ตอนที่ 166 การวิวัฒนาการณ์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ใต้พื้นดินอยู่ๆ ก็มีรากของต้นไม้ใหญ่ที่เหมือนกับแท่งเหล็กร้อนมากมายโผล่ออกมาและตวัดลากเอามอนสเตอร์มากมายลงเข้าสู่พื้นดิน
แต่ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่านั้นก็คือรากเหล่านั้นได้ดูดพลังชีวิตของมอนสเตอร์มากมายทั้งเป็น ทำให้ต้นไม้ใหญ่ยิ่งเติบโตอย่างบ้าคลั่ง
เหตุการณ์นี้เลวร้ายถึงขีดสุด มอนสเตอร์มากมายถูกรากของต้นไม้สังหาร แต่ถึงอย่างนั้นมอนสเตอร์เหล่านี้กลับไม่รู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มันพุ่งเข้าหาต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นอย่างฮึกเหิม
ตูม! ตูม! ตูม!
ภาพตรงหน้าของเฟิร์สดุจขุมนรกอเวจี
ที่นี่กลายเป็นสงครามระหว่างมอนสเตอร์นับพันกับปีศาจต้นไม้เพียงหนึ่งเดียว
เฟิร์สพยายามลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงลูกหลงของการต่อสู้นี้ ทว่าปีศาจต้นไม้กลับไม่ได้ปล่อยเด็กหนุ่มให้หนีไปง่ายๆ รากไม้ที่ร้อนแรงที่เหมือนแท่งเหล็กสีแดงเพลิงพุ่งเข้าโจมตีไล่ล่าเขา
แม้ความเร็วของมันจะร้ายกาจก็จริง แต่ก็ไม่สามารถไล่ตามเด็กหนุ่มได้ทัน
เฟิร์สหลบหลีกได้เร็วมาก ร่างของเขาเหมือนกระบี่เล่มหนึ่งที่พุ่งทะลุชั้นฟ้า ปลายเท้าย่ำอากาศไม่ต่างจากพื้นดิน เมื่อร่อนเข้าสู่อากาศก็ไม่ต่างจากปลาที่แหวกว่ายในน้ำ ยากที่จะไล่ตามได้ทัน
จนกระทั่งรากสีแดงเพลิงอันร้อนระอุนั้นไล่ตามไม่ทัน
เด็กหนุ่มหยุดยืนอยู่บนชั้นฟ้าที่สูงเป็นอย่างมาก นอกจากต้นไม้ปีศาจจะละความสนใจจากเขาแล้ว เหล่ามอนสเตอร์เองก็เมินเฉยในตัวตนของเขาอย่างสิ้นเชิง
เขาจึงเหลือบตามองลงมาด้านล่าง มองดูสถานการณ์อันแปลกประหลาดนี้อย่างใจเย็น
“เจ้านี่สร้างผลไม้ทั้งสามขึ้นมาเป็นกับดักอย่างนั้นหรอ? มันล่อมอนสเตอร์เหล่านี้ให้เข้ามาแล้วโจมตีกลืนกินไม่ต่างไปจากเหยื่อที่โอชะ ... ไม่สิ! นั่น!”
ทว่าตอนนั้นเองเฟิร์สก็พบกับสิ่งผิดปกติในสายตา
นอกจากสนามรบที่ดุจทะเลเพลิงแล้ว สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างหนึ่งก็คือผลไม้ทั้งสามค่อยๆ เริ่มสาดแสงสีแดงสว่างออกไป
แสงนี้เต็มไปด้วยพลังงานความร้อนสูง ราวกับว่าพวกมันคือดวงอาทิตย์ขนาดย่อมๆ ปรากฏขึ้นที่นี่
กรรรรรรรจ์
เหล่ามอนสเตอร์ยิ่งเพิ่มความบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม พวกมันกรูเข้าหาต้นไม้ปีศาจอย่างไม่สนใจชีวิต จนแม้แต่รากของต้นไม้ปีศาจที่ร้ายกาจก็ไม่สามารถหยุดยั้งเจตจำนงที่จะแย่งชิงผลไม้เหล่านั้นได้ทัน
เฟิร์สไม่รู้ว่าผลไม้นั้นคืออะไร
แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ต้นไม้ปีศาจเองก็ยังต้องการผลไม้เหล่านี้เช่นกัน กิ่งก้านสาขามากมายที่แทบจะปกคลุมท้องฟ้าต่างฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง และบางส่วนก็รีบเก็บผลไม้ทั้งสามเข้าไป
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วมาก และเหล่ามอนสเตอร์ก็ไม่ยอมที่จะให้ต้นไม้ปีศาจทำแบบนั้นเช่นกัน
ครืน! ครืน! ครืน!
วินาทีนั้นเองเฟิร์สก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
“ต่อให้ฉันไม่รู้ว่าผลไม้นั้นคืออะไร ยังไงฉันก็จะต้องได้มันมา”
เฟิร์สเองก็เกิดความคิดที่อยากจะได้ผลไม้นั่นเช่นกัน สาเหตุที่มอนสเตอร์เหล่านี้ต้องการมัน นั่นย่อมไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เขาเองก็เป็นผู้หนึ่งที่สามารถโคจรพลังของมอนสเตอร์ได้ ไม่แน่ว่าผลไม้นั่นอาจจะมีประโยชน์ต่อเขา
ตึงตัง! ตึงตัง! ตึงตัง!
เหตุการณ์นี้ชุลมุนเป็นอย่างมาก กองทัพมอนสเตอร์โถมเข้าไปในคราเดียว ส่วนปีศาจต้นไม้ก็ปกต้องผลไม้อย่างสุดกำลัง อำนาจส่วนใหญ่พุ่งตรงไปที่การป้องกันกองทัพมอนสเตอร์ที่โถมเข้ามา
ทว่าในจุดหนึ่งนั้นเองมอนสเตอร์ตัวหนึ่งที่คาดว่าจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันอาศัยแรงเสริมของกองทัพมอนสเตอร์ที่โถมเข้ามา บุกชิงผลไม้ลูกหนึ่งเอาไว้ได้ก่อนที่ปีศาจต้นไม้จะเก็บกลับไป
ส่วนอีกลูกหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อจู่ๆ ร่างเล็กร่างหนึ่งก็ปรากฏยังผลไม้ลูกหนึ่งอย่างฉับพลัน ระหว่างที่แมกไม้กำลังม้วนผลไม้เข้าไปในลำต้น
แต่เมื่อปีศาจต้นไม้รู้ตัว มันก็ไม่ทันเสียแล้ว
ผลไม้ที่สาดแสงสีแดงราวกับดวงตะวันดวงเล็กพลันหายวับไปกับเด็กหนุ่มคนนั้น
สองในสามของผลไม้ถูกชิงไปแล้ว ส่วนอีกผลหนึ่งต้นไม้ปีศาจรีบดึงมันกลับเข้าร่างโดยเร็ว มิหนำซ้ำยังระเบิดโทสะเกรี้ยวกราดออกมา
กรรจ์!
ตูมมมมมมมมมมมม
ร่างของต้นไม้ปีศาจพลันปรากฏหนามแหลมสีแดงออกมาทั่วทุกทิศทาง
หนามนี้ไม่เพียงแหลมคมแต่ยังร้อนแรงเป็นอย่างมาก
เพียงแค่มอนสเตอร์เหล่านี้ถูกมันทิ่มแทงร่างก็ถูกทำให้มอดไหม้จากภายในดั่งพิษร้ายได้แล้ว
เฟิร์สใช้ท่าร่างละอองแสงจันทร์มุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงสามารถรอดพ้นอันตรายจากหนามนี้เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
โครม!
วูมมมมมมมมมมมมม
คลื่นพลังที่น่าหวาดหวั่นทำให้ทุกสิ่งที่อยู่บริเวณนั้นมอดไหม้พังทลายไปรอบทิศทาง มันทำลายล้างทุกสิ่งจนกลายเป็นผุยผง
คลื่นความร้อนแผ่ซัดทั่วทุกทิศทาง แม้แต่เฟิร์สที่ยืนเหยียบอยู่ชั้นฟ้าก็ยังอดที่จะขนลุกกับพลังทำลายล้างนี้ไม่ได้
ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้นทันที
“นี่มันไม่ใช่พลังของมอนสเตอร์แรงค์ S+ อย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ พลังระดับนี้น่าจะอยู่ในระดับแรงค์ SS+ หรือ SSS ได้เลยทีเดียว”
เฟิร์สรู้สึกโชคดีที่ตนเองสามารถหลบหลีกออกมาได้พ้น
ใครจะคิดเล่าว่าอบิสสีแดงระดับสูงจะมีตัวตนแบบนี้อยู่ที่นี่
เขามองผลไม้สีแดงที่อยู่ในมือครั้งแล้วครั้งเล่า โดยตระหนักได้ว่ามันเกิดขึ้นมาจากต้นไม้ปีศาจต้นนั้น
แล้วตอนนั้นเองเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องตื่นตะลึงก็ยังไม่จบสิ้น
เมื่อท่ามกลางพลังทำลายล้างสีแดงด้านล่าง จู่ๆ ก็ปรากฏเส้นแสงสีดำแดงเข้มโพยพุ่งออกมาราวกับพายุงวงช้าง มันพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ไม่ต่างไปจากเสายักษ์ค้ำสวรรค์
ตึง! ตึง! ตึง!
ในใจกลางความอลหม่านนั้นเกิดเสียงดังสนั่น ดังกึกก้องกังวาลไปทั่วท้องฟ้า
แผ่นดินทั้งหมดถล่มลงพื้นพิภพ เศษดินหินหลอมละลายแหลกเป็นธุลี ควันมหึมาและอายโพยพุ่งขึ้นมามากมาย จนกระทั่งมันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกคลื่นยักษ์
กรรจ์
เสียงคำรามที่เกรี้ยวกราดดังสนั่นจนแทบเขย่าคลอนสวรรค์
แล้วตอนนั้นเองเฟิร์สก็พบว่าท่ามกลางพายุสีดำแดงที่โหมกระหน่ำนั้น ได้ปรากฏตัวตนอันน่าครั่นครามขึ้นจนน่าหวาดหวั่นใจ
มันคือสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่โตมากกว่าสามสิบเมตร รูปร่างผอมเพรียว ผิวหนังศิลาสีดำเงาวาบแทรกไปด้วยแหล่งพลังแสงสีแดงที่เคลื่อนไหวไปมา แรงกดดันที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวแผ่พุ่งออกมา หมู่เมฆกลิ้งซัดไล่หลังกันอย่างรุนแรง อีกทั้งบนพื้นดินยังมีลมพายุบ้าระห่ำที่หอบทั้งเม็ดทรายทั้งก้อนหินให้ปลิวว่อน ทำให้ความว่างเปล่าแปดทิศหมุนคว้างกลายเป็นน้ำวน
“นั่นมันราชามอนสเตอร์อย่างนั้นหรือ? ไม่สิ! ... กลิ่นอายพลังของมันแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่าราชามอนสเตอร์ของที่นี่เสียอีก หรือว่านี่ ...” เฟิร์สมองภาพด้านล่างอย่างไม่เชื่อในสายตาตัวเอง
กลิ่นอายของราชามอนสเตอร์ตัวนี้แทบจะมีพลังรบไม่ต่างไปจากตัวตนของเขาในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
“นี่คือการวิวัฒนาการ!” ใบหน้าของเฟิร์สเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
เขาไม่รู้ว่ามอนสเตอร์ตัวนั้นวิวัฒนาการจนกลายเป็นราชามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งได้ยังไง แต่เขาเชื่อว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับผลไม้ในมือของเขาอย่างแน่นอน
“นี่มันคือผลไม้อะไรกันแน่?”
ผลไม้สีแดงส่องแสงดุจดวงตะวันดวงเล็ก ความร้อนของมันเกินที่จะบรรยายออกมาได้ แม้แต่เฟิร์สที่ร่ายอักขระไว้แล้วก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของมัน
“หากนี่คือการวิวัฒนาการ มอนสเตอร์ตัวนี้ก็ไม่ควรแข็งแกร่งกว่าราชามอนสเตอร์ตัวไปสิ แต่พลังที่ฉันสัมผัสได้มันสามารถเทียบเท่ากับความสามารถของเวเนเตอร์แรงค์ SS+ ได้”
โดยปกติแล้วราชามอนสเตอร์ในอบิสสีแดงระดับสูงจะมีพลังรบอยู่แค่แรงค์ S+ เท่านั้น หากต่อสู้กันเป็นฝูงพลังก็จะถูกเสริมขึ้นเป็นแรงค์ SS
แต่ในตอนนี้มอนสเตอร์นับพันที่อยู่ที่นี่ได้ถูกต้นไม้ปีศาจกวาดล้างไปหมดแล้ว ราชามอนสเตอร์ที่พึ่งกำเนิดใหม่ตัวนี้กลับมีพลังรบเหนือกว่าแรงค์ SS มันจึงทำให้เฟิร์สรู้สึกประหลาดใจ
ทั้งหมดนี้เฟิร์สได้นำประสบการณ์การต่อสู้กับนักฆ่ารัสเซียที่กินยามหันตภัยมอนสเตอร์ในครั้งนั้นมาเทียบประเมิน
ตึง! ตึง! ตึง!
ตูมมมมมมมมมมม
ตอนนั้นเองเสียงระเบิดอึกทึกก็ดังขึ้น
มันคือเสียงการต่อสู้ของปีศาจต้นไม้กับราชามอนสเตอร์ที่พึ่งเกิดใหม่ตัวนั้น
ราชามอนสเตอร์เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียว อีกทั้งยังมีพละกำลังมหาศาล ในทุกๆ การโจมตีล้วนเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างจนน่าหวาดหวั่น
ส่วนปีศาจต้นไม้กลับดูเหมือนเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งๆ ที่ระดับขั้นของมันดูจะสูงกว่า แต่เพราะสูญเสียผลไม้ไปถึงสองลูก มันจึงทำให้พลังรบลดลงเป็นอย่างมาก
สถานการณ์ในตอนนี้ราชามอนสเตอร์จึงได้เปรียบอย่างสิ้นเชิง
ใบหน้าของเฟิร์สดูกระวนกระวายขึ้นมาในทันที
“ไม่ดีแล้ว หากราชามอนสเตอร์ตัวนี้ได้รับชัยชนะ เป้าหมายต่อไปของมันคงจะเป็นประตูอบิส ด้วยพลังรบของมันในตอนนี้การจะโจมตีให้ประตูอบิสแตกย่อมไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย”