอบเตรียมงานอะไรไปบ้าง
“แล้วมึงไปเจอใครที่ภูเก็ต” ศิลาถามโพล่งออกมา เมื่อนึกได้ว่าคามินทร์โทรฯ มาเล่าให้เขาฟังั้แ่วันแรก
“ทิชา! บ้าฉิบ!” ร่างสูงเหมือนชะงักไป แล้วพลันลุกขึ้นเดินพรวดพราดกลับออกไป
คามินทร์อาศัยความมืดจากมุมห้องของหญิงสาว ค่อยๆ ปีนบันไดที่พาดกับราวระเบียง โดยมีอติวัชรคอยจับบันไดเอาไว้เช่นเคย บานประตูในค่ำคืนนี้ถูกเปิดออกได้อย่างง่ายดาย เพราะเ้าของห้องคงไม่คิดว่าเขาจะมา ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเปลืองแรงคิดหาวิธีเข้าไปหาหญิงสาวเหมือนครั้งที่ผ่านมา
แสงสลัวจากเทียนหอมที่หญิงสาวมักจะจุดเอาไว้ ทำให้คามินทร์มองเห็นร่างบางที่ดูซูบผอมลงจนเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยแม้ยามหลับไหลคิ้วเรียวสวยก็ยังขมวดไม่คลาย ขอบตาบวมช้ำเหมือนคนที่ร้องไห้อย่างหนัก ธารธาราเปลี่ยนไปราวกลับพลิกฝ่ามือ กลับกลายเป็ธารธาราคนเดิมเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว
ร่างบางขยับตัว รู้สึกไม่สบายค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาคิดอยากจะลุกไปอาเจียน แต่กลับพบกับคนที่เธอไม่อยากเจอนั่งอยู่บนเก้าอี้ปลายเตียง หญิงสาวทิ้งตัวนอนลงอีกครั้งราวกับไม่อยากจะเห็นใบหน้านั้น เสียงถอนหายใจที่ดังมาจากร่างสูงทำให้ธารธาราอดน้อยใจไม่ได้
คามินทร์เดินเข้ามาใกล้ทรุดนั่งลงกับพื้นห้อง มือหนาเอื้อมจับมือบางขึ้นมาแนบแก้มสาก ไม่มีใครยอมพูดอะไร ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง คำถามมากมายที่คิดว่าจะต้องคุยกันให้รู้เื่กับจมหายไปพร้อมกับความอึดอัด ความไม่เข้าใจกัน
“ธารา!! ลืมตามาคุยกันก่อนได้ไหม” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกอย่างคาดหวังว่าจะได้เห็นดวงตากลมโตลืมขึ้นมา แต่ต้องผิดหวัง “ธารา เราคุยกันหน่อยนะคนดี” นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่หลุดร่วงมาปิดดวงหน้าสวย
ร่างสูงของคามินทร์เดินอ้อมมาอีกฝั่งของเตียง ก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา รั้งร่างบางที่ยังคงหันหลังให้เขาเข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะจับหญิงสาวให้พลิกตัวกลับมาหาเขาราวกับจับพลิกตุ๊กตา ดวงตาคู่สวยที่ลืมขึ้น แต่ไม่ยอมสบตาเขา ทำให้คามินทร์ยิ่งเหนื่อยใจ แม้จะรู้ว่าเื่ทั้งหมดต้องเกี่ยวกับทิชากร แต่ในเมื่อธารธาราไม่ยอมพูดแล้วเขาจะทำอย่างไร
“ตกลงเราจะไม่พูดกันจริงๆ ใช่ไหมธารา” คามินทร์ถามอีกครั้ง เมื่อก้มมองร่างบางในอ้อมแขน นานหลายนาทีจนคนถามนึกท้อ ดวงตาคมที่ค่อยๆ ปิดลง พร้อมทั้งลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
ธารธาราเงยหน้าขึ้นมามองเธอรู้ดีว่าเขายังไม่ได้หลับ มือเรียวบางที่ยกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าคม เอ่ยถามแฝงไว้ด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำจะกระซิบแ่
“ฉันยัง…เชื่อใจนายได้อยู่ไหม”
ธารธารามองใบหน้าคมนิ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมาสบกับเธอ คำถามนั้นทำให้คามินทร์มองหญิงสาวอย่างนึกรู้สาเหตุแท้จริง ที่ธารธาราเปลี่ยนไปก่อนจะโอบกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เป็เขาที่ทำผิดเองจริงๆ
*** ลงให้ครบทั้งตอนแล้วนะคะ ขอฝากคามินทร์กับธารธารธาด้วยค่ะ อยากให้ทุกคนลุ้นและติดตามไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วความรักของพวกเขาต้องพบเจอเื่ราวอะไรบ้าง ขอให้ทุกคนมีความสุขและสนุกไปกับการอ่านค่ะ
ขอทิ้งท้ายอีกนิด ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ