บทที่ 6 ใครบอกว่าไม่ใช่อัจฉริยะ?
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้าอย่างว่าง่าย
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่"
นางยังเด็ก ยังมีเสียงเหมือนเด็กน้อยอยู่บ้าง เผยลั่วไป๋ได้ยินนางพูดก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและช้าลงอีกนิด เพราะกลัวว่าจะทำให้นางใ
"เ้ายังเด็กอยู่ การฝึกวิชาสำหรับเ้าคงเป็เื่ที่น่าเบื่อมาก งั้นอย่างนี้ หากวันนี้เ้าสามารถท่องจำวิชาเบื้องต้นนี้ได้ ข้าจะให้ผลไม้ิญญาเ้าอีกหนึ่งร้อยลูก หากเ้าท่องจำได้ภายในสามวัน ข้าจะให้เ้าห้าสิบลูก ดีหรือไม่?"
ศิษย์พี่ใหญ่ใช้น้ำเสียงปลอบเด็กมาปลอบนางอยู่ ฟังดูอ่อนโยนและใจเย็นมากทีเดียว
ไม่ต้องพูดถึงในต้นฉบับ ตัวละครหลักไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้ แม้แต่เยี่ยหลิงหลงที่มาจากยุคปัจจุบันเองก็ไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
ในยุคปัจจุบัน นางเป็อัจฉริยะั้แ่เด็ก เรียนเก่งทุกวิชา ข้ามชั้นหลายครั้ง ดังนั้นพ่อแม่ของนางจึงคาดหวังในตัวนางสูงมาก การได้คะแนนเต็มเป็เื่ธรรมดา ขาดไปแม้แต่คะแนนเดียวก็ถือว่าทำผิด จะถูกตำหนิ ไม่มีทางที่จะปลอบโยนหรือตามใจเช่นนี้แน่
ภายใต้การศึกษาที่กดดันเข้มงวด นางไม่เคยทำให้ผิดหวัง กลายเป็นักวิจัยที่อายุน้อยที่สุดในประเทศ ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับงานวิจัย จนไม่มีเวลาอ่านนิยายเื่นี้จบด้วยซ้ำ
ใช่แล้ว นางอ่านไปแค่ครึ่งเดียว รู้แค่ว่าคนส่วนใหญ่ในสำนักชิงเสวียนตายด้วยน้ำมือของเยี่ยหรงเยว่ ต่อมาจะถูกทำลายล้างทั้งหมดหรือไม่ นางก็ไม่แน่ใจ ดังนั้นจึงยังรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
เมื่อเห็นเยี่ยหลิงหลงเหม่อลอยไม่ตอบ เผยลั่วไป๋คิดแล้วก็หยิบผลไม้ิญญาออกมาให้นางหนึ่งลูก
"งั้นก่อนเรียน ให้รางวัลเ้ากินผลไม้ิญญาก่อนก็แล้วกัน กินอิ่มแล้วจะได้มีแรงเรียน"
เยี่ยหลิงหลงมองผลไม้ิญญาลูกนั้นแล้วรู้สึกขำ นี่มันวิธีการสอนแบบไหนกัน? ยังไม่ทันได้เริ่มเรียนก็ได้รางวัลแล้ว? ชักอยากี้เีแล้วสิ
แต่เยี่ยหลิงหลงเชื่อว่า หากนางเลือกที่จะี้เีจริง ๆ ศิษย์พี่ใหญ่ของนางต้องควักผลไม้ิญญาหนึ่งร้อยลูกตามที่ตกลงกันไว้ให้นางอย่างไม่ลังเลแน่นอน เขาไม่ได้คิดจะสอนจริงจังเลย แค่ตามใจก็พอแล้ว
เยี่ยหลิงหลงผลักผลไม้ิญญาลูกนั้นออกไป ใบหน้าน้อย ๆ แสดงสีหน้าจริงจัง เปิดปากพูดด้วยเสียงเด็กน้อยของนาง
"ศิษย์พี่ใหญ่ ตามข้อตกลงแล้ว ต้องท่องจำให้ได้ก่อนถึงจะได้ผลไม้ิญญา ท่านห้ามให้ข้าก่อนนะ"
เผยลั่วไป๋เห็นนางจริงจังเช่นนี้ ก็อมยิ้มน้อย ๆ
"ใช่แล้ว ศิษย์น้องหญิงเล็กพูดถูก ศิษย์พี่ใหญ่จะรักษาสัญญาต่อไป งั้นพวกเราเริ่มท่องกันเลยดีกว่า"
เยี่ยหลิงหลงใกับรอยยิ้มของศิษย์พี่ใหญ่ เขาไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ แต่พอยิ้มแล้วงดงามจริง ๆ!
เผยลั่วไป๋จูงมือน้อย ๆ ของเยี่ยหลิงหลง พานางนั่งลง แล้วพลิกฝ่ามือทั้งสองข้างของนางขึ้น ฝ่ามือใหญ่ของเขารวมพลังิญญาจนควบแน่นเห็นได้ราง ๆ ส่งเข้าไปในฝ่ามือของเยี่ยหลิงหลง
"ข้าจะอ่านวิชาให้เ้าฟังตอนนี้ เ้าท่องตามไปด้วย แล้วลองโคจรพลังเป็อย่างไร"
"ได้เ้าค่ะ"
เผยลั่วไป๋อธิบายวิชาให้นางฟังช้า ๆ และละเอียด พออธิบายจบ เขาก็เก็บพลังิญญากลับ
"อธิบายจบแล้ว จำได้หรือไม่?"
"จำได้แล้วเ้าค่ะ"
"ดี งั้นข้าอ่านหนึ่งประโยค เ้าก็ตามหนึ่งประโยค พวกเราอ่านหลาย ๆ รอบ พยายามท่องให้ได้"
"ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าจำได้หมดแล้ว"
เผยลั่วไป๋ชะงัก เขาถามว่านางจำคำอธิบายของเขาได้หรือไม่ แต่ดูเหมือนนางจะไม่ได้หมายความแบบนั้น?
ภายใต้สีหน้าสงสัยของเขา เยี่ยหลิงหลงเปิดปากท่องวิชาออกมาได้ทุกตัวอักษรโดยไม่ผิดเพี้ยน การท่องจำเพียงเท่านี้ไม่ใช่เื่ยากสำหรับนางผู้เป็อัจฉริยะ
เมื่อนางท่องจบ เผยเหลอไป๋ก็ตะลึงงัน เขาถือว่าเป็อัจฉริยะในหมู่ผู้ฝึกเซียน แต่ตอนท่องวิชาครั้งแรกก็ยังต้องท่องหลายรอบกว่าจะจำได้
แต่ศิษย์น้องหญิงเล็ก เป็คนสุดท้ายในการรับศิษย์นะ!
"ศิษย์พี่ใหญ่ไม่เชื่อหรือ นี่ ๆ เดี๋ยวข้าท่องถอยหลังให้ดู"
เยี่ยหลิงหลงท่องจำถอยหลังให้เขาฟัง เพิ่งจะท่องประโยคแรก เผยลั่วไป๋ก็รีบปิดปากนางด้วยความใ
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก วิชาลมปราณนี้ห้ามท่องถอยหลังเด็ดขาด!"
ใช่แล้ว บทความสูตรอะไรก็ได้ ท่องถอยหลังเล่นไม่เป็ไร แต่วิชาลมปราณห้ามท่องถอยหลังเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจธาตุไฟเข้าแทรกได้
เห็นเยี่ยหลิงหลงเหมือนกำลังเล่นสนุก เผยลั่วไป๋รู้สึกขำและละเหี่ยใจ
"ศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้สามารถให้รางวัลที่สัญญาไว้กับข้าได้แล้ว!"
เผยลั่วไป๋ส่งผลไม้ิญญาหนึ่งร้อยผลให้เยี่ยหลิงหลงอย่างเต็มใจ ศิษย์น้องหญิงเล็กของเขาน่ารักและฉลาด สมควรได้รับรางวัลที่ดีที่สุดทั้งหมด
"ในเมื่อเ้าจำได้แล้ว งั้นพวกเราก็เริ่มขั้นต่อไป เ้าลองใช้พลังตามวิชาลมปราณดู ตอนแรกทำไม่ถูกก็ไม่เป็ไร ลองหลาย ๆ ครั้งก็ได้"
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้า นางหงายฝ่ามือ เพียงหนึ่งคำนึง ก็ทำให้พลังที่เผยลั่วไป๋เพิ่งสาธิตไปก่อนหน้านี้ พลังิญญาควบแน่นเกี่ยวพันเหมือนเส้นเชือกปรากฏเหนือฝ่ามือเล็ก
สีหน้าของเผยลั่วไป๋ค่อย ๆ แข็งทื่อทุกขณะ ความสามารถในการเข้าใจระดับนี้ กลับเป็คนสุดท้ายในการรับศิษย์งั้นหรือ?!
"ศิษย์พี่ใหญ่ แบบนี้ใช่หรือไม่?"
"ใช่"
สิ้นคำ เยี่ยหลิงหลงก็หัวเราะคิกคักพลางพลิกฝ่ามือ ควบแน่นพลังิญญาแบบเดียวกันในฝ่ามือทั้งสองข้าง จากนั้นก็นำมือทั้งสองมาประกบกัน ทำให้เกิดผลที่แตกต่างออกไป
ชั่วพริบตา นางก็เล่นสนุกไปกับการเปลี่ยนท่าทางมากมาย ราวกับนางได้เข้าใจและเชี่ยวชาญมาก่อนแล้ว
เผยลั่วไป๋มองเยี่ยหลิงหลงที่กำลังเล่นอย่างสนุกสนาน เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องใช้ความอดทนหลายวันในการล่อลวงให้นางฝึกฝนและเข้าใจวิชาพื้นฐาน แต่กลับตกอยู่ในความเงียบอันยาวนาน
มี่หนึ่งที่เขาแม้กระทั่งสงสัยว่าตัวเองนั้นคนธรรมดาหรือไม่
เขาบรรลุขอบเขติญญาแรกกำเนิดก่อนอายุสามสิบ หากนับอย่างละเอียด อัจฉริยะเช่นนี้ในโลกหล้าผู้ฝึกเซียนมีไม่เกินสิบคน ความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของเขาก็คล้ายถูกบดขยี้ด้วยความพยายามครั้งแรกของศิษย์น้องหญิงเล็ก
ศิษย์น้องหญิงมีรากฐานไม่ดี แต่สมองของนางนั้นฉลาดล้ำ มีความเข้าใจที่น่ากลัว
"ศิษย์พี่ใหญ่"
เสียงเล็ก ๆ น่ารักดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของเผยลั่วไป๋ ดึงเขากลับสู่โลกความเป็จริง
"ต่อไปจะเรียนอะไรหรือ"
เผยลั่วไป๋ไม่คิดว่าความคืบหน้าจะเร็วขนาดนี้ เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง
"ตามลำดับแล้ว ต่อไปควรสอนวิชากระบี่ ใช้พลังิญญาควบคู่วิชากระบี่ นับเป็ความสามารถพื้นฐานในการต่อสู้ของผู้ฝึกตน"
"ดีเ้าค่ะ งั้นเรามาเรียนวิชากระบี่กันเลย"
"แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมกระบี่ิญญาที่เหมาะสมกับเ้าเลย"
เผยลั่วไป๋รู้สึกละอายใจยิ่ง เื่นี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่ความผิดของเขา
"งั้นข้าจะใช้กระบี่ไม้หรือกระบี่ธรรมดาไปก่อน"
ขอแค่เร่งความก้าวหน้าให้นางได้โดยเร็ว หลังจากนั้นนางก็จะได้ฝึกฝนร่วมกับศิษย์พี่ใหญ่ทุกวัน
"ไม่ได้ กระบี่เล่มแรกของศิษย์น้องหญิงเล็กของข้าต้องเป็กระบี่ที่ดี ด้วยวิธีนี้จะสามารถวางรากฐานที่ดีที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดได้"
เพียงแค่ได้ยินคำพูดนี้ เยี่ยหลิงหลงก็รู้สึกดีใจแล้ว
"งั้นข้าจะฟังศิษย์พี่ใหญ่"
"เช่นนั้นวันนี้เ้ากลับไปฝึกท่าที่ข้าสอนให้คล่องก่อน พรุ่งนี้ข้าจะพาเ้าไปเลือกกระบี่ที่สุสานกระบี่ ข้างในสุสานกระบี่อันตรายมาก เ้าต้องเชื่อฟังข้า ห้ามเลินเล่อแม้แต่นิดเดียว"
"เ้าค่ะ!"
เยี่ยหลิงหลงตอบรับพร้อมกับยิ้มหวานราวกับดอกไม้ หางตายิบหยี แก้มอิ่มเอิบเหมือนทารก
ตอนนั้น นางยังไม่รู้ว่าสุสานกระบี่ของสำนักชิงเสวียนเป็สถานที่แบบใด นางคิดไปเองอย่างไร้เดียงสาว่ามันคงเหมือนสุสานกระบี่ที่อยู่ในหอคอยของสำนักเจ็ดดารา