คำตอบรับรหัสลับที่ถูกต้องแต่มาจากเสียงที่ไม่คุ้นเคย ทำให้บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงถึงขีดสุด!
จางเลี่ยงและสือจินกำอาวุธในมือแน่น สายตาจับจ้องไปที่ประตูอย่างไม่กะพริบ ร่างกายเกร็งพร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ นี่อาจจะเป็กับดัก! หวังเทียนอาจจะจับคนส่งสาส์นได้แล้วทรมานจนยอมคายรหัสลับออกมา!
แต่หลินเฟิงกลับยังคงสงบนิ่ง...แม้ในใจของเขาจะเต้นระรัวเช่นกัน เขาเชื่อมั่นในสติปัญญาของท่านอาจารย์ซูเหวินเทียน...ท่านไม่มีทางส่งคนที่ไร้ความสามารถมาทำภารกิจสำคัญเช่นนี้แน่ และรหัสลับนี้ก็เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ โอกาสที่จะรั่วไหลนั้นมีน้อยมาก
เขาตัดสินใจเชื่อใจ...และเสี่ยง
หลินเฟิงค่อยๆ แง้มกลอนประตูออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องว่างเพียงเล็กน้อย...ภาพที่เขาเห็นคือชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งในชุดคลุมสีเทาเข้มที่ดูธรรมดา แต่กลืนไปกับเงามืดของทางเดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยเงาของหมวกสานปีกกว้าง แต่สิ่งที่หลินเฟิงััได้...คือรัศมีพลังปราณที่สงบนิ่งราวกับหินผา แต่แฝงไว้ด้วยความคมกริบที่พร้อมจะะเิออกได้ทุกเมื่อ!
ชายผู้นั้นไม่ได้พยายามจะบุกเข้ามา เขายื่นป้ายไม้เล็กๆ ที่สลักด้วยรูปเมฆาและสมุนไพรผ่านช่องประตูเข้ามาให้หลินเฟิงอย่างเงียบเชียบ
หลินเฟิงรับมาดู...มันคือตราสัญลักษณ์ส่วนตัวของท่านอาจารย์ซูเหวินเทียน! เป็ของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย!
เขาจึงเปิดประตูออกจนสุด แล้วผายมือเชิญแขกผู้ลึกลับเข้ามาในห้อง
ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาแล้วปิดประตูลงอย่างแ่เบา เขาถอดหมวกสานออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็พิเศษ อายุราวสามสิบกว่าปี แต่ดวงตาของเขานั้น...เฉียบคมและเยือกเย็นราวกับนกอินทรี มันเป็ดวงตาของคนที่ผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"ข้าชื่อ อิง (Ying - เงา)" เขาแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าคือหนึ่งใน 'เงาเมฆา' หน่วยข่าวกรองลับที่ขึ้นตรงต่อท่านเ้าสำนักและเหล่าผู้าุโ"
เงาเมฆา! หน่วยข่าวกรองลับ!
คำพูดนั้นทำให้จางเลี่ยงและสือจินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! พวกเขาเคยได้ยินเพียงแค่ข่าวลือเกี่ยวกับหน่วยงานลึกลับนี้เท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาเจอตัวจริง!
"ท่านผู้เฒ่าซู...ท่านอาจารย์ของข้า...ส่งท่านมางั้นรึ?" หลินเฟิงถาม
อิงพยักหน้า "ท่านผู้เฒ่าได้รับสาส์นของเ้าแล้ว ท่านฝากความชื่นชมมาให้กับสติปัญญาและความกล้าหาญของพวกเ้าทั้งสามคน" เขากล่าวพลางกวาดสายตามองทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว เป็การประเมินที่เฉียบขาดและแม่นยำ "และท่านก็มีคำสั่งใหม่มาให้พวกเ้า...พร้อมกับทรัพยากรที่จำเป็"
เขาหยิบแหวนมิติวงหนึ่งออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะ "ในนี้มีเสื้อผ้าใหม่, ยาเม็ดรักษาาแคุณภาพสูงสุด, ยาเม็ดฟื้นฟูพลังปราณ, เสบียงอาหาร, และ...ทองคำจำนวนหนึ่งสำหรับใช้จ่าย"
จากนั้นเขาก็หยิบม้วนหนังออกมาอีกสามม้วน "นี่คือ 'หน้ากากหนังมนุษย์' และเอกสารประจำตัวปลอมสำหรับพวกเ้าทั้งสามคน มันจะช่วยให้พวกเ้าสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปกปิดตัวตนที่แท้จริงได้"
การเตรียมการที่รอบคอบและสมบูรณ์แบบนี้ทำให้หลินเฟิงยิ่งนับถือในความสุขุมรอบคอบของท่านอาจารย์มากขึ้นไปอีก
"แล้ว...คำสั่งของท่านอาจารย์คืออะไร?" จางเลี่ยงถามขึ้นอย่างจริงจัง
แววตาของอิงพลันเปลี่ยนเป็เ็าและอันตราย "ท่านผู้เฒ่าซูบอกว่า...เื่นี้มันใหญ่กว่าที่พวกเ้าคิดไว้มาก"
"ใหญ่กว่าที่คิด?"
"ใช่" อิงกล่าวต่อ "การที่หวังเทียนฝึกฝนวิชามารและเพาะเลี้ยงอสูรนั้นเป็เพียงแค่ 'ยอดของูเาน้ำแข็ง' เท่านั้น ท่านผู้เฒ่าสืบสวนอย่างลับๆ มาได้สักพักแล้ว และพบว่าเบาะแสทั้งหมดชี้ไปยังองค์กรชั่วร้ายองค์กรหนึ่งที่อยู่นอกสำนัก...พวกมันคือ 'พรรคบัวโลหิต' "
พรรคบัวโลหิต! ชื่อที่ทำให้แม้แต่จางเลี่ยงยังต้องหน้าเปลี่ยนสี! มันคือพรรคมารที่เคยสร้างความวิบัติให้กับยุทธภพเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่จะถูกปราบปรามจนเงียบหายไป...ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกมันจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง!
"หวังเทียนเป็เพียงแค่ 'หมากตัวหนึ่ง' ที่พวกมันส่งเข้ามาแทรกซึมในสำนักของเราเท่านั้น" อิงอธิบาย "เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน...คือการเข้าควบคุม 'เหมืองหินสุริยัน' ซึ่งเป็แหล่งพลังงานสำคัญของค่ายกลป้องกันสำนัก! หากค่ายกลถูกทำลายจากภายใน...สำนักเมฆาอรุณก็จะตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง!"
ข้อมูลที่น่าตกตะลึงนี้ทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ! ภารกิจของพวกเขาได้ยกระดับจากการเอาชีวิตรอด...กลายเป็การปกป้องชะตากรรมของสำนักไปเสียแล้ว!
"แล้ว...คำสั่งของท่านอาจารย์คือ..." หลินเฟิงถามย้ำ
"ท่านผู้เฒ่ากำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในสำนัก ท่านกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจัดการกับตระกูลหวังและผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นๆ แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้" อิงกล่าว "ดังนั้น...ภารกิจของพวกเ้าจึงไม่ใช่การหนีกลับสำนักอีกต่อไป...แต่คือการ 'สืบสวน' ต่อ!"
เขาคลี่แผนที่แผ่นหนึ่งออกบนโต๊ะ มันเป็แผนที่ของดินแดนทางตอนใต้ของสำนัก
"หวังเทียนจำเป็ต้องย้าย 'ห้องทดลอง' ของมันอย่างเร่งด่วน จากข้อมูลของข้า...สถานที่ที่เป็ไปได้มากที่สุดที่พวกมันจะไปตั้งหลักใหม่ก็คือ 'เมืองหมอกพิษ' เมืองที่ไร้กฎหมายซึ่งตั้งอยู่ชายขอบอิทธิพลของสำนัก...ท่านผู้เฒ่า้าให้พวกเ้า...เดินทางไปยังเมืองหมอกพิษ...ลอบเข้าไปสืบสวนหารังลับแห่งใหม่ของหวังเทียน...และค้นหา 'หลักฐานที่มัดตัว' ที่จะสามารถเชื่อมโยงหวังเทียนเข้ากับพรรคบัวโลหิตได้อย่างชัดเจน!"
มันคือภารกิจที่อันตรายและบ้าบิ่นอย่างที่สุด! การส่งศิษย์ชั้นในสามคนเข้าไปในดงอสรพิษ!
"พวกเ้ามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ" อิงกล่าว "หากพวกเ้าปฏิเสธ ข้าจะหาทางพาพวกเ้าลอบกลับสำนักอย่างปลอดภัย...แต่ชื่อเสียงของพวกเ้าอาจจะต้องถูกด่างพร้อย และหวังเทียนอาจจะยังคงลอยนวลต่อไป"
จางเลี่ยงและสือจินหันไปมองหลินเฟิงโดยมิได้นัดหมาย...ในตอนนี้...พวกเขาได้ยอมรับหลินเฟิงเป็ผู้นำของทีมอย่างสมบูรณ์แล้ว
หลินเฟิงจ้องมองแผนที่นั้นนิ่ง...แววตาของเขาไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย...ในทางกลับกัน...มันกลับทอประกายแห่งความท้าทายและความตื่นเต้น!
นี่คือการผจญภัยที่แท้จริง! คือบททดสอบที่เขาโหยหามาตลอด! คือโอกาสที่จะได้ใช้สติปัญญาและความสามารถทั้งหมดที่เขามี!
เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอิง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยว
"พวกเรา...รับภารกิจนี้"