Zombie Change World

    บทที่ 8 เฮีย!จัดการมันเลย

    บทที่ 8 เฮีย!จัดการมันเลยไม่นานก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาที่นุ๊ก
    “ติ๊ง!! … ขอแสดงความยินดีท่านมาถึงระดับ 10 ของ ขั้น HE ระบบจะสุ่มสกิลให้ท่าน 1 สกิล”
    “ติ๊ง!! ... ขอแสดงความยินดีท่านได้รับ สกิล ท่าเท้า 4 ทิศ 8 แฉก”
    “ท่านจะเรียนรู้หรือไม่”
    “เรียนรู้”
    พอนุ๊กได้ยินชื่อทักษะสกิลนี้ เขาจำได้คลับคล้ายคลับคลา ว่ามันคือท่าเท้าของวิชาดาบโบราณชนิดหนึ่ง ที่ชื่อคล้ายกับชื่อนี้มาก
    แล้วข้างศพซอมบี้ยังมีไอเทมตกออกมาอีก 2 ชิ้น กล่องสีดำกับรองเท้าผ้าใบสีดำ นุ๊กเก็บไอเทมทั้ง 2 อย่างแล้วเดินไปที่รถ
    “ไอ้แจ็คพี่ขอบใจเอ็งมาก มาได้ถูกเวลาจริง ๆเอางี้พี่ได้ของจากซอมบี้มา 2 อย่างเอ็งเลือกเลยว่าจะเอาอะไร”
    “สบายมากพี่ พี่รอดผมก็รอด ผมพอจะทำไรได้ผมก็ทำ ผมเอากล่องสีดำละกันพี่เก็บรองเท้าไว้”
    “เอางั้นหรอ กล่องมันสุ่มนะเฮ้ย ไม่เอารองเท้าดีกว่าหรอ มันบวกความเร็วเคลื่อนที่ให้ใช้ได้ 2 ครั้งต่อวัน”
    “เอาเหอะ พี่ผมเอากล่องนี่และ ดวงผมมันคงไม่แย่ ขนาดกล่องไม่ให้อะไรผมหรอก”
    “งั้นตามใจเอ็ง”
    “แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นรถ แล้วขับรถออกไปจากบ้านหลังนั้น”
    ทางด้านวิทย์
    “พี่วิทย์หนูถึงระดับ 2 แล้วค่ะ จะให้หนูเพิ่มค่าสถานะอะไรค่ะ”
    “โอเค งั้นเราเคยเล่นเกมส์มาก่อนไหม ระหว่างสู้แบบเผชิญหน้ากับรอคอยจังหวะแล้วโจมตีจากระยะไกลแทน เราคิดว่าเราชอบแบบไหน
    “เคยค่ะ แต่ส่วนมาก หนูชอบเล่นอาชีพที่ใช้มีดซะเป็นส่วนมาก มันสนุกดี หนูเลยคิดว่าจะเพิ่มค่าว่องไวเอาไว้ จะได้พอช่วยเหลือตัวเองได้ พวกพี่จะได้ไม่ต้องกังวลว่าหนูจะดูแลตัวเองไม่ได้”
    พอวิทย์ฟังเขาอึ้งไปแปปหนึ่ง เขาคิดว่า เมย์รู้จักคิดว่าเธอควรจะปรับตัวยังไงเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันน่าทึ่งว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง จะรู้จักที่จะคิดได้แบบนั้น
    “โอเค ถ้าเราคิดแบบนั้น ๆ เพิ่มค่าสถานะความว่องไวเลย”
    “ค่ะ”
    ระหว่างทางไปบ้านลุงหวัง วิทย์กับเมย์ก็เจอซอมบี้บ้างเป็นบางครั้ง แล้วบางครั้งเขาก็ให้เมย์เป็นคนจัดการซอมบี้ที่เข้ามา เพื่อให้เมย์ได้มีประสบการณ์และเรียนรู้วิธีที่จัดการซอมบี้ต่าง ๆ พวกเขาทั้งคู่ยังได้ไอเทมเป็น ดาบวากิซาชิ มาเล่มหนึ่ง มันเป็นอาวุธระดับ 1 มีความยาว 60 เซนติเมตร ค่อนข้างเบาเลยที่เดียว มันเป็นดาบพกพาคู่กับดาบคาตะนะของซามูไร วิทย์คิดว่ามันเหมาะกับเมย์มากที่จะใช้ดาบเล่มนี้ เป็นอาวุธค่อนข้างเบาแถมยังพกพาง่าย เหมาะกับเมย์มาก

    ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงบ้านลุงหวัง วิทย์เปิดประตูรั่วเข้าไปในบ้าน แล้วหากุญแจใต้กระถางต้นไม้ตรงสวนริมรั้วบ้าน วิทย์จำได้ว่าลุงหวังเคยบอกว่า ถ้าลุงไม่อยู่แล้วจะเข้ามาเอาอะไรในบ้าน ให้เอากุญแจสำรองใต้กระถางต้นไม้ไปเปิดบ้าน
    เขาเดินมาหน้ากระถางต้นไม้ แล้วเอียงกระถางต้นไม้ แล้วเอามือหยิบกุญแจที่ใต้กระถาง
    พอวิทย์ได้กุญแจ เขาเดินไปเปิดประตูบ้าน ภายในบ้านก็ยังคงเป็นบ้านที่วิทย์คุ้นเคยดี ไม่มีสิ่งผิดปกติเลยข้าวของก็ยังอยู่ครบเหมือนเดิมทุกอย่าง
    โอเค เมย์ปลอดภัยข้างในไม่มีซอมบี้เข้ามาเลย พยายามอยู่ใกล้พี่ไว้มีไรจะได้ช่วยกันทัน
    “ค่ะ แล้วพี่มาบ้านนี้ทำไมค่ะ ข้างในมันมีอะไรหรอ”
    “มันมีปืนอยู่ในนั้น ลุงพี่แก่ชอบสะสมปืนไว้ แต่ไม่รู้ตอนแก่ออกไป เอาไปด้วยหรือเปล่าเราต้องเข้าไปดูกันก่อน”
    ไม่นานพวกเขาก็ไปหยุดที่หน้าประตูห้อง ๆ หนึ่ง พอเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นชั้นวางของมีปืนกว่า 20 กระบอกวางไว้บนชั้น มีทั้งปืนสั้น ปืนยาวและปืนลูกซอง วิทย์เดินเข้าไปแล้วหยิบปืนทั้งหมดใส่กระเป๋ามิติ พอเก็บปืนใส่กระเป๋าจนหมด
    วิทย์ก็เดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะในห้อง เขาคว้ากล่องลูกกระสุนทั้งหมดในลิ้นชักและยังมีกล่องพลุสัญญาณในนั้นอีก เขาเอาออกมาจนหมด แล้วเอามาใส่ในกระเป๋ามิติ แล้วรีบออกจากห้องทันที่
    พอออกมาจากห้องเก็บปืน วิทย์กลับไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วเอาปืนพกที่เขาเคยใช้ซ่อมยิงปืนกับลุงหวังออกมา มันเป็นปืน Sig Sauer P226 Navy ด้วยความที่แก่เป็นทหารมาก่อนมักจะมีปืนของหน่วยทหารต่าง ๆในโลก เก็บสะสมไว้เสมอ สิ่งหนึ่งที่วิทย์มักจะทำกิจกรรมร่วมกับลุงหวัง คือไม่เดินป่าก็เข้าสนามยิงปืน 2 อย่างนี้เป็นสิ่งที่วิทย์ทำร่วมกับลุงหวังมากที่สุด
    พอวิทย์เอาปืนออกมาดู เขาก็ต้องตรวจเช็คปืนว่ายังดีอยู่หรือเปล่า เพราะครั้งล่าสุดที่เขาจับปืนกระบอกนี้มันก็ครึ่งปีมาแล้ว มันมีกฎ ของผู้ใช้ปืนคือกฏแห่งความปลอดภัย วิทย์จำได้แม่นทุกครั้งเพราะหยิบปืนที่ไร ลุงหวังต้องคอยบอกกฏเหล่านี้เสมอ คนใช้ปืนมักจะรู้ดีถึงกฏ เหล่านี้ 1. พึงระลึกเสมอว่าปืนทุกกระบอกมีกระสุนบรรจุอยู่ ตรวจปืนทุกครั้งที่จับว่ามีลูกปืนค้างอยู่ไหนลำกล่องหรือเปล่า 2. แนวลำกล้องไม่หันไปในทิศทางที่ไม่ต้องการยิง 3.ไม่เอานิ้วเข้าโกร่งไกปืน ถ้าไม่ต้องการจะยิง และยังคงมีข้ออื่นๆอีกในกฏแห่งความปลอดภัยแต่ลุงหวังมักจะย่ำกฏทั้ง 3 ข้อนี้ให้เขาฟังประจำ
    พอวิทย์ตรวจดูว่าปืนว่ามันเรียบร้อยดีแล้วเขาก็หยิบกระสุนในกระเป๋ามิติออกมา แล้วบรรจุไว้ในแม็กกาซีนจนเต็มแม็ก
    พอจัดการเรื่องปืนเสร็จแล้ว วิทย์มองออกไปทางประตูรั้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไรก็มีเสียงหมาหอนออกมาก
    อะ บรู๊ว อะบรู๊วว...!
    วิทย์มองไปที่เจ้าแบล็คก็เห็นว่ามันไม่ได้หอน มันยังคงอยู่ในบ้านสุนัขของมัน นอนงับกระดูกเล่นอยู่
    เซนส์คนเดิมเพิ่มเติมคือความรู้สึก วิทย์คิดว่าเสียงที่หอนออกมามันต้องเป็นอะไรซักอย่างที่ไม่เป็นผลดีกับเขาแน่ วินาทีที่เขาได้ยินเสียงวิทย์มองไปที่เมย์กับเจ้าแบล็ค แล้วบอกกับพวกเขาว่า
    “เมย์แล้วก็ไอ้ตัวแสบอยู่เฉยๆอย่าส่งเสียงดังไป มากี่ได้ยินเสียงกันใช้ไหม โดยเฉพาะเอ็งเจ้าแบล็คอย่าเผลอไปหอนตามพวกมันล่ะ มันหอนคงไม่ได้ชวนเอ็งไปจีบตัวเมียหรอกจำไว้ เด็กดีกลับไปงับกระดูกต่อเลย”
    แต่เสียงหอนก็ยังดังต่อไปเรื่อย ๆ อะ บรู๊วววว!
    ตอนนี้วิทย์ไม่ได้กลัวเสียงหมาที่มันหอนเลย เขามองไปที่เจ้าแบล็ค ที่กำลังงับกระดูกเล่นอยู่ วิทย์กลัวอย่างเดียวตอนนี้กลัว ไอ้คุณแบล็คจะหอนผสมโรงไปกับพวกนั้นด้วย
    วินาทีนั้นวิทย์ยังคงได้ยินแค่เสียงแต่ไม่เห็นตัวพวกมัน เขารู้เลยว่า ถ้าไอ้พวกที่หอนมันเห็นเขา พวกมันคงต้องมาหาเขาแน่ ๆถึงวิทย์จะมีปืนกว่า 20 กระบอกในมือ แต่ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดที่จะใช้ก็คือ นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว
    แต่แล้วในที่สุดมันก็เกิดขึ้นมาจนได้ มันเป็นสิ่งที่วิทย์กลัวมากที่สุด มันเป็นเหตุการณ์ที่อัปยศในสายพันธ์สุนัข ลาบราดอร์รีทรีเวอร์ ไอ้คุณแบล็ค เขาหอนตามพวกที่อยู่ข้างนอกแถมหอนยังไม่พอสำหรับเขา มันยังได้จัดเสียงเห่าตามคำขอ จากหมาข้างนอกไปอีกด้วย เหมือนมันกำลังจะบอกว่า
    “โอเค กูรู้แล้วหมาป้าแจ่มหน้าหมู่บ้านใช้ไหม? เดี๋ยวกูไปรอเดี๋ยว”
    แล้วเจ้าแบล็คมันก็มองไปที่หน้าวิทย์เหมือนมันบอกว่า ผมจะขอออกไปข้างนอกเสร็จแล้วจะรีบกลับมา
    “กูว่าแล้วจะห้ามหมาไม่ให้หอนคงเหมือนห้ามคนจามไม่ให้จาม เวร”
    พอเจ้าแบล็คมันทำอย่างนั้นแล้ว วิทย์รีบหยิบปืนลูกซอง Benelli M4 แล้วก็ปืนลูกโม่ Ruger LCR แล้วใส่กระสุนทั้ง 2 กระบอกวิทย์ส่งปืนลูกโม่ไปให้เมย์เก็บไว้ แล้วพอเมย์เห็นปืนที่วิทย์ส่งให้ก็พูดขึ้นมาว่า
    “พี่วิทย์ หนูไม่เคยใช้ปืนมาก่อนเลย ให้หนูเก็บไว้จะดีหรอ”
    “เราไม่ต้องกลัวไป พี่ก็ไม่อยากให้เราใช้หรอก แต่ทางหากมันจำเป็นจริง ๆ เราก็ต้องใช้”
    “ค่ะ”
    “เอาล่ะฟังพี่ ปืนกระบอกนี้ มันมีลูกอยู่ในนั้น 5 ลูก ตอนแรกเวลาเรายิงมันอาจจะมีแรงดีดขอตัวปืนบ้าง มันอาจจะทำให้มือเราชานิดหน่อย แต่เมย์ต้องตั้งสติไว้ ปืนมันจะมีระยะหวังผล เมย์เห็นกระถางต้นไม้หน้าประตูหน้าบ้านใช้ไหม มันห่างจากเราประมาณ 10 เมตร เมย์คิดว่าจะยิงมันถูกไหม”
    “อืม! หนูไม่มั่นใจ แต่หนูคิดว่า มันไม่น่าจะยิงโดนกระถาง มันค่อนข้างไกล ถ้าเป็นยิงตุ๊กตาในงานวัด นี่หนูมั่นใจว่าถูกแน่นอน
    “โอเค งั้นเอาเป็น 4 เมตร พี่คิดว่าระยะนี้เราน่าจะมั่นใจที่สุด ถ้ามันจวนตัวจริงๆ เรายังวิ่งหนีออกมาได้ สุดท้ายตั้งสติแล้วเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง อย่าลังเลที่จะใช้ปืนในการปกป้องตัวเอง”
    “ค่ะ หนูจะจำไว้”
    พอพวกเขาทั้งคู่คุยกันเสร็จ มันใช้เวลาไม่นานเลย ที่เพื่อนเจ้าแบล็คจะออกมากันมันเป็นสุนัขพันธ์ต่างๆที่อยู่ในหมู่บ้าน บางตัววิทย์ก็พอจะจำพวกมันได้ แต่มันคงไม่ใช้หมาปกติแบบเจ้าแบล็ค ตัวพวกมันมีเลือดไหลออกมาจากหน้าและตัวพวกมันเต็มไปหมด
    พอวิทย์เห็นพวกมันแล้ว เขาจับปืนลูกซองในมือ แล้วตั้งท่าเตรียมเล็งไปที่พวกมันทันที่ เป่าแรกที่วิทย์เลือกคือไซบีเรียน ฮัสกี้ มันเป็นเป่าที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ในบรรดาที่พวกมันเข้ามา
    สาเหตุก็ไม่ใช้อะไรเลย วิทย์ไม่ได้ยิงปืนลูกซองกระบอกนี้มานานมาก เป่าแรกต้องเป็นเป่าที่เขาคิดว่าง่ายที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง พอตัดสินใจได้แล้ววิทย์รีบบอกเมย์ทันที่
    “เมย์รีบพาแบล็คขึ้นไปข้างบนเร็วเข้า พวกมันมากันเยอะ พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยเราได้แค่ไหน พากันไปหลบก่อน จำไว้ถ้าเสียงข้างล่างหายไปให้คิดเสมอว่าพี่ไม่อยู่แล้วเราต้องระวังตัวเอาไว้”
    “ค่ะ แล้วพี่ล่ะ”
    “ไม่ดีกว่าพวกมันเป็นพวกสุนัขกกลายพันธ์ระดับ 1 มันแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ทั่วไปอยู่มาก”
    พอทั้งคู่ได้ฟังวิทย์พูด แล้วเจ้าแบล็คก็เห่าโฮ่ง! ออกมาเหมือนมันจะบอกว่า ผมขอโทษ แล้วมันก็หันหน้าไปที่หมาพวกนั้นพร้อมส่งเสียงขู่ แฮร่ แฮร่....! โฮ่ง...! แล้วเห่าไปด้วยเหมือนมันจะบอกกับพวกนั้นว่า
    “พวกเอ็งมันหมาเลวมาหลอกกันได้นะหมาป้าแจ่มทีไหนกัน เฮียจัดการมันเลย”
    “พี่วิทย์ระวังตัวด้วย”
    พอทั้งคู่ขึ้นไปที่ชั้น 2 แล้ววิทย์กลับมาดูพวกสุนัขกลายพันธ์ ที่กำลังจะวิ่งเข้ามาในตัวบ้านมันห่างจากวิทย์ไม่เกิน 8 เมตร ก็จะถึงตัววิทย์แล้ว
    วิทย์ตัดสินใจเล็งปืนไปที่ไซบีเรียนที่วิ่งเข้ามาตัวแรก ปัง! นัดแรกเขายิงโดนไปที่ขาหน้าข้างซ้ายของมัน พวกมันค่อนข้างเร็วที่เดี๋ยว พอนัดที่ 2 เขาก็ยิงไปที่ตัวเดิม แต่พอวิทย์กำลังจะยิงก็มีซอมบี้ตัวใหญ่ 3 เมตรวิ่งฝ่ากำแพงรั้วเข้ามาในบ้าน
    “แม่งเอ๊ย อะไรก็กู พวกมึงไม่คิดจะไปที่อื่นกันบ้างเลยหรอว่ะ”
    พอวิทย์เห็นอย่านั้นแล้วเขาเปลี่ยนเป่าหมายทันที่
    วิทย์หันหน้าไปทางซอมบี้ที่วิ่งฝ่ากำแพงเข้ามา แล้วเดินเข้าไปหามันพร้อมกับถือปืนลูกซองในมือ แล้ววิ่งไปที่ประตูกระจกบ้าน ทางข้างซ้ายที่ซอมบี้วิ่งเข้ามา จังหวะนั้นเขาเล็งปืนไปที่ซอมบี้ทันที่ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! วิทย์ยิงไปทั้งหมด 4 นัด แต่ดูเหมือนซอมบี้ตัวนี้มันจะอึดมากเป็นพิเศษ เพราะแต่ละนัดที่เข้ายิงไป มันโดนขากับแขนของซอมบี้ พอวิทย์ยิงไป 4 นัดเขาเริ่มจับจังหวะได้ ตัวมือที่ยิงเริ่มคุ้นกับปืนแล้ว เขายังเหลือกระสุนในแม็กอีก 2 นัด
    วิทย์เดินเข้าไปใกล้ซอมบี้ แล้วเล็งไปที่ช่วงอกของซอมบี้ ปัง! ปัง! ตัวมันเริ่มเซถอยหลัง
    วินาทีนั้นวิทย์หยิบปืนพกออกมาแล้วเล็งไปที่หัวมันอีกครั้งจนมันล้มลงแล้วตายลงไป
    เวลาเหมือนจะนานแต่มันแค่ไม่กี่วินาที่เท่านั้นที่วิทย์จัดการซอมบี้ตัวนั้นลงไป
    พอวิทย์จัดการเสร็จเขาหันกลับไปดูพวกสุนัขกลายพันธุ์ทั้ง 5 ตัว ที่ยังเหลืออยู่ แต่เขาเห็นพวกมันแค่ 4 ตัวเท่านั้นที่มันตามเขามา
    วิทย์รีบใส่กระสุนเข้าไปในปืนลูกซองทันที่แล้วก็มีเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา
    “ติ๊ง!! ... โปรดเพิ่มค่าสถานะของคุณ”
    “เพิ่มความว่องไวทั้งหมด”
    ตอนนี้วิทย์ต้องการความคล่องตัวเป็นอย่างมากพวกมันแต่ละตัวค่อนข้างเร็วเลยที่เดียว
    พอทั้ง 4 ตัวพุ่งเข้ามาหาตัวเขา วิทย์ชักปืนลูกซองขึ้นลำกล่องเตรียมพร้อม วิทย์มองไปที่ไซบีเรียน ตัวแรกที่เขายิง พอมันเข้ามาในระยะแล้ว วิทย์เล้งปืนไปที่กลางลำตัวของมันทันที่ ปัง! เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับที่ไซบีเรียนตัวนั้นล้มลงไป
    พออีก 3 ตัวที่เหลือเห็นไซบีเรียนตัวนั้นล้มลงมันรีบวิ่งพุ่งเข้าหาวิทย์ทันที่ ถึงวิทย์จะคุ้นมือกับการใช้ปืนลูกซองแล้วแต่เขาก็ยังสู้ความเร็วของพวกมันไม่ได้ จังหวะที่พวกมันทั้งสามพุ่งเข้าหามาเขา วิทย์ยิงโดนไปอีกตัว แล้วสองตัวที่เหลือพวกมันกระโดดพุ่งเข้ามาที่คอเขา มันจวนตัวมากจนเขาหันปืนเปลี่ยนเป่าหมายไม่ทัน
    ทว่าวินาทีนั้นวิทย์เอาด้านข้างกระบอกปืนกันไปที่ปากที่กำลังจะกัดคอเขา แล้วหยิบปืนพกอีกมือจ่อยิงไปที่หัวสุนัขกลายพันธุ์ ที่กำลังงับกระบอกปืนลูกซองอยู่ ปัง! ปัง! จนมันตายลง พอมันล้มลงไปกับพื้นวิทย์ใช้เท้าแตะไปที่ศพ แล้วให้ศพมันพุ่งไปขวางสุนัขอีกตัวที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา
    พอศพพุ่งไปหาสุนัขอีกตัว วิทย์รีบกลับมาจับปืนลูกซองอยู่ในท่าเตรียมพร้อม แล้วหันกระบอกปืนไปที่ตัวมัน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยิงก็มีเสียงปืนออกมาจากข้างบน ปัง!
    “แบล็คหมุดไปใต้เตียงเร็วเข้า”
    หลังจากที่เมย์และแบล็คแยกตัวจากวิทย์พวกเขาพากันไปซ่อนที่ห้องนอนบนชั้น 2 แต่พอพวกเขาเข้าไปซ่อนตัว ไม่นานก็มีสุนัขกลายพันธุ์ตามพวกเขามาจากชั้นล่าง มันเหมือนจะได้กลิ่นจากห้องที่พวกเมย์เข้าไปซ่อน มันเอาเล็บเท้าข่วนไปที่ประตู จนประตูไม้ในห้องแตกออกเป็นซีกเล็กซีกน้อย พอเมย์เห็นสุนัขกลายพันธุ์ข่วนประตูกำลังจะเข้ามา เมย์รีบบอกให้เจ้าแบล็คเข้าไปหลบใต้เตียงแล้วใช้ปืนลูกโม่ยิงไปที่สุนัขตัวนั้นทันที่ ปัง!
    แต่ด้วยความที่มีประตูกันขวางไว้บวกกับเมย์ไม่เห็นตัวสุนัขที่กำลังเข้ามา เธออาศัยการเดาจากตำแหน่งประตู แล้วเล้งปืน ยิงสุ่มไปที่ประตูแต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเมย์ ลูกกระสุนไม่โดนตัวสุนัขกลายพันธุ์เลย พอมันเป็นอย่างนั้นแล้ว สุนัขกลายพันธุ์เริ่มที่จะแหกประตูเข้ามาในห้อง
    เมย์เริ่มกลัวตอนนี้เมย์คิดถึงพ่อมาก ทุกอย่างมันใหม่สำหรับเด็กผู้หญิงอายุ 16 มาก ไม่ว่าจะเรื่องยิงปืนแล้วก็การต่อสู้กับพวกบ้าๆเหล่านี้ พอเมย์ตั้งสติได้ เมย์เริ่มกลับไปนึกถึงคำพูดก่อนที่จะแยกจากวิทย์ ตั้งสติแล้วเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองอย่าลังเล พอเมย์คิดอย่านั้นได้แล้วเธอกลับมาจับปืนแล้วเล็งไปที่สุนัขกลายพันธุ์ที่กำลังเข้ามา พอตัวมันเข้ามาได้แล้วก็มีเสียงเห่าออกมาจากใต้เตียงออกมาไม่หยุด
    “โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่งงง…!”
    พอสุนัขกลายพันธ์ได้ยินเสียงเห่ามันเปลี่ยนเป่าหมายแล้วพุ่งเข้าไปที่ใต้เตียงทันที่
    เมื่อเมย์เห็นสุนัขกลายพันธุ์เปลี่ยนเป่าหมายเป็นแบล็คที่อยู่ใต้เตียง เมย์ได้โอกาสแล้วอาศัยจังหวะที่สุนัขไม่ระวังเล็งปืนไปที่ตัวสุนัขกลายพันธุ์ทันที่ ปัง! ปัง! ปัง! จนในที่สุดสุนัขก็ตายลง แล้วกระสุนทั้ง 3 นัด 2 นัดโดนไปที่ลำตัวมัน ส่วนอีกนัดโดนที่หลังหูมัน พอมันตายลงเมย์ปล่อยปืนในมือ แล้วทรุดตัวนั่งลงไปกับพื้น
    ไม่นานแบล็คก็ออกมาจากใต้เตียงมันเห่าไปที่เมย์แล้วเอาหัวไปถูตักเมย์ที่กำลังนั่งอยู่กับพื้นมันคงจะบอกว่า เห็นไหมเจ้ผมเก่งไหมล่ะแต่เจ้ก็ใช้ย่อยเลยน่ะยิงหมาเวรตัวนี้จนตายได้
    พอวิทย์ได้ยินเสียงปืนจากชั้นบนเขารู้ทันที่เลยว่ามันคือเสียงปืนที่วิทย์ให้เมย์ไป
    “แม่งเอ๊ย ไอ้พวกหมาเวร”
    พอเขารู้อย่างนั้นแล้วเขาหันกระบอกปืนลูกซองยิงไปที่สุนัขอีกตัวที่ทันที่ ปัง! ปัง! จนมันตายลง
    พอวิทย์เห็นว่ามันตายแล้ว เขารีบเก็บไอเทมบนพื้น แล้วรีบวิ่งขึ้นไปข้างบนทันที่
    พอวิทย์ขึ้นไปถึงข้างบน เขาเห็นสุนัขกลายพันธุ์นอนตายอยู่ข้างเตียง แล้วเห็นเมย์นั่งอยู่ข้างศพมัน
    พอเมย์เห็นวิทย์ก็มองไปที่หน้าวิทย์แล้วพูดออกมา
    “พี่วิทย์หนูคิดถึงพ่อไม่นานก็มีเสียงร้องไห้ออกมา”
    “แง....โฮ....ฮืออออ”
    วิทย์พยายามปลอบเมย์ที่กำลังร้องไห้แล้วยังมีเจ้าแบล็คที่เอาขาหน้าข้างขวาเอาไปวางที่ตักเมย์
    “โอเค เราเก่งมากดีแล้วที่ไม่เป็นไรเห็นไหมแบล็คมันยังรู้เลยว่าเราทำดีแล้ว”
    “โฮ่ง โฮ่ง ใช้แล้วเจ้ทำดีแล้วอย่าเศร้าไปเลยดูนี้น่ะ”
    แล้วเจ้าแบล็คมันก็วิ่งไล่งับหางตัวเองให้เมย์ดู
    พอเมย์เห็นก็หัวเราะออกมา ฮ่าฮ่า..!
    พอวิทย์เห็นเมย์หัวเราะออกมาเขาก็พูดกับเมย์ไปว่า
    “บางครั้งเราต้องทำเรื่องที่มันยากที่สุดในชีวิต แม้ว่าเราไม่ยากจะทำแต่มันก็ทำให้เราโตขึ้น แล้วรู้จักเรียนรู้ในสิ่งที่เราทำลงไป”
    “ค่ะหนูรู้”
    “เอาล่ะเรารีบเก็บของ แล้วออกไปกันเถอะเดี๋ยวพวกมันจะแหกันมาอีก”
    แล้วพวกเขาทั้งหมดก็รีบออกมาจากบ้านลุงหวังทันที่